เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 8
  พิมพ์  
อ่าน: 17295 ไอ้เสดฟัน ไอ้กันขวิด ไอ้กิดเฉือน เหตุต่อจาก ร.ศ. ๑๑๒
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10874


ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 21 ส.ค. 13, 09:56

ขอบคุณคุณหนุ่มสยามมาก คงไม่ต้องเดาต่อว่าเรือปืนของอเมริกันมาจอดที่ไหน เพื่อให้เข้าตาเสนาบดีสยาม

ไม่ว่าจะเป็น Gunboat policy หรือ Gunboat diplomacy หรือ Big stick diplomacy ดูเหมือนจะมีญี่ปุ่นกับสยามเท่านั้น ที่รอดตัวเพราะเข้าใจฝรั่ง มันก็เพียงแต่จะเข้ามาหาเงินไปใช้ของมัน ถ้าไม่ได้จากกำไรในการค้าขาย ก็จะปล้นเอาดื้อๆ

จีน ไม่เข้าใจตรงนี้ หรืออาจจะปรับตัวไม่ทันนึกว่าตัวเป็นมหาอำนาจที่สุดในโลก ผลก็คือถูกปืนเรือถล่มยับก่อนเข้าปล้นจนของมีค่าหมดพระราชวัง พม่ากับญวนเป็นชาติที่ยอมตายแบบผึ้งหวงรัง ซึ่งก็ได้ทั้งตายทั้งเสียทรัพย์ไปเยอะมากในเวลาหลายสิบทศวรรษก่อนจะไล่ฝรั่งออกไปได้ ดีที่เมืองร้อนอย่างบ้านเราฝรั่งไม่ชอบ มาตายเพราะไข้มากกว่าโดนฆ่า หาไม่แล้วคนพื้นเมืองเจ้าของประเทศแถวนี้คงต้องชะตากรรมเหมือนพวกอินเดียนแดง ที่ถูกฝรั่งปล้นฆ่า เอาแผ่นดินไปเป็นถิ่นอาศัยแห่งใหม่ของตัวอย่างสง่าผ่าเผย
 
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10874


ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 21 ส.ค. 13, 10:02

หมอชีค นักบุญมิชชันนารีอเมริกัน

มิชชันนารีอเมริกันคนหนึ่ง ซึ่งต้องยอมรับกันว่า เป็นนักบุญที่มีความสามารถทุกทาง คือ หมอมารีออน ชีค (Marion Cheek) ซึ่ง คนไทยเรียกกวันว่าหมอชิต ท่านผู้นี้จบวิชาแพทย์ศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลน่า สหรัฐอเมริกัน เมื่ออายุเพียง 21 ปี เป็นหนุ่มรูปหล่อ เดินทางเข้าสู่กรุงสยามพร้อมกับสตรีฝรั่งอีก 2 คน เมื่อ พ.ศ. 2417 หมอชีคอยู่ได้ไม่นาน ก็จีบลูกสาวหมอบรัดเล่ย์และแต่งงานกับเธอ จึงกลายเป็นลูกเขยของหมอบรัดเล่ย์ไป ในปีต่อมาได้รับหน้าที่ทำการเผยแพร่คริสตศาสนาและช่วยเหลือชนชาวไทยที่นครเชียงใหม่

ในประวัติศาสตร์กล่าวไว้ว่า หมอชีคนี้เป็นคนเก่งมาก นอกจากนั้นยังขยันขันแข็งมีสุขภาพที่ดีและพลานามัยผิดมนุษย์ธรรมดา สามารถตรวจและรักษาคนไข้ได้ถึงปีละหนึ่งหมื่นสามพันคน ในเวลาว่างท่านชอบล่าสัตว์ สามารถยิงปืนสั้นและยาวได้อย่างแม่นยำจึงเป็นที่นับถือยำเกรงในหมู่ชาวบ้าน ตลอดจนฝรั่งทั้งหลายที่อยู่ในถิ่นเหนือ


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10874


ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 21 ส.ค. 13, 10:06

ความเก่งและคล่องแคล่วของหมอชีคนี้ ทำให้ท่านหันมาสนใจกับการค้าขายเซ็งลี้ป่าไม้ ขณะนั้นฝรั่งเพิ่งค้นพบว่าถิ่นเหนือของเรานี้อุดมสมบูรณ์ มีป่าไม้สักขึ้นอยู่ทั่วไป ไม่มีใครตัดมาขายอย่างที่ทำกันในประเทศพม่าเมืองขึ้นของอังกฤษ ในพ.ศ. 2415 กัปตันเรือชาวเดนมาร์กคนหนึ่ง ชื่อนายแอนเดอร์เซ็น บรรทุกไม้สักใส่เรือสำเภาไทยชื่อทูลกระหม่อม ข้ามน้ำข้ามทะเลไปถึงเมืองลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ ปรากฎว่าสามารถขายไม้สักได้จนหมดเกลี้ยงลำเรือทำกำไรได้ถึงร้อยเปอร์เซนต์ เมื่อกัปตันแอนเดอร์เซ็นกลับมาถึงเมืองไทย ข่าวความสำเร็จในการขายไม้สักนี้แพร่กระจายโดยรวดเร็ว จึงมีบริษัทอังกฤษหลายแห่งพยายามแย่งกันติดต่อขอสัมปทานป่าไม้จากรัฐบาลไทย

บริษัทบอร์เนียวจึงแต่งตั้งให้หมอชีคเป็นตัวแทน ฝรั่งอีกคนหนึ่งที่ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าพนักงานบริษัทบอร์เนียวคือ นายหลุย ลิโอโนเวนส์ บุตรชายของนางแอนนา ลิโอโนเวนส์ ที่เคยสอนภาษาอังกฤษในพระราชวังของสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทั้งสองมีหน้าที่ตัดและล่องไม้สักลงมาจากเชียงใหม่ เพื่อส่งไปขายประเทศต่าง ๆ ในยุโรปต่อไป

นาย หลุย ลิโอโนเวนส์นั้น เติบโตในพระราชวังพร้อมกับสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และได้สมรสกับแคโรไลน์ นอกซ์ ลูกสาวกงสุลอังกฤษที่เกิดกับภรรยาคนไทยชื่อ คุณปราง จึงเป็นผู้มีอำนาจอิทธิพล ปลูกบ้านใหญ่โตอยู่ริมแม่น้ำ มีเรือลำใหญ่ชื่อ กัปตันลิโอโนเวนส์ ส่วนแคโรไลน์ลูกครึ่งอังกฤษไทยภรรยาของเขานั้น เป็นคนสวยงามมีกริยามารยาทอ่อนโยน ชาวบ้านต่างรักใคร่และเรียกเธอกันว่า"ดวงแข"


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10874


ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 21 ส.ค. 13, 10:14

ทั้งนายหลุยและหมอชีคประสบความสำเร็จในการขอสัมปาทานป่าไม้ นายหลุยนั้นทำได้เพราะใกล้ชิดกับองค์พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ส่วนหมอชีคประสบความสำเร็จโดยอาศัยความเฉลียวฉลาดคล่องแคล่วของตนเอง

บริษัทบอร์เนียวนั้น ความจริงก็มีความพอใจในผลงานของฝรั่งทั้งสองคนนี้มาก แต่ก็มีข้อข้องใจที่คุณหมอชีคนี้ ดูท่านจะใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายเหลือเกิน เมื่อตรวจบัญชีเปรียบเทียบจำนวนเงินที่หมอชีคเบิกจากบริษัทบอร์เนียวกับรายจ่ายต่างๆ ก็ยังปรากฎว่าท่านเบิกเกินไปถึง 253,353 บาท และไม่สามารถบอกได้ว่าเอาไปใช้ทำอะไร เงินสองแสนห้าหมื่นบาทสมัยนั้น ก็มีค่าเท่ากับหลายสิบล้านสมัยนี้ ทางบริษัทบอร์เนียวจึงทำสัญญาขึ้นใหม่กับหมอชีค ตกลงว่าจะจ่ายเงินให้เพียงปีละ 2,000 ปอนด์เท่านั้น และขอให้หมอชีคคืนเงินสองแสนห้าหมื่นให้แก่บริษัทเสีย ทางบริษัทบอร์เนียวก็จะไม่ทำการฟ้องร้องอะไร

ในแผ่นดินของรัชกาลที่ห้านั้น เจ้าครองเมืองเหนือต่างๆ เช่นเชียงใหม่ ลำปาง และแพร่ มีนักมวยและสาวงามฟ้อนรำไว้ประดับวาสนา ในวังเจ้าทั้งหลายนั้น มีงานรื่นเริงอยู่เสมอ แข่งฟ้อนรำและแข่งมวยกันระหว่างคณะละคร และคณะมวยจากถิ่นต่างๆ ฝรั่งที่มีอำนาจวาสนาเช่น นายหลุย ลิโอโนเวนส์และหมอชีค ก็ต้องมีคณะมวยและนักฟ้อนของตนไว้ด้วย เพื่อให้คบค้าสมาคมกับเจ้านายฝ่ายสยามได้โดยไม่น้อยหน้า นอกจากแข่งฟ้อนรำและต่อยมวยแล้ว ยังนิยมเล่นการพนันกันในเขตวัง ซึ่งในกรณีนี้ บริษัทบอร์เนียวออกเงินให้ฝรั่งเล่นอย่างไม่อั้น ถ้านายหลุยหรือหมอชีคเล่นเสียทางบริษัทก็จะชดใช้เงินให้ทุกบาททุกสตางค์

สมบัติที่เลื่องลือที่สุดของหมอชีค มิใช่เงินทองบ้านช่องหรือคณะนักมวย หากเป็นฮาเร็มเก็บหญิงไทยที่ท่านนักบุญมิชชันนารีอเมริกันนี้ได้สะสมไว้ เป็นที่เลื่องลือกันในเมืองเชียงใหม่ว่า หมอชีคชอบซื้อลูกสาวชาวบ้านชาวนามาทำเมีย โดยแลกเปลี่ยนเด็กผู้หญิงกับควาย2-3ตัว เอามาเลี้ยงไว้ในเขตบ้านของท่าน ให้เสื้อผ้าอาหารการกินเป็นอย่างดี และมีเงินใช้กันทุกคน ฮาเร็มของหมอชีคนี้ ตั้งอยู่หลังวัดไทยแห่งหนึ่ง นักประวัติศาสตร์อังกฤษ ชื่อ W.S. Bristowe บันทึกไว้ว่า หมอชีคเก็บเด็กสาวไว้ประมาณ 20 กว่าคน มีชื่อว่า อ้อน ลวง นัน ม้อย ตุ้ย เจียน หวน คุ้ม และโนจา เป็นต้น โนจานั้น หมอชีคให้เกียรติเป็นเมียคนสำคัญ เพราะได้มาจากเจ้าชาวเหนือคนหนึ่ง เป็นรางวัลในการรักษาโรคสำเร็จ โนจานี้ ภายหลังเป็นปัญหามากเพราะขี้หึงและชอบใช้อำนาจกับเมียน้อยทั้งหลาย จนในที่สุดหมอชีคต้องส่งกลับบ้าน และมอบเงินให้เป็นค่าทดแทนถึง 2 หมื่นรูปี


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10874


ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 21 ส.ค. 13, 10:17

ความคลั่งในกามอารมณ์ของหมอชีคนักบุญคริสตศาสนาและนายหลุยเพื่อนคู่หูของเขานี้ เป็นที่ทราบดีในสังคมชั้นสูงของเชียงใหม่ ถึงกับมีเพลงล้อเลียนแต่งโดยนายแพ่ง วณิสร ลูกชายพระยาเทพ ซึ่งนิยมร้องกันทั่วไป เพราะเป็นที่รู้กันว่าฝรั่งร่างยักษ์สองคนนี้ ชอบสมสู่หญิงไทยพร้อมกัน โดยจะเรียกผู้หญิงขึ้นไปบนห้องนอนทีละสองคน แต่จะร่วมกันสมสู่ทีละคนเดียวและปล่อยให้สาวชาวเหนืออีกผู้หนึ่งนั่งดู เมื่อเสร็จกับคนหนึ่งแล้ว จึงร่วมกันรุมปลุกปล้ำอีกคนหนึ่งต่อไป ความสนุกสนานนี้ มักติดต่อกันนานยืดยาวถึงสองคืน และเมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นลงแล้ว หญิงสาวทั้งหลายก็จะได้รับรางวัลเป็นเสื้อผ้าเงินทอง

นักเขียนอังกฤษ นาย W.S. Bristowe ได้แปลเพลงพื้นเมืองไว้ดังนี้

“DOCTOR CHITT AND MISSA LOUIS
SLEEPING WITH TWO GIRLS
TWO NIGHTS FOR FIFTEEN RUPEES
MISS LUANG IS ON THE BED
MISS ON IS WAITING
HURRY UP AND FINISH, DOCTOR
DOCTOR CHITT AND MISSA LOUIS
SLEEPING WITH TWO GIRLS
TWO NIGHTS FOR FIFTEEN RUPEES
MISS KUM ASKED FOR SILVER
MISS HUAN ASKED FOR CLOTH
 MISS NOJA ASKED FOR AN ELEPHANT
HURRY UP AND FINISH, DOCTOR"


ส่วนซาร่าห์ บลัดเลย์ เมียฝรั่งของหมอชีคนั้น ก็ทราบเรื่องราวเกี่ยวกับความประพฤติของท่านนักบุญนี้ดี แต่ต้องจำใจไม่พูดจาต่อว่าต่อขานอะไร จนกระทั่งวันหนึ่งเกิดอุบัติเหตุ ลูกชายคนโตถูกปืนลั่นใส่บาดเจ็บสาหัส เธอจึงพาลูก 9 คนที่มีกับหมอชีค เดินทางออกจากเมืองไทย กลับไปอยู่ประเทศอเมริกาโดยลำพัง มิได้พบกับสามีอีกต่อไป


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10874


ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 21 ส.ค. 13, 10:21

ขอเชิญคุณเพ็ญช่วยหาคลิ๊ปเพลงข้างบนมาประกอบหน่อยครับ อยากฟังเปื้อนเอิ้นกำเมืองต่วย

ผมจะขอพักสักครู่ครับ
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10735



ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 21 ส.ค. 13, 11:01

ต้นฉบับของเพลงข้างบนมีดังนี้

มีมิตรรักนักเพลงยกมือขอฟังเพลงท้องถิ่นล้านนามา ๑ ท่านคือคุณศรีสยาม

เพลงนี้เป็นเรื่องของคู่หูคู่แข่งในกิจการค้าไม้สักทางเหนือ ในฮาเร็มของหมอชี้คหลังวัดมหาวัน

เป็นเพลงฮิตติดปากคนเชียงใหม่เมื่อร้อยปีมาแล้ว ผู้เฒ่าผู้แก่ที่พอจำได้เล่าว่า กระทั่งเด็กเล็ก ๆ หรือหญิงสาวก็ชอบร้องเล่นกันดัง ๆ โดยไม่รู้สึกกระดากใจแต่ประการใด ทั้ง ๆ ที่เนื้อหานั้นบรรยายกิจกรรมทางเพศระหว่าง "หมอชิต" และ "มิตซ่าหลุย" กับนางเล็ก ๆ

ขอเชิญคุณศรีสยามรับฟังได้ ณ บัดนี้

พ่อเลี้ยงชิตกับมิตสะหลวย
เอาสาวนอนตวย (นอนด้วย)
สองคืนสิบห้า (รูปี)
อีหลวงนอนเตียง
อีออนนั่งท่า (นั่งรอ)
ขะจั๋บโวย ๆ พ่อเลี้ยง...(ขยับไว ๆ พ่อเลี้ยง)

พ่อเลี้ยงชิตกับมิตสะหลวย
เอาสาวนอนตวย
สองคืนสิบห้า
อีดำขอเงิน
อีเฮือนขอผ้า
อีโนจาขอจ๊าง (ช้าง)
ขะจั๋บโวย ๆ พ่อเลี้ยง....

คนอื่น ๆ ขอเงิน ขอผ้า ยังพอว่า

โนจาเล่นขอช้าง สมัยนี้เทียบกับรถเบนซ์กระมัง

โนจานี้เป็นถึงนางพระราชทานจากองค์เจ้าหลวงทีเดียว


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10874


ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 21 ส.ค. 13, 11:06

โอ้ อื้อ ฮืออออออออ
หามาได้จ๊ะใด


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10874


ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 21 ส.ค. 13, 11:11

ขอฟังแบบคลิ๊ปเสียงหน่อยครับ คลิ๊ปเสียง


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 24  เมื่อ 21 ส.ค. 13, 11:30

ทั้งหมอชิตและมิสสะหลวยเข้าข่ายวิปริตทางเพศ        ดูๆแกก็ไม่เห็นกระมิดกระเมี้ยนอะไรกับความลับที่เปิดเผยกันทั้งเมืองแบบนี้
 ลังเล

แต่ถ้าพูดถึงความดี ก็ได้ชื่อว่าทำประโยชน์แก่ส่วนรวมเช่นกัน หมอชีคเคยสร้างสะพานข้ามแม่น้ำปิงเมื่อปี พ.ศ. 2421 ชาวบ้านเรียกชื่อว่า“ขัวกุลา” คำว่า “ขัว” ในภาษาเหนือแปลว่า สะพาน ส่วนคำว่า “กุลา” นั้นใช้เรียกคนต่างชาติ  เรียกชาวตะวันตกว่า “กุลาขาว”

สะพานขัวกุลาเป็นสะพานขนาดใหญ่ ทำด้วยไม้สัก ขนาดกว้างแข็งแรง ทอดขวางแม่น้ำปิงบริเวณหน้าวัดเกตการาม ปลายสะพานยาวเกือบถึงถนนวิชยานนท์    สมัยนั้นยังไม่มีการสร้างถนนเลียบริมน้ำปิงบริเวณตลาดต้นลำไย ต่อมาเมื่อมีการสร้างถนนเลียบริมน้ำปิงขึ้น จึงตัดปลายสะพานให้สิ้นสุดที่ถนนตัดใหม่ดังกล่าว

ขัวกุลาถูกรื้อถอนออกในปี พ.ศ. 2483 เนื่องจากโครงสร้างไม้นั้นผุพังลงไป   ปัจจุบันสร้างสะพานคอนกรีตชื่อจันทร์สมอนุสรณ์ขึ้นมาแทน
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 25  เมื่อ 21 ส.ค. 13, 11:32

โอ้ อื้อ ฮืออออออออ
หามาได้จ๊ะใด


Like มาด้วยความสยองมั๊ก ๆ
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 26  เมื่อ 21 ส.ค. 13, 11:35

แนบภาพสะพานขัวกุลา เพิ่มบรรยากาศเมืองเหนือ จ้าววววว


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10874


ความคิดเห็นที่ 27  เมื่อ 21 ส.ค. 13, 11:38

อีกภาพนึง จ้าววววว


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 28  เมื่อ 21 ส.ค. 13, 11:45

หยุดยะก๋าน ยะง๋าน มากินขันโตก จ้าววว


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 29  เมื่อ 21 ส.ค. 13, 11:48

ตอบ# 26  #   27
และ #28 พร้อมกันเลยค่ะ

ยินดีจ้าดนักเจ้า


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 8
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.037 วินาที กับ 19 คำสั่ง