เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 9
  พิมพ์  
อ่าน: 34356 ชีวิตจริงเบื้องหลังวรรณกรรมชุด "บ้านเล็ก"
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 30  เมื่อ 27 ธ.ค. 13, 08:57

^
ดูจากรูปข้างบน   พ่อลอร่าตอนหนุ่มๆน่าจะหล่อเอาการนะคะ     เสียดายเครายาว ฟูเป็นกระเซิงนั่น ปิดปากและคางหมดเลย   ถ้าโกนเสีย  น่าจะดีกว่า


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 31  เมื่อ 27 ธ.ค. 13, 09:58

สี่คนพ่อแม่ลูกมีชีวิตอย่างสบายในป่าใหญ่  เพราะมีเนื้อสัตว์ให้กินอุดมสมบูรณ์  ทั้งหมูป่า กวาง และหมี    ในฤดูร้อน พ่อปลูกข้าวโพด ข้าวสาลี ไว้กินเอง     แต่อย่างหนึ่งที่ทำให้พ่อเหนื่อยมากคือป่าใหญ่ในวิสคอนซินนั้นเป็นป่า ไม่ใช่ทุ่ง  เมื่อคนมาหักร้างถางพงทำไร่   ก็ต้องสู้รบกับต้นไม้ที่แตกแขนงแตกกิ่งงอกงามขึ้นทุกหนทุกแห่ง  ไม่รู้จบรู้สิ้น   เป็นการสิ้นเปลืองแรงงานที่ทำให้พ่อเหน็ดเหนื่อยไม่รู้จบแต่ในแต่ละปี
พ่อคิดถึงทุ่งกว้างอย่างในรัฐอิลลินอยส์ที่พ่อเคยอยู่ตอนเด็ก    ทุ่งกว้างมีดินดีเหมาะจะเพาะปลูก   ไม่มีต้นไม้ให้ต้องถากถาง ไม่มีหินปนใต้ดินให้ต้องขุดทิ้ง     พ่อได้ยินมาว่าทุ่งกว้างในรัฐแคนซัสมีสัตว์ป่ามากมาย  จะยิงเท่าใดก็ได้ไม่มีใครมาแก่งแย่ง    ผิดกับป่าใหญ่ที่มีคนอพยพมาอยู่เพิ่มขึ้นทุกปี ทำให้สัตว์ป่าร่อยหรอลงอย่างรวดเร็ว   พ่อไม่สามารถจะล่าสัตว์ได้ง่ายๆอย่างเมื่อก่อน

แรงผลักดันอีกอย่างก็คือ พ่อกับแม่ซื้อที่ดินมาก็ทำงานผ่อนค่าที่ดินกันอย่างหนัก   แต่หลังสงครามกลางเมือง  ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำระลอกแรกทำให้ธนาคารที่พ่อแม่ฝากเงินไว้ล้มละลาย   เงินฝากสูญไปหมดโดยไม่รู้จะเรียกร้องเอากับใคร   พ่อได้ข่าวมาว่ารัฐบาลจะให้ที่ดินฟรีแก่ผู้บุกเบิกไปตั้งถิ่นฐานทางตะวันตก   พ่อก็ดีอกดีใจอยากจะไปเริ่มต้นใหม่ที่นั่น
ตอนนั้นพ่อแม่มีลูกเพียง 2 คนคือแมรี่กับลอร่าซึ่งยังเล็กมาก  แครี่และเกรซยังไม่เกิด    แม่ไม่อยากจะทิ้งบ้านที่แสนสบาย พาลูกที่ยังอ่อนเยาว์มากไปอยู่ในแดนทุรกันดาร  แต่เมื่อพ่ออยากจะสร้างโอกาสใหม่  แม่ก็พร้อมจะติดตามพ่อไป  รัฐที่พ่อตั้งใจจะไปอยู่คือแคนซัส ซึ่งยังเป็นดินแดนของพวกอินเดียนแดงอยู่  

ลอร่ายังเล็กมาก อายุเพียงสามขวบเมื่อพ่อแม่อพยพไปอยู่แคนซัส   เธอจำเหตุการณ์ไม่ได้เลย พ่อแม่และแมรี่เป็นคนเล่าให้ฟังในภายหลัง
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 32  เมื่อ 27 ธ.ค. 13, 13:27

      ในทุ่งหญ้ากว้างขวางสุดขอบโลก  เป็นแดนเถื่อนมีแต่อินเดียนแดงอาศัยอยู่   สลับด้วยเมืองเล็กๆที่ฝรั่งผิวขาวไปตั้งถิ่นฐานอยู่เป็นหย่อมๆ    พ่อพาแม่และลูกสาวเล็กๆสองคนไปสร้างกระท่อมไม้ซุงอยู่อีกหลังหนึ่ง ห่างจากเมืองอินดีเพนเดนซ์ราว 40 ไมล์     มีผู้อพยพอื่นๆไปสร้างกระท่อมอยู่ห่างๆกันมองกันไม่เห็น
      ที่แคนซัสนี้เอง ลูกสาวคนที่สามถือกำเนิดมา   พ่อแม่ตั้งชื่อตามชื่อแม่ว่า แคโรไลน์   ซีเลสเชีย  แต่เรียกย่อๆว่า "แครี่"
      ทุ่งกว้างแคนซัสมีความอุดมสมบูรณ์อย่างที่ชาร์ลส์หวังไว้    มีสัตว์ต่างๆให้ล่ามากมายตั้งแต่กระต่ายป่า   ไก่งวงป่าไปจนกวาง ลำห้วยก็มีปลาเต็ม     พื้นดินก็เรียบ ไม่มีต้นไม้หรือหินให้เกะกะ  เหมาะจะทำไร่ปลูกข้าว        แต่ภยันตรายอย่างที่ไม่มีในวิสคอนซินก็มีคุกคามมาตลอด คืออินเดียนแดงที่ไม่ชอบพวกผิวขาวว่ามารุกรานถิ่นที่อยู่ของเขา   พวกนี้จะมาที่บ้านบ่อยๆเพื่อขู่เข็ญเอาอาหารและยาสูบไปตามใจชอบ     นอกจากนี้ก็มีฝูงหมาป่าดุร้ายซึ่งกล้าเข้ามาล้อมกระท่อมไว้ทั้งหลัง  ที่ร้ายที่สุดคือยุงซึ่งนำเชื้อไข้ป่า (มาเลเรีย)มาทำให้ครอบครัวเกือบจะถึงตาย
     ชาร์ลส์อยู่ที่แคนซัสได้ปีเศษ  รัฐบาลกลางก็ออกประกาศให้พวกที่ไปตั้งถิ่นฐานออกไปให้พ้นจากเขตของอินเดียนแดง    เท่ากับว่าเขาลงทุนลงแรงไปสูญเปล่า    ประกอบกับเขาได้รับจดหมายจากคนที่ซื้อบ้านไม้ซุงและที่ดินของตัวบ้านว่าไม่มีเงินจะผ่อนอีกแล้ว  ขอให้กลับมารับบ้านคืนไป     
     ชาร์ลส์ก็เลยตัดสินใจพาภรรยาและลูกสาวเล็กๆ 3  คน  คนเล็กยังแบเบาะอยู่    เดินทางด้วยเกวียนประทุนออกจากแคนซัส  ทิ้งบ้านและไร่นาที่ลงทุนลงแรงไว้มากมายให้กลายเป็นที่รกร้างตามเดิม    กลับไปสู่ป่าใหญ่รัฐวิสคอนซินที่เขาจากมา
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 33  เมื่อ 27 ธ.ค. 13, 13:30

รูปที่เห็นคือกระท่อมจำลองตามที่บรรยายไว้ในตอน "บ้านเล็กในทุ่งกว้าง"  ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์ในเมืองอินดีเพนเดนซ์    รัฐแคนซัส  เปิดให้นักท่องเที่ยวได้ชม  
สร้างขึ้นตามคำบรรยายในหนังสือ ตรงกับบ้านช่องในสมัยนั้น     ชาร์ลส์โค่นต้นไม้ขนซุงมาเรียงกันเป็นผนัง  ก่อสร้างด้วยตัวเอง   ร่องโหว่ระหว่างไม้ซุงก็ยาด้วยดินเหนียวหนาๆเพื่อกันลมพัดลอดเข้ามาในหน้าหนาว
ภายในบ้านเป็นอย่างรูปทางขวามือ ค่ะ  ตามที่ลอร่าบรรยายไว้เช่นกัน


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 34  เมื่อ 28 ธ.ค. 13, 12:02

ชาร์ลส์กลับไปถึงป่าใหญ่ในวิสคอนซินอีกครั้ง    สู่บ้านไม้ซุงที่จากมา   ในตอนแรกเจ้าของใหม่ที่บอกคืนบ้านยังไม่ย้ายออก   ครอบครัวอิงกัลส์จึงต้องไปอาศัยอยู่ชั่วคราวกับลุงเฮนรี่     เด็กๆก็ได้เล่นกันเป็นครอบครัวใหญ่อีกครั้ง จนกระทั่งเจ้าของใหม่ย้ายออกไป  ชาร์ลส์ก็พาลูกเมียกลับสู่บ้านเดิมที่เขาสร้างและเป็นที่เกิดของลูกสาวทั้งสอง
ชาร์ลส์กลับไปปลูกพืชผลในที่หักร้างถางพงกลางป่า เหมือนอย่างที่เคยทำอีกครั้ง     ลอร่าเติบโตพอจะจำความได้แล้วในตอนนี้ เธอบันทึกรายละเอียดชีวิตในแต่ละช่วงของฤดูกาล ตั้งแต่การสะสมอาหารในปลายฤดูใบไม้ร่วงเตรียมไว้ก่อนหิมะตก     ค่ำคืนที่อบอุ่นข้างไฟในเตาผิง มีเสียงซอของพ่อให้ความสุขสนุกสนานตลอดเวลาที่หิมะตกหนักภายนอก    จนหิมะละลาย   เด็กๆออกไปวิ่งเล่นนอกบ้านได้อีกครั้ง   และเมื่อฤดูร้อนมาเยือน ญาติๆก็มาเยี่ยมเยียนกัน
ความทรงจำอันแสนสุขในรอบสองที่กลับบ้านในป่าใหญ่  ถูกบันทึกไว้ในหนังสือ "บ้านเล็กในป่าใหญ่" ที่เป็นตอนแรกของนิยายชุดนี้     เพียงแต่ลอร่าสร้างให้เป็นชีวิตแรกเริ่มตั้งแต่เกิดจนห้าขวบ    ไม่ใช่ชีวิตรอบสองในป่าใหญ่อย่างในชีวิตจริงเบื้องหลัง

ช่วงชีวิตนี้เป็นช่วงที่มีความสุขที่สุดของเธอ    เมื่อถ่ายทอดผ่านตัวอักษรมาถึงคนอ่าน     คนอ่านทั่วโลกก็สัมผัสความสุขใจในบ้านน้อยหลังนี้ได้   และพลอยเป็นสุขไปด้วย   นิยายเรื่องนี้จึงประสบความสำเร็จชั่วข้ามคืน


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 35  เมื่อ 28 ธ.ค. 13, 13:26

  แมรี่อายุหกขวบ เริ่มไปโรงเรียนที่อยู่ห่างจากบ้านไป 1 ไมล์   ลอร่าอยากไปมากแต่เธอยังเล็กเกินกว่าจะไปได้   เธอก็เลยหัดอ่านอยู่ในบ้านโดยมีแม่เป็นคนสอน      สิ่งที่พ่อแม่ชอบตรงกันคือหนังสือ ในบ้านมีอยู่หลายเล่ม   ตอนค่ำแม่จะอ่านหนังสือดังๆให้พ่อและลูกฟัง    ดังนั้นเมื่อลอร่าหัดอ่านหนังสือเธอก็เลยอ่านได้เร็วเพราะมีพื้นฐานมาจากฟังแม่อ่านดังๆแล้วก่อนหน้านี้
   เมื่อลอร่าโตพอจะไปเรียนหนังสือได้ เธอก็ตามพี่สาวไปเรียนด้วย    ลอร่าสนุกกับชีวิตนักเรียนมาก   เธอไม่เคยร้องไห้โยเยไม่ยอมไปร.ร.   หรือขี้เกียจอ่านขี้เกียจเขียน      ความรักหนังสือที่ถ่ายทอดจากพ่อแม่ ทำให้ลอร่ารักการอ่านและเขียน    สิ่งนี้เป็นภูมิหลังที่มั่นคงรองรับความเป็นนักเขียนของเธอในห้าสิบกว่าปีต่อมา

    แต่ความสุขในชีวิตช่วงนี้ก็จบลงใน 2 ปี ในเมื่อต้องเลี้ยงปากท้องเพิ่มขึ้น เป็น 5 คนในบ้าน   งานหักร้างถางพงในป่าเพื่อปลูกไร่ข้าวโพดและข้าวสาลีเป็นงานหนักเกินไปสำหรับชาร์ลส์   ปัญหาใหญ่คือต้นไม้ต้นเล็กต้นน้อยในดินที่แตกแขนงใหม่ให้ต้องขุดทิ้งไปเรื่อยไม่รู้จักจบ        ประกอบกับมีผู้อพยพมาตั้งบ้านเรือนกันจนคับคั่ง ล่าสัตว์ได้ยากขึ้นทุกที      เขาก็อยากจะอพยพอีกครั้งตามนิสัยผู้ไม่ชอบอยู่กับที่       คราวนี้เขาตัดสินใจไปแสวงหาถิ่นฐานใหม่ในรัฐมินเนโซตา ซึ่งเป็นรัฐติดกันกับวิสคอนซิน อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือ   ไม่ไกลอย่างแคนซัส


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 36  เมื่อ 29 ธ.ค. 13, 07:20

คราวนี้ชาร์ลส์มีเพื่อนร่วมเดินทางด้วย คือปีเตอร์พี่ชายของเขากับอีไลซ่าภรรยาซึ่งเป็นน้องสาวของแคโรไลน์  ตัดสินใจจะโยกย้ายถิ่นฐานไปมินเนโซตาด้วยกัน       ในตอนแรกแคโรไลน์ไม่เต็มใจที่จะอพยพออกจากป่าใหญ่ไประเหเร่ร่อนอยู่ตามทุ่งกว้างไกลจากความเจริญ     แต่ในเมื่อมีครอบครัวพี่น้องไปด้วยกัน เธอก็รู้สึกว่ายังดีกว่าไปกันตามลำพังเหมือนครั้งไปอยู่แคนซัส

ชาร์ลส์ขายบ้านไม้ซุงและที่ดินไปในราคา 1,000 ดอลล่าร์ เอาไปตั้งตัวในดินแดนใหม่     ท่ามกลางความหนาวทารุณเต็มไปด้วยหิมะตกหนัก  ครอบครัวทั้งสองก็ต้องออกเดินทางไปในเกวียนประทุน     ท่ามกลางความห่วงใยและไม่เห็นด้วยของญาติพี่น้อง แต่ทุกคนก็รู้ว่าไม่มีทางเลือก  ชาร์ลส์กับปีเตอร์จะต้องเดินทางข้ามทะเลสาบเปปินเพื่อข้ามเขตเข้าในรัฐมินเนโซตา     และต้องเลือกกลางฤดูหนาวที่ทะเลสาบเป็นน้ำแข็งหนาทึบพอที่เกวียนจะเดินทางข้ามไปได้      ถ้ารอให้อากาศอุ่นกว่านี้ น้ำแข็งจะเริ่มบางลงและแตกง่าย ทำให้ม้าและเกวียนตกลงไปในน้ำเย็นเจี๊ยบไหลเชี่ยวใต้ทะเลสาบ  จมน้ำตายกันหมดที่นั่น

ลอร่าเดินทางไปในความหนาวต่ำกว่าศูนย์องศาไม่รู้ว่าเท่าไหร่    ไปในเกวียนประทุน    ต้องข้ามทะเลสาบไปจนขึ้นฝั่งจึงจะก่อไฟ  ผิงไฟกันหนาวกันได้ 





บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 37  เมื่อ 29 ธ.ค. 13, 08:06

    ข้ามทะเลสาบเปปินมาได้ก็เข้าเขตมินเนโซตา      ถึงเมืองเลคซี้ตี้  ครอบครัวที่เผชิญความหนาวนี้ก็เข้าไปพักชั่วคราวในโรงแรม  ตรงกับวันเกิดอายุครบ 7 ขวบของลอร่าพอดี     พ่อออกจากโรงแรมฝ่าความหนาวไปซื้อของขวัญมาให้ลูก คือหนังสือรวมบทกวีนิพนธ์ ชื่อ The Floweret   
    เขตที่ทั้งสองครอบครัวมาถึงคือมินเนโซตาตะวันออก     ลุงปีเตอร์พบฟาร์มแห่งหนึ่งที่เขาอยากจะปักหลักลงที่นั่น   อ ยู่ริมแม่น้ำซัมบโร    ส่วนชาร์ลส์อยากจะเดินทางต่อไปทางตะวันตกของรัฐ    ดังนั้นสองครอบครัวก็ตกลงจะแยกทางกัน    ชาร์ลส์พาครอบครัวเดินทางต่อไปตามลำพัง
    ในที่สุดเขาก็มาถึงหมู่บ้านเล็กๆชื่อวอลนัท โกรฟ   เป็นหมู่บ้านใหม่เพิ่งตั้งได้แค่ 3  ปี   ชาวบ้านส่วนใหญ่มีเชื้อสายนอร์เวย์      เขาพบชาวนอร์เวย์คนหนึ่งต้องการจะขายที่ดินริมลำธารชื่อพลัมครี้กห่างหมู่บ้านออกไปอีกหน่อย   เนื้อที่ 172 เอเคอร์    รวมบ้านโพรงดิน คือบ้านที่ขุดเข้าไปริมตลิ่ง เป็นห้องเล็กๆขนาดเท่าเกวียน    มีพื้นหญ้าแทนหลังคา    รายรอบด้วยที่ดินซึ่งหว่านข้าวสาลีเอาไว้เบาบาง
    ชาร์ลส์ตกลงซื้อที่ดินผืนนั้น   เพื่อลงหลักปักฐานอยู่ในมินเนโซตา
    ชีวิตช่วงนี้อยู่ในนิยายบ้านเล็ก ตอนที่ชื่อว่า   On the Banks of Plum Creek ค่ะ


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 38  เมื่อ 29 ธ.ค. 13, 10:47

เป็นครั้งแรกในชีวิตที่หนูน้อยลอร่าวัย 7 ขวบต้องมาอยู่บ้านที่ขุดลึกเข้าไปในดิน     เรียกว่า dugout    บ้านแบบนี้สร้างง่ายกว่าบ้านไม้ซุง และลงทุนน้อยกว่ามาก    คือหาบริเวณที่เป็นตลิ่งชนิดชัน หรือเนินเขาเตี้ยๆ  แล้วขุดจากด้านข้างเข้าไปเป็นห้อง   จากนั้นก็ทุบผนังให้เรียบและแน่น     ด้านหน้าอาจจะใช้ไม้ซุง หรือไม้กระดาน หรืออิฐหินเรียงซ้อนกันเป็นผนัง  มีประตูเปิดเข้าไปได้  ส่วนหน้าต่างก็เจาะเอา ให้มีแสงสว่างลอดเข้ามา    ส่วนหลังคา ใช้กิ่งไม้ใหญ่ๆประสานกันแล้วเอาดินแผ่นปูทับอีกที   หญ้าบนดินก็จะขึ้นเขียวงอกงามยึดกันเอาไว้เป็นหลังคา
บ้านโพรงดินจะเย็นในฤดูร้อน และอบอุ่นในฤดูหนาว ไม่เปลืองฟืน



คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 39  เมื่อ 29 ธ.ค. 13, 10:47

บ้านโพรงดินตามในภาพประกอบในหนังสือ บ้านเล็ก


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 40  เมื่อ 29 ธ.ค. 13, 10:49

บ้านโพรงดินของลอร่าสาบสูญไปนานแล้ว  แต่ทางการในเมืองวอลนัท โกรฟ  ค้นหาจนเจอว่ามันเคยอยู่ตรงไหน แล้วทำป้ายไว้เป็นอนุสรณ์


บันทึกการเข้า
kulapha
มัจฉานุ
**
ตอบ: 96


ความคิดเห็นที่ 41  เมื่อ 31 ธ.ค. 13, 19:02

ขอบคุณคุณเทาชมพูมากเลยค่ะสำหรับเบื้องหลังชีวิตต้องสู้ของลอร่า

รออ่านต่อนะคะ

กระทู้นี้เลยทำให้ตัวเองต้องไปค้นกรุหนังสือ นิตยสารเก่าๆ
จำคลับคล้ายคลับคลาว่า เคยมีใครวิจารณ์ผลงานชุดบ้านเล็กนี้ไว้
แล้วก็เจอจริงๆ

"...จากที่ซึ่งดวงตะวันฉายแสง
หนังสือชุดบ้านเล็ก บันทึกประวัติศาสตร์สังคมของอเมริกันยุคบุกเบิก"
โดย สันติ นามธรรม
ตีพิมพ์ในนิตยสาร โลกหนังสือ ปีที่ 2 ฉบับที่ 4 มกราคม 2522  12 บาท เจ๋ง

ไว้คุณเทาชมพูเล่าเรื่องจบก่อน ค่อยนำเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยจากบทความนี้มาเสริมเพิ่มเติมแล้วกันค่ะ
มีชีวประวัติของ" สุคนธรส "ผู้แปลหนังสือชุดนี้ด้วยค่ะ ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 42  เมื่อ 02 ม.ค. 14, 07:58

ขอสวัสดีปีใหม่ทุกท่านที่แวะเข้ามาในกระทู้นี้ค่ะ   ดีใจมากที่พบว่ามีหลายท่านเคยอ่าน และชอบเรื่องนี้เช่นเดียวกับดิฉัน
จะได้มีกำลังใจคุยต่อไปนานๆ     ถ้าอยากจะเสริม หรือส่งเสียงกระแอมกระไอบ้างก็เชิญนะคะ  ดิฉันจะได้ไม่ต้องคุยอยู่ฝ่ายเดียว

ขอกำนัลด้วยอาหารปีใหม่ในบ้านเล็ก ตอน "ริมทะเลสาบสีเงิน"  By the Shore of Silver Lake
อาหารเช้าปีใหม่ที่ลอร่าได้ลิ้มรสครั้งแรก บอกตัวเองว่าไม่เคยกินซุปอะไรอร่อยเท่านี้  คือซุปหอยนางรม   รับประทานกับขนมปังหอยอันเล็กๆ (รูปล่าง)ค่ะ



บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 43  เมื่อ 02 ม.ค. 14, 08:52

เป็นครั้งแรกในชีวิตที่หนูน้อยลอร่าวัย 7 ขวบต้องมาอยู่บ้านที่ขุดลึกเข้าไปในดิน     เรียกว่า dugout    บ้านแบบนี้สร้างง่ายกว่าบ้านไม้ซุง และลงทุนน้อยกว่ามาก    คือหาบริเวณที่เป็นตลิ่งชนิดชัน หรือเนินเขาเตี้ยๆ  แล้วขุดจากด้านข้างเข้าไปเป็นห้อง   จากนั้นก็ทุบผนังให้เรียบและแน่น     ด้านหน้าอาจจะใช้ไม้ซุง หรือไม้กระดาน หรืออิฐหินเรียงซ้อนกันเป็นผนัง  มีประตูเปิดเข้าไปได้  ส่วนหน้าต่างก็เจาะเอา ให้มีแสงสว่างลอดเข้ามา    ส่วนหลังคา ใช้กิ่งไม้ใหญ่ๆประสานกันแล้วเอาดินแผ่นปูทับอีกที   หญ้าบนดินก็จะขึ้นเขียวงอกงามยึดกันเอาไว้เป็นหลังคา
บ้านโพรงดินจะเย็นในฤดูร้อน และอบอุ่นในฤดูหนาว ไม่เปลืองฟืน

นึกถึงบ้านโพรงดินของพวกฮอบบิทที่นิวซีแลนด์ กำลังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมทีเดียว  ยิงฟันยิ้ม

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 44  เมื่อ 02 ม.ค. 14, 09:28

^


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 9
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.036 วินาที กับ 19 คำสั่ง