เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 21 22 [23] 24 25 26
  พิมพ์  
อ่าน: 77119 พม้า พม่า
เซ่งไต้ซิม
อสุรผัด
*
ตอบ: 7



ความคิดเห็นที่ 330  เมื่อ 31 ม.ค. 14, 17:56

Mt.Popa พู่กาม ที่เมืองพู่กามเราจะเจอนเหล่านี้คอยตามตื๊อขายของให้เราตามไปทุกที่ครับจนกว่าเราจะเข้าที่พักเค้าถึงจะเลิก



บันทึกการเข้า

ไม่ใช่ข้าไร้สามารถแต่ฟ้ามิให้โอกาสข้า
เซ่งไต้ซิม
อสุรผัด
*
ตอบ: 7



ความคิดเห็นที่ 331  เมื่อ 31 ม.ค. 14, 17:58

สวยจริงๆ



บันทึกการเข้า

ไม่ใช่ข้าไร้สามารถแต่ฟ้ามิให้โอกาสข้า
เซ่งไต้ซิม
อสุรผัด
*
ตอบ: 7



ความคิดเห็นที่ 332  เมื่อ 31 ม.ค. 14, 17:59

สาวพม่าก็สวยนะครับ อิอิ


บันทึกการเข้า

ไม่ใช่ข้าไร้สามารถแต่ฟ้ามิให้โอกาสข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 333  เมื่อ 01 ก.พ. 14, 10:50

ยินดีที่คุณเซ่งมานำเที่ยวพม่าอีกท่านหนึ่ง  ยิงฟันยิ้ม

Mt.Popa พู่กาม ที่เมืองพู่กาม


เมื่อพระเจ้าอโนรธามังช่อ แห่งราชวงศ์พุกาม นำศาสนาพุทธนิกายเถรวาทจากมอญเข้าสู่พม่า ในพุทธศตวรรษที่ ๑๘ ความเชื่อเรื่องนัตจึงถูกผสมผสานเข้ากับศาสนาพุทธ นัตถูกยกระดับให้เป็นนัตหลวง คือ นัตระดับประเทศ โดยพระองค์ได้ทำการตั้งศาลนัตหลวงขึ้นที่เขาโปปา หรือเรียกว่า มหาคีรีนัต ๑,๓๐๐ เมตร ใกล้เมืองพุกาม มีทั้งหมด ๓๗ องค์ โดยองค์สำคัญคือ นัตตัจจาเมง (หรือ นัตสักรา หรือ พระอินทร์), นัตพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้, นัตโยนบะเยง (นัตพระเจ้าเมกุฏิสุทธิวงศ์) เป็นต้น


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 334  เมื่อ 01 ก.พ. 14, 11:07

สวยจริงๆ


สองแห่งนี้อยู่คนละเมืองกระมัง 

เมืองพะอัน รัฐกะเหรี่ยง มีสถานที่ที่น่าสนใจอยู่หลายแห่ง วานคุณเซ่งพาเที่ยวหน่อย  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
เซ่งไต้ซิม
อสุรผัด
*
ตอบ: 7



ความคิดเห็นที่ 335  เมื่อ 01 ก.พ. 14, 19:31

ยินดีที่คุณเซ่งมานำเที่ยวพม่าอีกท่านหนึ่ง  ยิงฟันยิ้ม

Mt.Popa พู่กาม ที่เมืองพู่กาม


เมื่อพระเจ้าอโนรธามังช่อ แห่งราชวงศ์พุกาม นำศาสนาพุทธนิกายเถรวาทจากมอญเข้าสู่พม่า ในพุทธศตวรรษที่ ๑๘ ความเชื่อเรื่องนัตจึงถูกผสมผสานเข้ากับศาสนาพุทธ นัตถูกยกระดับให้เป็นนัตหลวง คือ นัตระดับประเทศ โดยพระองค์ได้ทำการตั้งศาลนัตหลวงขึ้นที่เขาโปปา หรือเรียกว่า มหาคีรีนัต ๑,๓๐๐ เมตร ใกล้เมืองพุกาม มีทั้งหมด ๓๗ องค์ โดยองค์สำคัญคือ นัตตัจจาเมง (หรือ นัตสักรา หรือ พระอินทร์), นัตพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้, นัตโยนบะเยง (นัตพระเจ้าเมกุฏิสุทธิวงศ์) เป็นต้น




ใช่ๆครับที่นี่นับถือนัตกันมาก (ฝรั่งจะออกเสียงว่า"แนส") ผมชอบองค์ที่ขี่ม้าถือขวดเหล้าครับเขาว่าเป็นเทพแห่งนักพนันด้วย555
บันทึกการเข้า

ไม่ใช่ข้าไร้สามารถแต่ฟ้ามิให้โอกาสข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 336  เมื่อ 04 ก.พ. 14, 15:31

ไปเที่ยวหงสาวดีต่อกันดีกว่า  ยิ้มเท่ห์

หงสาวดีมาจากภาษามอญว่า Hanthawaddy ช่ื่อในภาษาพม่าคือ พะโค (Bago) ตามชื่อแม่น้ำที่เมืองตั้งอยู่

เมื่อเข้ามาในเมือง ที่เกาะกลางถนนจะเห็นสัญลักษณ์ของเมืองคือรูปหงส์ ๒ ตัว ตัวเมียยืนอยู่บนหลังตัวผู้



ภาพโดย คุณน้องหอมแดง

มีที่มาจากตำนานที่ว่า

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระพุทธเจ้าเสด็จมาที่ดินแดนสุวรรณภูมิ หงส์สองผัวเมียบินมาเข้าเฝ้า แต่ทั่วบริเวณยังเป็นทะเล มีเกาะเล็ก ๆ เพียงเพาะเดียวโผล่ขึ้นมา จึงบินตรงไป ตัวผู้โผลงเกาะก่อน แล้วให้ตัวเมียบินลงเกาะหลังตัวผู้ เกิดพุทธทำนายว่า ในอนาคตบริเวณนั้นจะกลายเป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ พุทธศาสนารุ่งเรือง

ชาวพม่ารามัญเขาเชื่อกันอย่างนั้น  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 337  เมื่อ 04 ก.พ. 14, 15:41

คนไทยเมื่อมาถึงหงสาวดี เก้าสิบเก้าในร้อย (อีก ๑ คนทำไมไม่สนใจ โปรดติดตามตอนต่อไป  ยิ้มเท่ห์)ต้องถามถึง "วังบุเรงนอง"

รูปในตั๋วใบนี้คือ วังบุเรงนอง ราคาที่ระบุไว้คือ ๑๐ ดอลลาร์ หรือ ๑๐ ยูโร หรือ ๑๐,๐๐๐ จ๊าด  แปลกตรงที่ ๑๐ ดอลลาร์จริง ๆ แล้วค่าเท่ากับ ๑๐ ยูโรซะที่ไหน ตอนที่ไปเที่ยวจ่ายไป ๑๐ ดอลล์ สามารถเข้าชมโบราณสถานในเมืองหงสาวดีได้ทุกแห่ง  ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 338  เมื่อ 04 ก.พ. 14, 15:47

เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๓ รัฐบาลพม่าได้ขุดค้นพบซากของพระราชวังที่เหลือเพียงแค่ตอไม้ที่โผล่พ้นดินออกมาเท่านั้น


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 339  เมื่อ 04 ก.พ. 14, 15:53

รัฐบาลทหารในเวลานั้นต้องการให้สถานที่นี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมืองจึงเร่งสร้างพระราชวังจำลององค์ใหม่ขึ้นมา ฉาบด้วยสีทองทั้งหลัง ทั้งที่พื้นดินบริเวณโดยรอบได้ขุดพบโบราณวัตถุต่าง ๆ มากมาย และเชื่อว่ายังมีอยู่อีกจำนวนมากที่ยังไม่ถูกขุดขึ้นมา แต่ได้ถูกทางการสร้างพระราชวังทับลงไปแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง จึงมีอีก ๑ ในร้อยคนที่ประท้วงไม่ยอมมาเยี่ยมเยือนพระราชวังแห่งนี้  ตกใจ

ชื่อเป็นทางการของวังบุเรงนองคือ พระราชวังกัมโพชธานี Kambawzathadi Palace


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 340  เมื่อ 04 ก.พ. 14, 16:10

ภายในพระราชวัง ดูดาษ ๆ ไม่ค่อยปราณีตสักเท่าไร คงเนื่องมาจากการเร่งการก่อสร้าง


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 341  เมื่อ 04 ก.พ. 14, 16:11

ราชรถ  ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 342  เมื่อ 04 ก.พ. 14, 16:17

สีหสาสนบัลลังก์  ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 343  เมื่อ 05 ก.พ. 14, 11:03

พระราชวังกัมโพชธานีในความเห็นของไกด์ชาวพม่า และหนุ่มน้อยนักท่องเที่ยวชาวไทย

ติดตามได้ในคลิปข้างล่างนี้ นาทีที่ ๑๗.๒๐ - ๑๙.๒๐



คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 344  เมื่อ 09 ก.พ. 14, 11:13

"กรมโบราณคดีของพม่าได้จำลองพระราชวังหงสาวดี โดยจินตนาการขึ้นเองทั้งหมด"

จะว่าจินตนาการขึ้นเองก็อาจจะไม่ถูกต้องทีเดียว ท่านมุ้ยเขียนเล่าไว้ในหนังสือ "ตามรอยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช" ว่า เหล่าซายาของพม่าได้นำแผนผังจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทไปทำเป็นวังบุเรงนอง โดยให้เหตุผลว่า "วังหลวงของเราลอกแบบมาจากวัดในพุกาม"  ยิงฟันยิ้ม

ออกจากพระธาตุมุเตา อาจารย์สุเนตรกับอาจารย์ชาวพม่าชื่อ สยาอูเตงลาย (U Thein Hlaing) พาพวกเราเข้าไปดูวังของพระเจ้าบุเรงนอง ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองหงสาวดีตามที่คุณซีซาร์ เฟรดเดอริก ท่านว่า วังของพระเจ้าบุเรงนองสร้างขึ้นใหม่ทับรากของวังโบราณ ซึ่งจะเหลือแต่เสาของวังที่เป็นเสาไม้สักขนาดใหญ่ เสาไม้เหล่านี้มีร่องรอยของไฟไหม้ แสดงว่าวังของพระเจ้าบุเรงนองถูกเผาโดยฝีมือใครคนใดคนหนึ่งซึ่งผมคิดว่าน่าจะเป็นฝีมือของพวกยะไข่มากกว่าใครอื่น

สยาอูเตงลายพาพวกเราไปดูห้องบรรทมของพระเจ้าบุเรงนองก่อน เพราะที่นั่นเป็นพิพิธภัณฑ์ไปในตัว ตอนที่สร้างวังของพระเจ้าบุเรงนองก็ได้มีการถกเถึยงกันพอสมควร เหมือนกับที่เราเถียงกันเรื่องหลักศิลาจารึกหลักที่หนึ่งจริงหรือปลอมยังไงยังงั้นแหละครับ ฝ่ายหนึ่งนำโดยสยาดูหม่องหม่องทินผู้บอกว่าได้แผนผังของวังของพระเจ้าบุเรงนองมาจากแผนผังเก่าสมัยคองบอง ระบุว่าวังของพระเจ้าบุเรงนองหันหน้าไปทางทิศตะวันตก ส่วนสยาอื่น ๆ รวมมั้งสยาอูเตงลาย บอกว่าวังจะต้องหันหน้าไปทางทิศตะวันออกถึงจะถูก เถียงกันไปเถียงกันมาจนทางสยาอูหม่องหม่องทินชนะ เพราะอาวุโสมากกว่าและมีรัฐบาลพม่าหนุนหลัง ก็เลยสร้่างขึ้นมาโดยหันหน้าวังไปทางทิศตะวันตก ทำให้บรรดาเสนาอำมาตย์ที่จะต้องเข้าเฝ้าพระเจ้าบุเรงนองจะต้องเดินผ่านห้องบรรทมก่อน (อาจจะเป็นประพณีพม่าก็ได้ พวกเราคนไทยจะไปรู้อะไร) พอได้รับอนุมัติสร้างวังก็มีปัญหาอีก เพราะไม่มีใครรู้ว่าวังของพระเจ้าบุเรงนองหน้าตาเป็นอย่างไร เพราะไม่มีอะไรเหลือมาให้ดูเป็นตัวอย่าง แต่เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เพราะตามพระราชพงศาวดารพม่าระบุว่าพระเจ้าบุเรงนองนำแบบมาจากวังในอยุธยามาเป็นตัวอย่างในการสร้างวังของพระองค์ (ว่าไปแล้วผู้ที่สร้างวังของพระเจ้าบุเรงนองก็น่าจะเป็นช่างไทยที่พระเจ้าบุเรงนองนำตัวไปจากอยุธยา) เท่านี้ก็ได้เรื่อง พวกสยาของพม่าเดินทางเข้ามาดูวังในอยุธยาเพื่อนำไปทำเป็นต้นแบบ แต่น่าเสียดายที่วังในอยุธยาพังเหลือแต่ซากหมดแล้ว (ก็ใครล่ะทีั่ทำให้พังจนเหลือแต่ซาก) คณะสร้างวังของพระเจ้าบุเรงนองเลยต้องมาดูวังในกรุงเทพฯ เพื่อนำไปเป็นต้นแบบ ไป ๆ มา ๆ ก็ไปได้พระที่นั่งดุสิต ที่เป็นพระที่นั่งจัตุรมุข เหล่ายาทั้งหลายก็นำแผนผังจากวังหลวงของเราไปทำเป็นวังของพระเจ้าบุเรงนอง โดยให้เหตุผลว่าวังหลวงของเราก็ลอกแบบมาจากวัดในพุกาม เพราะฉะนั้นไม่ผิดที่จะนำแบบวังของเราไปสร้่างเป็นวังของเพระเจ้าบุเรงนอง
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 21 22 [23] 24 25 26
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.06 วินาที กับ 20 คำสั่ง