เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 4 5 [6] 7
  พิมพ์  
อ่าน: 23075 สิบสี่ตุลาครานั้น กับความทรงจำของแต่ละท่านในเรือนไทย
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31478

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 75  เมื่อ 12 ต.ค. 18, 17:17

http://oknation.nationtv.tv/blog/print.php?id=568465



บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31478

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 76  เมื่อ 12 ต.ค. 18, 17:18

https://twitter.com/thairath_news/status/482933998646087680


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10970



ความคิดเห็นที่ 77  เมื่อ 13 ต.ค. 18, 08:46

ลองสำรวจคำกลอนของท่านพุทธทาส พบว่ามีแต่กลอนแปด ไม่พบกลอนหกเลย

http://www.buddhadasa.org/วาทะพุทธทาส.html

http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=10300&postdays=0&postorder=asc&start=0
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10970



ความคิดเห็นที่ 78  เมื่อ 14 ต.ค. 18, 09:30

ร่วมรำลึก ๔๕ ปี เหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10970



ความคิดเห็นที่ 79  เมื่อ 14 ต.ค. 18, 11:52

บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10970



ความคิดเห็นที่ 80  เมื่อ 14 ต.ค. 18, 15:48

เหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ในห้วงคำนึงของ 'ศิลปินแห่งชาติ คนเดือนตุลา'

๖ ตุลาคม ๒๕๑๖
วันที่ผมออกไปเดินแจกใบปลิวกับ "กลุ่มเรียกร้องรัฐธรรมนูญ"

๔๕ ปี ผ่านไปแล้ว ก็เหมือนผมยังวนมาอยู่ที่เดิม คือมาอยู่กับ "กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง" ที่เป็นคนหนุ่มคนสาวรุ่นใหม่ ส่วนบรรดาคนแก่ ๆ หลายคนที่เคยไปเดินแจกใบปลิวร่วมกันใน "กลุ่มเรียกร้องรัฐธรรมนูญ" และอีก ๘ วันต่อมาถูกเรียกว่าเป็น "วีรชน ๑๔ ตุลา" ในครั้งนั้น ถ้าบางคนยังไม่ลาลับจากกันไป พวกเขาก็เลือกมีเส้นทางชีวิตของเขาต่าง ๆ กัน

ชีวิตก็เป็นเช่นนั้นเอง


สุชาติ สวัสดิ์ศรี
ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ พุทธศักราช ๒๕๕๔

https://www.facebook.com/100007995606560/posts/2264527420490423/


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10970



ความคิดเห็นที่ 81  เมื่อ 14 ต.ค. 18, 19:56

เหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ในห้วงคำนึงของ 'กบฏรัฐธรรมนูญ'

๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖
ผมอายุ ๒๐ ปี เป็น ๑ ใน ๑๓ กบฏ ที่อายุน้อยที่สุด
ด้วยข้อหากบฏภายในภายนอกราชอาณาจักร
และมีการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์
มีโทษถึงประหารชีวิต

๔๕ ปี ผ่านไปไวเหมือนโกหก
ชายหนุ่มในวันนั้น กลายเป็นชายแก่ อายุ ๖๕ ปีในวันนี้
ในสถานการณ์บ้านเมืองที่เป็นเผด็จการหนักกว่าเก่า
โลกก้าวผ่านอนาล็อคสู่ดิจิตอล
สังคมไทยก้าวสู่ยุคออนไลน์ที่เสรีภาพไร้ขอบเขต
แม้รัฐเผด็จการพยายามจำกัดและกำจัด


วิสา คัญทัพ

https://www.facebook.com/1824579285/posts/10210340651032358/


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31478

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 82  เมื่อ 15 ต.ค. 18, 18:54

กระทู้นี้ คุณเพ็ญชมพูโพสอยู่(เกือบจะ)คนเดียว   เลยมาสลับฉากบ้าง
เชิญอ่านข้อเขียนใน Facebook ของคุณอธึกกิต แสวงสุข หรือ "ใบตองแห้ง" อดีตคอลัมนิสต์ของไทยโพสต์
อาจได้มุมมองอีกด้านหนึ่ง
*****************
คนตุลา คือนักปฏิวัติ...ที่เคว้งคว้าง สับสน
อ.กนกรัตน์ เลิศชูสกุล ตั้งคำถามน่าสนใจว่า คนตุลาเป็นนักประชาธิปไตยจริงหรือไม่

หลายปีที่ผ่านมา ผมเริ่มตกผลึกว่า อันที่จริง น่าจะไม่ใช่ ตอน 14 ตุลา ตอนเคลื่อนไหวประชาธิปไตย น่ะใช่ แต่ตอนเข้าป่า และหลังออกจากป่า ไม่ใช่แล้ว เรากลายเป็นนักปฏิวัติไปแล้ว

แต่เป็นนักปฏิวัติ ผู้เคว้งคว้าง อกหัก บ้างก็สับสน หลังจากอุดมการณ์ที่เคยใฝ่ฝัน เคยอุทิศชีวิต อุทิศทุกสิ่งทุกอย่าง กลับพังครืนลงไปต่อหน้า

อ.ยุกติ มุกดาวิจิตร พูดไว้ในงานเสวนา 14 ตุลาปีที่แล้ว (หนังสือปริทัศน์คนเดือนตุลา) ว่ารู้สึกไม่อินเลย กับการร้องเพลงปฏิวัติ รำวงปฏิวัติ ในงานศพ อ.ยิ้ม กลางวัดหัวลำโพง (แต่ อ.ยุกติก็บอกว่า มันสะท้อนว่าเราไม่ได้กลบเกลื่อนความเป็น "ฝ่ายซ้าย")
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31478

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 83  เมื่อ 15 ต.ค. 18, 18:56

“นักปฏิวัติ เราไม่เคยกลัวตาย แม้ร่างกายต้องมลายดับสูญ
อุทิศชีวิตเพื่อประชาสุขสมบูรณ์ จักเทิดทูนอุดมการณ์นิรันดร์ไป
เลือดแดงทาพื้นพสุธา หมู่มาลาและภูผาร่ำไห้
คงแต่ชื่อ ระบือก้องเกริกฟ้าไกล สถิตใน แนบน้ำใจประชา"

นั่นคือเพลงสหาย ที่ร้องในงาน อ.ยิ้ม ซึ่งผมร้องคลอแล้วน้ำตาซึมไปด้วย พิธีศพที่ร้องเพลงปฏิวัติ มอบชุด ทปท. โดยลุงธง แจ่มศรี กลางวัดหัวลำโพง พระอารามหลวง มันคงดูประหลาดในสายตาคนอื่น ดูแปลกแยก หลุดโลก เหนือจริง

แต่สำหรับเรา มันคือความผูกพัน ความรู้สึกฝังแน่นตราตรึง กับชีวิตแห่งอุดมการณ์ ความใฝ่ฝัน ที่ไปไม่ถึง และไม่มีวันไปถึงในชีวิตนี้ แต่มันยังอยู่กับเราตราบลมหายใจสุดท้าย

อ.ยุกติอาจเซอร์ไพรส์กว่านี้อีก ถ้าพบว่า งานศพคนตุลาที่เคยเข้าป่าบางคน ซึ่งกลายเป็นเหลืองโคตรๆ ก็สั่งไว้ให้เปิดเพลง "แสงดาวแห่งศรัทธา"
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31478

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 84  เมื่อ 15 ต.ค. 18, 18:57

พูดกันง่ายๆ คนตุลาที่กลับจากป่า เสมือนมี 2 ชีวิต ชีวิตแห่งอุดมการณ์ ที่เป็นจริงไม่ได้ จบไปแล้ว แต่ไม่เคยดับจากหัวใจ กับชีวิตที่กลับมาอยู่ในสังคม โดยมีบทบาทสถานะแตกต่างกันไป อยู่ที่แต่ละคนจะปรับให้ใกล้เคียงได้แค่ไหน

คนตุลาคือนักปฏิวัติ อาจไม่ใช่ทั้งหมด แต่ส่วนใหญ่ที่เข้าป่า คือคนที่คิดการใหญ่ อย่างที่ไม่มีอีกแล้วในคนรุ่นต่อๆมา

"ปฏิวัติโค่นล้มสังคมแบบเก่า" ชีวิตวัยหนุ่มสาว จากนักศึกษาชาวเมือง เข้าป่า ฝึกอาวุธ ทำสงคราม ซุ่มยิง ถูกยิง ประจัญบาน หรือแบกข้าวสารขึ้นภู ทำไร่ ทำนา ขุดหน่อไม้มาแกงกับวิญญาณหมู กินข้าวปนมันหรือปนข้าวโพด ฯลฯ แต่หัวใจโชติช่วงด้วยความหวัง แม้เพื่อนบางคนเสียสละไป

แต่จู่ๆ ความใฝ่ฝันนั้นก็พังทลาย ไม่ใช่พ่ายแพ้ ซึ่งยังร้องเพลงแพ้แล้วสู้ใหม่ๆ แต่การปฏิวัติเป็นความใฝ่ฝันที่พังทลาย เป็นจริงไม่ได้ ที่เป็นจริงได้ เช่นการปฏิวัติสังคมนิยมในประเทศต่างๆ ก็ไม่ได้เป็นไปตามความใฝ่ฝัน

เมื่อกลับมาสู่โลกใบเดิม มันจึงไม่ใช่แค่ความเจ็บปวดที่ต้องดิ้นรน แต่ชีวิตอีกซีกยังติดอยู่ในความใฝ่ฝัน ซึ่งไม่ใช่แค่ความทรงจำ บางคนตั้งต้นชีวิตใหม่ได้ บางคนล้มเหลวกระทั่งทุกวันนี้ บางคนก็เตลิดเปิดเปิงไปเลย แต่ส่วนใหญ่ก็ยังคิดว่าตัวเองมีอุดมการณ์ และพยายามทำในสิ่งที่เห็นว่าดีที่สุด
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31478

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 85  เมื่อ 15 ต.ค. 18, 18:58

เพียงแต่หลายสิบปีต่อมา ทัศนะแต่ละคนก็เปลี่ยนไป จากทัศนะเดิมคือทัศนะปฏิวัติลัทธิมาร์กซ์ เลนิน ความคิดเหมาเจ๋อตง ซึ่งก็ไม่ใช่ถูกต้องเสียหมด มาสู่สภาพแวดล้อมใหม่ สถานะใหม่ อย่างที่ อ.กนกรัตน์ชี้ คือหลังออกป่า คนตุลาไม่มีที่ยืน จนทศวรรษ 2530 จึงกลับมาในสถานะที่ต่างกันไป เป็นนักการเมือง นักวิชาการ สื่อ NGO เป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จก็เยอะ

ซึ่งแน่ละ บางคนก็มีผลประโยชน์ส่วนตน แต่ปัญหาสำคัญที่สุด น่าจะเป็นปัญหาทัศนะต่อ "ประชาธิปไตยทุนนิยม" ว่าแต่ละคนตกผลึกเพียงไร ว่าเมื่ออุดมการณ์ปฏิวัติสังคมนิยมเป็นจริงไม่ได้ จะยอมรับประชาธิปไตยทุนนิยมแค่ไหน หรือยังงมโข่งเกลียดทุนเกลียดจักรพรรดินิยมอเมริกาเหมือน 40 ปีก่อนจนไม่เอาประชาธิปไตย

อันนี้จึงเป็นภาพตลกร้าย พวกคนตุลาที่อยู่สายสื่อสาย NGO นักเคลื่อนไหวนักวิชาเกิน ส่วนใหญ่เทไปอยู่ฝ่ายเสื้อเหลือง โค่นทักษิณ (พอดีกระแสโลกมันเป็นกระแสต้านทุนโลกาภิวัตน์) แต่พวกที่กลับมาต้านหลังรัฐประหาร 49 เป็นพวกที่ทำมาหากินในโลกธุรกิจก็เยอะ

ประเด็นต่อมาคือทัศนะต่อการเปลี่ยนแปลง ที่เชื่อในการหักล้าง โค่นล้ม แบบพิภพ ธงไชย จะพูดเสมอว่าเมื่อมี Chaos จะเกิดสิ่งใหม่ พวกนกหวีดปิดเมืองขัดขวางเลือกตั้งก็ยัเอาคำว่า "ปฏิวัติประชาชน" มาใช้ (ซึ่งเหลือเชื่อว่าแม่-มีคนเชื่อจริงๆด้วย) รวมไปถึงความคิดยืมมือ ที่เอามาจากลัทธิเหมา แบบเห็นทักษิณน่ากลัวกว่าก็หันไปพึ่งจารีต โดยคิดว่าเป็นอาทิตย์ใกล้อัสดง อย่างที่เคยเขียนไป

คนตุลาถ้าไม่ยอมรับประชาธิปไตยทุนนิยม ก็จะค่อนไปทางอนาธิปไตย (Chaos นี่ใช่เลยนะ) ในขณะเดียวกันก็ไม่เข้าใจและไม่ยอมรับนิติรัฐ ซึ่งมากับประชาธิปไตยทุนนิยม พรรคคอมมิวนิสต์ไม่เคยสอนเรื่องนิติรัฐนะครับ มีแต่เหมายึดอำนาจได้ก็ตั้งศาลประชาชนจับเจ้าที่ดินตัดหัว ตัดสินเอง ใช้ศาลเป็นเครื่องมือเท่านั้น อันนี้ซ้ายกับขวาตรงกันน่าประหลาด
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31478

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 86  เมื่อ 15 ต.ค. 18, 18:58

คำถามตัวโตๆ คือ ในโลกวันนี้ นักปฏิวัติควรมีทัศนะและจิตใจอย่างไร ผมยอมรับนะ ผมยังมีความใฝ่ฝันของนักปฏิวัติจนลมหายใจสุดท้าย แม้เข้าใจดีว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ไม่ผิดอะไร เป็นเรื่องดีด้วยซ้ำที่เรามีอุดมคติสูงกว่าประชาธิปไตยทุนนิยม เพียงแต่เราต้องยอมรับความเป็นจริง ยังต้องอยู่กับประชาธิปไตยทุนนิยม โดยเชื่อว่าโลกจะเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น เช่นมันน่าจะก้าวไปสู่สังคมนิยมประชาธิปไตยมากขึ้น หลังวิกฤติเศรษฐกิจเสรีนิยมใหม่รอบนี้

สิ่งสำคัญเหนืออื่นใด สำหรับอุดมคตินักปฏิวัติ คือสิทธิเสรีภาพ และความกล้าท้าทายอำนาจ ซึ่งเป็นจิตวิญญาณนักปฏิวัติทุกยุคสมัย นักปฏิวัติที่ไหนกัน ไม่กล้าท้าทายอำนาจ ยิ่งอำนาจใหญ่โต ยิ่งต้องกล้าท้าทาย โดยเฉพาะอำนาจที่ไม่ชอบธรรม

ในความหมายนี้ อ.ยิ้ม จึงเป็นนักปฏิวัติอย่างแน่วแน่จนลมหายใจสุดท้าย อย่างที่เราร้องเพลงให้ในวันนั้น
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31478

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 87  เมื่อ 15 ต.ค. 18, 19:01

ข่าวคราวล่าสุดของวิสา คัญทัพ

ไร้คนเหลียวแล!'วิสา คัญทัพ'ป่วยพาร์กินสันเพราะใช้ชีวิตลำเค็ญต่างแดนในเมืองอันหนาวเหน็บ
15 ตุลาคม พ.ศ. 2561 เวลา 15:30 น. 

15 ต.ค.61-นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข  คอลัมนิสต์ประจำเว็บไซด์ประชาไท ที่เพิ่งพ้นโทษหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเมื่อกลางปี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Somyot Pruksakasemsuk ขณะเดินทางไปยุโรปว่า

วิสา คัญทัพ เอกอัครมหากวีและเจ้าของบทเพลงเพื่อชีวิตที่โด่งดังในตำนาน ต่อสู้กับเผด็จการมาตลอดอายุขัย เริ่มจากการเป็น ผู้นำนักศึกษารามคำแหงต่อสู้เผด็จการจนถูกลบชื่อออกจากมหาวิทยาลัย ทำให้มีการเคลื่อนไหวจนนำไปสู่การเรียกร้องรัฐธรรมนูญในปี 2516 ถูกจับกุมเป็นหนึ่งใน 13 กบถที่กลายเป็นการลุกขึ้นสู้ครั้งใหญ่ของประชาชน14 ตุลาคม 2516 เมื่อเผด็จการหวนกลับมาในปี 2519 วิสา คัญทัพเข้าป่าแต่งเพลงสู้กับเผด็จการ ถึงพฤษภาทมิฬ 35 และ พฤษภาเลือด 2553 ต้องหลบลี้หนีภัยไปต่างแดนในวัย 69ปีด้วยสังขารกำลังร่วงโรยเต็มทน

ผมพบกับวิสา คัญทัพ เมื่อวันที่ 8 ตค.61ที่เมืองโคโลนเยอรมัน วิสา ผอมซูบลงถนัดตาเห็น เดินอย่างเชื่องช้า ใบหน้าสั่นคลอนไปมา ผมจับมือวิสา คัญทัพ แต่มือของเขาสั่นเทา ไม่ใช่เพราะความหนาวแต่เป็นด้วยอาการของโรค พากินสัน ที่เกิดกับเขาเมื่อต้องไปใช้ชีวิตลำเค็ญต่างแดนในเมืองอันหนาวเหน็บ เขาใช้เวลาทั้งหมดอยู่ภายในบ้านกับภรรยา ไพจิตร อักษรณรงค์ ไม่ได้ออกไปไหนเพื่อรอคอยสถานภาพผู้ลี้ภัย จนบัดนี้เขาออกจากบ้านได้ แต่ทว่า ความชราและพากินสันกลับทำให้เขาต้องอยู่แต่ภายในบ้านอพาร์ตเมนต์สี่เหลี่ยมอุดอู้

วิสา บอกกับผมด้วยเสียงสั่นเทา น้ำตาคลอเบ้า “ ค่ารักษาพยาบาลที่นี่แพงมหาศาลเลย ผมแก่แล้ว ภาษาอังกฤษและเยอรมันพูดไม่ได้เลย อยู่ในสังคมต่างแดนมันโหดร้ายมาก จะเริ่มเรียนก็ไม่ได้ ไม่ใช่คนหนุ่มสาว เหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป "
 
อ่านต่อได้ที่นี่ค่ะ  https://www.thaipost.net/main/detail/19957
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10970



ความคิดเห็นที่ 88  เมื่อ 15 ต.ค. 18, 19:44

อ.ยิ้ม จึงเป็นนักปฏิวัติอย่างแน่วแน่จนลมหายใจสุดท้าย อย่างที่เราร้องเพลงให้ในวันนั้น

๏ ยิ้ม  แย้มยืนหยัดเย้ย  เผด็จการ
   สุท  สู้อย่างกล้าหาญ  ก่อนม้วย    
   ธา  ราแห่งวิญญาณ   จะไปสู่        
   ชัย  ชนะที่สุดด้วย     ปล่อยสิ้นงานการ ๛    

เพื่อนหรินทร์(๑)เขียนไว้ให้เพื่อนยิ้ม
อ่านแล้วอิ่มใจรำลึกนึกความหลัง
ภราดร(๒)จากไปเศร้าใจจัง
แต่ก็ยังภูมิใจมีเพื่อนดีเอย


(๑) หรินทร์ สุขวัจน์ อดีตบรรณาธิการอำนวยการนิตยสาร "ถนนหนังสือ"

(๒) ชื่อเดิมอาจารย์ยิ้ม ภราดร ยิ้มประเสริฐ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31478

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 89  เมื่อ 15 ต.ค. 18, 20:20

นี่ก็น่าจะเป็นเพื่อนอีกคนของอาจารย์ยิ้ม

https://www.matichon.co.th/politics/news_682283


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 4 5 [6] 7
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.043 วินาที กับ 20 คำสั่ง