เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1]
  พิมพ์  
อ่าน: 2264 สรรพโจ๊กพิจารณ์
พวงร้อย
สุครีพ
******
ตอบ: 904


เว็บไซต์
 เมื่อ 25 พ.ค. 01, 18:39

ตั้งชื่อกระทู้ให้มันดูขลังๆไปยังงั้นแหละค่ะ  
เมื่อวานอากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝน  ตอนเช้าแดดไม่ยอมออก  เลยนอนตื่นสายโด่ง  
แล้วรำพึงรำพันว่าอยากจะกินอะไรน้า  
อากาศแบบเนี้ยอยากกินโจ๊กหมูสับลูกเท่าปลายหัวแม่มือจังเลยค่ะ  
เลยมานั่งนึกๆดูว่า  อาหารแบบ "โจ๊ก" เนี่ยะ  
ดูจะมีกันในทุกชาติทุกท้องที่ที่ไปมาเลยค่ะ  
ถ้าคิดว่าเราเอาเมล็ดธัญญพืชมาต้มนำ้เละๆนี่เป็นโจ๊กกันละก็  
มันก็มีหลายหลากให้เขียนเป็นเรื่องเป็นราวได้เลย  เลยเป็นที่มาของ
"สรรพโจ๊กพิจารณ์" น่ะค่ะ  คืออยากจะเล่าเปรียบเทียบ "โจ๊ก" ของชาติต่างๆให้ฟัง
  ไม่ใช่มาคุยเรื่องเดอร์ตี้โจ๊กแต่ประการใด  ไม่งั้นก็คงกลายเป็นหัวข้อ
"รักภาษา" หรือ "ศิลปวัฒนธรรม" ไปแล้วเน้อ



1 โจ๊กฝรั่ง
/>


A มาอเมริกาแรกๆ  อยากกินโจ๊กจนนำ้ตาไหลเลยค่ะ  
พอดีวันหนึ่งไปกินข้าวเข้าบ้านเพื่อน  ยายเค้ามาจาก Deep South คือรัฐจอร์เจีย  
ซึ่งมีอาหารการกินแบบคล้ายๆพวกอังกฤษ-สก๊อต หลายๆอย่าง  
แต่ได้รับอิทธิพลจากอาหารอัฟริกันบ้างก็มี  
เค้าทำอาหารเช้าขึ้นชื่อของทางนั้นให้กิน  คือ Grits, eggs 'n bacon
ไข่กับเบค่อนคงทราบนะคะว่าเป็นยังไง  
แต่เจ้ากริตส์นี่สิ่ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยค่ะ  
ปรากฏว่าเค้าใส่จานมาก็โปะกริตส์มาให้กองนึง  
คล้ายๆโจ๊กแบบนำ้แห้งจนจับตัวกันเองเป็นก้อนได้น่ะค่ะ  ชิมดูก็รสเหมือนโจ๊กเลย  
โอย รอดตายแล้วตู  ถามเค้าได้ความว่า  เป็นแกนในของข้าวโพด  
เค้าเอาไปป่นเหมือนข้าวหัก  แล้วไม่ทราบไปทำอะไรอีกให้ต้มสุกง่าย  
แต่ทานแล้วเหมือนข้าวหักๆที่เราเอามาต้มโจ๊กเลยค่ะ  
ดิฉันกลับบ้านก็ไปซื้อกริตส์มากล่องนึง  เอาไว้ทำโจ๊กทานเองเลยค่ะ
/>


B อีกพวกนึงที่ฝรั่งเค้าทานหน้าหนาว คือข้าวโอ๊ตต้ม  
มันจะออกมาเละๆ  แต่เนื่องจากข้าวโอ๊ตมันมีใยที่ละลายนำ้ได้  
คือละลายแล้วเป็นเมือกๆน่ะค่ะ  เป็นโจ๊กฝรั่งที่ดิฉันรังเกียจที่สุด  
คงไม่ต้องอธิบายความรู้สึกเวลาทานอะไรที่เป็นเมือกๆให้ฟังนะคะ  ว่าเป็นอย่างไร  
เห็นฝรั่งเค้าก็ต้องปรุงกันน่าดู  ไม่งั้นกินไม่ลงกันหรอกค่ะ  
แต่เค้าใส่จนมันจะกลายเป็นของหวานไปเลย  คือใส่ลูกเกต ใส่นำ้ตาลทราย
บ้างก็ใส่แยมผลไม้  โรยหน้าด้วยถั่วก็มี  คงเริ่มมาจากที่จะหลอกให้เด็กกิน  
โดยคิดว่าเป็นไอสกรีมกระมัง  แต่ไม่เคยเห็นใครหลอกเด็กให้กินได้สำเร็จเลยค่ะ  




C พวก cream of wheat หรือ cream of rice
ก็คล้ายๆกับกริตส์น่ะค่ะ  แยกแทบไม่ออก  เค้าก็ทานกับไข่เจียวแบค่อนยเหมือนกัน  
แต่ดิฉันเอามาแผลงเสีย  โดยทำไข่ดาวแบบที่ไม่ค่อยจะสุก  แล้วเอากริตส์หรือ
cream 'o wheat ร้อนๆ"ปะหน้า  ป่นเบค่อนทอดกรอบโรยหน้า  
แล้วราดด้วยนำ้พริกศรีราชา  เฮ้อ กินแล้วหายหนาวเลยค่ะ  อิอิ


/>
2 โจ๊กลั๊วะ



นี่พูดจริงๆนะคะไม่ได้โจ๊กกิ้ง  
เคยไปอยู่บ้านคนลั๊วะในเชียงราย  เค้าเอาข้าวโพดมาตำเหลือแต่แกนใน  
แล้วเอามาต้มมานึ่งกินกันเหมือนเมล็ดข้าวเลยค่ะ  ไปพ้องตรงกันกับ grits
ของฝรั่งอย่างน่าประหลาดใจ  วันหลังต้องไปค้นดูซักหน่อยแล้วว่า  
ข้าวโพดในเอเชียนี่  มาจากทวีปอเมริกาหรือเปล่า  
เพราะฝรั่งนี่เพิ่งมารู้จักข้าวโพดก็ตอนโคลัมบัสมาอาศัยคนอินเดียนกินข้าวโพดกันตายนี่เองค่ะ
  แต่ที่ไปกินที่บ้านลั๊วะนั้น  ต้มเปล่าๆกับนำ้ค่ะ  เอาหนักท้องเข้าว่า  
ไม่ว่ากัน



3 โจ๊กกวางตุ้ง


/>
ปีก่อนไปแวนคูเว่อร์ที่แคนาดา  
เดินทางรอนแรมไปในบริติชโคลัมเบียหลายวันมาเจอร้านอาหารจีนก็ดีใจที่เค้ามี
porridge ด้วย  สั่งมาทาง โอ้โห ไม่เหมือนโจ๊กบ้านเราเลยค่ะ  
เนื้อโจ๊กเหลวละเอียดเหมือนกาวแป้งเปียก  แบบเอาแป้งต้มนำ้เฉยๆ  
ไม่ใช้นำ้ต้มกระดูก (หรือใช้กระดูกมัมมี่หมูมาต้มก็ไม่ทราบค่ะ)  
มีลูกชิ้นหมูสับที่เอาเนื้อหมูมาสับๆๆๆปั้นๆๆๆเฉยๆ  ไม่ใส่อะไร  
กับปาท่องโก๋จืดๆตัวเล็กทอดกรอบโรยหน้า  
ทานเข้าไปแล้วท้องไส้แทบจะเสียสมดุลย์เลยค่ะ  





4
โจ๊กคนอร์



ดีว่าไปหาซื้อโจ๊กซองของคนอร์ได้  
กว่าเค้าจะส่งมาขายก็มาอยู่ได้หลายปีแล้วค่ะ  
ไปเจอครั้งแรกเหมือนตายแล้วเกิดใหม่  แต่กินไปกินมาก็ชักแก่กล้ามากขึ้น  
เติมลูกชิ้นหมูสับบ้าง  เติมไข่ เติมขิงซอย ฯลฯ ก็พอจะใกล้เคียงกันมั่ง
/>


สรุปแล้ว  โจ๊กคนอร์เติมไข่อร่อยที่สุด  
ถัดมาก็โจ๊กฝรั่งราดซ้อสศรีราชาค่ะ



จบสรรพโจ๊กพิจารณ์
ฉบับคนตายอดตายอยากแล้วค่ะ
/>
(ใครมีเคล็ดลับทำโจ๊กอร่อยๆช่วยบอกหน่อยนะคะ  
นึกว่าสงสารคนหิวโจ๊กเถอะค่ะ)
บันทึกการเข้า
ÍÑ¡¡Ò
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 22 พ.ค. 01, 10:51

¨Ø´ËÅÑ¡¡çµéÁ¢éÒÇãËéà´×Í´¨¹àÁç´¢éÒÇ
ºÒ¹¡è͹·Õè¨ÐŴŧä»ä¿Íè͹áÅéÇà¤ÕèÂÇ¢éÒÁ
¤×¹  µÍ¹áá¾ÂÒÂÒÁãªé¹Óé¹éÍ¡è͹¤ÃѺáÅéÇ
¤èÍÂàµÔÁ¹Óéà¾ÔèÁ·ÕËÅѧ ¤ÅéÒÂæ¡ÑºRisotti
Êèǹ¹Óé«Ø»¡çàËÁ×͹ᡧ¨×´ËÁÙÊѺ¡Ãд١ËÁÙ
µéÁᡵèÒ§ËÒ¡ àÇÅҨзҹ¡ç¼ÊÁ¢éÒÇ
¡Ñº¹Óé¡Ãд١ËÁÙ ËÁÙÊѺ à¤Ã×èͧ㹠µéÁ¨¹à´×Í´ »ÃاÃÊ »Ô´ä¿ ââԧ«Í µé¹ËÍÁ¼Ñ¡ªÕ«Í ¡ÃÐà·ÕÂÁà¨ÕÂÇ ¾ÃÔ¡ä·Â
¢éÒÇâ͵ãÊèͺàªÂ¡çÍÃè͹ФÃѺ¤Ø³¾Ç§ÃéÍÂ
¹Í¡¨Ò¡¡ÃÔµÊìáÅéÇÂѧÁÕÍÕ¡ÍÂèÒ§¢Í§·Ò§ÃÑ°µÍ¹ãµé·Õè¤ÅéÒ¡Ѻ¡ÃÔµÊìáµèäÁèÁÕÇÒ§¢ÒÂ
·ÑèÇä» ÃÙéÊÖ¡ÇèÒ¨Ðà»ç¹ Sorghum·Õèà¤éÒãªé
ÁÒ·Ó¹ÓéµÒÅà»ç¹ËÅÑ¡áµèàÁÅç´¡ç·Ò¹ä´éẺ
à´ÕÂǡѺ¡ÃÔµÊì  Millet/Pearl Millet
(¢éÒÇ¿èÒ§) ¡çãªé·Óä´éàËÁ×͹¡Ñ¹
 Sorghum ¡Ñº¢éÒÇ¿èÒ§¹ÕéÁÒ¨Ò¡áÍ¿ÃÔ¡Ò Êèǹ¢éÒÇâ¾´ ¾ÃÔ¡·Ñé§ËÅÒ¡àÇé¹¾ÃÔ¡ä·Â ÁÐà¢×Í ÁÐà¢×Íà·È ½éÒ ÂÒÊÙº ÁÒ¨Ò¡ÍàÁÃÔ¡Ò¡ÅÒ§ËÃ×ÍÍàÁÃÔ¡Òãµé
äÁè·ÃÒºÇèÒ¤¹ÊÁÑÂÊØ⢷ÑÂÁÕÊéÁµÓ·Ò¹¡Ñ¹ËÃ×Í
à»ÅèÒ ¶éÒÁÕãªéÍÐäÃá·¹¾ÃÔ¡¢Õé˹١Ѻ
ÁÐà¢×Íà·È áÁéáµè¡ÃзÑè§ÁÐÅС͡çÁÒ¨Ò¡ÍàÁÃÔ¡Ò¡ÅÒ§
บันทึกการเข้า
อ้อยขวั้น
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 22 พ.ค. 01, 15:56

เคยกินโจ๊กกระดูกมัมมี่ที่ซอยเล็กๆ ในฮ่องกงค่ะ  ไอ้เรารึก็พูดจีนไม่เป็น  ไม่งั้นก็จะถามว่าไปขุดกระดูกมาจากสุสานไหน

อีกครั้งนึงที่สิงคโปร์  เห็นรูปถ้วยโจ๊กกับป้ายหน้าร้านเขียนว่า congee  เราก็...หวานล่ะงานนี้  จะได้กินโจ๊กมื้อเช้าซะหน่อย  หวานจริงๆ ค่ะ  congee นั่นดันกลายเป็นลูกเดือยต้มราดนมสด!

มีโจ๊กสำเร็จรูปยี่ห้อ...สายไหม?...ขายตามซูเปอร์มาร์เก็ตในกรุงเทพนะคะ  หน้าตาและรสชาติพอหายคิดถึงโจ๊กสามย่านได้ค่ะ  ไว้มีโอกาสกลับมาแล้วลองดูนะคะเผื่อจะติดไม้ติดมือไปตุนไว้
บันทึกการเข้า
From#1
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 22 พ.ค. 01, 23:15

จุดหลักก็ต้มข้าวให้เดือดจนเม็ดข้าว
บานก่อนที่จะลดลงไปไฟอ่อนแล้วเคี่ยวข้าม
คืน ตอนแรกพยายามใช้นำ้น้อยก่อนครับแล้ว
ค่อยเติมนำ้เพิ่มทีหลัง คล้ายๆกับRisotti
ส่วนนำ้ซุปก็เหมือนแกงจืดหมูสับกระดูกหมู
ต้มแยกต่างหาก เวลาจะทานก็ผสมข้าว
กับนำ้กระดูกหมู หมูสับ เครื่องใน ต้มจนเดือด ปรุงรส ปิดไฟ โรยขิงซอย ต้นหอมผักชีซอย กระเทียมเจียว พริกไทย
ข้าวโอตใส่อบเชยก็อร่อยนะครับคุณพวงร้อย
นอกจากกริตส์แล้วยังมีอีกอย่างของทางรัฐตอนใต้ที่คล้ายกับกริตส์แต่ไม่มีวางขาย
ทั่วไป รู้สึกว่าจะเป็น Sorghumที่เค้าใช้
มาทำนำ้ตาลเป็นหลักแต่เมล็ดก็ทานได้แบบ
เดียวกับกริตส์ Millet/Pearl Millet
(ข้าวฟ่าง) ก็ใช้ทำได้เหมือนกัน
Sorghum กับข้าวฟ่างนี้มาจากแอฟริกา ส่วนข้าวโพด พริกทั้งหลายยกเว้นพริกไทย มะเขือ มะเขือเทศ ฝ้าย ยาสูบ มาจากอเมริกากลางหรืออเมริกาใต้
ไม่ทราบว่าคนสมัยสุโขทัยมีส้มตำทานกันหรือ
เปล่า ถ้ามีใช้อะไรแทนพริกขี้หนูกับ
มะเขือเทศ แม้แต่กระทั่งมะละกอก็มาจากอเมริกากลาง
อักกา
บันทึกการเข้า
นกข.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 23 พ.ค. 01, 22:38

เท่าที่ทราบ ลักษณะพิเศษอย่างหนึ่งของโจ๊กกวางตุ้งทางใต้ (ตามที่คนจีนทางเหนือบอก - เพราะฉะนั้นอาจจะผิด) คือ มีไข่เยี่ยวม้าชิ้นเล็กๆ หั่นใส่มาด้วย จีนกลางเรียก โจ และคนปักกิ่งเขายอมรับว่าเป็นอาหารจีนใต้ ทางจีนเหนือโดยปกติเขาไม่ค่อยกินโจ๊กกัน (เว้นในภัตตาคารที่โฆษณาว่าเป็นร้านอาหารกวางตุ้ง)
ผมไปกินที่ฮ่องกงและกวางโจว เห็นบางเจ้าก็ทำอย่าที่ว่า คือใส่ไข่เยี่ยวม้า บางเจ้าก็ไม่ใส่ แต่ที่ว่าเนื้อโจ๊กละเอียดนั้นจริง แต่ที่ผมได้กิน ไม่ถึงกับเหนียวเป็นกาวครับ

ดูเหมือนภาษาฝรั่ง กรูเอล Gruel ก็ถือได้ว่าเป็นโจ๊กอย่างหนึ่งหรือหน้าตาคล้ายๆ โจ๊ก เป็นข้าวหรือธัญพืชต้มเละๆ ในโอลิเวอร์ ทวิสต์ นิยายของชาร์ลส์ ดิกเก้นส์ ที่สะท้อนภาพความทารุณในโรงเลี้ยงเด็กกำพร้าของอังกฤษสมัยสักร้อยกว่าปีมาแล้ว ก็พูดถึงโจ๊กนี่ ว่าเป็นอาหารที่เลี้ยงเด็กกำพร้า ไม่มีเนื้อมีหนังอะไรเลย แล้วแถมตักแจกแค่ถ้วยเล็กๆ เด็กกินไม่อิ่ม จนโอลิเวอร์ตัวเอกทนหิวไม่ไหวต้องรวบรวมความกล้าไปขอเพิ่มจากผู้คุมเอ๊ยผู้บริหารสถานเลี้ยงเด็กว่า .... พลีส เสอร์, ไอ ว้อนท์ ซัมมอร์....
ประโยคเดียวเท่านั้น อีตาผู้คุมใจร้ายเลยไล่ออกจากโรงเลี้ยงเด็กเลย ส่งไปทำงาน
บันทึกการเข้า
พวงร้อย
สุครีพ
******
ตอบ: 904


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 26 พ.ค. 01, 06:39

มัวไปติดพันอยู่ที่อื่น(นอกโลก) เกือบหลงทางกลับกระทู้ตัวเองไม่ถูก เหอๆๆ  ขออภัยที่มาตอบช้าค่ะ

มิน่า เค้าเคี่ยวกันข้ามคืนนี่เอง  ทำเอง from scratch ยังไงก็ไม่อร่อยเท่า  ที่เค้าใส่แป้งนี่คงเป็นวิธีลัดน่ะค่ะ  แต่ยังไงๆก็ไม่เหมือนของจริง  คิดว่าสุดยอดโจ๊กที่เรากินกันในเมืองไทยนี่คงเป็นสูตรของชาวแต้จิ๋วมังคะ

เจ้า gruel นี่จำได้ว่าไปอ่านข่าวบรรเทาทุกข์ในอัฟริกาครั้งนึง  พวกหน่วยบรรเทาทุกข์เอาแป้งสาลีใช่รึเปล่าไม่ทราบ  ต้มกับนำ้มัน  และใส่ไวตามิน  ไปเลี้ยงเด็กที่เป็นโรคขาดอาหาร  ฟังแล้วชวนสยองพิลึก  แต่เห็นว่า  เป็นอาหารที่ดูดซึมง่าย  ช่วยส่งสารอาหารในร่างกายของเด็กที่กำลังจะอดตายได้รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพที่สุด  และก็ทำได้ง่ายด้วย

ดิฉันว่าการกินเมล็ดธัญญชีชด้วยการต้มเหลวนี่  เป็นวัฒนธรรมการกินที่เก่าแก่ที่สุดของมนุษยชาติทีเดียว  คิดว่าเมล็ดธัญญพืชแรกๆที่เอามากินกันคงเก็บเอาจากที่เกิดเอง  ไม่ได้ปลูก  อย่างพวก millet barley ที่เคยอ่านเจอจากเรื่องไอ๊ซ์แมน(อายุห้าพันกว่าปี) ก็ยังว่าข้าวสาลีที่กินกันในยุโรปสมัยนั้น  เป็นคนละพันธุ์กับในปัจจุบัน  แต่ก็รู้จักทำขนมปังกันแล้ว  แต่ดิฉันเชื่อว่า การต้มโจ๊ก นี่คงจะเป็นวิธีปรุงอันดับแรกที่มนุษย์เรารู้จักทำเลยทีเดียว  เพราะมันง่าย  ไม่ต้องประดิษฐ์ประดอยอะไรมากเหมือนอย่างอื่น  เออ ชักหิวข้าวแล้วซี  วันนี้จะกินอะไรดีน้าาาา
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.039 วินาที กับ 19 คำสั่ง