เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9 ... 26
  พิมพ์  
อ่าน: 119854 โครงกระดูกในตู้ โดยคึกฤทธิ์ : ข้อเท็จจริงจากการชันสูตร
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10997


ความคิดเห็นที่ 90  เมื่อ 02 พ.ย. 13, 17:51

พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นพิทยลาภพฤฒิธาดาได้กราบบังคมทูลว่า กรมโยธาธิการยังไม่ได้รับที่ดินที่ถนนจะตัดผ่านจากกระทรวงนครบาลและยังไม่ได้ประกาศให้ราษฎรรื้อถอนบ้านเรือนเพราะยังทำแผนที่และบัญชีบ้านเรือนที่จะต้องรื้อถอนยังไม่เสร็จ จนกระทั่ง พ.ศ. 2441 การเวนคืนที่ดินก็ยังไม่เรียบร้อย เช่น ยังติดขัดที่เรือนหม่อมเจ้าดำรงค์ หม่อมเจ้าอเนก และพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าปรีดา พระโอรสในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนวรจักรธรานุภาพ ซึ่งกีดขวางแนวถนน รวมทั้งสะพานเฉลิม 45 ก็อยู่ในแนวถนนวรจักรด้วยเช่นกัน ต่อมาจึงได้มีการประกาศให้ราษฎรรื้อถอนบ้านเรือนออกจากแนวถนนเพื่อให้กรมโยธาธิการก่อสร้างถนน ซึ่งพระราชทานนามไว้ว่าถนนวรจักร จนสำเร็จ

ยังไม่จบ แล้วเรือนพี่ๆน้องๆที่เกาะกลุ่มกันขวางแนวถนนอยู่นั่น รวมเรือนของพระองค์เจ้าปรีดาเข้าไปด้วยได้ไง ท่านไม่ได้ครองตำหนักใหญ่อย่างที่ว่าไว้ในโครงกระดูกในตู้หรือขอรับ ? ? ?


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10997


ความคิดเห็นที่ 91  เมื่อ 02 พ.ย. 13, 17:57

ขอโทษนะคุณหลานหนุ่มรัตนะสยาม อย่าหาว่าอาว่าอย่างโน้นอย่างนี้เลย ถ้าเชื่อแนวถนนของคุณว่าเป็นอย่างที่ขีดมาแล้ว อาคงต้องปาหนังสือโครงกระดูกในตู้ทิ้ง ณ บัดนาว เพราะข้อมูลกลับขาวเป็นดำตลอดเช่นนวนิยาย

หลานลองขยับเส้นของหลานมาอีกนิดได้ไหมเล่า ให้เส้นถนนมันเข้ามาทับวังวรจักรสักหน่อย แผนที่กับข้อมูลในหนังสือจะได้ไปด้วยกันได้
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7156


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 92  เมื่อ 02 พ.ย. 13, 18:11

อยากรู้อีกอย่างว่าโรงบ่อน และ/หรือ โรงหวย ใกล้ๆวัดราชนัดดา มีบ้างไหมคะ
เด็กอายุ 8 ขวบคงไม่กระเดียดกระจาดพุทราไปขายไกลจากบ้าน ในตอนมืดค่ำ    หม่อมยายน่าจะเป็นห่วง

ข้างวังกรมขุนวรจักร ของพระองค์เจ้าปรีดา
มรว. อังกาบ ปลูกเรือนปั้นหยา
มรว. จีบ ปลูกเรือนแตะ
มรว. ชื่น ปลูกเรือนฝากระดาน
ปลูกเรือนข้าง ๆ วัง
 
ม.ร.ว. ทั้งสามเป็นใครกันหนอ  ลูกหม่อมเจ้าในราชสกุลปราโมชเป็นแน่   ปลูกเรือนด้วยฐานะที่แตกต่างกัน   ถ้าเป็นลูกของพระองค์เจ้าปรีดา เหตุใดมรดกถึงไปตกอยู่กับน้องๆ


โรงบ่อนตำบลที่ใกล้ที่สุด ก็อยู่ที่ หน้าวัดปรินายก ครับ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10997


ความคิดเห็นที่ 93  เมื่อ 02 พ.ย. 13, 18:17

ฮือ ใกล้จริง

ในสำมะโนประชากรไม่มีม.จ.คำรบหรือครับ
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7156


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 94  เมื่อ 02 พ.ย. 13, 18:25

ขอโทษนะคุณหลานหนุ่มรัตนะสยาม อย่าหาว่าอาว่าอย่างโน้นอย่างนี้เลย ถ้าเชื่อแนวถนนของคุณว่าเป็นอย่างที่ขีดมาแล้ว อาคงต้องปาหนังสือโครงกระดูกในตู้ทิ้ง ณ บัดนาว เพราะข้อมูลกลับขาวเป็นดำตลอดเช่นนวนิยาย

หลานลองขยับเส้นของหลานมาอีกนิดได้ไหมเล่า ให้เส้นถนนมันเข้ามาทับวังวรจักรสักหน่อย แผนที่กับข้อมูลในหนังสือจะได้ไปด้วยกันได้

แนวถนนเทียบกับแผนที่สองระวาง พศ 2430 กับ พศ 2450 จะเห็นแนวถนนวรจักรไม่ได้ทับหรือโดนกำแพงวังวรจักรแม้แต่น้อยเลยนะ

ในแผนที่จะเห็นกำแพงวังวรจักรยังอยู่เหมือนเดิม  แนวลำรางน้ำติดถนน ก็กลายเป็นแนวปลูกห้องแถวในเวลาต่อมา


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10997


ความคิดเห็นที่ 95  เมื่อ 02 พ.ย. 13, 18:32

งั้นก็ตีความว่า เรือนพระองค์เจ้าปรีดาที่ปลูกให้หลานๆที่เป็นม.ร.ว.อยู่ก็แล้วกัน ส่วนตัวท่านอยู่ที่ตำหนักเสด็จพ่อ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30830

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 96  เมื่อ 02 พ.ย. 13, 18:34

โรงบ่อนตำบลที่ใกล้ที่สุด ก็อยู่ที่ หน้าวัดปรินายก ครับ

หม่อมยายใช้หม่อมเจ้าหลาน 8 ขวบเดินไกลเหมือนกันนะคะ  จากวัดราชนัดดาไปวัดปรินายก 
ค่ำๆมืดๆแล้วด้วย  สมัยนั้นสองทุ่ม เด็กก็เข้านอนกันหมดแล้ว


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7156


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 97  เมื่อ 02 พ.ย. 13, 18:43

ให้ดูแนวถนนวรจักรอีกระวาง คือ พ.ศ. 2453 เส้นแดงคือแนวถนนวรจักร ก็ยังคงไม่ทับที่วังนะครับ

สีเขียวด้านล่างคือ โรงละครพระองค์เจ้าปรีดา


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10997


ความคิดเห็นที่ 98  เมื่อ 02 พ.ย. 13, 19:14

เอาละครับ ชัดเจน ชัดเจน

เอาเป็นอย่างที่ผมว่าเมื่อกี้ก็แล้วกัน เรือนที่ถูกเวนคืนชื่อเป็นของพระองค์เจ้าปรีดา แต่ปลูกไว้ให้หลานๆอยู่

ส่วนเรือนหม่อมย่าของท่านผู้เขียน คงต้องอยู่ในบริเวณวัง ต่อมาพระองค์เจ้าคำรบได้ครอบครอง แล้วถูกเวนคืนทำถนนเจ้าคำรพ น่าจะเป็นหลังไหนหนอ ผมยังงงไม่เลิกว่าตอนเกิดเหตุ ม.ร.ว.ดวงใจถูกจับตัวไป ทำไมท่านคำรบน้อยจึงถูกทิ้งให้ร้องไห้อยู่คนเดียวจนใกล้เพล ลำบากหม่อมยายต้องมารับตัวไปเลี้ยงแบบลำบากลำบน

คนทั้งวังไปไหน นี่เล่นตัดหางปล่อยวัดกันถึงขนาดนี้เลยหรือ ม.จ.ฉวีวาดทำผิดคดีอาญาของเจ้าด้วยเรื่องอะไร เรื่องข้อหากบฏก็พิสูจน์กันไปแล้วว่าไม่ใช่ เหลือแต่คดีหนีพระสามีไปนอกพระราชอาณาจักรกับเขมรชื่อนายเวรผึ้ง..?
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30830

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 99  เมื่อ 02 พ.ย. 13, 21:12

คุณ siamese คะ   ดิฉันค้นเรื่องโรงละครปรีดาไม่เจอค่ะ  เจอแต่โรงละครปรีดาลัยของกรมพระนราธิปฯ   คุณ siamese พอจะหารูปหรือเล่าย่อๆให้ฟังหน่อยได้ไหมคะ  ว่าเป็นโรงละครชนิดอะไร   แบบไหน
ถ้าเป็นละครรำ  ตัวแสดงเป็นมรดกตกทอดจากเจ้าจอมอำภา คุณย่าของพระองค์ปรีดาหรือเปล่า

วังวรจักรในรัชกาลที่ 5 หลังกรมขุนวรจักรฯสิ้นพระชนม์แล้ว   ดูจากแผนที่เห็นจะไม่โรยรา  แต่คึกคักด้วยผู้คนทั้งหม่อมเจ้าน้องๆของพระองค์เจ้าปรีดา   เหล่าบริวารทั้งหลาย แถมด้วยโรงละครอีกหนึ่งโรง ตัวแสดงก็คงจะขึ้นอยู่กับพระองค์เจ้าปรีดา ปลูกบ้านช่องกันอยู่ใกล้ๆ    อุ่นหนาฝาคั่งทีเดียว

ผมยังงงไม่เลิกว่าตอนเกิดเหตุ ม.ร.ว.ดวงใจถูกจับตัวไป ทำไมท่านคำรบน้อยจึงถูกทิ้งให้ร้องไห้อยู่คนเดียวจนใกล้เพล ลำบากหม่อมยายต้องมารับตัวไปเลี้ยงแบบลำบากลำบน
คนทั้งวังไปไหน นี่เล่นตัดหางปล่อยวัดกันถึงขนาดนี้เลยหรือ
ถ้าหากว่าความทรงจำของหม่อมเจ้าคำรบน้อยแม่นยำจริงๆ  มันก็บอกบ่งว่า ชีวิตความเป็นอยู่ของท่านย่าดวงใจหลังสิ้นกรมขุนวรจักรฯต้องโดดเดี่ยวโฮมอะโลนอยู่มาก    เรือนที่ท่านอยู่คงเป็นเรือนที่กรมขุนวรจักรปลูกประทานให้เป็นสิทธิ์ของท่านย่า   แต่มิได้เกี่ยวข้องกับหม่อมเจ้าอื่นๆในวังวรจักร
ลองนับอายุกันดูนะคะ
พระองค์เจ้าปรีดาประสูติพ.ศ. 2378   ส่วนม.จ.เมาฬีพี่สาวคนโตของพระองค์เจ้าคำรบ ประสูติ 2396   อ่อนกว่าพี่ชายองค์ใหญ่ 18 ปี   แทบว่าจะเป็นพ่อลูกกันได้  เพราะเมื่อกรมขุนวรจักรฯมีพระองค์เจ้าปรีดา พระองค์ท่านมีพระชันษา 19 ปีเอง

เมื่อน้องสาวต่างแม่ทรงอุแว้ออกมา    พระองค์ปรีดาเป็นหนุ่มแล้ว  เป็นได้ว่าท่านกับหม่อมดวงใจอายุห่างกันไม่กี่มากน้อย   พระองค์ปรีดาจึงไม่มีเหตุอะไรจะต้องเกรงใจแม่เลี้ยง
เมื่อสิ้นกรมขุนวรจักร   ดูจากรูปการณ์แล้วพระองค์ปรีดาต้องแบกภาระในฐานะพี่คนโต   ท่านต้องปกครองน้องๆที่แยกเรือนแต่ไม่ได้แยกเขตวัง      คนไหนไม่อยากพึ่งท่านก็แยกตัวออกไปพึ่งเจ้านายอื่น   แต่ก็คงเหลือน้องอีกมากมายหลายสิบองค์  
ท่านจึงมิได้ยื่นมือเข้ามาช่วยแบกภาระน้องๆที่เกิดจากหม่อมราชวงศ์ดวงใจ    ส่วนเจ้าน้องอื่นๆของท่านที่พึ่งใบบุญพี่ชายอยู่ก็คงคิดอย่างเดียวกัน
นี่ก็คือคำตอบว่าเหตุใดท่านคำรบน้อยจึงต้องร้องไห้อยู่องค์เดียวหลายชั่วโมง     และต้องออกไปอยู่กับหม่อมยาย ทั้งๆฐานะหม่อมยายก็ขัดสนเกินกว่าจะรับเลี้ยงหลานให้กินดีอยู่ดีได้
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30830

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 100  เมื่อ 02 พ.ย. 13, 21:23

มาถึงตรงนี้ก็เลยตีความต่อมาอีกหน่อย เรื่องฐานะหม่อมของหม่อมย่าดวงใจ   ดูจากอายุของหม่อมเจ้าราชสกุลปราโมช  พบว่ามีอะไรให้น่าวิเคราะห์เหมือนกัน

พระองค์เจ้าปรีดาประสูติปี 2378  เมื่อเสด็จพ่อมีพระชันษา 19 ปี(กรมขุนวรจักรฯประสูติพ.ศ. 2359) น้องชายองค์รองลงไปจากพระองค์เจ้าปรีดาชื่อม.จ.พยับ ประสูติพ.ศ. 2386  อ่อนกว่าท่านถึง 8 ปี   องค์นี้สิ้นไปเมื่อพ.ศ. 2320 ก่อนเกิดเหตุริบราชบาตร 2 ปี
องค์ที่สามและสี่เป็นหม่อมเจ้าหญิงชายที่ไม่มีพระนาม คงจะสิ้นเมื่อเยาว์วัย
จากนั้น ก็มีม.จ.เมาฬี  ลูกสาวคนแรกของหม่อมดวงใจเมื่อพ.ศ. 2396  

ถัดจากนั้น กรมขุนวรจักรฯทรงมีโอรสธิดาถี่ยิบทุกปีเลย  บางปีมี 2 องค์  มีเรื่อยไปจนพ.ศ. 2415  พระชนม์ 57 ปีก็ยังมีพระโอรสอยู่  ในจำนวน 53 องค์มี 13 องค์ที่ไม่รู้ปีเกิด  รู้แต่ปีที่สิ้น
จะให้ตีความว่ากระไร  ?
ดิฉันตีความว่า ในตอนแรกกรมขุนวรจักรฯอาจมีหม่อมคนเดียวคือหม่อมแม่ของพระองค์ปรีดา    ลูกคนที่หนึ่ง สอง สาม สี่ ทิ้งช่วงห่างกันมาก  อาจเป็นได้ว่าท่านยังไม่มีหม่อมจำนวนมากนัก อาจจะคนหรือสองคน
แต่หลังจากมีหม่อมดวงใจแล้ว  ท่านมีหม่อมอื่นๆตามมาเป็นพรวน จนโอรสธิดาปาเข้าไป 53 องค์  

ข้อนี้บ่งบอกว่า  หม่อมใหญ่ที่กรมขุนวรจักรอาจจะรักมาก หรือไม่ก็เกรงใจมาก ไม่มีชีวิตอยู่แล้ว  ท่านจึงมีหม่อมรอง และนางเล็กๆไม่จำกัด
เมื่อหม่อมใหญ่ไม่อยู่แล้ว  หม่อมย่าดวงใจเป็นหม่อมอันดับรองที่อาวุโสสูงกว่าเพื่อน  มีลูกรวมกัน ๗ องค์ มากกว่าหม่อมอื่นๆจึงได้ชื่อว่าเป็นหม่อมใหญ่  แต่มิใช่หม่อมชายาเอกดั้งเดิม  
ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ก็ถือข้อนี้   จึงเขียนว่าคุณย่าของท่านเป็นหม่อมใหญ่ในกรมขุนวรจักร   โดยข้ามหม่อมแม่ของพระองค์เจ้าปรีดา เจ้าของวังมรดกตกทอดไป
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7156


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 101  เมื่อ 02 พ.ย. 13, 21:45

อาคารที่ทำสีเขียว คือ โรงหนังฝรั่งขิงพระองค์เจ้าปรีดา ครับ ตั้งอยู่บนถนนเจริญกรุง
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30830

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 102  เมื่อ 02 พ.ย. 13, 21:57

ไปค้นโรงหนังพระองค์เจ้าปรีดา เจออยู่หลายเว็บค่ะ
ในเว็บโอเคเนชั่นที่แนะนำหนังสือ ตำนานโรงหนัง ของ ธนาทิพ ฉัตรภูมิ  บอกว่า

"จากโรงหนังแห่งแรกของประเทศไทย แม้มีจุดเริ่มต้นแต่ก็ยังไม่ใช่โรงหนังถาวร จนเมื่อปี 2448 โทโมโยริ วาตานาเบะ ได้จัดตั้งโรงหนังถาวรแห่งแรก บริเวณเวิ้งหลังวัดชัยชนะสงคราม หรือวัดตึก ถนนเจริญกรุง ซึ่งปัจจุบันเรียกว่า เวิ้งนาครเขษม  จนถูกเรียกขานว่าโรงหนังญี่ปุ่น หลังจากนั้นโรงหนังต่างๆ ได้กำเนิดขึ้นบนแผ่นดินสยาม โรงหนังกรุงเทพซีนีมาโตกราฟ หรือโรงหนังวังเจ้าปรีดา ในปี 2450 โรงหนังสามแยก และโรงหนังบางรัก ในปี 2451 โรงหนังรัตนปีระกา 2452 โรงหนังพัฒนากร ปี 2453"

ในพ.ศ. 2422   วังวรจักรยังไม่มีโรงหนัง  ถ้างั้นมีโรงละครมาก่อนหรือเปล่าคะ?
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10997


ความคิดเห็นที่ 103  เมื่อ 02 พ.ย. 13, 22:17

นี่ตกลงเราจะยอมเชื่อโดยดีหรือครับว่า คนทั้งวังวรจักร ทั้งหม่อมเจ้า หม่อมราชวงศ์ชายหญิง ภริยาสามี และผู้อยู่อาศัยเป็นร้อย ไม่มีใครแยแสต่อหม่อมเจ้าชายองค์น้อย ให้นั่งหิวข้าวร้องไห้อยู่คนเดียว เพราะรังเกียจพี่สาวของเด็กที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ท่านคำรบน้อยไม่เคยมีญาติสนิทรุ่นราวคราวเดียวกันในวัง ที่ถือเป็นเพื่อนมาช่วยปลอบประโลมเลยกระนั้นหรือ

มันขาดมนุษยธรรมไปหน่อยมั๊ง
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30830

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 104  เมื่อ 02 พ.ย. 13, 22:35

ตอนอ่านตอนนี้ก็ตะหงิดๆค่ะ      แต่คนละประเด็นกับท่านนวรัตน   คือแปลกใจว่าทำไมพี่สาวทั้ง ๔ องค์(ความจริง ๓ องค์)  ทิ้งน้องอายุ ๘ ขวบไว้คนเดียวได้ลงคอ    ต่างองค์ต่างขนของพรึ่บเดียวเข้าวังหลวงกันหมด    ไม่เหลียวแลแม้แต่ว่าน้องเล็กจะมีอะไรกินหรือเปล่า
ปกติ ถ้าคนเรามีความจำเป็นต้องอพยพ  ต่อให้รีบด่วนยังไงก็ตาม  ( เหมือนตอนหนีน้ำท่วมปี 2554)  ยังไงก็ต้องหาที่อยู่ให้น้องนุ่งลูกหลานเล็กๆในบ้าน   เอาไปด้วยไม่ได้ก็ต้องเอาไปฝากไว้กับญาติ  หรือเพื่อนที่ไว้ใจได้ชั่วคราว
พระองค์เจ้าคำรบยังเด็กพอที่พี่สาวจะพาเข้าวังด้วยได้   ทำไมทุกองค์ไม่มีใครคิดจะหอบหิ้วน้องชายไปด้วยสักองค์    แม้แต่ทรงเข้าไปพึ่งพระอรรคชายาได้แล้ว   ก็ไม่มีเจ้าพี่องค์ไหนย้อนกลับมารับน้องชาย    ทิ้งให้เดินขายพุทราอยู่ตั้งหลายเดือน  จนกรมพระยาสุดารัตนฯซึ่งมิได้เป็นญาติสายตรงเลยสักหน่อย โปรดให้รับเข้าไปอยู่ด้วย  

แต่ตะหงิดแล้วก็ยังหาคำตอบไม่ได้   จึงต้องฝากเครื่องหมายคำถามไว้ต่อไป เผื่อใครจะไขปริศนาได้ค่ะ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9 ... 26
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.055 วินาที กับ 19 คำสั่ง