เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 ... 19
  พิมพ์  
อ่าน: 59353 ..... สามย่าน ในความทรงจำ .....
Naris
พาลี
****
ตอบ: 303


ความคิดเห็นที่ 45  เมื่อ 25 ต.ค. 13, 15:39

อ้างถึง
สมัยที่เรียนอยู่จุฬาฯ คณะของผมน่าจะอยู่ติดกับสามย่านมากที่สุดแล้วครับ เพราะสมัยนั้นคณะเก่าโดนทุบปรับปรุง ทำให้ต้องไปอาศัยอาคาร "ศึกษาวัฒนา" ซึ่งเป็นอาคารที่อยู่ติดกับสามย่าน เป็นที่เรียนตลอด ๔ ปี

เยี่ยงนี้ ท่านกับผมต้องอยู่ร่วมสำนักเดียวกันเป็นแม่นมั่น แต่ช่วงที่เราต้องย้ายไปเรียนศึกษาวัฒนานั้น ผมเรียน ป. โท อยู่
บันทึกการเข้า
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1856



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 46  เมื่อ 25 ต.ค. 13, 18:19

โจ๊กสามย่าน แต่เดิม (ไม่แน่นักว่าเดิมที่สุดหรือไม่นะครับ) อยู่ริมถนนพญาไท แต่เป็นฝั่งตรงกันข้ามกับจีฉ่อยครับ โดยอยู่ในตึกแถวใกล้หัวโค้งแยกสามย่าน ปัจจุบันคือจามจุรีสแควร์

พื้นที่จามจุรีสแควร์นั้นแต่เดิมเป็นตึกแถวโค้งตามถนน ด้านในยังมีซอยโค้งขนานไปกับตึกแถวตอนหน้า และยังมีตึกแถวข้างในอีก ตึกแถวด้านหน้า เท่าที่ผมจำได้ก็มีข้าวหน้าเป็ดเจ้าอร่อย มีร้านขายเครื่องหนังชนิดรองเท้ากระเป๋านักเรียน มีร้านขายยาร้านหนึ่ง และที่สำคัญคือมีอาบอบนวดชื่อ ส.โบตั๋น

มองย้อนกลับไป เป็นเรื่องแปลกประหลาดทีเดียวที่มีสถานบริการมาตั้งอยู่ในอาคารที่เป็นทรัพย์สินของจุฬา ถ้าไม่มีกระทู้นี้ผมก็ไม่ทันนึกถึงเรื่องนี้เหมือนกันครับ

แถวนั้นผมไปบ่อย เอ้อ... ไม่ได้หมายถึงส.โบตั๋นนะครับ คือว่าเวลาเย็นๆ รุ่นพี่ชอบพาน้องๆไปกินกันแถวนั้น ร้านอภิมหาอมตะคือเต้าฮวยเย็นจำได้ว่าอร่อยมาก พร้อมจะกินได้ทุกวันถ้ามีคนชวน ยังมีร้านอาหารตามสั่งราคาประหยัดร้านหนึ่งเรียกกันว่าร้านหมง ตึกแถวห้องแคบๆ ไม่ไกลจากร้านเต้าฮวย ถ้าจำไม่ผิดข้างร้านเต้าฮวยจะมีหมูสะเต๊ะปิ้งขายอีกร้านหนึ่ง จำได้ว่าไม่ได้อร่อยมากมายอะไร แต่ขายดี เพราะลูกค้าเยอะ เป็นนิสิตจุฬาทั้งนั้น ร้านพวกนี้อยู่ในตึกแถวด้านในหลังส.โบตั๋นครับ

ร้านพวกนี้กลายเป็นประวัติศาสตร์ไปแล้ว จำได้ว่าตอนไล่ที่มีเรื่องมีราวกันอยู่นาน พอขึ้นโครงการจามจุรีสแควร์ โครงการก็ค้างคาไปพักใหญ่เพราะพิษต้มยำกุ้ง จนมาเป็นจามจุรีสแควร์ในปัจจุบัน ได้ยินว่าคอนโดข้างบนก็ขายไม่ค่อยจะได้ เพราะแต่ละห้องใหญ่มาก ราคาก็สูง แถมเป็นแบบเซ้งอีก ไม่ได้ขายขาด ที่สำคัญ ผมว่ามีคนไม่มากอยากอยู่คอนโดหันหน้าหาวัดหัวลำโพงที่มีกิจกรรมเผาศพถี่มากอย่างนี้ครับ

โจ๊กสามย่านเดิมแค่ข้ามฝั่งมาอยู่ข้างจีฉ่อย ตอนหลังแตกลูกแตกหลานไปมากมาย ด้วยวิธีการใดผมก็ไม่ทราบ
ร้านหมงเคยได้ยินว่าย้ายไปอยู่แถวประชานิเวศน์
ส่วนเต้าฮวยเย็นหายสาบสูญอย่างน่าเสียดาย ยังคิดถึงอยู่เลยครับ
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30484

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 47  เมื่อ 25 ต.ค. 13, 19:08

เพิ่งรู้ว่าชาวเรือนไทยหลายท่านทีเดียว   คือชาวสามย่านเก่า 
ถ้านึกอะไรออกอีก ก็เชิญมาเล่าสู่กันฟังอีกนะคะ
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 48  เมื่อ 25 ต.ค. 13, 19:26

ในกรอบคือแยกบริเวณสามย่าน และตึกแถวเก่าสามย่านครับ คุณม้า


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 49  เมื่อ 25 ต.ค. 13, 19:41

ร้านขายข้าวสารริมถนนพญาไท เลยโค้งมานิดหนึ่ง เหมือนจะมีสองร้าน ใกล้ ๆ กันด้านหน้าใต้โคนไม้เป็นที่ทิ้งข้าวสารที่หล่นพื้น เอามาโปรยให้นกกิน นกกระจอกมาอยู่หน้าร้านข้าวมากมาย

เครดิทภาพพันทิป


บันทึกการเข้า
kulapha
มัจฉานุ
**
ตอบ: 96


ความคิดเห็นที่ 50  เมื่อ 25 ต.ค. 13, 21:44

นอกเหนือจากเป็นแหล่งกิน อ่าน(หนังสือ) อาบ(น้ำ)แล้ว
สามย่านยังมีโรงหนังเก่าแก่ คือ สามย่าน รามา
(อยู่ไม่ห่างจาก โรงภาพยนตร์ รามา  ซึ่งอยู่ใกล้โรงแรมแมนดาริน)
เป็นหนึ่งในเครือของตระกูล ตันสัจจา เจ้าของ โรงภาพยนตร์ทันสมัย(นั้น)แถวสยาม

จำได้ว่า มีโอกาสมาดูหนังที่โรงนี้ สองสามเรื่อง
เรื่องหนึ่งที่จำแม่นมากๆก็คือ
"น้ำค้างหยดเดียว" เพราะทั้งโรงมีคนดูอยู่ไม่เกิน 10คน

ภาพยนตร์เรื่อง "น้ำค้างหยดเดียว" เอาชื่อเรื่องมาจาก นางเอกในนวนิยายของคุณรงษ์ วงค์สวรรค์

หน้าตาโปสเตอร์ประมาณนี้



หลังจากนั้นไม่กี่เพลา
โรงหนังก็กลายเป็น สามย่านภัตตาคาร แหล่งอาหารโต๊ะจีนสำหรับคนชอบเล่นแชร์ แลบลิ้น


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30484

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 51  เมื่อ 25 ต.ค. 13, 22:08

     ประวัติตลาดสามย่าน 
ตลาดสามย่านตั้งอยู่ในที่ดินของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บริเวณจุฬาลงกรณ์ซอย 15 ตรงข้ามโรงภาพยนตร์สามย่านรามา (เดิม) (ช่องต่อหัวมุมถนนพระราม 4 และถนนพญาไท) มีบริเวณที่ดินประมาณ 2.92 ไร่ เป็นอาคารที่ก่อสร้างมาพร้อมกับการทำ สัญญาบูรณะปรับปรุง เขตอาคารพาณิชย์ ซึ่งบริษัท วังใหม่ จำกัด เป็นผู้ดำเนินงานการก่อสร้าง และเริ่มเปิดกิจการเพื่อเป็นตลาดเอกชน ใช้ชื่อว่า“ตลาดสามย่าน” มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2508
ต่อมามอบให้ฝ่ายทรัพย์สินของมหาวิทยาลัยเป็นผู้บริหารจัดการโดยมีวัตถุประสงค์การพัฒนาให้เกิดประโยชน์คุ้มค่า และสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมที่ดีให้แก่ชุมชน ดังนั้นฝ่ายทรัพย์สินจึงกำหนดแผน งานปรับปรุงอาคารตลาดสามย่านโดยพัฒนาให้เป็นตลาด ที่คงการบริการแก่ชุมชนในระดับเดิมแต่มีระบบสาธารณูปโภคที่ดี มาตรการทางความสะอาดเป็นสำคัญ การจัดแผงต้องโปร่ง ไม่แออัด เช่นที่เป็นอยู่เดิม เพื่อพัฒนาให้เป็นตลาดตัวอย่างสมกับที่เป็นตลาดที่อยู่ข้างเคียงเขตการศึกษา เริ่มดำเนินการด้วยการศึกษาและวิจัยของคณะอาจารย์ เมื่อได้ข้อมูลแล้วจึงเริ่มออกแบบปรับปรุงโดยคงสภาพโครงสร้างเดิมแต่ปรับปรุงด้านสถาปัตยกรรม
การจัดแผงภายใน และเน้นหนักเรื่องระบบสาธารณูปโภค การปรับปรุงเริ่มดำเนินการเมื่อเดือน เมษายน 2530 แล้วเสร็จสมบูรณ์เดือนธันวาคม 2530 ค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงอาคารและถนนโดยรอบทั้งสิ้น13,841,953.5 บาทนับได้ว่าเป็นอาคาร ตลาดที่สมบูรณ์ยิ่งแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ทั้งการควบคุมดูแลแผงผู้ค้า สิ่งแวดล้อมโดยรอบโดยเฉพาะความสะอาด บำรุงรักษาระบบสาธารณูปโภค การจัดระบบจราจรและให้บริการที่จอดรถ     
      http://www.property.chula.ac.th/samyan.php
บันทึกการเข้า
kulapha
มัจฉานุ
**
ตอบ: 96


ความคิดเห็นที่ 52  เมื่อ 25 ต.ค. 13, 22:31

อ้างถึง
ภาพยนตร์เรื่อง "น้ำค้างหยดเดียว" เอาชื่อเรื่องมาจาก นางเอกในนวนิยายของคุณรงษ์ วงค์สวรรค์

มาอ่านซ้ำอีกครั้ง ขอประทานโทษด้วยค่ะ พิมพ์อักษรสลับกัน
ชือของท่านคือ รงค์ วงษ์สวรรค์


บันทึกการเข้า
mutita
มัจฉานุ
**
ตอบ: 93


ความคิดเห็นที่ 53  เมื่อ 25 ต.ค. 13, 22:35

ขอบคุณทุกๆความทรงจำเกี่ยวกับสามย่าน บางท่อนบางตอนอ่านแล้วก็นึกขึ้นมาได้ เช่น ส.โบตั๋น จำได้ว่าเคยเห็นผ่านตา ร้านข้าวสารจำไม่ได้ว่าร้านไหนเป็นครอบครัวของน้องที่สนิทสนมกัน เคยแวะไปตอนที่เปิดประตูพับแค่ครึ่งเดียว เลยไม่แน่ใจว่าป็นร้านเดียวกับในรูปหรือไม่ บริเวณนี้คนยืนรอรถเมล์หนาแน่น ใกล้ๆกันเป็นร้านขายเครื่องเขียน ร้านประจำ เลยไปหัวมุมเข้าตลาดเป็นร้านถ่ายรูปค่อนข้างใหญ่ จำได้ว่าเคยไปใช้บริการถ่ายภาพติดบัตรที่นี่ด้วย หรือแม้แต่เรื่องบะจ่าง ก็เริ่มนึกภาพตามได้ลางๆค่ะ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10628


ความคิดเห็นที่ 54  เมื่อ 25 ต.ค. 13, 22:42

ส.โบตั๋นนี่ ข้างใน อย่างสยอง
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30484

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 55  เมื่อ 25 ต.ค. 13, 22:53

^
จะซักต่อว่ารู้ได้ยังไงก็เกรงใจ  รอท่านขยายความเอง


บันทึกการเข้า
mutita
มัจฉานุ
**
ตอบ: 93


ความคิดเห็นที่ 56  เมื่อ 25 ต.ค. 13, 23:01

รอขยายความเหมือนกันค่ะ  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1856



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 57  เมื่อ 25 ต.ค. 13, 23:15

ข้างใน ส.โบตั๋นเป็นอย่างไรผมก็ไม่ทราบครับ ได้แต่เดินผ่าน ขอภาพปลากรอบได้ไหมครับ ยิ้มเท่ห์

ร้านถ่ายรูปใหญ่เลยหัวมุมตลาด ชื่อร้านทึม ผมเคยเอาฟิล์มขาวดำส่งล้างอัด ดันอัดเป็นสีมาให้เสียได้ ตอนนั้นผมยังเป็นเด็กม.ปลาย ถ้าโตกว่านั้นคงรู้จักโวยให้อัดใหม่ให้ นอกจากร้านทีมแล้ว ตรงปากซอยทางเข้าศึกษาวัฒนาจะมีร้านถ่ายรูปใหญ่อีกร้านหนึ่ง ชื่อนครอาร์ตครับ

ร้านเครื่องเขียนตรงป้ายรถเมล์ใกล้ร้านข้าวสารนั่นเจ้าประจำของผมเลยครับ ชื่อร้าน ส.ส่งเสริม ร้านนี้มีเครื่องเขียนขายเยอะ เป็นคู่แข่งกับศึกษิตสยาม ตอนนั้นผมไม่รู้จักตงเอียง เดาว่าสองร้านนี้ต้องเป็นรองตงเอียงอยู่ ร้านส.ส่งเสริมนี้จะมีแผงนิตยสารอยู่หน้าร้าน ในร้านมีแผงพ็อคเก็ตบุ๊คอยู่แผงนึง เป็นแหล่งละลายเงินค่าขนมของผมเลยครับ

พูดถึงศีกษาวัฒนา ตอนที่โรงเรียนนี้ยังอยู่ ช่วงเย็นๆหน้าโรงเรีนยจะมีรถเข็นลูกชิ้นทอดมาตั้ง น้ำจิ้มรสแซ่บมากกกกก คิดถึงแล้วน้ำลายไหล ผมเดินผ่านแถวนั้นเมื่อไหร่ต้องเลี้ยวเข้าซอยแวะซื้อกินประจำ เจ๊เจ้าของร้านแกเคยขายน้ำแข็งไสตรงตลาดด้วย ตอนหลังตลาดสามย่านปรับปรุงใหม่แกไปขายน้ำปั่นอยู่ชั้นบนตลาด แต่ไม่ทราบว่าแกย้ายตามไปอยู่ตลาดใหม่ด้วยหรือเปล่านะครับ

อีกร้านหนึ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้เด็ดขาดคือร้านตี๋ เป็นร้านเทปในซอกตึกแถวใกล้ๆจีฉ่อย ขายเทป(ก็อป)อย่างเป็นล่ำเป็นสัน จำไม่ได้แน่ว่าสมัยนั้นขายม้วนละ 20 หรือ 25 บาท จำได้แต่ว่าซื้อบ่อยจนได้ลดม้วนละ 2 บาท คนขายจะเป็นพี่ชายน้องสาว ผมจะเจอคนน้องเป็นหลัก ตัดผมสั้นๆแต่งตัวทอมๆพูดน้อย แต่จำลูกค้าแม่น แค่เห็นหน้าก็บอกได้ว่าเทปใหม่ม้วนไหนถูกจริตลูกค้าอย่างผม เคยซื้อเทปจากร้านนี้มาเก็บไว้เป็นลังๆเลยครับ บางส่วนยังอยู่ในห้องเก็บของจนเดี๋ยวนี้ แต่น่าจะพังหมดแล้ว
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10628


ความคิดเห็นที่ 58  เมื่อ 25 ต.ค. 13, 23:34

ก็แค่อยากรู้อยากเห็นน่ะครับ
คืนหนึ่งหลังทานข้าวเสร็จก็ชวนกันเข้าไปทั้งกลุ่ม๕-๖คน ข้างในนั้นติดไฟสีชมพูสลัวๆ กลิ่นหอมอับๆแบบชวนเวียนหัวของเครื่องสำอางราคาถูก ผสมกลิ่นควันบุหรีคละคลุ้ง แค่นี้ก็อยากออกแล้ว แต่ where where is a where where ไหนๆก็ไหนๆ เข้าไปแล้วก็ต้องชมสินค้าชัดๆหน่อย

ครั้นเห็นคุณเธอในห้องกระจกแล้ว ทุกคนก็ล่าถอยแบบพยายามรักษารูปขบวนไม่ให้พวกเชียรแขกในนั้นเขม่น อย่าให้ผมวิจารณ์หญิงที่น่าสงสารเหล่านั้นเลยครับ แต่บรรยากาศโดยรวมนับว่าสยองมาก สยองแบบไม่กล้าเข้าไปอีกเลยก็แล้วกัน

แต่ในนั้นมีนิสิตจุฬาหลายคนนะ ถึงจะถอดเนคไทออกก็รู้ได้
บันทึกการเข้า
mutita
มัจฉานุ
**
ตอบ: 93


ความคิดเห็นที่ 59  เมื่อ 26 ต.ค. 13, 00:23

คุณ CrazyHOrse ตกลงเราเป็นลูกค้าประจำร้านเดียวกัน นัทชอบมากร้านนี้มีสมุด ปากกาสวยๆมาหลอกล่อให้กระเป๋าเบาบ่อยๆ ส่วนลูกชิ้นเจ้าอร่อยที่ว่า พลาดไปได้ยังไง อ่านแล้วอยากกินมากๆ จำได้ว่าเมื่อก่อนที่สยามจะมีคนขายลูกชิ้นปลาทอดอร่อยมาก น้ำจิ้มก็เหนียวเผ็ดหวานอร่อย

บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 ... 19
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.036 วินาที กับ 20 คำสั่ง