เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 7
  พิมพ์  
อ่าน: 65128 ท่านหญิงกำมะลอ
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30682

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 30  เมื่อ 27 ส.ค. 13, 16:46

พอจะหยิบยืมหนังสือจากเจ้าของได้    แต่ไม่ต้องเอาตัวอะไรนั่นมาให้ก็ได้ค่ะ   ดิฉันมีงานอดิเรกคนละอย่างกับคุณเพ็ญชมพู
เอาไว้คุณประกอบเรียนจบเมื่อไหร่ บอกมา   จะส่งไปให้    ตอนนี้อย่ามัวแต่อ่านนิยาย  เดี๋ยวไม่เป็นอันขับแท็กซี่


บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1280


ความคิดเห็นที่ 31  เมื่อ 27 ส.ค. 13, 16:56

พอจะหยิบยืมหนังสือจากเจ้าของได้    แต่ไม่ต้องเอาตัวอะไรนั่นมาให้ก็ได้ค่ะ   ดิฉันมีงานอดิเรกคนละอย่างกับคุณเพ็ญชมพู
เอาไว้คุณประกอบเรียนจบเมื่อไหร่ บอกมา   จะส่งไปให้    ตอนนี้อย่ามัวแต่อ่านนิยาย  เดี๋ยวไม่เป็นอันขับแท็กซี่

โกหกแบบเหนือชั้นคือต้องโกหกให้เหมือนไม่โกหก มีโกหกซ้อนในโกหกหลายชั้นจนโกหกเล็กบดบังโกหกใหญ่   ไหนๆ ตอนนี้ก็ขึ้นหลังเสือแล้วลงไม่ได้   เจ๋ง  เจ๋ง เมื่อท่านอาจารย์เข้าใจว่าผมเป็นเด็กนอกจริงก็ไว้ผมหาปริญญาไปยืนยันซัก 2 ใบ เดี๋ยวนี้ปริญญาเอกหาไม่ยากครับ  เสียดายว่า ม สันติภาพโดน DSI ปราบไปซะแล้ว แต่แหล่งอื่นยังพอมีอยู่  เมื่อท่านอาจารย์ไม่นิยมฟอสซิล ไว้ผมจะซื้อเครื่อง EMF Meter ตรวจจับสนามแม่เหล็กให้แทน เวลาไปพักตามโรงแรมต่างๆ จะได้ไว้ชี้ตามซอกมุม  ห้องน้ำ ประตู ตู้ เตียง ว่าตรงไหนมีพลังงานลึกลับนะครับ เผื่อจะได้เลี่ยงๆ หรือขอเปลี่ยนห้องใหม่ได้

ว่าแล้วไปทำงานต่อดีกว่า เดี๋ยวเรียนไม่จบ
บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30682

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 32  เมื่อ 27 ส.ค. 13, 17:16

degrees for sale มีเยอะแยะไป จะเอาประเทศไหนก็ได้ค่ะ     เพียงแต่ก.พ. ไม่รับรอง   และเผลอๆไปทำงาน ถูกจับได้ก็จะได้ถูกไล่ออกไปวิจัยฝุ่นกันต่อจากนั้น
รอคุณชายรุศฑ์ษมาศร์เรียนจบ Ph.D เสียก่อน  จะเอาดีกรีอื่นๆไปทำวอลเปเปอร์  ดิฉันหาให้สักโหลนึงก็ยังได้


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30682

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 33  เมื่อ 27 ส.ค. 13, 18:11

เมื่อท่านอาจารย์ไม่นิยมฟอสซิล ไว้ผมจะซื้อเครื่อง EMF Meter ตรวจจับสนามแม่เหล็กให้แทน เวลาไปพักตามโรงแรมต่างๆ จะได้ไว้ชี้ตามซอกมุม  ห้องน้ำ ประตู ตู้ เตียง ว่าตรงไหนมีพลังงานลึกลับนะครับ เผื่อจะได้เลี่ยงๆ หรือขอเปลี่ยนห้องใหม่ได้

ไม่รู้จักเครื่องที่ว่านี้เลยค่ะ     ไปค้นในกูเกิ้ลก็ยังไม่เข้าใจ   มันทำงานได้ผลดีพอๆกับ GT200 หรือเปล่าคะ


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30682

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 34  เมื่อ 28 ส.ค. 13, 11:44

ขอพักก่อน  เดี๋ยวจะมีท่านหญิงกำมะลอ 2 มาให้รู้จักกันค่ะ


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30682

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 35  เมื่อ 29 ส.ค. 13, 20:59

  ฉากแรกของท่านหญิงกำมะลอคนนี้ เปิดขึ้นในนิวยอร์ค  เมื่อค.ศ. 1897  ในสำนักงานทนายความแห่งหนึ่ง   เจ้าของสำนักงานชื่อดิลลอน      แขกคนที่มาเยือนออฟฟิศของเขาเป็นหญิงวัย 40 ปี แต่งกายงามและภูมิฐาน     หล่อนเป็นภรรยาของนายแพทย์ผู้มีชื่อเสียงน่านับถือคนหนึ่งที่ทนายความดิลลอนรู้จัก  ชื่อดร.ลีรอย แช็ดวิค เป็นเศรษฐีพ่อม่าย ซึ่งขณะนั้นอยู่ระหว่างมาธุระในนิวยอร์ค   เขาพาภรรยาใหม่ซึ่งสมรสกันไม่นานมาด้วย
  คุณนายแช็ดวิคขอให้ทนายความดิลลอนพาหล่อนไปธุระหน่อย   ทนายความก็ยินดีจะทำตามที่หล่อนขอร้อง     หล่อนขอให้เขาพาไปที่คฤหาสน์ของแอนดรูว์ คาเนกี  มหาเศรษฐีเจ้าของอุตสาหกรรมเหล็ก ซึ่งคนทั้งนิวยอร์คหรือจะเรียกว่าทั้งอเมริกาก็รู้จักดี   เพราะเป็นมหาเศรษฐีใจบุญซึ่งบริจาคเงินทีละมากๆ เพื่อสาธารณกุศล


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30682

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 36  เมื่อ 29 ส.ค. 13, 21:16

      คุณนายแช็ดวิคมีธุระอะไรกับคาเนกี ทนายดิลลอนไม่รู้ เพราะหล่อนไม่ได้ให้เขาตามเข้าไปในบ้านด้วย       หล่อนหายเข้าไปในบ้านพักใหญ่ก็กลับออกมา      ระหว่างนั้นหล่อนก็บังเอิญทำกระดาษที่ถือมาตกลงบนพื้น  เมื่อดิลลอนเก็บให้  เขาก็ตาเหลือกเมื่อเหลือบเห็นว่ามันเป็นตั๋วสัญญาใช้เงินจำนวนถึง 2 ล้านดอลล่าร์  ประทับตราลายเซ็นของแอนดรูว์ คาเนกี หราอยู่บนนั้น
     แน่นอนว่าเงินจำนวนนี้มหาศาลจนไม่มีใครหุบปากทำไม่รู้ไม่ชี้เอาไว้ได้    ถึงไม่ใช่คนสอดรู้สอดเห็นมาก่อน  ก็ต้องอยากรู้ขึ้นมา ว่ามันเรื่องอะไรกัน ผู้หญิงคนนี้จึงได้เงินมหาศาลจากแอนดรูว์ คาเนกี แค่เดินเข้าบ้านเขาไปไม่กี่นาที         เป็นเงินที่บริจาคเพื่อกิจการอะไร หรือลงทุนอะไร   ทนายความดิลลอนอดปากไม่อยู่ต้องซักถาม     ซักกันไปซักกันมา  ในที่สุดคุณนายแช็ดวิคก็ยอมเปิดปากเล่า  โดยคาดคั้นว่า ทนายความจะต้องเก็บเป็นความลับ ห้ามบอกใครเป็นอันขาด
     เมื่อดิลลอนรับปากอย่างเต็มใจ      หล่อนก็ยอมเปิดเผยความลับว่า แท้จริงแล้วหล่อนเป็นลูกสาวแท้ๆของแอนดรูว์ คาเนกี   หากแต่เกิดนอกสมรส     พ่อหล่อนรู้อยู่เต็มอกว่าหล่อนเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา    แต่ด้วยความจำเป็นหลายๆอย่างเขาไม่อาจเปิดเผยต่อสังคมได้ว่าเขาดอดไปมีเมียมีลูกนอกกฎหมายแอบเอาไว้       ด้วยความรักและรู้สึกผิดต่อลูกสาวคนนี้ เขาก็ชดเชยด้วยการให้เงินหล่อนอย่างไม่อั้น       
    " เงินแค่สองล้านเรื่องเล็กค่ะ     พ่อให้ดิฉันไว้เจ็ดล้าน  เก็บไว้ที่บ้านเดิมของดิฉันที่คลีฟแลนด์" หล่อนแถมท้าย
    นอกจากนี้  พ่อยังสัญญาว่าตายลงเมื่อไหร่   ลูกสาวจะได้ส่วนแบ่งมรดกเป็นจำนวนเงินถึง 400 ล้านดอลล่าร์     สบายไปทั้งชาติ

   ทนายความดิลลอนไม่ได้สงสัยเลยกับคำบอกเล่าของคุณนายแช็ดวิค     หล่อนจะมาหลอกเขาหาอะไร ในเมื่อสามีหล่อนก็เป็นเศรษฐีมั่งมีเงินทองเต็มกระเป๋าอยู่แล้ว    ตัวเขาเองก็บันดาลอะไรให้หล่อนไม่ได้แม้แต่สตางค์เดียว       อย่างแรกที่เขาทำก็คือกุลีกุจอหาเซฟธนาคารไว้ให้หล่อนเก็บตั๋วสัญญาแลกเงินจำนวนมหาศาลเอาไว้ให้ปลอดภัย
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30682

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 37  เมื่อ 31 ส.ค. 13, 09:58

ตามธรรมชาติของมนุษย์    ไม่มีอะไรทำให้มนุษย์เกิดอาการปากโป้งบอกให้คนอื่นรู้  เท่ากับความลับที่เขาสัญญาเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะไม่บอกใคร      ดังนั้นความลับที่ทนายความดิลลอนรู้มาจึงปิดกันให้แซ่ดอยู่ใต้โต๊ะ ในตลาดการเงินของโอไฮโอ     นายธนาคารทั้งหลายหูผึ่งตาลุกวาวไปตามๆกัน   เมื่อพบว่ามี "เงินลับ" จำนวนมหึมา กองอยู่เต็มหน้าตักเศรษฐินีคนหนึ่ง

ไม่มีใครสงสัยเครดิตของคุณนายแช็ดวิค   สามีผู้มั่งคั่งและมีชื่อเสียงเป็นที่นับหน้าถือตาย่อมเป็นเครดิตชั้นดีของหล่อน      นอกจากนี้ก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปกระแอมกระไอจับเข่าถามแอนดรูว์ คาเนกีว่าท่านแอบไปมีเมียมีลูกลับๆไว้ที่ไหนหรือขอรับ       เพราะมหาเศรษฐีผู้นี้เป็นที่เคารพนับถือกันอย่างสูง ในความใจบุญสุนทาน   ใครจะกล้าแหย่ให้ประวัติสะอาดของท่านด่างพร้อยไปได้

ด้วยเหตุนี้เอง นายธนาคารหลายแห่งจึงยอมให้คุณนายแช็ดวิคกู้เงินจากแบงค์ไปโดยมีตั๋วสัญญาใช้เงินของคาเนกีนั่นแหละเป็นหลักฐานค้ำประกัน      บวกเหตุผลอีกอย่างคือพวกเขาคิดดอกเบี้ยมหาโหด  จะรวมใต้โต๊ะหรือไม่เราก็คงพอเดากันได้     สรุปแล้วว่าคุณนายแช็ดวิคก็ได้เงินจากธนาคารปล่อยกูอย่างไม่อั้น     ธนาคารเชื่อว่ายังไงเสีย  คาเนกีก็ไม่ปล่อยให้ลูกสาวเขาเป็นหนี้เป็นสิน   เขาต้องชำระหนี้ให้เธอจนหมด
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30682

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 38  เมื่อ 02 ก.ย. 13, 11:50

   ด้วยความใจกล้าของแคสซี่ บวกกับเธอรู้จุดอ่อนของสังคมว่า ไม่มีใครกล้าไปซักไซ้ไล่เลียงแอนดรูว์ คาเนกี ทำให้เธอกล้ากู้เงินจำนวนมหาศาลจากแบงค์ ต่อเนื่องยาวนานมาถึง 8 ปี    เอาเงินมาซื้อเครื่องเพชร  เสื้อผ้าแพงๆ นับไม่ถ้วน จัดงานปาร์ตี้ ทำตัวไฮโซสุดขีดราวกับพิมพ์ธนบัตรได้เอง     อาศัยชื่อเสียงและฐานะร่ำรวยของสามีเป็นเครื่องกำบังที่มาของเงินทองพวกนี้       เธอกลายเป็นสตรีชั้นนำขอสังคมเศรษฐีจนได้สมญาว่า "ราชินีแห่งรัฐโอไฮโอ"

   ไม่มีใครล่วงรู้ว่าสตรีผู้หรูหราทำตัวราวกับท่านหญิงบรรดาศักดิ์ทุกกระเบียดนิ้ว แท้จริงในอดีตคือเด็กหญิงเอลิซาเบธ บิ๊กลีย์  ถือกำเนิดมาอย่างยากจน ในบ้านนาเล็กๆแห่งหนึ่งในแคนาดา  พ่อทำงานรถไฟ     ลูกๆมีชีวิตสามัญ  ไม่มีสิ่งใดเหนือกว่าเด็กชาวบ้านแม้แต่น้อย      
   แต่หนูน้อยเบตซี่ (ในครอบครัวเรียกเธออย่างนั้น) ก็ช่างไม่เหมือนพี่ๆน้องๆอีก 4 คนเสียเลย   เธอเป็นเด็กช่างฝัน มาแต่เล็ก ชอบแต่งเรื่องโกหกเป็นตุเป็นตะให้คนอื่นๆฟัง       แต่ในเมื่อยังเด็ก ก็เลยไม่มีใครเอาเรื่องเอาราว

  พออายุ 14  ลายของเบตซี่ก็ออกเป็นครั้งแรก  เด็กสาววัยรุ่นทำสิ่งที่ไม่มีเด็กวัยเดียวกันทำคือไปเปิดบัญชีในเมือง  ในนั้นเธอฝากเงินสดจำนวนน้อยนิด  แต่มีหลักฐานยืนยันกับนายธนาคารว่า เธอได้รับจดหมายยกมรดกให้เธอจากลุงคนหนึ่งในอังกฤษ เป็นฐานของเงินฝาก  
   เมื่อเปิดบัญชีได้  เธอก็ขอทำสมุดเช็ค  แล้วเที่ยวจ่ายเช็คซื้อข้าวของจากร้านค้าในเมือง   จนกระทั่งถูกจับได้ในข้อหาปลอมแปลงเอกสาร   แต่ในเมื่อยังอยู่ในวัยผู้เยาว์  ศาลก็เลยเอาผิดไม่ได้ และทนายอ้างว่าเธอสติไม่สมบูรณ์นัก   เบตซี่ก็เลยได้รับการปล่อยตัว  ไม่ถูกจำคุก  แต่ต้องหลบหน้าไปจากบ้านเกิดชั่วคราวเพื่อให้เรื่องอื้อฉาวเงียบลง
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30682

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 39  เมื่อ 02 ก.ย. 13, 12:26

     แคสซี่หลบหน้าจากถิ่นเดิมไป 3 ปี เมื่อกลับมา เธอพบว่าพี่สาวแต่งงานไปกับช่างไม้ชาวอเมริกัน   ทั้งสองโยกย้ายไปอยู่ที่คลีฟแลนด์ โอไอโอ     แคสซี่ก็ได้โอกาสที่จะไปตั้งต้นชีวิตใหม่โดยมีพี่สาวพี่เขยเป็นใบเบิกทาง  จึงเดินทางตามไปด้วย  ขออาศัยอยู่กับสองคนนั่นในระยะสั้นๆ  ก่อนจะบินออกมาสร้างโลกใหม่ของเธอเอง
     ในวัยยี่สิบต้นๆ    แคสซี่ปลอมแปลงตัวเองเป็นคนใหม่ บอกใครต่อใครว่าเธอชื่อมิสซิสลิเดีย เดอแวร์ ใช้นามสกุลแปร่งๆเป็นภาษาต่างชาติ  อ้างว่าเป็นแม่ม่ายสามีตายตั้งแต่เธอยังสาว    เธอไปเช่าห้องๆหนึ่งจากเจ้าของบ้าน ที่มีห้องแบ่งเช่า   แล้วเปิดเป็นสำนักงานเล็กๆ ตั้งตัวเองเป็นแม่หมอตาทิพย์   โดยอาศัยเงินทองที่โกงมาได้สมัยอยู่บ้านเกิดเป็นค่าเช่าห้องและหาอุปกรณ์มาประกอบ
     ขอบอกเพิ่มว่า อาชีพหมอดูก็ดี คนทรงก็ดี เป็นอาชีพเฟื่องฟูสมัยศตวรรษที่ 19     ไม่ว่าในอังกฤษหรืออเมริกา   ชาวบ้านสมัยนั้นที่ฉลาดก็มี ที่งมงายก็มิใช่น้อย   เช่นแม่ม่ายจำนวนมากต้องการติดต่อกับวิญญาณของสามีที่ตายไป     พ่อแม่อยากติดต่อลูกที่ตายไปก่อนวัยอันควร  บางคนก็ของมีค่าหาย  อยากรู้ว่าอยู่ไหน  บางคนก็เชื่อว่าบ้านที่อยู่มีปีศาจสิงสู่ ฯลฯ  พวกนี้จะมาหาหมอดูทางใน  หรือคนทรง  จะเป็นหมอดูลูกแก้ว หรือไพ่  หรือนั่งหลับตาภาวนา แบบไหนมีทั้งนั้น
     ดังนั้น  อาชีพนี้จึงเป็นหนทางสะดวกของพวกมิจฉาชีพ    ไม่ต้องลงทุนมาก ไม่ต้องมีพื้นฐานทางวิชาชีพ  แค่รู้จักพูดจาลื่นไหลหลอกตุ๋นให้คนเชื่อก็พอ


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30682

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 40  เมื่อ 03 ก.ย. 13, 11:39

  หนึ่งในบรรดาเหยื่อที่แคสซี่จับไว้ได้อยู่หมัดคือนายแพทย์คนหนึ่งชื่อหมอวอลเลซ  สปริงทีน    ไม่มีรายละเอียดว่าสองคนนี้พบกันได้ยังไง   แต่จะเป็นวิธีไหนก็ตาม แคสซี่ก็ได้ตัวคุณหมอไปทำพิธีสมรสกันต่อหน้าผู้พิพากษาได้ เมื่อเธออายุ 26 ปี   ข่าวแต่งงานของคุณหมอได้ลงสั้นๆในหนังสือพิมพ์ของไอโฮโอ   บรรดาเจ้าหนี้ของแคสซี่ที่ถูกเธอติดหนี้สินเอาไว้มากก็แห่มาที่บ้านของคุณหมอทันที
   เจ้าบ่าวหมาดๆ รู้เรื่องที่เกิดขึ้นด้วยความงงงันเหมือนถูกตีหัว     เมื่อแจ่มแจ้งว่าอะไรเป็นอะไร เขาก็กัดฟันชำระหนี้สินให้เจ้าสาวหมาดๆเพื่อรักษาชื่อเสียงและเครดิตตัวเองเอาไว้  จากนั้นก็หย่าจากภรรยาทันที 
   ชีวิตสมรสครั้งแรกของแคสซี่ มีอายุ 12 วันเท่านั้น ก่อนเธอจะกลายเป็นแม่ม่ายหย่าสามี

    แคสซี่ไม่มีท่าทีว่าจะเข็ดกับสภาพมิจฉาชีพที่ถูกจับได้    ตรงกันข้าม  เธอก็พัฒนาฝีมือต้มตุ๋นไปอีกขั้นหนึ่ง  เธอเดินทางออกจากโอไฮโอไปรัฐเพนซิลเวเนียซึ่งไกลพอที่จะไม่มีใครตามมาจับผิดได้      เที่ยวทำความรู้จักกับชาวบ้านในเมืองเล็กๆเมืองหนึ่ง  โดยอ้างว่าตัวเองเป็นหลานสาวของวีรบุรุษแห่งสงครามกลางเมืองชื่อนายพลวิลเลียม เชอร์แมน   แล้วทำเป็นล้มป่วยลงอย่างหนัก  ไม่มีเงินจะกลับบ้าน
    ชาวบ้านผู้มีเมตตาจิตก็ลงขันกันหาเงินให้เธอจำนวนหนึ่ง พอเป็นค่าเดินทางกลับบ้านเดิมได้    จากนั้นข่าวคราวของหลานสาววีรบุรุษก็หายต๋อมไป       เมื่อเห็นหายไปนานผิดสังเกต เงินที่ยืมไปก็ไม่ส่งคืน    ชาวบ้านก็เขียนมาทวงถามถึงตามตำบลที่อยู่ที่ให้ไว้   ก็ได้จดหมายตอบจากสตรีนางหนึ่ง เขียนตอบกลับมาอย่างสุภาพและเศร้าสลดเสียใจอย่างลึกซึ้งว่าหลานสาวท่านนายพลที่ว่านั้นถึงแก่กรรมไปแล้ว   มิได้สั่งเสียอะไรไว้  ก็เป็นอันว่าหนี้สูญไป
    ก็คงไม่ต้องเดาให้เสียเวลาว่าใครเป็นคนแจ้งข่าวมรณกรรมของหลานสาวกำมะลอนั่น  ถ้ามิใช่แคสซี่เอง
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30682

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 41  เมื่อ 03 ก.ย. 13, 11:52

ย้อนกลับไปถึงฉากสำคัญ  ที่ทนายความดิลลอนถูกต้มเสียสุก ในการพาแคสซี่ไปส่งที่บ้านของมหาเศรษฐีแอนดรูว์ คาเนกี    หายเข้าไปในบ้านร่วมครึ่งชั่วโมง ก่อนจะกลับออกมาด้วยตั๋วสัญญาใช้เงินมูลค่ามหาศาล       ท่านหญิงกำมะลอของเราก่อไฟสร้างหม้อตุ๋นได้แนบเนียนจนแม้แต่นักกฎหมายเองก็ยังถูกตุ๋นเสียเปื่อย

ภาพที่ดิลลอนเห็นเมื่อรออยู่ในรถม้าคือคุณนายแชดวิคเดินไปเคาะประตูหน้าบ้าน พูดสองสามคำกับหัวหน้าคนรับใช้ที่เปิดประตูรับ แล้วหายเข้าไปในบ้านหลังงามนั้น เป็นเวลานาน แสดงว่ามีธุระปะปังในบ้านนี้จริงๆ
จากมุมของหัวหน้าคนรับใช้ก็คือ เมื่อเขาเปิดประตูมาก็พบสุภาพสตรีแต่งกายงาม ดูมีหลักมีฐานน่านับถือ  ซึ่งกล่าวกับเขาอย่างสุภาพว่าเธอมีธุระขอพบแม่บ้านใหญ่ ผู้ดูแลบ้านช่องของคาเนกี     หัวหน้าคนรับใช้ไม่เห็นมีข้อเสียหายอะไรก็เชิญเข้ามาแล้วไปตามแม่บ้านมาพบ
เมื่อแม่บ้านผู้ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ออกมาพบ   สุภาพสตรีท่าทีเป็นคุณนายก็แนะนำตัวเองว่า เธอเป็นผู้มีฐานะดีคนหนึ่ง มีหญิงมาสมัครเป็นสาวใช้ ชื่อฮิลดา ชมิดช์  หล่อนอ้างว่าเคยรับใช้ในตระกูลคาเนกีมาก่อน     ปกติการทำงานของคนสมัยนั้นจะต้องมีหนังสือรับรองจากนายเก่ามาแสดงต่อนายใหม่  เป็นประกาศนียบัตรรับรองว่าผ่านงานมาจริงๆ  มีที่มาที่ไป    ถ้าไม่มีใบรับรองจะไม่มีนายใหม่คนไหนยอมจ้าง
คุณนายกำมะลออธิบายต่อไปว่า เธอกำลังตรวจสอบหนังสือรับรองของสาวใช้คนใหม่ว่าเป็นของจริงหรือเปล่า จึงต้องตรงมาสอบถามด้วยตัวเอง  เพราะใบรับรองพวกนี้บางทีก็ปลอมกันได้      เมื่อได้ฟัง แม่บ้านก็มิได้สงสัยถ้อยคำของคุณนายเลย เพราะตามธรรมดา นายที่จู้จี้ถี่ถ้วนเป็นพิเศษก็อาจจะทำกันแบบนี้ได้    
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30682

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 42  เมื่อ 03 ก.ย. 13, 12:32

     หล่อนเชื่อสนิท   ก็เลยตอบตามจริงว่า
    "ไม่มีค่ะ   เราไม่เคยมีสาวใช้ชื่อฮิลดา ชมิดช์ทำงานที่บ้านของคุณคาเนกีมาก่อนเลยค่ะ"
     คุณนายก็ทำท่าแปลกใจ  ย้อนถามว่า...แน่ใจหรือจ๊ะ    ไหนเธอนึกดีๆนะ เพราะคนรับใช้บ้านเศรษฐีมีเป็นโหล  เข้าๆออกๆกันปีละหลายครั้ง    เธออาจลืมไปแล้วก็ได้
      แม่บ้านก็ยืนยันว่าไม่มีชื่อนี้   คุณนายก็ไม่ละลด  ซักถามต่อโดยอธิบายถึงรูปร่างหน้าตาของแม่สาวใช้ฮิลดานั่นว่าสูงต่ำดำขาว รูปพรรณสัณฐานยังงั้นยังงี้    ตรงกับสาวใช้คนไหนของที่นี่ที่เคยจ้างเอาไว้บ้างไหม
      แน่นอนว่าแม่บ้านก็ทบทวนความจำ คิดแล้วคิดอีก ก็ไม่มีคนไหนมีรูปพรรณสัณฐานตรงตามที่ถาม   เดาแล้วเดาอีก ก็ไม่ตรงกับสาวใช้คนไหนที่เคยลาออกไปจากที่นี่

     ระหว่างนี้ คุณนายกำมะลอก็คุยจุ๊กๆจิ๊กๆต่อ    เล่าสิ่งละอันพันละน้อยเกี่ยวกับแม่สาวใช้ฮิลดาให้อีกฝ่ายฟังเสียยืดยาว   ตามประสาผู้หญิง  แม่บ้านก็เออๆคะๆ กันไป   
     หล่อนลากยาวเวลาไปจนถึงครึ่งชั่วโมง  ก่อนจะตอบว่า...เอาละ น่าจะเกิดการเข้าใจผิด   หรือไม่ฉันก็ถูกสาวใช้หลอกเอาเสียแล้ว   จะต้องรีบกลับไปไล่หล่อนออก   คนสมัยนี้ไว้ใจไม่ได้เลยนะจ๊ะ  เคราะห์ดีนะฉันเป็นคนละเอียดถี่ถ้วน  เกิดเอะใจขึ้นมาจึงมาสอบถามด้วยตัวเอง  เอาละ เห็นจะต้องลาซะที  ขอบใจเธอมาก
    ก่อนเดินออกไป   คุณนายก็หยอดให้อีกฝ่ายยิ้มแก้มปริ ว่า...แหม  ห้องโถงสะอาดหมดจดทุกกระเบียดนิ้ว    เธอช่างเป็นแม่บ้านดูแลบ้านได้ดีจริงๆ     อยากให้แม่บ้านฉันมาเห็นบ้าง
    จากนั้นหล่อนก็เดินเฉิดฉายออกไปจากบ้าน ขึ้นรถม้าที่ทนายความดิลลอนนั่งรออยู่โดยมิได้ระแวงสิ่งใดเลย

    คงไม่ต้องบอกใช่ไหมคะว่า สาวใช้ชื่อฮิลดาอะไรนั่นไม่มีตัวตน   คุณนายกำมะลอสมมุติเรื่องขึ้นมาเพื่อหาเวลาอยู่ในบ้านของคาเนกีให้นานครึ่งช.ม. พอจะทำให้ทนายความเชื่อว่าหล่อนมาพบเจ้าของบ้าน  พูดธุระกันจริงๆ
   ส่วนแอนดรูว์ คาเนกีอาจไม่อยู่บ้าน หรือถ้าหากว่าอยู่บ้านวันนั้น เขาก็มิได้พบหน้าแคสซี่อยู่ดี และไม่รู้เรื่องว่ามีใครมา    เรื่องผู้หญิงมาพบแม่บ้านเพื่อสอบถามเรื่องสาวใช้เป็นเรื่องจิ๊บจ๊อยปลีกย่อย  จนแม่บ้านไม่เห็นสลักสำคัญพอจะต้องรายงานนาย    หรือถ้าหล่อนรายงาน    แอนดรูว์ก็เห็นเป็นเหตุการณ์ธรรมดาๆเกิดขึ้นที่ไหนก็ได้    ไม่เก็บมาจำซ้ำสองด้วยซ้ำ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30682

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 43  เมื่อ 04 ก.ย. 13, 13:20

   เมื่อกลับไปอยู่ในคลีฟแลนด์  แคสซี่แต่งงาน 2 ครั้ง ครั้งแรกกับเจ้าของฟาร์มคนหนึ่งซึ่งเธอขอหย่าในเวลาต่อมา   ครั้งที่สอง  สามีคนนี้เป็นพ่อค้าร่ำรวยชื่อนายฮูเวอร์   เธอให้กำเนิดบุตรชายคนหนึ่งชื่อเอมิล    หลังจากฮูเวอร์ตายทิ้งมรดกไว้ให้ห้าหมื่นปอนด์  ก็ทำให้แคสซี่อู้ฟู่พอจะดำเนินชีวิตเป็นแม่ม่ายทรงเครื่องต่อไปได้พักใหญ่    ส่วนลูกชายก็ถูกส่งไปให้พ่อแม่เธอเลี้ยงอยู่ที่แคนาดา   เธอมิได้ไยดีเลือดเนื้อเชื้อไขพอจะเลี้ยงดูเอง
   แคสซี่กลับไปยึดอาชีพหมอดูตาทิพย์อีกครั้ง    คราวนี้เธอเขยิบฐานะขึ้นเป็นหมอดูไฮโซ  มีหน้าที่เป็นที่ปรึกษาในการลงทุนกิจการต่างๆของลูกค้านักธุรกิจ      ด้วยคารมของสิบแปดมงกุฏที่อ้างว่าตัวเองมีซิกซ์เซ้นส์มองเห็นอนาคตล่วงหน้าได้   ก็ทำให้มีพ่อค้ารวยๆมาติดเบ็ดหลงเชื่อกันอยู่หลายราย    
   ในเมื่อการลงทุนกิจการ   หรือซื้อขายแลกเปลี่ยนล้วนแต่เป็นเรื่องไม่แน่นอน   ไม่มีใครมองเห็นอนาคตว่าจะเจอแจ๊กพ็อทอะไรเข้าบ้าง  อาจจะรวยหรือล่มได้เท่าๆกัน      แคสซี่ก็เอาจุดอ่อนของความไม่มั่นใจข้อนี้มาเป็นหนทางหากิน   แนะนำลูกค้าคนนั้นให้ลงทุนทางนี้  แนะนำลูกค้าคนนี้ให้เอาเงินไปลงทางโน้น       จริงอยู่   คำแนะนำของท่านหญิงกำมะลอทำให้ลูกค้าเจ๊งกันไปหลายราย   แต่ก็มีบางรายที่เผอิญประสบโชคตามคำแนะนำ  เหมือนแทงหวยแล้วถูกหวย ก็มีเหมือนกัน    ลูกค้าประเภทหลังนี่แหละที่ทำให้ท่านหญิงของเรายังหากินอยู่บนความไม่รู้เท่าทันของมนุษย์ได้อีกหลายปี
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30682

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 44  เมื่อ 05 ก.ย. 13, 13:58

  หนึ่งในบรรดาลูกค้าที่ถูกหวยเข้าอย่างจังชื่อนายโจเซฟ แลมป์ ซึ่งเป็นนักธุรกิจชื่อเสียงดีอยู่ในเมืองโทเลโด รัฐโอไฮโอ    นายแลมป์หลงเชื่อคารมแคสซี่อย่างโงหัวไม่ขึ้น  ถึงกับตกลงจ่ายเงินถึง 10,000 ดอลล่าร์ให้แม่หมอตาทิพย์คนนี้เอาไว้เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน  ชี้ช่องทางให้ลงทุนแบบนั้นเล่นหุ้นตัวนี้       ในที่สุดก็ถูกแม่หมอตอบแทนเสียเต็มรัก   
  วันหนึ่งแม่หมอวิเศษก็ยื่นตั๋วสัญญาใช้เงินจำนวนหลายพันดอลล่าร์ให้นายแลมป์  จ่ายโดยเศรษฐีคลิฟแลนด์ที่ชื่อเสียงเป็นที่นับหน้าถือตาคนหนึ่งลงลายเซ็นไว้     ขอให้แลมป์ช่วยเอาเข้าบัญชีเขาเพื่อถอนเงินสดออกมาให้หน่อย     เพื่อประหยัดแรงของเธอไม่ต้องเดินทางไปถึงเมืองโทเลโดเอง     แลมป์ก็เต็มใจทำตามคำขอ   เอาตั๋วที่ว่าเข้าบัญชีของเขา  เอาเงินสดออกมาให้ได้โดยไม่มีปัญหาอะไร   จากนั้นแคสซี่ก็ฝากตั๋วสัญญาใช้เงินแบบเดียวกันไปให้เขาแลกเป็นเงินสดออกมาให้อีก หลายครั้งหลายคราว  รวมจำนวนแล้วมียอดถึง 40,000 ดอลล่าร์
   ธนาคารที่แลมป์ฝากเงินอนุญาตให้ถอนเงินในตอนแรก  ก็เพราะแลมป์เป็นเจ้าของบัญชีเงินฝากจำนวนสูง     ถึงตั๋วสัญญามีเงินหรือไม่มี  แลมป์ก็มีเงินในบัญชีพอมีสิทธิ์ถอนเงินสดได้อยู่แล้ว     ทีนี้เมื่อเงินไหลออกจากบัญชีเรื่อยๆ จนเกินจำนวนถอน ตั๋วสัญญาก็ถูกค้นพบว่าไม่มีเงินเรียกเก็บได้ซักกะตังค์เดียว   ผู้จัดการธนาคารก็ตาเหลือก  แจ้นไปแจ้งตำรวจ  ตำรวจก็เลยรวบตัวนายแลมป์   นายแลมป์ก็ซัดทอดไปยังแม่หมอวิเศษ   แคสซี่จึงตกเป็นผู้ต้องหาหลังจากได้เงินมากมายไปถลุงอยู่เป็นปี 
   ความก็แดงโร่ออกมาว่า ตั๋วสัญญาของเธอเป็นของเก๊   ทำปลอมลายเซ็นเศรษฐีชาวคลีฟแลนด์ซึ่งไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไรด้วย
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 7
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.056 วินาที กับ 19 คำสั่ง