เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 17 18 [19] 20 21 ... 30
  พิมพ์  
อ่าน: 77321 เรื่องเล่าชาวกรุงเทพรุ่นทวด
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 270  เมื่อ 11 ก.ย. 13, 18:55

นอกจากนั้น บางปิ้งเมื่อห้าสิบปีก่อนมีชื่อเสียในเรื่องของสถานที่เที่ยวผู้หญิงราคาถูกของชาวประมงและพวกขับรถบรรทุก มีซ่องรวมกันแออัดอย่างกับเป็นหมู่บ้าน

สุขุมวิทเมื่อเลยบางปิ้งออกไป กว่าจะก็มีหมู่บ้านอย่างว่านี้อีกก็ที่อ่างศิลา เพราะเป็นย่านเรือประมงเทียบฝั่งเหมือนกัน พวกลูกเรือออกทะเลนานๆ ถึงฝั่งแทนที่จะรีบกลับบ้าน กลับแวะมาหาของฝากเมียที่นั่นก่อน

ผมไม่ทราบเหมือนกันว่า ใครเป็นผู้ออกคำสั่งปราบหมู่บ้านที่ตั้งท้าทายกฏหมายเหล่านี้ และเมื่อไหร่
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 271  เมื่อ 11 ก.ย. 13, 20:26

ถัดจากบางปิ้งไป ก็จะถึงคลองด่าน ในสมัย 2480-2499 การเดินทางระหว่างบางปะกง - กรุงเทพ ใช้เส้นทางสุขุมวิทสายเก่านี้ การเดินทางใช้เวลาสองสามวัน และรถโดยสารจะมาหยุดพักครึ่งทางที่คลองด่านนี้. ที่คลองด่านมีวัดบางเหี้ยตั้งอยู่ ในสมัยรัชกาลที่ 5 เคยเสด็จประพาสมานมัสการหลวงพ่อปาน ผู้สร้างเขี้ยวเสืออันโด่งดัง
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 272  เมื่อ 11 ก.ย. 13, 20:40

ฮ้า...การเดินทางใช้เวลาสองสามวันเชียวหรือ ไม่ถึงหรอก ถ้าไปโดยรถยนต์อย่างมากก็วันเดียว ออกจากกรุงเทพเช้าก็ถึงชลบุรีก่อนค่ำ

ป่าจากตลอดแนวถนนเลียบทะเลนั้นยุงชุมมาก ดุที่สุด ผมเจอมาแล้ว มันเกาะเต็มแขนเต็มขาเอามือลูบก็ไม่หนี ยอมบี้แบนตายไปกับมือ หมดชุดนี้ชุดใหม่มารุมอีก

ถ้าสองสามวันจริง ต้องมีที่พักแรม ไม่มีไม่ได้ ถึงตายเชียวนา นี่จากกรุงเทพถึงท่าข้าม ไม่ปรากฏหลักฐานที่พักคนเดินทางเลย
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 273  เมื่อ 11 ก.ย. 13, 20:43

เรื่องหลวงพ่อปาน ปรากฎในพระราชหัตถเลขาว่า
"พระครูปานมาหาด้วย พระครูปานรูปนี้เป็นที่นิยมกันในทางวิปัสสนาและธุดงควัตร คุณวิเศษที่คนเลื่อมใสคือให้ลงตะกรุด ด้ายผูกข้อมือ รดน้ำมนต์ ที่นิยมกันมากนั้นคือรูปเสือแกะด้วยเขี้ยวเสือ เล็กบ้างใหญ่บ้าง ฝีมือหยาบๆ ข่าวที่ร่ำลือกันว่า เสือนั้นเวลาจะปลุกเสกต้องใช้เนื้อหมู เสกเป่าไปยังไรเสือนั้นกระโดดลงไปยังเนื้อหมูได้ ตัวพระครูเองเห็นจะได้รับความลำบากเหน็ดเหนื่อย ในการที่ใครๆ กวนให้ลงโน่นลงนี่ เขาว่าบางทีหนีไปอยู่ป่าช้า ที่พระบาทก็หนีขึ้นไปอยู่เสียที่บนเขาโพธิ์ลังกา คนก็ยังตามขึ้นไปกวนไม่เป็นอันหลับอันนอน แต่บริวารเห็นจะได้ผลประโยชน์ในการทำอะไรๆ ขาย มีแกะรูปเสือเป็นต้น    ถ้าปกติราคาตัวละบาท เวลาแย่งชิงกันก็ขึ้นไปตัวละ 3 บาท ว่า 6 บาทก็มี ได้รูปเสือนั้นแล้วจึงไปให้พระครูปลุกเสก สังเกตดูอัชฌาสัยก็เป็นอย่างคนแก่ใจดี กิริยาเรียบร้อย อายุ 70 ปีแล้ว ยังไม่แก่มาก รูปร่างล่ำสันใหญ่โต เป็นคนพูดน้อย"


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 274  เมื่อ 11 ก.ย. 13, 21:36

ถัดจากบางปิ้งไป ก็จะถึงคลองด่าน ในสมัย 2480-2499 การเดินทางระหว่างบางปะกง - กรุงเทพ ใช้เส้นทางสุขุมวิทสายเก่านี้ การเดินทางใช้เวลาสองสามวัน และรถโดยสารจะมาหยุดพักครึ่งทางที่คลองด่านนี้. ที่คลองด่านมีวัดบางเหี้ยตั้งอยู่ ในสมัยรัชกาลที่ 5 เคยเสด็จประพาสมานมัสการหลวงพ่อปาน ผู้สร้างเขี้ยวเสืออันโด่งดัง
เมื่อญี่ปุ่นบุกไทยในปลายปี พ.ศ. 2484  ขึ้นทางปากน้ำ   ถ้าเส้นทางนี้ใช้เวลานานขนาดนั้นกว่าจะถึงกรุงเทพ  ชาวกรุงเทพคงรู้ตัวกันทันแล้วมั้งคะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 275  เมื่อ 11 ก.ย. 13, 21:51

ตอนเด็กๆเมื่อพ่อแม่พาไปเที่ยวบางแสน   กลางทาง รถต้องข้ามแม่น้ำกว้างชื่อแม่น้ำบางปะกง    ตัวสะพานเป็นคอนกรีตยังดูใหม่  ตัวสะพานกว้าง  ชื่อหรูหรามาก ว่า "สะพานเทพหัสดิน"  ฟังแปลกหูจนทำให้จำชื่อมาได้จนบัดนี้  รถต้องลดความเร็วลงนิดหน่อยเมื่อขึ้นสะพาน  เพราะบางครั้งก็มีรถสวนมา  แต่ส่วนใหญ่ไม่มี  เส้นทางยังโล่งมาก    ทำให้มีโอกาสเห็นแม่น้ำบางปะกงว่ากว้างจริงๆ สองฝั่งมีแต่ทิวไม้ ไม่เห็นมีบ้านคน

อินทรเนตรช่วยย่อห้องสมุดมาให้ในจอตรงหน้า จึงหาประวัติได้ว่าสะพานนี้ตั้งชื่อตามพระยาเทพเทพหัสดิน สยามพิชิตินทรสวามิภักดิ์ อุดมศักดิ์เสนีพิริยะพานะ (ผาด เทพหัสดิน ณ อยุธยา)  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม  สมัยรัฐบาล จอมพล ป. พิบูลสงคราม  ท่านเป็นคนเสนอคณะรัฐมนตรีขอสร้างสะพานข้ามแม่น้ำบางปะกง เพราะเมื่อก่อนจะข้ามแม่น้ำ รถต้องข้ามแพขนานยนต์ถึงจะสามารถข้ามไปฝั่งตรงข้ามได้  ก็ทุลักทุเลไม่สะดวกแก่การเดินทาง
  สะพานแรกที่สร้างเป็นสะพานแบบตอม่ออยู่กลางแม่น้ำ หมุนไปมาได้สะดวกให้เรือผ่านได้ เมื่อเรือผ่านไปแล้วจะหมุนมาเชื่อมกับถนนเป็นเส้นตรง ให้ชื่อว่า "สะพานเทพหัสดิน"   เป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาด 646.00+16+16.40+41.60 เมตร รวมความยาวทั้งสิ้น 340 เมตร ทางจราจรกว้าง 6.00 เมตร มีทางเท้า 2 ข้าง กว้างข้างละ 0.040 เมตร มีเสาตอม่อรองรับสะพาน 25 ตัน เริ่มสร้างเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2492 แล้วเสร็จบริบูรณ์ เมื่อวันที่ 12เมษายน 2494  บริษัทสง่าพาณิชย์เป็นผู้รับจ้าง รวมค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น 6,124,000.00 บาท 
   สะพานเทพหัสดินที่เคยเห็น ถูกรื้อเพื่อสร้างใหม่ไปเรียบร้อยแล้ว


บันทึกการเข้า
Jalito
องคต
*****
ตอบ: 458


ความคิดเห็นที่ 276  เมื่อ 11 ก.ย. 13, 22:31

ถนนสุขุมวิท ไปปากน้ำและบางปู จะต้องผ่าน "โค้งบางปิ้ง" ซึ่งเป็นโค้งที่มีผู้เสียชีวิตเมื่อก่อนมากมายนะครับ
http://www.mypaknam.com/webboard/?menu=f9213511a9e1f5e0b2d56e5b27a292b2&topic_id_get=289

โค้งดุๆของถนนสุขุมวิทแถวสมุทรปราการที่เป็นท็อปทรีมีดังนี้(เรียงลำดับจากสามแยกหอนาฬิกาถึงเมืองโบราณ)
 โค้งชัยมงคล ตรงการไฟฟ้าสมุทรปราการ บัดนี้(ก็ยึ่สิบปีขึ้น)มีปลายถนนศรีนครินทร์มาจิ้มกลายเป็นสามแยกไปแล้ว เมื่อก่อนยกขอบที่โค้งด้านนอกตามหลักวิชา และมีหลักนำทางปักเป็นไกด์ ถัดออกไปยังมีแนวสนทะเลกันอีกชั้นแต่็ก็ยังไม่วาย  ขอบทางด้านนอกยกสูงกว่าพื้นท้องนาด้านล่างมาก เป็นโค้งเลี้ยวขวา เปลี่ยวน่ากลัว
 โค้งบางปิ้ง อยู่เลยชุมชนตลาดบางปิ้งไปนิด เป็นจุดเริ่มต้นที่จะมีคลองชลประทานตีคู่ไปกับสุขุมวิทจนถึงทางเข้าบางบ่อ ถ้าหลุดโค้งก็ลงคลองไปเลย เป็นโค้งเลี้ยวขวา
 โค้งโพธิ์ อยู่ก่อนถึงทางเข้าฟาร์มจระเข้เล็กน้อย เมื่อก่อนเป็นอันดับหนึ่งด้านสถิติ อาจเป็นด้วยลักษณะโค้งที่เข้าและออกอย่างกระทันหัน และเป็นถนน2สวนไปมา ที่ริมทางเคยมีศาลเล็กศาลใหญ่ตั้งอยู่เป็นร้อย ภายหลังรีเนมเป็นโค้งโพธิสัตว์ แผนที่ของอาจารย์ NAVARAT.C โค้งโพธิืหลุดขอบล่างออกไป มีถนนสายลวดมาเข้ากลางโค้งพอดี ปัจจุบันเป็น4เลน ติดตั้งสัญญาณไฟเรียบร้อย เป็นโค้งเลี้ยวซ้าย
บันทึกการเข้า
ลุงไก่
สุครีพ
******
ตอบ: 1281



ความคิดเห็นที่ 277  เมื่อ 12 ก.ย. 13, 05:45

อ้อ .. โค้งต้นโพธิ์นี่หมายถึงตรงที่ถนนสายลวดมาบรรจบถนนสุขุมวิทนี่เอง
ทุกวันนี้คงจะแหกโค้งไม่ได้แล้ว เพราะรถติดไม่แพ้ที่กรุงเทพฯ จะได้ก็แต่แหกไฟแดงอย่างเดียว
แต่ปากซอยเข้าฟาร์มจรเข้นี่สิ ต้องลุ้นเอาเองว่าจะเลี้ยวเข้าได้ไหม เพราะรถทางตรงจากบางปูมักจะไม่ยอมหยุดให้รถฝั่งตรงข้ามลี้ยวเข้า

สะพานเทพหัสดินขณะกำลังก่อสร้าง
ครั้งสุดท้ายตอนที่ปิดการจราจรไม่ใช้สะพานแล้วก่อนการรื้อทิ้ง เป็นสถานที่ตกปลาของบรรดาพรานเบ็ดทั้งหลาย





บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 278  เมื่อ 12 ก.ย. 13, 06:28

อ้างถึง
ย้อนกลับมาที่บางแสน   เขาบอกว่าเป็น "บางแสนบีช รีสอร์ท" อยู่ตรงไหนกันนี่
อยู่บริเวณกลางหาดเลยครับ เดิมชื่อโรงแรมบางแสนเฉยๆ รัฐบาลลงทุนให้อ.ส.ท.(องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย)เป็นผู้บริหาร ก่อนจะเจ้งไปตามระเบียบ แล้วให้เอกชนสัมปทานไปดำเนินการต่อจนในปัจจุบัน

ส่วนบังกะโลเป็นของเทศบาล เมื่อก่อนอยู่กระจัดกระจายรอบๆโรงแรม เต็มพื้นที่สี่เหลี่ยมระหว่างถนนนั่นแหละครับ ดูในกูเกิลเอิร์ธคงรื้อทิ้งไปเยอะ ที่เหลือๆอยู่สภาพก็ดังที่เห็น


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 279  เมื่อ 12 ก.ย. 13, 06:41

สุขุมวิทผ่านไปที่ไหนก็ทำให้เกิดสถานตากอากาศทะเลมากขึ้นเรื่อยๆ พอถึง “ระยอง” ทำให้อ่าวเล็กๆ หลายอ่าวแถบนั้นมีที่พักตากอากาศเพิ่มขึ้นอีกมากมาย เช่น “บ้านเพ” ก็เป็นทางไปเที่ยว “เกาะเสม็ด” ซึ่งมีหาดทรายบางอ่าวสวยมาก เม็ดทรายขาวละเอียดเหมือนน้ำตาลทรายจริงๆ และทำให้เกิด “รีสอร์ท” ขึ้นรอบเกาะ ทำให้ชาวเลมีงานทำมากขึ้น และรับเงินมากขึ้นด้วยสบายแฮ

ต่อจากหาด“บ้านเพ” ก็ถึงหาด“สวนสน”  มีต้นสนมากทั้งสองข้างทางทำให้บริเวณร่มรื่น และน้ำทะเลก็ใสสะอาด ถัดไปก็ถึง“วังแก้ว”สถานตากอากาศสวยงามและใหญ่โต ต่อไปก็เป็นรีสอร์ท “หินสวยน้ำใส”

ต่อไปเรื่อยก็ถึงหาด “แม่รำถึง” และ ”แหลมแม่พิม” ซึ่งมีอนุสาวรีย์ของท่าน “สุนทรภู่” ยอดกวีเอกของเราอยู่ในบริเวณสวนอันงดงาม



ถนนสุขุมวิทที่ผ่านตัวเมืองระยองในสมัยก่อน (เครดิตภาพ เทศบาลนครระยอง)
เดี๋ยวนี้ระยองเจริญขึ้นเพราะท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบังและมาบตาพุด มีถนนระดับไฮเวย์ต้ดขึ้นใหม่หลายสาย ทำให้เกิดนิคมอุตสาหกรรมต่างๆขึ้นมากมาย คนต่างถิ่นหลั่งไหลเข้าไปหางานทำ นิคมอุตสาหกรรมแถวนั้นบางแห่ง ผมเข้าไปแล้วนึกว่าตนเองกำลังอยู่ในประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว



บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 280  เมื่อ 12 ก.ย. 13, 07:19

สองรีสอร์ทที่จารย์ดมศรีกล่าวถึง


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 281  เมื่อ 12 ก.ย. 13, 08:00

ภาคอุตสาหกรรมของจังหวัดระยอง


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 282  เมื่อ 12 ก.ย. 13, 08:26

รูปข้างล่างนี้คงถ่ายช่วงประมาณพ.ศ. 2506-2514    มองเห็นคำขวัญของจอมพลถนอม กิตติขจรอยู่ทางขวาของภาพ   คำขวัญนี้เข้ามาแทน งานคือเงิน เงินคืองาน บันดาลสุข ของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ที่ถูกปลดป้ายไปแล้วเมื่อหมดยุคสมัยของท่าน


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 283  เมื่อ 12 ก.ย. 13, 09:00

" จงทำดี จงทำดี จงทำดี "นี้ เขาว่าท่านได้รับความบันดาลใจจากพยางค์ที่ท่านรำพึงรำพันบ่อยๆ อันเนื่องจากศรีภรรยาของท่านชื่อ"จงกล"ครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 284  เมื่อ 12 ก.ย. 13, 09:12

 ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 17 18 [19] 20 21 ... 30
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.141 วินาที กับ 19 คำสั่ง