เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2 3 ... 10
  พิมพ์  
อ่าน: 29273 อังกิด อังกี๊ดดดดดดด อังกฤษ
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1277


 เมื่อ 28 ส.ค. 13, 16:56

ดูเซ็นเซอร์ในกระทู้ญี่ปุ่นจนตาลาย  เห็นมีกระทู้ใหม่ซะแล้ว รู้สึกอิจฉาอดรนทนไม่ได้ต้องตั้งกระทู้แข่งเป็นการวัดรอยเท้าเทียบรัศมีท่านผู้อาวุโส  แถมนับเนื่องวันนี้เป็นวันพิเศษหลายประการด้วยกัน


ประการแรกก็เป็นวันที่ผมสร้างเรื่องคุยโม้โอ้อวดว่าวาสนาหล่นทับได้มาเมืองนอกเมืองนากับเค้าครบ 4 ปีเป๊ะวันนี้พอดี 
ประการที่สอง ถ้าเป็นผมเป็นนักเรียนทุนจริง ทุนก็หมดวันนี้พอดีอีกนั่นแหละ หลวงไม่ส่งต่อแล้วแต่สถานการณ์การเรียนยังลูกผีลูกคน 
ประการที่สาม  คิดไม่ออกแล้ว  ช่างมันดีกว่า

ไหนๆ ก็ไหนๆ ขอฉลองเรื่องราวในอังกฤษที่ได้พบเห็นมาซะหน่อยพอให้หายแสบหายคัน  บวกกับนินทาคนไทยในอังกฤษ(งานหลักที่เขียนไว้ใน blog ส่วนตัวหลายตอนไปหมด)เพื่อเพิ่มความแซ่บแด่ลุงป้าน้าอาที่หลงเข้ามาในกระทู้นะคร้าบบบ


อังกฤษเองสำหรับคนไทยก็มีเรื่องให้น่าตื่นตาตื่นใจมากมาย เป็นประเทศที่นักเรียนไทยนิยมมาเรียนต่อกันมาก มีอะไรหลายอย่างทั้งคล้ายคลึงและแตกต่างจากเมืองไทยอย่างสิ้นเชิง บางคนที่มีโอกาสมาอาจจะไม่ค่อบชอบอังกฤษ เนื่องด้วยสภาพอากาศบ้างอะไรบ้าง แต่หลายคนก็หลงรักประเทศนี้ ดังนั้น เราก็มาทำความรู้จักอังกฤษกับแบบช้าๆ ตามสะดวกคนเขียนกันดีกว่า    รบกวนท่านผู้อาวุโสทั้งหลายมีอะไรเพิ่มเติมชี้แนะบอกเล่า เชิญได้เลยนะครับ


บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 28 ส.ค. 13, 17:02

ก่อนอื่นเห็นจะต้องให้คุณประกอบแนะนำสักหน่อยว่า ทำไมคนไทยเรียกประเทศนี้ว่า "อังกิด" และเขียนว่า "อังกฤษ"

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30551

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 28 ส.ค. 13, 17:05

มาเสิฟน้ำชาและขนมสกอนใส่แยมกับครีม ให้เข้ากับบรรยากาศอังกิ๊ด อังกิด


บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1277


ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 28 ส.ค. 13, 17:12

ถ้าเปรียบเทียบกันระหว่างอังกฤษกับไทยแล้ว มีความคล้ายคลึงกันในหลายๆ แง่ เช่นระบบการปกครอง  จำนวนประชากร  เลนถนนในการขับรถ ฯลฯ  ลองมาดูข้อมูลคร่าวๆ เพื่อให้เห็นภาพรวมกันก่อนซักเล็กน้อย


จากข้อมูลพี่วิกิ  ถ้าเปรียบเทียบเรื่องพื้นที่ อังกฤษ(ในที่นี้หมายถึงอิงแลนด์ สก็อตแลนด์ และไอร์แลนด์เหนือ) มีพื้นที่ประมาณ 242,900 ตร.กม.  คิดเป็นประมาณครึ่งหนึ่งของประเทศไทยที่มีพื้นที่ประมาณ 513,000 ตร.กม.  ในขณะที่มีประชากรใกล้เคียงกัน คืออังกฤษมีราว 63 ล้าน แต่ไทยมีราวซัก 65 ล้าน แต่เรื่อง GDP อย่าเอามาเทียบกันให้เสียอารมณ์ดีกว่า  อัตราการรู้หนังสือก็ไม่แตกต่างกัน คืออังกฤษมีราว 99% ส่วนไทย 91%  นอกจากนี้ยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่อยากให้บ้านเราเอาเยี่ยงอย่างเยอะๆ โดยเฉพาะระเบียบวินัยและการเคารพกฏเกณฑ์


คนไทยมักเรียกชาวอังกฤษว่าผู้ดีอังกฤษ  ซึ่งมีส่วนจริงไม่น้อย คนที่นี่นับว่าสุภาพและมีมารยาทดีเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะคนแก่ๆ หน่อย แต่วัยรุ่นก็น่ากลัวไม่น้อย


พูดถึงผู้ดี เลยเอาภาพนักเลงวัยรุ่นที่เรียกว่า Chav มาให้ดูซะหน่อย พวกนี้จะมีรูปแบบการแต่งตัวคล้ายๆ กัน คือเสื้อแบบมีฮู้ดคลุมหัว ตัดผมเกรียนๆ อาจใส่สร้อยคอเป็นโซ่ๆ บ้าง เจอพวกนี้เป็นกลุ่มที่ไหน ชาวเอเชียอย่างเราควรเลี่ยงๆ หน่อยอย่าไปสบตา  เพราะเดี๋ยวเกิดหลงรักกันขึ้นมาจะยุ่ง


บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1277


ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 28 ส.ค. 13, 17:18

ก่อนอื่นเห็นจะต้องให้คุณประกอบแนะนำสักหน่อยว่า ทำไมคนไทยเรียกประเทศนี้ว่า "อังกิด" และเขียนว่า "อังกฤษ"



ไอ้หยา โจทย์ยาก แห่ะๆ ผมก็ไม่รู้ทำไมเรียกอังกฤษ  เดาว่ามาจากคำว่าอิงลิช แล้วเรียกเพี้ยนตามสไตล์ไทยๆ แบบชื่อหันแตร บาระนีอะไรแบบนั้น  ส่วนทำไมอังกิดนั้น ยุคนี้ใครเรียกอังกฤษชัดถ้อยชัดคำตามราชบัณฑิตมันไม่แนวครับ มันไม่โดน ไม่เท่ห์  ต้องเรียกอังกิดเพื่อสื่อถึงความป็นคนยุคใหม่ ไม่ยึดติดระเบียบกฏเกณฑ์เก่าๆ   ผมพิมพ์ง่ายสะกดสะดวก เหมาะกับระบบการเรียนการสอนภาษาไทยยุคเด็กห้ามสอบตกจนเด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้แต่จบมัธยมมีเต็มประเทศไปหมด  โกรธ  โกรธ


ท่านอาจารย์ว่าไงหละครับ  ทำไมอังกิด และทำไมอังกฤษ
บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30551

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 28 ส.ค. 13, 17:36

ดิฉันสันนิษฐานว่า มาจากภาษาโปรตุเกส  ที่พวกเรียกชาวอังกฤษ ว่า Inglês  ออกเสียงว่า อิงกลิช ค่ะ

โปรตุเกสเป็นฝรั่งชาติแรกที่เข้ามาค้าขายกับอยุธยา   คุ้นเคยกับไทยก่อนหน้าชาติอื่นๆ อยู่กันมายาวนานจนเสียกรุงเมื่อพ.ศ. ๒๓๑๐  ศัพท์ต่างๆที่ไม่มีในไทย เช่นชื่อประเทศฝรั่งและคนฝรั่งทั้งหลาย ไทยก็ต้องอาศัยคำเรียกจากโปรตุเกสเป็นพื้นฐาน   

โปรเฟสเซอร์เพ็ญ(เรียกตามภาษาอังกิด  ออกจากญี่ปุ่นมาแล้วนี่นา)คงจะถามต่อว่าทำไมจึงสะกด ฤ (ร) แทน ฦ (ล) ข้อนี้ไม่ทราบว่ามีความผิดพลาดแต่หนใด     และไม่อยากเดา   
ส่วน ษ พอเดาได้ว่า เทียบอักษรโรมัน sh  ซึ่งเดิม ษ  ออกเสียงคล้าย ช   ดังนั้นถอดออกมาจึงใช้ ษ 
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30551

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 28 ส.ค. 13, 17:37

ส่วนอังกฤษมาเป็นอังกิดก็ตอบง่ายมาก  คนไทยปัจจุบันออกเสียงควบกล้ำไม่ได้แล้ว   ต้องฝึกกันอย่างหนักกว่าจะออกเสียงได้ถูกต้อง
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 28 ส.ค. 13, 17:39

ทำไม "อังกฤษ"

คำว่า อังกฤษ ในภาษาไทย มีที่มาจากคำอ่านของคำว่า Inggeris ในภาษามลายูที่ยืมมาจาก anglais (English) ในภาษาฝรั่งเศส

ส่วน ทำไม "อังกิด" คิดตรงกับคุณเทาชมพูเลย (แต่ตอบช้ากว่า  ยิ้มเท่ห์)  ถ้าตอบให้ตรงเป้าเผงเลย ก็ต้องว่าการออกเสียงคำควบกล้ำ ร เรือ สำหรับคนไทยปัจจุบันเป็นเรื่องยาก ไม่เป็นธรรมชาติเสียแล้ว

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30551

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 28 ส.ค. 13, 17:47

Inggeris ออกเสียงว่า อิง-กริซ (ออกเสียงคำท้ายด้วย)

ดิฉันยังสงสัย    คนไทยสมัยอยุธยาใกล้ชิดกับโปรตุเกสมากกว่ามลายู      ถ้าจะยืมก็ยืมจากโปรตุเกสโดยตรงได้ ไม่ต้องลงไปล่างสุดของแหลมทองเพื่อไปยืมคำนี้มา
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 28 ส.ค. 13, 18:12

แม้ไทยจะเคยติดต่อกับฝรั่งมาเป็นเวลานาน   นับแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา แต่การศึกษาก็ยังคงเป็นแผนโบราณอยู่ ตามเดิม การถ่ายทอดวิชาความรู้ศิลปวิทยาการต่าง ๆ ยังน้อยมาก      เข้าใจว่ามีเพียง วิธีหล่อปืนไฟ การใช้ปืนไฟในการสงคราม วิธีทำป้อมค่ายสู้กำลังปืนไฟ ตำรายาบางอย่าง  เช่น วิธีทำขี้ผึ้ง และตำราทำอาหาร เช่น ฝอยทอง   เป็นต้นเท่านั้น     ในระยะปลายสมัยกรุงศรีอยุธยาจนถึงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก   การติดต่อกับฝรั่งขาดไประยะหนึ่ง   ต่อมาใน พ.ศ. 2361   รัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย จึงได้มีการติดต่อกันอีกครั้งหนึ่ง    กล่าวคือ    ไทยอนุญาตให้โปรตุเกสเข้ามาตั้งสถานกงสุลในกรุงเทพฯ แต่ไม่มี อำนาจพิเศษอย่างไร ใน     พ.ศ.2365   บริษัทอินเดียตะวันออกของอังกฤษอยากจะขยายการค้าขายมาถึงกรุงเทพฯ   มาควิสเฮสติงส์ผู้สำเร็จราชการอินเดีย   แต่งตั้งให้ ให้นายจอห์นครอเฟิด   เป็นทูตมาเจรจา      เพื่อทำหนังสือสัญญาทางพระราชไมตรี การสนทนาโต้ตอบเป็นไปอย่างลำบากมาก      เพราะพูดกันโดยตรงไม่ได้ ต้องมีล่าม คือ ครอเฟิด   พูดภาษาอังกฤษกับล่ามของเขา ล่ามนั้นแปลเป็นภาษามลายูให้ล่ามฝ่ายไทยฟัง   ล่ามฝ่ายไทยจึงแปลเป็นภาษาไทยเรียนเสนาบดี    เมื่อเสนาบดีตอบว่า กระไรก็ต้องแปลกลับไปทำนองเดียวกัน   ปรากฏว่าในครั้งนั้นไม่ได้ทำหนังสือสัญญาต่อกัน ในรัชกาลที่ 3 พ.ศ.2369 รัฐบาลอินเดียส่งร้อยเอกเฮนรี เบอร์นีย์มาทำหนังสือ สัญญาทางพระราชไมตรีกับไทย    ขอความสะดวกในการค้าขาย   แต่หาได้เรียกร้องอำนาจศาลกงสุล    ไม่ตรงกัน       กลับบัญญัติไว้ว่า    ต้องปฎิบัติตามกฎหมายของ บ้านเมืองหนังสือสัญญาต้องทำถึง    4  ภาษา  คือ ภาษาไทย   ภาษาอังกฤษ ภาษามลายู และภาษาโปรตุเกส

http://www.moe.go.th/main2/his_edu.htm
บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1277


ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 28 ส.ค. 13, 20:04

ฮิฮิ  เรื่องอะไรหนักๆ เช่นที่มาที่ไปชื่อทำไมเราเรียกอังกฤษ ต้องปล่อยให้ท่านผู้อาวุโส lecture กันไป  ทั้งโปรเฟสเซอร์เพ็ญฯ โปรเฟสเซอร์นวรัตน์ หรือท่านดีนเทาฯ  เด็กๆ ก็นั่งอ้าปากรอรับป้อนความรู้กันต่อไป


เมื่อมาถึงอังกฤษก็ต้องพูดถึงคนอังกฤษ  ที่อังกฤษนี่เนื่องจากอายุขัยเฉลี่ยจะยืนยาวกว่าคนไทย เราจึงได้เห็นผู้สูงอายุค่อนข้างมาก  สิ่งหนึ่งที่เห็นชัดเจนเนื่องจากอาจจะเพราะวัฒนธรรมตะวันตกคือการแสดงความรักระหว่างกัน โดยเฉพาะคู่รักสูงวัยจะเห็นได้บ่อยมาก   เวลาเดินไปไหน ตามถนนหนทางหรือร้านอาหาร ภาพที่ชินตาคือคู่สามีภรรยาที่เดินจูงมือกุมมือหรือควงแขนกัน การแสดงออกเรื่องความรักเอาใจใส่เช่นนี้จะหาดูยากหน่อยในเมืองไทย  เพราะเราจะเห็นคู่รักเดินจูงมือกันเฉพาะหนุ่มสาวไทยช่วงจีบๆ หรือปิ๊งกันใหม่ๆ เท่านั้น  พอคบกันหรืออยู่ด้วยกันเป็นเวลายาวนานการแสดงออกแบบหวานๆ ของคู่รักชาวไทยดูจะลดน้อยถอยลงไปมาก แถมใครแสดงออกเดินจูงมือกันเผลอๆ จะโดนคนรอบข้างมองด้วยสายตาแปลกๆ


ภาพนี้แอบถ่ายลุงป้าคู่หนึ่งแถวสก็อตแลนด์ จริงๆ แกเดินกันสวีทหวานแหววกว่าในภาพ แต่แอบถ่ายลำบากต้องแอบถ่ายด้านหลัง อะแฮ่ม ไม่ทราบว่าโปรเฟสเซอร์ในเรือนไทย รวมทั้งท่านดีน พอจะมีภาพกุ๊กกิ๊กแบบนี้มาอวดบ้างรึเปล่าครับ   เจ๋ง  เจ๋ง


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30551

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 28 ส.ค. 13, 20:14

บังเอิญโปรเฟสเซอร์ในเรือนไทยยังหนุ่มสาวอยู่ทั้งสิ้น   บางคนก็จบ Ph.D สองปริญญารวดตั้งแต่อายุ 18  จึงมีแต่รูปที่คุณประกอบถามหาแบบนี้ค่ะ
ไม่มีหวีทกว่านี้


บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1277


ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 28 ส.ค. 13, 20:42

อ๊ะ อ๊ะ  นี่มันกระทู้อังกิด ดินแดนแห่งประชาธิปไตย   รูดซิบปาก  รูดซิบปาก  ไม่อนุญาตให้เซนเซอร์แบบญี่ปุ่นครับ  ห้าม ห้าม ห้าม เด็ดขาด  ยิงฟันยิ้ม  ยิงฟันยิ้ม  ยิงฟันยิ้ม  เดี๋ยวกลิ่นอายญี่ปุ่นโดยเฉพาะการเซ็นเซอร์แบบโมเสกจะมาติดที่อังกฤษมากเกินไป  แลบลิ้น


นอกจากการเดินควงแขนกุมมือกันเป็นเรื่องปกติแล้ว  อีกเรื่องคือเรื่องการรักสัตว์ของคนอังกฤษ  ตามท้องถนนหนทางจะเห็นคนจูงหมาได้ทั่วไป ทั้งตัวเล็กตัวใหญ่  พันธุ์ยักษ์ พันธุ์จิ๋ว  หมาที่นี่ได้รับการฝึกดี เวลาเดินไปตามถนนหนทางเจอกันมันไม่ฮึ่มฮ่ำเห่าใส่กันแบบหมาไทย  คนที่นี่ที่เลี้ยงหมาจะมีกิจวัตรประจำคือต้องพาหมาเดินออกกำลังกาย โดยต้องมีสายจูงด้วย  และต้องเตรียมถุงพลาสติกพร้อมที่ตักอึหมาติดตัวด้วย  หมาอึเมื่อไหร่เจ้าของเช็ดทันที เนื่องจากเจ้าของหมามีความรับผิดชอบสูง โอกาสที่เราจะได้เจออึหมาตามท้องถนนเป็นเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้  แต่การเจออึม้าบนถนนกลับเป็นเรื่องปกติ  ที่อังกฤษยังมีคนขี่ม้ากัน และม้าอึทิ้งไว้กลางถนนยังเป็นเรื่องธรรมดาและเจ้าของไม่ยักต้องเก็บ


อีกาพที่เห็นเจนตาคือตามหน้าห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ตจะมีคนที่พาหมามาชอปปิ้งด้วยผูกหมาเอาไว้ให้รอระหว่างเจ้าของเข้าไปซื้อของข้างใน บางครั้งเห็นมีผูกไว้ 3-4 ตัวคนละเจ้าของเลย อยู่มา 4 ปีจนบัดนี้ยังไม่เคยเห้นหมาเหล่านี้เห่าใส่กันเลยซะที


หมาและแมวในอังกฤษนี่เห็นชีวิตมันแล้วก็ไม่รู้ว่าหมาเป็นเจ้าของคน หรือคนเป็นเจ้าของหมากันแน่


บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 28 ส.ค. 13, 21:04

คนที่นี่ที่เลี้ยงหมาจะมีกิจวัตรประจำคือต้องพาหมาเดินออกกำลังกาย โดยต้องมีสายจูงด้วย  

ถ้าไม่มีสายจูง แต่ฝึกสุนัขให้เดินได้อย่างนี้ ก็น่าจะใช้ได้



บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 28 ส.ค. 13, 21:23

ไม่มีความรู้อะไรหรอก แต่ใช้อินทรเนตรหาอะไรไปเรื่อย

จากรอยอิน

ภาษาฮินดีเรียก English ว่า Angrezi ออกเสียงคล้าย ๆ กับ "อังเกรจี" หรือ "อังเกรจ" หรือ "อังกริจ" ตัว z ออกเสียงกึ่ง ๆ ระหว่าง จ กับ ช

คำว่า อังกฤษ ของเราน่าจะดัดแปลงมาจากภาษาฮินดีที่ใช้เรียกคำว่า English นั่นเอง


http://www.royin.go.th/th/knowledge/detail.php?ID=1869
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 ... 10
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.049 วินาที กับ 19 คำสั่ง