เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 8
  พิมพ์  
อ่าน: 73757 ภาษาไทยในยุค AEC
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3686


ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 13 ก.ย. 13, 20:37

ในยุค AEC   เป็นธรรมชาติที่จะต้องมีภาษาอังกฤษเข้ามาป้วนเปี้ยนผสมอยู่ในภาษาพูดมากขึ้น
ลองมาดูสภาพนะครับ

สถานศึกษาต่างๆ ต่างก็พยายามจัดครูสอนภาษาอังกฤษด้วยคนที่พูดภาษาอังกฤษ แต่จะด้วยทุนน้อยหรือจำกัดด้วยความสามารถเข้าถึงตัวบุคลากรใดๆก็ตาม
ปรากฎว่าเราได้ครูสอนภาษาอังกฤษชาวต่างชาติที่ภาษาอังกฤษไม่ใช่ภาษาแม่เป็นจำนวนมาก หลากหลายประเทศเลยครับ มีครูเหล่านี้เป็นจำนวนมากที่เป็นนักท่องเที่ยว อาจจะกล่าวได้ว่าไม่มีวุฒิของความเป็นครูเลยก็ได้ และที่น่ากลัวคือ ตัวเองแข็งแรงในภาษาที่ตนเองสอนหรือไม่ และที่น่ากลัวไปกว่านั้นอีก ครูคนไทยที่เป็นหัวหน้าสายนั้นก็ยังสนทนาไม่ได้กับครูต่างชาติ แถมปล่อยให้ครูต่างชาติจัดการหลักสูตรไปเองเลย

ต่อไปเราก็จะมีเด็กไทยที่ออกเสียงภาษาอังกฤษอย่างหลากหลายไม่เหมือนกัน ที่จะแย่ก็คือ เมื่อครูต่างชาติหมุนเวียนเปลี่ยนไป เด็กก็จะได้รับรู้ภาษาอังกฤษแบบคละสำเนียง คละการออกเสียง ไม่มีรูปแบบ   ต่อไปคนฟังหรือคู่สนทนาคงจะต้องเงื่ยหูเดาเอา  เดี๋ยวเป็นอังกฤษแบบอเมริกัน แบบอังกฤษ แบบเวลส์ แบบออสเตรเลีย แบบฟิลิปปินส์ก็มี แบบกรีกก็มี แบบเม็กซิกันก็มี ฯลฯ ปนเปกัน





บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3686


ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 13 ก.ย. 13, 21:00

สำหรับภาคอิสานและภาคใต้นั้น ผมสัมผัสน้อยมากในรอบเกือบจะยี่สิบปีที่ผ่านมา จึงมิอาจเห็นภาพที่จะเปลี่ยนแปลงไปได้ชัดเจน

บันทึกการเข้า
พวงแก้ว
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 14 ก.ย. 13, 11:48

คุณตั้งกลับมาแล้ว ...เรื่องการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเพื่อเตรียมรับ AEC คงเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศเราล่ะคะ

แต่เดิมการสอนภาษาอังกฤษในโรงเรียนทั่วไปก็ไม่ประสบความสำเร็จอยู่แล้ว ทั้งฟัง พูด อ่าน เขียน

การเรียนภาษาความจริงเป็นทักษะทางธรรมชาติ คนที่ได้ฟังภาษานั้นๆอย่างต่อเนื่องเป็นธรรมชาติ
จะเรียนรู้ภาษาอย่างรวดเร็วแต่เราไม่มีครูที่จะพูดภาษาอังกฤษให้เด็กฟังอย่างต่อเนื่องจนเด็กสามารถจับหลักของภาษาได้

เราเริ่มจากการอ่านที่กระท่อนกระแท่น สำเนียงไม่ชัดเจน แล้วก็เรียนไวยากรณ์แบบท่องจำในใจ
เด็กไม่เคยได้ยินเสียงก็จะออกเสียงไม่ถูก  ก็เลยขาดความเชื่อมั่น ทั้งหมดนี้ก็เพราะเราสอนภาษา
แต่ทฤษฎี จากการท่องจำ  ทั้งสิ้น

ปัจจุบันผู้ปกครองที่มีฐานะที่จะเลือกโรงเรียนให้ลูกหลานได้เต็มที่ เขาจะส่งไปเรียนโรงเรียนอินเตอร์กัน
เพราะสิ่งแวดล้อมจะช่วยเด็กในเรื่องการเรียนภาษามากกว่า...เด็กเหล่านี้เก่งภาษาอังกฤษและภาษาอื่น
แต่จะอ่อนภาษาไทย กลายเป็นพูดภาษาไทยที่ลึกซึ้งไม่ได้ ไม่เข้าใจ นานเข้าเขาก็จะอึดอัดแล้ว
ถอยออกไปจากสังคมไทย ไปรวมกลุ่มกับเด็กแบบเดียวกัน ไม่สนใจสังคมไทยอีกเลย แล้วมุ่งไปศึกษาต่อในต่างประเทศ
ไปทำงาน ใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศ  แล้วประเทศไทยจะได้อะไรจากบุคคลรุ่นใหม่เหล่านี้
ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีทรัพยากรอยู่ในมือมากกว่า เด็กในชนบท  แต่มีชีวิต ความคิดห่างไกล้จากความเป็นไทยมากขึ้นทุกที

ในที่สุดก็ต้องกลับไปดูที่การจัดระบบการศึกษาที่นับวันจะสับสน วุ่นวาย จนคนที่มีอาชีพครูจริงๆ ยังออกปากบ่นว่า
เหนื่อยเหลือเกินกับการเป็นครูในเมืองไทย

ส่วนการจ้างคนต่างชาติมาสอนภาษาอังกฤษ นั้นเป็นปัญหามานานมากแล้ว อย่างที่คุณตั้งเอ่ยไว้นั่นแหละค่ะ
และจะยังคงเป็นเช่นนั้นอีกนาน



บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3686


ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 14 ก.ย. 13, 19:53

ครับ   ภาพมันก็เป็นดังที่คุณพวงแก้วว่าไว้

เมื่อมีการใช้ภาษาอังกฤษผสมผสานอยู่ในการสนทนามากขึ้น ก็เกิดมีคำใหม่เกิดขึ้น เช่น โอ (เค) ใหม,  สองวิ(นาที),   ชิวๆ ฯลฯ   ผมเห็นว่านอกจากจะเป็นคำตามสมัยนิยมแล้ว คำที่ยกมาเช่นดังตัวอย่างนี้ ก็คงจะยังใช้กันไปอีกนานเลยทีเดียว

เมื่อ AEC ได้เกิดขึ้นสักระยะหนึ่งแล้ว ผมว่าคงมีอีกหลายคำภาษาอังกฤษแบบไทยที่จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะคำที่นักท่องเที่ยวต้องใช้กันเป็นประจำ เช่น โรงแรม_hotel_ซึงต่อไปอาจจะเหลือเพียง โฮ เป็นต้น

บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3686


ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 14 ก.ย. 13, 20:33

อีกสภาพหนึ่งที่ผมได้สังเกตมานานสักระยะหนึ่งแล้ว ได้แก่ การออกเสียงคำต่างๆที่กำลังเปลี่ยนไป  ที่เห็นได้ชัดมาก คือ การออกเสียงคำว่า ค่ะ ของเด็กผู้หญิง ก็เปลี่ยนเป็นเสียงใกล้ๆ เคอะ  หรือจะกำลังเข้าสู่สภาพสะกดอย่างหนึ่ง ออกเสียงอีกอย่างหนึ่ง   มีอีกครับ ยังนึกไม่ออก     ทั้งนี้ ผมไม่หมายรวมถึงการออกเสียงคำที่คนในภูมิภาคต่างๆเขาพูดกันเป็นปรกติ เช่น แก้ว เก้า ที่ออกเสียงสั้นก็มี ออกเสียงยาวก็มี  หรือ ภูเก็ต ที่ออกเสียงใกล้จะเป็น ภูแก็ต ก็ดี

อีกเรื่องหนึ่ง
ตัวอักษรที่ใช้สะกดท้ายคำที่เขียนแทนภาษาต่างประเทศ ถูกออกเสียงเปลี่ยนไป เช่น เสียง ส ก็กลายเป็น ด  เลยเป็นผลทำให้การพูดหรือการออกเสียงภาษาอังกฤษผิดเพี่้ยนไป เช่น รถบัส(ซ...) กลายเป็น รถบั๊ด   

 
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3686


ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 14 ก.ย. 13, 20:36

อีกสภาพหนึ่งที่ผมได้สังเกตมานานสักระยะหนึ่งแล้ว ได้แก่ การออกเสียงคำต่างๆที่กำลังเปลี่ยนไป  ที่เห็นได้ชัดมาก คือ การออกเสียงคำว่า ค่ะ ของเด็กผู้หญิง ก็เปลี่ยนเป็นเสียงใกล้ๆ เคอะ  หรือจะกำลังเข้าสู่สภาพสะกดอย่างหนึ่ง ออกเสียงอีกอย่างหนึ่ง   มีอีกครับ ยังนึกไม่ออก     ทั้งนี้ ผมไม่หมายรวมถึงการออกเสียงคำที่คนในภูมิภาคต่างๆเขาพูดกันเป็นปรกติ เช่น แก้ว เก้า ที่ออกเสียงสั้นก็มี ออกเสียงยาวก็มี  หรือ ภูเก็ต ที่ออกเสียงใกล้จะเป็น ภูแก็ต ก็ดี

อีกเรื่องหนึ่ง
ตัวอักษรที่ใช้สะกดท้ายคำที่เขียนแทนภาษาต่างประเทศ ถูกออกเสียงเปลี่ยนไป เช่น เสียง ส ก็กลายเป็น ด  เลยเป็นผลทำให้การพูดหรือการออกเสียงภาษาอังกฤษผิดเพี่้ยนไป เช่น รถบัส(ซ...) กลายเป็น รถบั๊ด   

 
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30490

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 14 ก.ย. 13, 21:26

การเพี้ยนเสียงคำจากภาษาต่างประเทศ    ญี่ปุ่นก็คงมีอยู่ไม่น้อย    คุณตั้งคงพอจะเทียบได้ว่าเสียงบางเสียงของต่างชาติ  ลิ้นญี่ปุ่นก็ออกเสียงไม่ได้จริงๆ  ก็ต้องลากให้เข้ากับเสียงของเขาที่มีอยู่แล้ว
ตัวสะกดของเรามีเสียงแค่  ง น ม ย ว   และ ก ด บ     พอเจอตัวสะกดออกเสียง s l z  บัซเลยกลายเป็นบั๊ด   ใครตั้งชื่อลูกชายว่าน้องบอล ก็มักจะถูกออกเสียงว่า บอน ไปเสียแทน   น้องจิลก็เป็นน้องจิน  น้องบิลเป็นน้องบิน   ถ้าน้องจอย   น้องแจ๊ค น้องเจมส์ละก็พอไหว  ลิ้นคนไทยออกเสียงได้ค่ะ
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3686


ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 14 ก.ย. 13, 22:21

อืม์

ใช่ครับ

กลับมาลองยกตัวอย่างคำว่า รถบัส    หากเราเขียนเสียใหม่ว่า รถบัซ มันก็จะเป็นการบังคับให้เราต้องอ่านออกเสียงได้ใกล้เคียงขึ้นใหมครับ

แฮ่ๆ แหกกฎเกณฑ์กติกาเรื่องตัวสะกดของเราออกไปเลย    รูดซิบปาก ยิงฟันยิ้ม     แต่ธรรมชาติของภาษามันก็ต้องมี evolution    เป็นไปได้ใหมครับ ?
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30490

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 14 ก.ย. 13, 22:34

รถบัซ   ถ้าเป็นสมาชิกเรือนไทย ดิฉันว่าออกเสียง ส หรือ s ได้ทุกคนค่ะ   แต่ถ้าเป็นชาวบ้านที่ไม่คุ้นกับเสียง s   ยังไงก็ออกไม่ได้   
คำว่า Police  ก็ยังออกเสียงว่า โปลิด  กันอยู่ทุกวันนี้  จนเป็นเสียงที่ถูกไปแล้ว   ไม่มีคนไทยออกเสียงว่า โพลีซซซซซซซ

เสียงภาษาอังกฤษบางเสียงไม่มีในภาษาไทย อย่างเสียง th  เราก็ออกเป็น ด บ้าง ท บ้าง เท่าที่จะใกล้กับเสียงพยัญชนะของเราได้   จนต้องปลงเสียแล้วว่า  ภาษาในประเทศหนึ่งยังไงก็ต้องกลายเสียงเมื่อออกโดยคนในอีกประเทศหนึ่ง
แต่มันก็น่าสนุก ที่จะติดตามคุณตั้งแกะรอยไปว่า AEC ก่อให้เกิดภาษาใหม่ยังไงแบบไหนบ้าง
บันทึกการเข้า
พวงแก้ว
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 24  เมื่อ 15 ก.ย. 13, 17:04

การออกเสียงในภาษาใดๆก็ตาม ผู้เรียนต้องได้ยินภาษนั้นๆอย่างสม่ำเสมอ
โดยเฉพาะจากเจ้าของภาษาที่ออกเสียงได้ถูกต้อง สมองจะบันทึกและเมื่อต้องออกเสียงก็จะชัดเจน
เอวโโยอัตโนมัติ เหมือนการฟังเพลงซ้ำๆ ในที่สุดเราก็จะร้องเพลงนั้นๆได้

แต่ถ้าผู้ร้องต้นแบบออกเสียงเพี้ยน เช่น  ฉ เป็น ช  ฉันเป็นช้าน เดี๋ยวนี้ฟังเด็กรุ่นใหม่ร้องเพลงแล้ว
เหนื่อย เพราะบางทีฟังไม่รู้เรื่องจริงๆ เขารับเอาเสียงที่เพี้ยนนั้นมาเป็นความทันสมัย ก็จบกัน

ในอนาคตถ้าเราไม่ตระหนักถึงการออกเสียงที่ถูกต้องก็คงจะถูกกลืน ขนาดรุ่นๆพวกเรา
ยังบอกได้ว่าเสียงที่ได้ยินสมัยเราเด็กๆ กับเสียงที่ได้ยินปัจจุบันมีความแตกต่างกันชัดเจนขนาดนี้
 รุ่นต่อจากเราคงจะมีความเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้นตามการหมุนของสังคมที่เข้ามาทับซ้อนกันมากขึ้น
ก็เป็นเรื่องของอนาคตล่ะคะ  นักภาษาศาสตร์คงจะบันทึกเอาไว้แล้ว

ภาษาไม่เคยหยุดนิ่ง แต่เปลี่ยนไปอย่างช้าๆ  ตามสิ่งที่เข้ามาในสังคม สิ่งไหนแข็งแรงกว่าก็
ครอบงำสิ่งที่อ่อนแอกว่า ...

บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3686


ความคิดเห็นที่ 25  เมื่อ 15 ก.ย. 13, 20:44

คิดต่อไปในอีกมุมหนึ่ง

การออกเสียงของมนุษย์นั้นเราสามารถจะฝึกได้   เด็กเล็กได้รับการฝึกมาทั้งจากการฟังด้วยตัวเองแล้วพยายามเลียนแบบ จากการถูกสอนโดยพ่อแม่ ซึ่งต่อมาก็ถูกปรับแต่งเสียงให้ชัดเจนโดยครู และจากการเปล่งเสียงปละปรับแต่งด้วยตนเอง 
 
ผมไม่ทราบว่าการฝึกออกเสียงให้ถูกต้องได้โดยไม่ต้องอาศัยอุปกรณ์เครื่องมือที่วุ่นวายนั้น เราสามารถจะทำได้ถึงประมาณอายุเท่าไร  ซึ่งก็เชื่อว่าทำได้ถึงวัยเบ็ญจเพศแน่นอน   ดังนั้นในวงการศึกษา เราจึงสามารถเข้มงวดได้ทุกระดับจนถึงอุดมศึกษา แล้วก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเอาภาระไปโยนให้กับอาจารย์ภาควิชาภาษา  เพราะในวิชาอื่นๆทั้งหมดและในทุกสาขาวิชาต่างก็ต้องมีการใช้ศัพท์ภาษาอังกฤษในการสอนกันอยู่แล้ว ประเด็นอยู่ที่อาจารย์นั่นแหละที่ออกเสียงไม่ถูกบ้าง ไม่ชัดบ้าง ลูกศิษย์ก็ลอกเลียนตาม ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่สำหรับการออกเสียงศัพท์ทางเทคนิค ผิดเพี่ยนไปแล้วเดาเอาได้ยากมาก ไม่เหมือนกับศัพท์ที่ใช้ตามปรกติในชีวิตประจำวันที่เดาได้ไม่ยาก

ที่ได้กล่าวถึงสื่อมาแล้ว ในสภาพความเป็นจริงในปัจจุบันนี้ คนไทยเกือบจะทั้งหมดดูทีวีจากระบบดาวเทียม  คนที่ใช้เวลาเฝ้าดูมากที่สุดก็จะเป็นเด็กและคนในวัยหนุ่มสาว ซึ่งด้วยระบบนี้ การลอกเลียนจากสื่อและพิธีกรเกิดขึ้นได้ง่ายมาก ดังนั้น หากเพียงคนในแวดวงนี้ทั้งระบบ (สอน เรียน ทำงาน) ได้ช่วยกันทำให้มันถูกต้อง ก็จะช่วยทำให้การใช้ภาษา การออกเสียง ฯลฯ เป็นไปอย่างค่อนข้างจะถูกต้องอย่างที่มันควรจะเป็น       

เลยเถิดข้ามเส้นเขตแดนประเทศออกไป คนรอบบ้านเราก็ดูทีวีของเรา เรียนรู้การออกเสียง การใช้ภาษาจากทีวีเหล่านี้  แล้วเขาเหล่านั้นก็เข้ามาทำงาน มาดูแลลูกเด็กเล็กแดงของคนไทยเรา ภาษาไทยก็คงหนีไม่พ้นที่จะเปลี่ยนไป
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3686


ความคิดเห็นที่ 26  เมื่อ 15 ก.ย. 13, 21:10

ผมไม่ทราบเหมือนกันว่า ในอนาคต จะมีการพัฒนาอักขระหรือวิธีการเขียนสำหรับคำที่ไม่ใช่ภาษาไทย เพื่อให้มีการออกเสียงได้ใกล้เคียงหรือไม่  ในภาษาญี่ปุ่นมีการใช้อักษร Katakana สำหรับคำจากภาษาอื่น เพราะว่าการจะเอาเสียงจากตัวอักษรจีน (Kanji) มาเรียงกันเพื่อให้เป็นการออกเสียงคำของภาษาอื่นนั้น จะกลายเป็นต้องท่องจำชุดของตัวอักษร Kanji หลายตัวเพียงเพื่อบอกถึงคำๆหนึ่งในภาษาอื่น แถมเสียงก็ไม่ตรงอีกด้วย (แม้ว่า Katakana เองก็ออกเสียงไม่ตรงตามคำในภาษาอื่นเช่นกัน มีแต่ใกล้เคียงมากๆ)     เซนเซทั้งหลายครับ ผิดถูกว่ากล่าวได้เลยครับ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10628


ความคิดเห็นที่ 27  เมื่อ 15 ก.ย. 13, 21:17

เอา"Why can't the English learn to speak?" มาปลอบใจคุณตั้งว่าคนอังกฤษก็มีปัญหานี้มาแต่โบราณแล้ว
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3686


ความคิดเห็นที่ 28  เมื่อ 15 ก.ย. 13, 21:29

....แต่ถ้าผู้ร้องต้นแบบออกเสียงเพี้ยน เช่น  ฉ เป็น ช  ฉันเป็นช้าน เดี๋ยวนี้ฟังเด็กรุ่นใหม่ร้องเพลงแล้ว
เหนื่อย เพราะบางทีฟังไม่รู้เรื่องจริงๆ เขารับเอาเสียงที่เพี้ยนนั้นมาเป็นความทันสมัย ก็จบกัน...

ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่น่าจะกลายเป็นสิ่งที่ได้เจอะเจอในอนาคต     อีกหน่อยมาตรฐานอาจจะเป็น ช้านล๊ากเธอ  ก็ได้  ยิงฟันยิ้ม    
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10688



ความคิดเห็นที่ 29  เมื่อ 15 ก.ย. 13, 21:35

ในภาษาญี่ปุ่นมีการใช้อักษร Katakana สำหรับคำจากภาษาอื่น เพราะว่าการจะเอาเสียงจากตัวอักษรจีน (Kanji) มาเรียงกันเพื่อให้เป็นการออกเสียงคำของภาษาอื่นนั้น จะกลายเป็นต้องท่องจำชุดของตัวอักษร Kanji หลายตัวเพียงเพื่อบอกถึงคำๆหนึ่งในภาษาอื่น แถมเสียงก็ไม่ตรงอีกด้วย (แม้ว่า Katakana เองก็ออกเสียงไม่ตรงตามคำในภาษาอื่นเช่นกัน มีแต่ใกล้เคียงมากๆ)     เซนเซทั้งหลายครับ ผิดถูกว่ากล่าวได้เลยครับ

อักษรคะตะคะนะออกเสียงเหมือนกับอักษรฮิระงะนะ เทียบกันตัวต่อตัวเลย มีไว้เพียงเพื่อให้ทราบว่าคำนั้นมาจากภาษาต่างประเทศเท่านั้นเอง ว่ากันตามจริงก็เกินความจำเป็นไป

บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 8
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.035 วินาที กับ 19 คำสั่ง