เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 8
  พิมพ์  
อ่าน: 17220 ไอ้เสดฟัน ไอ้กันขวิด ไอ้กิดเฉือน เหตุต่อจาก ร.ศ. ๑๑๒
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10627


ความคิดเห็นที่ 30  เมื่อ 21 ส.ค. 13, 11:51

จ้าววววว
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10627


ความคิดเห็นที่ 31  เมื่อ 21 ส.ค. 13, 11:54

อ้างถึง
อ. NAVARAT.C ถามมาว่า สถานกลสุลอเมริกัน ช่วง พ.ศ. ๒๔๓๙ ตั้งอยู่ที่ไหน

ก็จะส่งคำตอบให้ว่า ตั้งอยู่ที่แม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก ใต้กงสุลอังกฤษ เหนือสถานทูตฝรั่งเศส รั้วเรือนติดกับวัดม่วงแค คร้าบบบ

ในหนังสิอสมุดภาพรัชกาลที่๔ มีภาพหนึ่งบรรยายว่า สถานกงสุลไม่ทราบประเทศ เป็นไปได้ไหมว่าหลังอาคารที่เห็นนั้นคือวัดม่วงแค


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30481

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 32  เมื่อ 21 ส.ค. 13, 12:13

อุโบสถวัดม่วงแค


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10627


ความคิดเห็นที่ 33  เมื่อ 21 ส.ค. 13, 12:16

^
มีสิทธิ์นะครับ มีสิทธิ์
ระหว่างรอคุณเพ็ญเข้าห้องแลปไปอัดเสียง และคุณหนุ่มเข้าห้องสมุดไปหาหลักฐาน ผมจะต่อของคุณหมอวิบูลให้จบ

ตัวหมอชีคเองนั้น เมื่อบริษัทบอร์เนียวจำกัดจำนวนเงินที่จ่ายให้เหลือเพียง 2,000 ปอนด์ต่อปี และยังเรียกร้องให้คืนเงินที่เบิกเกินอีกสองแสนห้าหมื่นบาท ก็รู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก จึงลาออกจากตำแหน่งผู้แทนบริษัทบอร์เนียว และมาทำสัญญากับรัฐบาลสยามแทน โดยมีข้อตกลงว่า รัฐบาลไทยจะให้เงินเขายืมใช้ในการลงทุนเป็นจำนวน 800,000 บาท คิดดอกเบี้ยเจ็ดเปอร์เซนต์ครึ่งต่อปี หมอชีคได้รับสัมปทานให้ตัดไม้สักค้าขายผลกำไรที่ได้มานั้น แบ่งออกเป็นสามส่วน เป็นของรัฐบาลไทยหนึ่งส่วน และเป็นของหมอชีคเองสองส่วน

หมอชีคกับนายหลุยจึงกลายเป็นคู่แข่งกัน โดยหมอชีคทำธุรกิจร่วมกับรัฐบาลไทย และนายหลุยทำงานให้บริษัทบอร์เนียวต่อไป ผลปรากฏว่านายหลุยค้าขายเก่งกว่ามาก หมอชีคนั้น เมื่อมีฐานะร่ำรวยใหญ่โตเพราะได้เงินจากรัฐบาลไทยมาอุดหนุน ก็ลืมตัวขยายกิจกรรมเกินความสามารถของตน เรียกน้องชายและน้องสาวมาจากอเมริกาเพื่อช่วยดำเนินงาน สร้างโรงเลื่อยไม้ที่เชียงใหม่ สั่งเครื่องจักรมาจากอเมริกา ซื้อเรือลำใหญ่ชื่อแม่ปิงไว้ประดับเกียรติ ตั้งบริษัทก่อสร้างตึกและสะพาน เมื่อเวลาล่วงมาสองปี หมอชีคก็ไม่มีผลกำไรมาแบ่งให้รัฐบาลไทยเลย ซ้ำเงินแปดแสนบาทที่ขอยืมมาลงทุนนั้น แม้แต่ดอกเบี้ยก็ไม่มีจะจ่ายให้แก่รัฐบาลสยาม

หมอชีคแก้ตัวกับฝ่ายไทยว่า สองปีที่ผ่านมานี้ฝนไม่ตกแผ่นดินจึงแห้ง ไม้สักที่ตัดไว้ต้องกองทิ้งอยู่ในป่า ไม่สามารถจะลอยลงมาทางใต้ได้ เงินที่ขอยืมมานั้นก็เอาไปลงทุนหมดสิ้น ไม่มีเหลือพอจ่ายค่าดอกเบี้ย ขอให้รัฐบาลสยามใจเย็น ๆ หน่อย เมื่อธุรกิจดีขึ้นเขาจะจ่ายให้ทั้งต้นทุน ดอกเบี้ยและผลกำไร

ฝ่ายไทยเราชักไม่ค่อยไว้ใจนักบุญอเมริกันผู้นี้ เพราะได้ข่าวว่าระหว่างที่เขาพูดว่าเงินหมดนั้น เขาได้ส่งเงินไปให้ซาร่าห์ภรรยาที่อเมริกาเป็นค่าใช้สอยถึงสามหมื่นห้าพันบาท



บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10627


ความคิดเห็นที่ 34  เมื่อ 21 ส.ค. 13, 12:18

ฝ่ายไทยจึงเร่งรัดให้หมอชีคใช้ดอกเบี้ยให้แก่รัฐบาลไทยตามสัญญา หมอชีคร้อนตัวจึงเจรจาขายซุง 9,000 ต้นให้แก่นายหลุยเพื่อได้เงินสดมาบ้าง และความเก่งคล่องแคล่วของเขานี้ ทำให้สามารถเจรจากับบริษัทฝรั่งจากเมืองแขก ชื่อ Bombay Burmah Trading Corporation ให้จ่ายค่าดอกเบี้ยค้างจ่ายสองปีแก่รัฐบาลไทย และให้หมอชีคขอยืมเงินบริษัทมาลงทุนอีกสี่แสนบาท โดยหมอชีครับรองว่าจะทดแทนแลกเปลี่ยนด้วยซุงสองหมื่นต้นในปีต่อไป

ฝ่ายรัฐบาลไทยไม่ยอมรับเงินจากบริษัทบอมเบ-เบอม่า-เทรดดิ้ง เพราะได้ทราบว่าบริษัทนี้มีบทบาทสำคัญในการยุยงให้อังกฤษตีเมืองพม่า จึงเกรงว่า ถ้าอนุญาตให้มาดำเนินกิจการในเมืองไทยร่วมกับหมอชีค ประเทศเราก็จะถูกอังกฤษยึดเป็นเมืองขึ้นต่อไป

หมอชีคจึงหันกลับมาทางบริษัทบอร์เนียวอีก รับรองว่าจะตัดไม้ซุงให้สองหมื่นต้น ขอให้บริษัทบอร์เนียวซื้อในราคาสี่แสนกว่าบาท นอกจากนั้นยังติดต่อขอยืมเงินจากพ่อค้าคนจีนชื่อ คิงเส็งลี อีกหกหมื่นสามพันบาท แต่การเจรจาเหล่านี้ไม่ประสบผลสำเร็จเพราะทางรัฐบาลไทยหมดความไว้วางใจและความเลื่อมใสในตัวหมอชีคแล้ว คิดว่าเป็นคนกะล่อนคดโกงคบไม่ได้ จึงแต่งตั้งให้หลวงศรีสมบัติมีอำนาจยึดไม้ซุงของหมอชีคที่ตัดไว้ทั้งหมดมาเป็นกรรมสิทธิ์ของรัฐบาลสยาม เป็นค่าชดใช้เงินต้นขั้วและดอกเบี้ยที่ขอยืมไป สมบัติต่างๆ ของหมอชีครวมทั้งช้าง 76 ตัว จึงถูกฝ่ายไทยริบไว้หมด

หมอชีคต่อสู้รัฐบาลโดยยื่นฟ้องต่อศาลกงสุลอเมริกัน ใช้ทนายความเป็นคนอังกฤษชื่อ E.B. Michell เรียกร้องค่าเสียหายจากรัฐบาลไทยเป็นเงินถึง 100,456 ปอนด์ ยอมรับว่าเขาติดเงินรัฐบาลไทยอยู่ 76,639 ปอนด์ แต่รัฐบาลไทยใช้พละการยึดไม้ซุงและอุปกรณ์ ทำลายธุรกิจของเขาจนมีผลเสียหายถึง 100,465 ปอนด์ เพราะฉะนั้นรัฐบาลไทยจะต้องใช้จ่ายค่าเสียหายให้แก่เขาเป็นเงิน 23,817 ปอนด์ หรือ 190, 536 บาท


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10627


ความคิดเห็นที่ 35  เมื่อ 21 ส.ค. 13, 12:22

คดีฟ้องร้องนี้ ยึดเยื้อมาเป็นเวลาถึง 8 ปี ผู้ตัดสินความคือ Sir Nicholas Hannen กงสุลใหญ่และผู้พิพากษาสูงสุดของอังกฤษในเขตแดนจีนและญี่ปุ่น ประกาศเมื่อวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2441  ว่าการที่ท่านนักบุญชีคขอยืมเงินจากรัฐบาลไทยแปดแสนบาทแล้วไม่ยอมใช้ทั้งต้นทุนและดอกเบี้ยนั้น ไม่ถือเป็นความผิดแต่อย่างใด  ส่วนการที่รัฐบาลไทยไปยึดต้นซุงและอุปกรณ์ของหมอชีคโดยพละการนั้น มีผลให้ธุรกิจของหมอชีคผู้น่าสงสารต้องล้มเหลว ฝ่ายไทยจึงผิดหนักหนา กงสุลใหญ่อังกฤษตัดสินให้หมอชีคไม่ต้องใช้เงินแปดแสนบาทที่ยืมมาแม้แต่สตางค์แดงเดียว และบังคับให้รัฐบาลไทยจ่ายค่าเสียหายให้แก่นักบุญชีคเพิ่มเติมอีกเป็นจำนวน 706,721 บาท ซึ่งสูงกว่าจำนวน 190,536 บาทที่นายชีคฟ้องไว้ถึงสามเท่าครึ่ง รวมความแล้ว สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  ต้องเสียเงินให้แก่นักบุญมิชชันนารีอเมริกันนี้ถึงหนึ่งล้านห้าแสนบาทโดยไม่ได้อะไรตอบแทนเลย เราต้องปฏิบัติตามคำประกาศของเซอร์นิโคลัส นี้ทุกประการ เพราะบ้านเมืองเราอ่อนแอกลัวเขาจะมาตีเอาเป็นเมืองขึ้น เงินเจ็ดแสนว่าบาทนี้ เซอร์นิโคลัสมันแอบได้เป็นของตัวเองกี่ส่วน ผู้เขียนไม่ทราบ


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10627


ความคิดเห็นที่ 36  เมื่อ 21 ส.ค. 13, 12:29

ไอ้เสดฟัน ไอ้กันขวิด ไอ้กิดเฉือน เห็นหรือยังครับ

สยามเราต้องยอมเค้า เพราะแผลที่ไอ้เสดฟันไว้ยังระบมอยู่ ถือว่าเสียสินดีกว่าเสียศักดิ์

เสียสินสงวนศักดิ์ไว้   วงศ์หงส์
เสียศักดิ์สู้ประสงค์     สิ่งรู้
เสียรู้เร่งดำรง          ความสัตย์ ไว้นา
เสียสัตย์อย่าเสียสู้     ชีพม้วยมรณา

โคลงโลกนิติบทนี้ ฝ่ายไทยเสียให้ฝรั่งหมดเลย ยกเว้นเสียสัตย์ เพราะรัฐบาลยอมจ่ายตามคำสั่งของอนุญาโตตุลาการโดยดีเพื่อตัดปัญหา หากยึกยักแล้วเกิดอะไรขึ้นมันจะไม่คุ้มกัน
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30481

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 37  เมื่อ 21 ส.ค. 13, 12:36

การที่ท่านนักบุญชีคขอยืมเงินจากรัฐบาลไทยแปดแสนบาทแล้วไม่ยอมใช้ทั้งต้นทุนและดอกเบี้ยนั้น ไม่ถือเป็นความผิดแต่อย่างใด  ส่วนการที่รัฐบาลไทยไปยึดต้นซุงและอุปกรณ์ของหมอชีคโดยพละการนั้น มีผลให้ธุรกิจของหมอชีคผู้น่าสงสารต้องล้มเหลว ฝ่ายไทยจึงผิดหนักหนา


ซาบซึ้งกับคำตัดสินยิ่งนัก


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10627


ความคิดเห็นที่ 38  เมื่อ 21 ส.ค. 13, 12:54

หมอชีคเองไม่ได้มีโอกาสใช้จ่ายเงินเจ็ดแสนงวดหลังนี้ เพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในพุทธศาสนาดลบันดาลให้ล้มเจ็บตายไปเสียก่อนที่คดีจะสุดสิ้นลง เมื่อท่านนักบุญชีคขึ้นสวรรค์ไปแล้ว นายหลุยก็ได้รับฮาเร็มของเขาเป็นมรดก ปลุกปล้ำผู้หญิงไทยต่อไป แต่คราวนี้ต้องสนุกสนานในกามอารมณ์อยู่แต่ผู้เดียว

บ้านไม้สักสามชั้นที่หมอชี๊คสร้างขึ้นริมน้ำปิงหลังนี้นั้น หลังจากที่หมอชี้คได้เสียชีวิตในปี ๒๔๓๘ ได้ตกเป็นสมบัติของนายหลุยส์เพื่อนร่วมรสนิยม แต่สุดท้ายนายหลุยส์ได้นำไปใช้หนี้ให้แก่เจ้าดารารัศมีแทนเงินยืม ๒๕,๖๙๖ รูปี  เจ้าดารารัศมีได้บ้านหมอชี้คมาก็ประทานต่อให้เจ้าแก้วนวรัฐพระเชษฐา ภายหลังเจ้าแก้วนวรัฐได้รับสถาปนาเป็นเจ้าหลวง คุ้มแห่งนี้จึงกลายเป็นคุ้มหลวงแห่งแรกที่อยู่นอกกำแพงเมือง 
คุ้มหลวงริมปิงหลังนี้ตั้งอยู่บนถนนวิชยานนท์

เมื่อเจ้าแก้วนวรัฐถึงพิราลัยในปี พ.ศ.2482 คุ้มหลวงริมปิง ถูกทิ้งให้รกร้างจนถึงปีพ.ศ.๒๔๘๘ จากนั้นนายชู โอสถาพันธุ์ (เต๊กชอ แซ่โอ้ว) พ่อค้าจีนได้ซื้อไปในราคา๑๘๐,๐๐๐ บาท
พ.ศ.๒๔๙๙ คุ้มหลวงริมปิงได้ถูกรื้อทิ้งเพื่อสร้างตลาดนวรัฐดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30481

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 39  เมื่อ 21 ส.ค. 13, 13:28

หมอชีคเองไม่ได้มีโอกาสใช้จ่ายเงินเจ็ดแสนงวดหลังนี้ เพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในพุทธศาสนาดลบันดาลให้ล้มเจ็บตายไปเสียก่อนที่คดีจะสุดสิ้นลง เมื่อท่านนักบุญชีคขึ้นสวรรค์ไปแล้ว นายหลุยก็ได้รับฮาเร็มของเขาเป็นมรดก ปลุกปล้ำผู้หญิงไทยต่อไป แต่คราวนี้ต้องสนุกสนานในกามอารมณ์อยู่แต่ผู้เดียว

ท่านนักบุญชีคน่าลงมากกว่าขึ้นนะคะ  ดูจากพฤติกรรม


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 40  เมื่อ 21 ส.ค. 13, 13:35

อ้างถึง
อ. NAVARAT.C ถามมาว่า สถานกลสุลอเมริกัน ช่วง พ.ศ. ๒๔๓๙ ตั้งอยู่ที่ไหน

ก็จะส่งคำตอบให้ว่า ตั้งอยู่ที่แม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก ใต้กงสุลอังกฤษ เหนือสถานทูตฝรั่งเศส รั้วเรือนติดกับวัดม่วงแค คร้าบบบ

ในหนังสิอสมุดภาพรัชกาลที่๔ มีภาพหนึ่งบรรยายว่า สถานกงสุลไม่ทราบประเทศ เป็นไปได้ไหมว่าหลังอาคารที่เห็นนั้นคือวัดม่วงแค

หากได้กลับภาพซ้ายเป็นขวา เห็นหลังคาโบสถ์อยู่ซ้ายมือ จะใช่เลยครับ  ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10627


ความคิดเห็นที่ 41  เมื่อ 21 ส.ค. 13, 13:47

เยี่ยมเลยคุณหนุ่ม เยี่ยมจริงๆ เป็นการค้นพบที่มีค่ายิ่ง

อ่ะ เอาแบบไม่สยองไป๑อัน


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30481

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 42  เมื่อ 21 ส.ค. 13, 13:48

ไม่ว่าจะเป็น Gunboat policy หรือ Gunboat diplomacy หรือ Big stick diplomacy ดูเหมือนจะมีญี่ปุ่นกับสยามเท่านั้น ที่รอดตัวเพราะเข้าใจฝรั่ง มันก็เพียงแต่จะเข้ามาหาเงินไปใช้ของมัน ถ้าไม่ได้จากกำไรในการค้าขาย ก็จะปล้นเอาดื้อๆ

จีนไม่เข้าใจตรงนี้ หรืออาจจะปรับตัวไม่ทันนึกว่าตัวเป็นมหาอำนาจที่สุดในโลก ผลก็คือถูกปืนเรือถล่มยับก่อนเข้าปล้นจนของมีค่าหมดพระราชวัง พม่ากับญวนเป็นชาติที่ยอมตายแบบผึ้งหวงรัง ซึ่งก็ได้ทั้งตายทั้งเสียทรัพย์ไปเยอะมากในเวลาหลายสิบทศวรรษก่อนจะไล่ฝรั่งออกไปได้ ดีที่เมืองร้อนอย่างบ้านเราฝรั่งไม่ชอบ มาตายเพราะไข้มากกว่าโดนฆ่า หาไม่แล้วคนพื้นเมืองเจ้าของประเทศแถวนี้คงต้องชะตากรรมเหมือนพวกอินเดียนแดง ที่ถูกฝรั่งปล้นฆ่า เอาแผ่นดินไปเป็นถิ่นอาศัยแห่งใหม่ของตัวอย่างสง่าผ่าเผย

     มาขยายความจากที่ท่านนวรัตนเกริ่นไว้ข้างบนค่ะ
    ญี่ปุ่นเป็นอีกประเทศหนึ่งที่ต้องกลืนเลือดเป็นลิ่มๆ  จากถูกอเมริกาขวิดเอาไว้      พี่ยุ่นเขาอยู่ของเขาดีๆ   วันร้ายคืนร้าย  อเมริกาก็ส่งกองทัพเรือประกอบด้วยเรือรบ 4 ลำติดอาวุธหนักจนเพียบ  มีผู้บัญชาการชื่อพลเรือจัตวาแมทธิว ซี เพอร์รี่ มาโผล่ที่อ่าวอีโด (Edo Bay ) หรืออีกนัยหนึ่งอ่าวโตเกียว(Tokyo Bay) เมื่อเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1853  ตรงกับพ.ศ. 2396 ในรัชกาลที่ 4 ของเรา
    ผู้สำเร็จราชการญี่ปุ่นถูกยื่นคำขาดให้เปิดประเทศค้าขายกับพี่กัน    จะมามัวปิดหน้าร้าน นั่งแล่ปลาดิบกินกับลูกเมียพี่น้องอยู่เงียบๆเหมือนเดิมไม่ได้      ไม่อยากเปิดร้านก็ต้องเปิดเดี๋ยวนี้     ถ้าไม่เปิดประเทศเรอะ  นี่แน่ะ  ยูเอาธงขาวในมือไอไป    ถ้ายูต้องการให้ไอหยุดถล่มเมืองยูด้วยกระสุุนปืนใหญ่เป็นห่าฝนจากเรือเมื่อไหร่  ก็โบกธงขาวเป็นสัญญาณนะ  ง่ายๆ ทำไม่ยาก

    ว่าแล้ว  นายพลเพอร์รี่ก็สาธิตแสนยานุภาพให้ดู  ด้วยการออกคำสั่งกองเรือของเขาให้ระดมยิงปืนใหญ่ถล่มบ้านเรือนริมอ่าวให้ชมเป็นขวัญตา  เพราะมาคราวนี้เรือรบอเมริกันแบกปืนใหญ่ชนิดใหม่เรียกว่า new Paixhans shell guns มาด้วย     ดิฉันไม่รู้ว่าภาษาไทยเรียกอะไรเจาะจงลงไปหรือเปล่านอกจากคำว่าปืนใหญ่  ต้องขอแรงท่านผู้รู้ในเรือนไทย    รู้แต่มีคำอธิบายว่าลูกกระสุนกระทบที่ไหนก็ระเบิดตูมที่นั่น  อานุภาพการทำลายล้างสูง  ถล่มอาคารบ้านเรือนได้ไม่มีชิ้นดี  
    สรุปว่าญี่ปุ่นก็ต้องเปิดประตูต้อนรับแขกที่ตัวเองไม่อยากจะได้  แลกกับชีวิตพลเมือง


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10627


ความคิดเห็นที่ 43  เมื่อ 21 ส.ค. 13, 14:20

ปืนที่ว่าใช้ลูกกระสุนเพลิงครับ ไม่ใช่แบบปกติที่กระทบแตกเมื่อถูกเป้า

ญี่ปุ่นชิมตัวอย่างผลิตภัณฑ์ไปเล็กน้อยก็ประจักษ์ในคุณภาพสินค้าฝรั่ง เพราะบ้านเรือนของญี่ปุ่นทำด้วยไม้และกระดาษ ตูมเดียวก็วอดวายเละเทะ

บ้านเรือนของไทยส่วนใหญ่เป็นเรือนไม้มุงหลังคาจาก โดนเข้าไปอย่างในภาพก็คงหมดเมืองเหมือนกัน


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10684



ความคิดเห็นที่ 44  เมื่อ 21 ส.ค. 13, 14:22

ญี่ปุ่น ญี่ปุ๊น ญี่ปุ่น ภาคฝรั่งโหด  ตกใจ  ตกใจ  ตกใจ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 8
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.054 วินาที กับ 19 คำสั่ง