เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 15 16 [17] 18 19 ... 22
  พิมพ์  
อ่าน: 66772 หม่อมเจ้าฉวีวาด ปราโมช
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10868


ความคิดเห็นที่ 240  เมื่อ 24 ต.ค. 13, 20:05

อ้างถึง
เทาชมพู

ตามที่ม.จ.ฉวีวาดเล่าให้ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ฟัง     กรมขุนวรจักรฯนำพระธิดาองค์นี้ไปถวายพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯให้ทรงเลี้ยงไว้ในวัง     ท่านเล่าว่าพระเจ้าอยู่หัวโปรดปรานท่านมาก   โปรดให้เลี้ยงท่านอย่างพระเจ้าลูกเธอ   และคนในวังก็เรียกท่านว่า "ลูกเธอปลอม"
ท่านเล่าว่าท่านเคยวิ่งเล่นมากับพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ และพระเจ้าลูกเธออื่นๆ   เมื่อยังทรงพระเยาว์ทุกพระองค์จนเป็นที่คุ้นเคย

และยังมีเรื่องที่ทรงคุยให้หลานฟังอีกว่า  เจ้านายที่ม.จ.ฉวีวาดทรงคอยหาทางรังแกเล่นเป็นของสนุกอยู่เสมอ ก็หาใช่ใครอื่นไม่ นอกจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อทรงพระเยาว์   ครั้งหนึ่งสมเด็จพระจอมเกล้าฯทรงใช้ให้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯขึ้นไปหยิบของบนหอพระ    ท่านหญิงฉวีวาดนั่งอยู่ข้างพระทวาร   พอเสด็จลงมาท่านก็ยื่นขาออกไปขัดพระชงฆ์    พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯก็เลยทรงล้มลง  ตกอัฒจันทร์ลงมาหลายขั้น    เป็นเหตุให้สมเด็จพระจอมเกล้าฯทรงกริ้วว่างุ่มง่ามเซ่อซ่า
แต่สมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯก็ทรงนิ่งเสีย  มิได้ทูลฟ้องว่าใครเป็นต้นเหตุให้ตกอัฒจันทร์    ท่านหญิงฉวีวาดก็ยิ่งเห็นว่าตัวเองเก่ง  รังแกเจ้าฟ้าพระราชกุมารพระองค์ใหญ่ได้

บอกตรงๆ สมัยเป็นนิสิตได้ไปงานแซยิดของท่านและได้รับแจกโครงกระดูกในตู้มากับมือ ผมอ่านเรื่องที่ล้อมกรอบข้างบนนี้ตั้งแต่ครั้งนั้นแล้วรู้สึกชอบกล เดี๋ยวนี้ก็ยังมีความรู้สึกเช่นนั้นอยู่เมื่อได้อ่านอีก

๑ ไม่อยากจะเชื่อว่า ในสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชและกฏมณเฑียรบาลอันเคร่งครัด เด็กผู้หญิงฝ่ายในจะบังอาจกระทำเช่นนั้นกับบุคคลระดับสมเด็จเจ้าฟ้าได้ แค่คิดก็ผิดแล้ว
๒ ไม่อยากเชื่อว่าบุคคลระดับสมเด็จเจ้าฟ้าพระองค์นั้นจะ ขอประทานโทษที่จะใช้คำว่า แหย ที่ถูกผู้หญิงหยามถึงเพียงนั้น และไม่ทรงกระทำอะไรบ้างที่จะรักษาพระเกียรติยศของพระองค์ ไม่ต้องฟ้องสมเด็จพระราชบิดาหรอก ทรงจัดการได้เองเลย
๓ ไม่อยากจะเชื่อว่าครูบาอาจารย์อย่างม.ร.ว.คึกฤทธิ์จะกล้าเขียนเรื่องอย่างนี้ จริงหรือเท็จไม่ทราบ แต่ไม่ได้เชิดชูพระเกียรติสมเด็จเจ้าฟ้าพระองค์นั้นแน่
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30596

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 241  เมื่อ 24 ต.ค. 13, 20:39

    ตอนนั้นดิฉันยึดโครงกระดูกในตู้ (เช่นเดียวกับงานอื่นๆของม.ร.ว.คึกฤทธิ์ )เป็นคัมภีร์ จึงไม่คิดสงสัย     เคยแวบๆเข้ามานิดหน่อยว่า สมเด็จพระจอมเกล้าฯท่านทรงรักและทะนุถนอมพระราชโอรสธิดาออกมากมาย     ขนาดทรงรถม้าไปเกิดอุบัติเหตุ รถม้าล้ม  พระราชโอรสธิดาเล็กๆทรงได้รับบาดเจ็บบ้าง กระทบกระเทือนจนอาเจียนบ้าง   ก็ทรงบรรยายเสียละเอียดลออ แสดงความห่วงใยอย่างที่สุด   เมื่อพระเจ้าลูกยาเธอพระองค์ใหญ่ ตกบันไดลงมา พระองค์ท่านน่าจะตกพระทัยว่าเจ็บหรือเปล่า มากกว่ากริ้วว่าเซ่อซ่างุ่มง่าม
  
    บัดนี้  คำถามชักมากขึ้น   ก็เลยเกิดคำถามขึ้นมาอีกว่า   ในพระบรมมหาราชวังสมัยรัชกาลที่ 4  นอกจากกฎมณเฑียรบาลเข้มงวดมากแล้ว   เจ้านายระดับสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์เสด็จไปไหนก็จะมีเจ้านายทรงพระเยาว์ด้วยกัน ตลอดจนมหาดเล็กเด็กชาตามไปเป็นพรวน   คงไม่เสด็จขึ้นหอพระเพียงองค์เดียว    ท่านหญิงเองถ้ามีโอกาสติดตามไป ก็ไม่ได้นั่งอยู่ข้างพระทวารเพียงองค์เดียว ต้องมีเจ้านายหรือมหาดเล็กนั่งกันอยู่ด้วยอีกหลายคน
    ชาติกำเนิดก็เป็นสิ่งสำคัญ     พระอนุวงศ์ชั้นหม่อมเจ้า ต่อให้เป็นหม่อมเจ้าชาย ก็ไม่ไปปะปนเล่นหัวกับสมเด็จเจ้าฟ้า  แม้แต่เล่นกับพระองค์เจ้าที่เป็นพระเจ้าลูกยาเธอ   มักอยู่ในฐานะผู้ติดตามเสียมากกว่าเป็นเพื่อนเสมอกัน    
   ท่านหญิงฉวีวาดเป็นผู้หญิง เหตุใดเสด็จพ่อจึงส่งเข้าวังไปเล่นหัวปะปนกับเจ้านายฝ่ายชาย   ไม่ยักส่งเข้าตำหนักเจ้านายสตรีที่จะอบรมวิชาของกุลสตรี อยู่กับเด็กผู้หญิงด้วยกัน
   ดิฉันก็เลยคิดว่าม.จ.ฉวีวาดน่าจะอยู่ในวังวรจักร  ไม่ได้เข้าไปอยู่ในวังหลวงกับเจ้านายสตรีพระองค์ใด    พระนิสัยของท่านคงทำให้ทนอยู่ในสถานที่ที่มีระเบียบเข้มงวดได้ไม่นานนัก
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30596

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 242  เมื่อ 24 ต.ค. 13, 23:02

พระรูปนี้คือพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อทรงพระเยาว์ในรัชกาลที่ 4 ประทับกับพระเจ้าน้องยาเธอ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาภาณุพันธุ์เมื่อทรงพระเยาว์มาก   จะเห็นได้ว่าแวดล้อมด้วยเหล่ามหาดเล็กเป็นกลุ่มใหญ่    ล้วนแต่ผู้ชาย  ไม่มีผู้หญิงปะปนด้วยสักคนเดียว    หม่อมเจ้าฉวีวาดจะแทรกเข้าไปตรงไหนได้ 
และมีโอกาสแกล้งขัดพระชงฆ์พระองค์ท่านได้อย่างไร โดยไม่มีใครเห็น


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30596

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 243  เมื่อ 25 ต.ค. 13, 20:58

ย้อนกลับมาเรื่องริบราชบาตร 
การริบราชบาตรที่ราชสกุลปราโมชโดน ดูรูปการณ์แล้วไม่ก่อความกระทบกระเทือนให้เจ้าพี่เจ้าน้องทุกพระองค์ของม.จ.ฉวีวาด    ม.จ.หญิงทั้งสี่องค์ก็ดูจะทรงมีงานการทำในวังหลวงราบรื่นดี ไม่ต้องถูกโทษทัณฑ์     พระองค์เจ้าปรีดาก็ยังครอบครองวังวรจักรต่อมาจนสิ้นพระชนม์    หม่อมเจ้าจำรูญนั้นก็ได้พึ่งพระบารมีของสมเด็จกรมพระยาภาณุพันธุ์ต่อมา  บุตรชายของท่านก็ได้เข้าเรียนในร.ร.นายร้อยทหารบก   ธิดาก็ได้เป็นเจ้าจอมในรัชกาลที่ 5
ส่วนพระองค์เจ้าคำรบ  พระเจ้าอยู่หัวก็ทรงฝากฝังให้เข้าเรียนร.ร.นายร้อยทหารบก   ต่อมาก็ทรงมีวังขององค์เองอยู่ใกล้ๆวังวรจักรของพระองค์เจ้าปรีดา    แสดงว่าฐานะความเป็นอยู่ไม่ลำบากอะไร
ก็มีที่ลำบากอยู่คนเดียวคือหม่อมแม่ของม.จ.ฉวีวาด    แต่บั้นปลายท่านก็มีฐานะดีพอจะมีมรดกให้ลูกๆได้

ดังนั้น ริบราชบาตร ในเรื่องนี้ มีความหมายเท่ากับหม่อมย่าของม.ร.ว.คึกฤทธิ์ถูกโทษคนเดียว  เป็นโทษแบบทั้งจำ(คือติดสนม 1 ปี ) และทั้งปรับ(คือริบทรัพย์ ทำให้ท่านต้องกลับคืนวังอย่างลำบากยากจนในตอนแรก  แต่ต่อมาก็ฟื้นสู่ฐานะมีเงินมีทองได้)  ส่วนหม่อมเจ้าทั้งหลายไม่ต้องรับโทษใดๆ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30596

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 244  เมื่อ 25 ต.ค. 13, 21:13

ขอย้อนกลับไปเอ่ยถึงพระองค์เจ้ามาลิกาอีกหน่อยนะคะ   กระทู้นี้ อาจจะโดดไปโดดมาอยู่บ้าง   ขึ้นกับว่าได้ข้อมูลอะไรมาใหม่หรือว่านึกอะไรได้  อดทนอ่านหน่อยก็แล้วกัน

จากข้อมูลในอินทรเนตร
พระองค์หญิงมาลิกา เป็นพระราชธิดาลำดับที่ 23ในสมเด็จพระนโรดม  ประสูติในพระราชวังหลวงที่พนมเป็ญ เมื่อพ.ศ. 2414 ตรงกับรัชกาลที่ 5 ของไทย   ทรงได้รับการศึกษาในพระราชวังหลวง   เมื่อพระชันษา 20 ปีทรงเสกสมรสกับพระองค์เจ้านรธรรม อรุณา ยุคุนธร(Naradhama Aruna Yugandhara) ซึ่งเป็นพระราชโอรสในพระเจ้านโรดมเช่นกัน     มีพระโอรส 1 องค์และพระธิดา 3 องค์    สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2494

พระนามพระสวามี  อ่านจากอักษรฝรั่งข้างบนนี้คือ ยุคันธร    แต่ในลายพระหัตถ์ของพระองค์หญิงมาลิกา ทรงสะกดว่า "ยุคุนธร"  ในหนังสือ "ถกเขมร" ของม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เรียกว่า "ยุคันธร"
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30596

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 245  เมื่อ 25 ต.ค. 13, 21:23

พระองค์หญิงมาลิกาองค์นี้เป็นเจ้านายฝ่ายในที่สำคัญองค์หนึ่งของราชสำนักเขมร    เห็นได้จากมิได้เป็นแค่พระองค์เจ้าเฉยๆ อย่างพระเจ้าลูกเธอของสมเด็จพระนโรดมอีกหลายพระองค์    หากทรงได้เลื่อนพระอิสสริยยศขึ้นเป็น Samdach Brhat Savanga Vadhana Raj Kanitha Jamarana Ratna   อ่านแบบไทยว่าสมเด็จพระสว่างวัฒนา ราชกนิษฐา  ส่วน Jamarana ยังถอดไม่ออก คำสุดท้ายคือรัตนา

ม.ร.ว.คึกฤทธิ์รู้จักเจ้านายพระองค์นี้ และรู้ว่าทรงได้เลื่อนพระอิสสริยยศ    เห็นได้จากเขียนไว้ตอนท้ายเรื่อง "ถกเขมร" เกี่ยวกับพระนามของเจ้านายเขมรว่า
" ชื่อคนที่เป็นผู้ใหญ่ในเมืองพนมเป็ญก็ฟังดูใกล้ๆไทยจนสะดุ้ง  เป็นต้นว่าพระราชวงศ์ผู้ใหญ่ฝ่ายในพระองค์หนึ่ง  เดิมทรงพระนามว่าพระองค์เจ้ามัลลิกา  ต่อมาเมื่อก่อนสิ้นพระชนม์ได้รับสถาปนาเลื่อนพระอิสสริยยศขึ้นเป็น "สมเด็จสว่างวัฒนา" "
ม.ร.ว.คึกฤทธิ์รู้จักพระธิดาองค์หนึ่งของพระองค์เจ้ามาลิกา   ทรงพระนามว่า พระองค์เจ้าเป็งป๊อกยุคันธร  ในยุคพ.ศ. 2496  เมื่อท่านเขียนเรื่อง "ถกเขมร"  พระองค์หญิงทรงดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการของกัมพูชา
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30596

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 246  เมื่อ 25 ต.ค. 13, 21:32

พระนามของพระองค์เจ้าหญิงเป็งป๊อก สะกดด้วยตัวอักษรโรมันแบบฝรั่งเศส ว่า Sa Altesse Royale Princesse Pen Pak Yukantor  เมื่อเสด็จมาประชุมยูเนสโกที่กรุงเทพ    นักหนังสือพิมพ์ไทยถอดออกมาว่า "เจ้าหญิงเพ็ญพักตร์ยุคันธร" บ้าง  "พระองค์เจ้าหญิงเพ็ญภาคยุคันธร" บ้าง

ม.ร.ว.คึกฤทธิ์เล่าว่า
"วันหนึ่ง พระองค์หญิงพระองค์นี้รับสั่งกับผมว่า "เธอช่วยบอกกันต่อๆไปทีเถิด  ว่าฉันไม่ได้ชื่อเพ็ญพักตร์   ฉันไม่ได้ชื่อเพ็ญภาค  ฉันชื่อเป็งป๊อก  แปลเป็นไทยว่ามะเขือเทศ"

ในอินเตอร์เน็ตสะกดชื่อท่านไว้แตกต่างไปอีกค่ะ ว่า Pengpas
Preah Ang Mechas Pengpas Yukanthor [28 JUL 1892 - 29 OCT 1969]
ส่วนพระนามเจ้านายอีก 3 พระองค์ข้างล่างคือพระอนุชาและขนิษฐา ประสูติจากพระองค์หญิงมาลิกาและพระองค์เจ้ายุคุนธร

Preah Ang Mechas Robangpas Yukanthor [1893 - ]
Preah Ang Mechas Pingpeang Yukanthor [26 DEC 1894 - 26 DEC 1966]
Preah Ang Mechas HEANH WACHHIRAVONGS [1896 - Aft 1969]

จบเกร็ดเกี่ยวกับพระองค์หญิงมาลิกาแต่เพียงนี้ค่ะ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10868


ความคิดเห็นที่ 247  เมื่อ 25 ต.ค. 13, 22:01

ผมหาในเน็ทเจอหนังสือชื่อว่า 'ธรรมวิจยานุสาศ' พิมพ์แจกในงานศพ ม.ร.ว.หญิงดวงใจ ปราโมช ในปี ๒๔๕๘ สมัยก่อนนิยมเก็บศพไว้นานมากกว่าจะเผา ส่วนพระองค์เจ้าปรีดาสิ้นพระชนม์ในปี ๒๔๕๗ ทั้งสองอาจจะเสียชีวิตใกล้เคียงกัน ทำให้วังวรจักรตกเป็นมรดกให้น้องๆแบ่งกันโดยอุปสรรคน้อยลง เป็นคำตอบว่าทำไมหม่อมเจ้าคอยท่าจึงมีทรัพย์ที่จะเป็นที่พึ่งของญาติและทำบุญใหญ่ๆได้  ปีที่เผาศพพระมารดานั้นพระองค์เจ้าคำรบพระชนม์ ๔๓ปี  ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ๓ ปี

พ.ศ. ๒๔๖๓  ม.จ.ฉวีวาดกลับมาเมืองไทย เรื่องมรดกพระมารดานี้ และคงได้ส่วนแบ่งไปไม่น้อย สามารถไปสร้างบ้านอยู่บางโพธิ์และให้คนไปนำนายนุดลูกชายเข้ามากรุงเทพ หลังจากติดคุกครั้งแรกในข้อหาโจรกรรมในปี ๒๔๖๒ ออกจากคุกปี๒๔๖๓
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10868


ความคิดเห็นที่ 248  เมื่อ 25 ต.ค. 13, 22:29

ดังนั้น ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ๘-๙ ขวบคงไม่ได้ถูกท่านป้านำไปเลี้ยงในวังที่วรจักร อาจเป็นบ้านที่ปลูกที่บางโพธิ์ก็ได้ แต่ต้องเป็นหลังปีที่นายนุดกลับไปเขมรแล้ว และติดคุกครั้งที่สอง  ซึ่งศาลพระตะบองจำคุกนายนุดข้อหาตั้งตนเป็นเจ้าเมื่อ ๓ มีนาคม พศ ๒๔๖๔

เรื่องที่ป้าโม้ให้หลานฟังจึงอาจเป็นแบบexclusive ญาติอื่นๆอาจไม่มีโอกาสได้ฟัง(เพราะคนเล่ากลัวถูกขัดคอ) บางคนคงได้รู้เรื่องนี้ก็ต่อเมื่อได้อ่านโครงกระดูกในตู้เหมือนกัน
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10734



ความคิดเห็นที่ 249  เมื่อ 25 ต.ค. 13, 23:16

ม.ร.ว.คึกฤทธิ์เล่าว่า
"วันหนึ่ง พระองค์หญิงพระองค์นี้รับสั่งกับผมว่า "เธอช่วยบอกกันต่อๆไปทีเถิด  ว่าฉันไม่ได้ชื่อเพ็ญพักตร์   ฉันไม่ได้ชื่อเพ็ญภาค  ฉันชื่อเป็งป๊อก  แปลเป็นไทยว่ามะเขือเทศ"

​ប៉េងប៉ោះ คุณกุ๊กอ่านว่า bengbaoh แปลว่า มะเขือเทศ

บันทึกการเข้า
scarlet
ชมพูพาน
***
ตอบ: 155

โกหกเมียตายไปตกนรก แต่พูดความจริงตายทันที เลือกเอา


ความคิดเห็นที่ 250  เมื่อ 26 ต.ค. 13, 10:31

พระรูปนี้คือพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อทรงพระเยาว์ในรัชกาลที่ 4 ประทับกับพระเจ้าน้องยาเธอ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาภาณุพันธุ์เมื่อทรงพระเยาว์มาก   จะเห็นได้ว่าแวดล้อมด้วยเหล่ามหาดเล็กเป็นกลุ่มใหญ่    ล้วนแต่ผู้ชาย  ไม่มีผู้หญิงปะปนด้วยสักคนเดียว    หม่อมเจ้าฉวีวาดจะแทรกเข้าไปตรงไหนได้ 
และมีโอกาสแกล้งขัดพระชงฆ์พระองค์ท่านได้อย่างไร โดยไม่มีใครเห็น
อ้างถึง
เทาชมพู

ตามที่ม.จ.ฉวีวาดเล่าให้ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ฟัง     กรมขุนวรจักรฯนำพระธิดาองค์นี้ไปถวายพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯให้ทรงเลี้ยงไว้ในวัง     ท่านเล่าว่าพระเจ้าอยู่หัวโปรดปรานท่านมาก   โปรดให้เลี้ยงท่านอย่างพระเจ้าลูกเธอ   และคนในวังก็เรียกท่านว่า "ลูกเธอปลอม"
ท่านเล่าว่าท่านเคยวิ่งเล่นมากับพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ และพระเจ้าลูกเธออื่นๆ   เมื่อยังทรงพระเยาว์ทุกพระองค์จนเป็นที่คุ้นเคย

และยังมีเรื่องที่ทรงคุยให้หลานฟังอีกว่า  เจ้านายที่ม.จ.ฉวีวาดทรงคอยหาทางรังแกเล่นเป็นของสนุกอยู่เสมอ ก็หาใช่ใครอื่นไม่ นอกจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อทรงพระเยาว์   ครั้งหนึ่งสมเด็จพระจอมเกล้าฯทรงใช้ให้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯขึ้นไปหยิบของบนหอพระ    ท่านหญิงฉวีวาดนั่งอยู่ข้างพระทวาร   พอเสด็จลงมาท่านก็ยื่นขาออกไปขัดพระชงฆ์    พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯก็เลยทรงล้มลง  ตกอัฒจันทร์ลงมาหลายขั้น    เป็นเหตุให้สมเด็จพระจอมเกล้าฯทรงกริ้วว่างุ่มง่ามเซ่อซ่า
แต่สมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯก็ทรงนิ่งเสีย  มิได้ทูลฟ้องว่าใครเป็นต้นเหตุให้ตกอัฒจันทร์    ท่านหญิงฉวีวาดก็ยิ่งเห็นว่าตัวเองเก่ง  รังแกเจ้าฟ้าพระราชกุมารพระองค์ใหญ่ได้

บอกตรงๆ สมัยเป็นนิสิตได้ไปงานแซยิดของท่านและได้รับแจกโครงกระดูกในตู้มากับมือ ผมอ่านเรื่องที่ล้อมกรอบข้างบนนี้ตั้งแต่ครั้งนั้นแล้วรู้สึกชอบกล เดี๋ยวนี้ก็ยังมีความรู้สึกเช่นนั้นอยู่เมื่อได้อ่านอีก

๑ ไม่อยากจะเชื่อว่า ในสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชและกฏมณเฑียรบาลอันเคร่งครัด เด็กผู้หญิงฝ่ายในจะบังอาจกระทำเช่นนั้นกับบุคคลระดับสมเด็จเจ้าฟ้าได้ แค่คิดก็ผิดแล้ว
๒ ไม่อยากเชื่อว่าบุคคลระดับสมเด็จเจ้าฟ้าพระองค์นั้นจะ ขอประทานโทษที่จะใช้คำว่า แหย ที่ถูกผู้หญิงหยามถึงเพียงนั้น และไม่ทรงกระทำอะไรบ้างที่จะรักษาพระเกียรติยศของพระองค์ ไม่ต้องฟ้องสมเด็จพระราชบิดาหรอก ทรงจัดการได้เองเลย
๓ ไม่อยากจะเชื่อว่าครูบาอาจารย์อย่างม.ร.ว.คึกฤทธิ์จะกล้าเขียนเรื่องอย่างนี้ จริงหรือเท็จไม่ทราบ แต่ไม่ได้เชิดชูพระเกียรติสมเด็จเจ้าฟ้าพระองค์นั้นแน่


อ่านแล้วชวนให้สงสัยความน่าเชื่อถือของผู้แต่งหนังสือโครงกระดูกฯ ความจริงนับถือในสติปัญญาของท่าน แต่หลักฐานทางวิชาการต้องการความสัตย์จริงมากกว่าสิ่งอื่นใดหรือความอยากอะไรที่เป็นส่วนตัว หรือถ้าไม่ต้องการให้ผู้อื่นทราบ ก้ข้ามไป ไม่กล่าวถึง
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30596

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 251  เมื่อ 26 ต.ค. 13, 10:41

อ้างถึง
อ่านแล้วชวนให้สงสัยความน่าเชื่อถือของผู้แต่งหนังสือโครงกระดูกฯ ความจริงนับถือในสติปัญญาของท่าน แต่หลักฐานทางวิชาการต้องการความสัตย์จริงมากกว่าสิ่งอื่นใดหรือความอยากอะไรที่เป็นส่วนตัว หรือถ้าไม่ต้องการให้ผู้อื่นทราบ ก้ข้ามไป ไม่กล่าวถึง

ถ้าม.ร.ว.คึกฤทธิ์ไม่ต้องการให้คนอื่นทราบ  ท่านก็ไม่กล่าวถึงเสียแต่แรกแล้วน่ะซีคะ
ดิฉันเชื่อว่าม.ร.ว.คึกฤทธิ์บันทึกเรื่อง"โครงกระดูกในตู้" ไว้จากคำบอกเล่าของผู้ใหญ่ในตระกูลท่านทั้งฝ่ายท่านพ่อและหม่อมแม่    ด้วยเจตนาบริสุทธิ์ต่อผู้ที่ท่านเอ่ยถึง     ท่านได้ยินได้ฟังมาอย่างใดก็บันทึกลงไปตามนั้น เพื่อแจกลูกหลานที่ยังไม่รู้ให้รู้กัน      เผื่อวันหนึ่งไปได้ยินผิดๆมาจากที่อื่นจะได้รู้ว่าเรื่องจริงเป็นอย่างใด
แต่ในพ.ศ. 2514 ที่ม.ร.ว.คึกฤทธิ์บันทึกความทรงจำ    อินเตอร์เน็ตยังไม่ถือกำเนิด   ไมโครฟิล์มก็ยังไม่มี    การค้นคว้าหาข้อมูลก็ต้องไปค้นที่หอสมุดแห่งชาติ หรือตามห้องสมุดมหาวิทยาลัยที่มีน้อยแห่ง   อ่านแหล่งอ้างอิงได้จากหนังสือซึ่งมีน้อยกว่าสมัยนี้หลายเท่า     ท่านจึงขาดโอกาสอย่างพวกเราคนรุ่นหลังที่จะค้นคว้าหาอ่านหลักฐานได้ง่ายดายกว่า
ด้วยเหตุนี้   บันทึกจากความทรงจำจึงอาจจะคลาดเคลื่อนได้บางตอน    ถ้าผู้เล่าเล่าผิด    หรือผู้ฟังในบางตอนก็อาจจะจดจำผิดไปบ้าง    เป็นหน้าที่คนรุ่นหลังที่จะศึกษาและแก้ไขให้ถูกต้อง ตามหลักฐานที่ค้นพบเพิ่มขึ้นในภายหลัง      ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไรค่ะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30596

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 252  เมื่อ 26 ต.ค. 13, 11:12

ความทรงจำที่คลาดเคลื่อนไปนี้ปรากฏอยู่บ้างบางตอน    ท่านที่มี "โครงกระดูกในตู้" ฉบับพิมพ์ครั้งแรกๆจะไม่ทราบ ว่ามีการแก้ไขในฉบับต่อๆมา
เช่นตอนนี้
" สมเด็จเจ้าฟ้ามหามาลา  กรมหมื่นบำราบปรปักษ์   และกรมหมื่นวรจักรฯ นั้นเป็นพระราชโอรสในรัชกาลที่ 2  แต่พระยศก็ผิดกันอยู่แล้ว เพราะกรมขุนวรจักรฯเป็นเพียงพระองค์เจ้า    กรมหมื่นอักษรสาสนโสภณ  นั้นเป็นพระโอรสในรัชกาลที่ 3   พระนามเดิมพระองค์เจ้าสิงหรา  ต่อมาได้เลื่อนกรมเป็นกรมหลวงบดินทรไพศาลโสภณ   ทรงเป็นต้นราชสกุลสิงหรา"

ในหนังสือที่พิมพ์ครั้งหลังๆ เช่นฉบับที่พิมพ์ในงานอนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพพลตรี ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช   ข้อความข้างบนนี้มีเชิงอรรถแก้ไขว่า

" ข้อความตรงนี้ผิด  ที่ถูกจะต้องเป็น "กรมหมื่นราชสีห์วิกรม" พระราชโอรสในรัชกาลที่ 3 ต้นราชตระกูลชุมสาย    ไม่ใช่ "กรมหมื่นอักษรสาสนโสภณ"  ผู้เขียนคือม.ร.ว.คึกฤทธิ์  ปราโมช ได้ชี้แจงไว้ในคำนำฉบับพิมพ์เป็นที่ระลึกเนื่องในงานวันเกิด อายุครบ 80 ปี เมื่อพ.ศ. 2534"
บันทึกการเข้า
scarlet
ชมพูพาน
***
ตอบ: 155

โกหกเมียตายไปตกนรก แต่พูดความจริงตายทันที เลือกเอา


ความคิดเห็นที่ 253  เมื่อ 26 ต.ค. 13, 11:16

^ ^
ขอบคุณอย่างยิ่งสำหรับคำตอบ เห็นด้วยอย่างยิ่ง งานวิจัยค้นคว้าความจริงเป็นเรื่อง scientific ยุคสมัยนั้นไม่มีระบบ และอุปกรณ์ เท่าที่ท่านอุตสาหะรวบรวมข้อมูลมา ถือว่ายิ่งใหญ่มากอยู่แล้ว และท่านก็ไม่ได้อยู่เฉยๆ มีกิจกรรมมากมาย
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30596

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 254  เมื่อ 26 ต.ค. 13, 11:36

ดิฉันถือว่าการให้ข้อมูลใน "โครงกระดูกในตู้ " ของม.ร.ว.คึกฤทธิ์ เป็นการให้จุดเริ่มต้น   ไม่ใช่ตัดถนนให้ทั้งสายเพื่อให้คนอื่นๆเดินไปตามเส้นทางนั้นโดยไม่กล้าวอกแวกออกนอกถนน      เมื่อเจออะไรที่บอกให้รู้ว่า มีเส้นทางใหม่แยกออกไป  ก็เดินสำรวจกันไปได้ ไม่ผิด

ต่อไป อาจมีคนค้นพบข้อมูลเกี่ยวกับท่านหญิงฉวีวาด และท่านอื่นๆที่มีพระนามและนามในหนังสือเล่มนี้ ผิดแผกแตกต่างออกไปอีกก็เป็นได้  ไม่ได้หมายความว่ากระทู้นี้เป็นข้อยุติ    แต่ในเมื่อยังไม่มีข้อมูลมากกว่านี้   สิ่งที่คุณ NAVARAT.C และท่านอื่นๆในกระทู้นี้ช่วยกันรวบรวมวิเคราะห์มา ก็ควรแก่การรับฟัง

เท่าที่เคยอ่านมา ก็เคยมีผู้ค้านเรื่องโคมระย้าที่สมเด็จเจ้าพระยาถูกฝรั่งหลอกต้ม   ซื้อของมาใหญ่เกินกว่าจะเอาเข้าบ้านได้  จนต้องถวายเป็นโคมระย้าในท้องพระโรงกลางพระที่นั่งจักรี   ว่าคลาดเคลื่อนจากความจริง     เรื่องสมเด็จเจ้าพระยาเป็นผู้นำกรมพระราชวังบวรวิชัยชาญออกจากสถานกงสุลอังกฤษ ก็มีกระทู้นิราศกรมหมื่นสถิตย์ แสดงหลักฐานแล้วว่าไม่จริง   
ถ้าจะมีเรื่องท่านหญิงฉวีวาดอีกสักเรื่อง ก็ไม่แปลกประหลาด   เพราะก่อนหน้านี้เราได้อ่านเฉพาะคำบอกเล่าของท่านหญิงฉวีวาด  แต่ไม่เคยรู้เลยว่าทางเขมรเขาว่ากันว่าอย่างไร      เมื่ออ่านแล้ว  ก็มิได้หมายความว่าจะผูกขาดความคิด   ท่านที่อ่านกระทู้นี้จะเลือกเชื่อท่านหญิงและม.ร.ว.คึกฤทธิ์ต่อไป  ไม่เชื่อข้อความในจดหมายของพระองค์เจ้ามาลิกา  ก็เป็นสิทธิ์ของท่าน  ไม่มีใครว่าอะไรค่ะ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 15 16 [17] 18 19 ... 22
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.05 วินาที กับ 19 คำสั่ง