เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 17 18 [19] 20 21 ... 28
  พิมพ์  
อ่าน: 50383 ญี่ปุ่น ญี่ปุ๊น ญี่ปุ่น
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1277


ความคิดเห็นที่ 270  เมื่อ 16 ส.ค. 13, 16:43

อยู่อังกฤษผมกินแต่ปลาซาบะ เพราะมันถูกที่สุดครับ แซมมั่นนี่ก็ชอบมาก แต่ราคามันแพง โลละ 5-600 บาท ถ้าไม่มีโปรลดราคาไม่ซื้อ เลยกลายเป็นรอดจากสารเคมีมาได้หน่อยแฮะ  หวังว่าซาบะยุโรปจะไม่ใช่ปลาฟาร์มเหมือนกันนะเนี่ย
บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10869


ความคิดเห็นที่ 271  เมื่อ 16 ส.ค. 13, 17:01

อ้างถึง
รับประทานเสียในเรือนไทยก็แล้วกัน   ไม่มีพยาธิ  กินกี่จาน รับรองน้ำหนักไม่ขึ้น  และฟรีทุกมื้อ

เอ้าพวกเรา ช่วยกันไชโยหน่อย
อ่านข้อมูลคุณศิลาแล้วก็ใจแป้ว นึกว่าซวยแล้วอัตโน บริโภคไปหลายขนาน ที่ไหนได้

เอ้า เชิญครับเชิญ ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องเกงจาย เชิญมารับประทานเครื่องเซ่นกันต่อปายยย.
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30615

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 272  เมื่อ 16 ส.ค. 13, 17:29

เรามักเข้าใจว่า  salmon  ออกเสียงว่า แซลมอน    แต่จริงๆแล้ว ไม่มีเสียง L  ออกเสียง ว่า แซ-เหมิ่น  (Sah-men)
จะเรียกว่าปลาแซมมั่นก็ถูกต้องกว่าแซลมอน
แต่ดิฉันชินกับการสะกดว่า แซลมอน ตามตัวอักษร เหมือนอย่างคนไทยเรียกกันทั่วไปเสียแล้ว   พอเอ่ยชื่อนี้คนรู้จักกันมากกว่าแซมมั่น
บันทึกการเข้า
hobo
พาลี
****
ตอบ: 324


ความคิดเห็นที่ 273  เมื่อ 16 ส.ค. 13, 17:58

ผมเคยเล่าที่นี่เกี่ยวกับพยาธิในตั๊กแตน ตอนนี้ก็มาถึงปลาดิบญี่ปุ่นซึ่ง professor คนญี่ปุ่นเล่าให้ผมฟังเองตอนไปทานข้าวด้วยกัน ผมเคยเรียนปรสิตวิทยาตอนป.ตรี และทางบ้านก็ไม่กินของดิบ เลยทำให้ไม่ชอบทานปลาดิบ จึงไม่ได้เข้าร้านอาหารญี่ปุ่นบ่อยนัก เมื่อ 10-20 ปีก่อนร้านอาหารญี่ปุ่นก็มีไม่มากเป็นดอกเห้ดเหมือนปัจจุบันนี้ ทั้งยังมีราคาแพง แต่ในเมื่อขัดผู้ใหญ่ไม่ได้ก้ต้องไปทานข้าวด้วย ทุกท่านก็คงเดาออกคือผมได้แต่มองปลาดิบ professor ญี่ปุ่นคงเดาใจผมถูกเลยอธิบายว่า ไม่ต้องกลัวพยาธิหรอก วาซาบินีแหละฆ่าพยาธิได้ทุกชนิด ขณะเดียวกันอาจารย์คนไทยก็บอกว่าที่คนญี่ปุ่นเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารมากที่สุดในโลกก็เพราะพยาธินี่แหละที่ไชกระเพาะ เกิดการระคายเคือง แต่ที่แน่ๆ คือวาซาบินั้นมีกลิ่นและรสจัดจ้าน ส่วนจะเป้นสาเหตุของมะเร็งนั้นผมตอบไม่ได้ จะเป็นเพราะวาซาบิหรือพยาธิก็ตาม professor ญี่ปุ่นท่านนั้นก็เป็นมะเร็งกระเพาะตามระเบียบ ผมทราบข่าวเมื่อ 2-3 ปีก่อน ทุกวันนี้ยังจำฝังใจ ตอนที่ได้ยินข่าวนี้เรื่องที่คุยกัน flashback ถึงวันนั้น ทุกวันนี้ก็ไม่ลืมครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30615

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 274  เมื่อ 16 ส.ค. 13, 18:49

   เจอบทความนี้ค่ะ แต่ไม่รู้ว่าเชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน เพราะการวิจัยที่ว่ามีแต่ชื่อคน  ไม่มีสถาบันหรือหน่วยงานรองรับ

        โตชิโอะ ลิยาม่า หัวหน้าทีมวิจัยวาซาบิ ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของกรุงโตเกียว ระบุว่า วาซาบิ มีผลในการฆ่าเชื้อโรค มันสามารถต่อต้านการติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิด และยังสามารถกำจัดพยาธิ Anisakis พยาธิ ที่อาศัยอยู่ในปลาได้ เมื่อมันผ่านเข้ามาในระบบการย่อยอาหารของมนุษย์ และเมื่อไม่นานมานี้ ยังมีการศึกษาพบอีกว่า วาซาบิ ยังมีฤทธิ์ต่อต้านสารก่อมะเร็ง ซึ่งเป็นผลดีต่อผิวหนัง และยังช่วยป้องกันเส้นเลือดอุดตัน ด้วย

     วาซาบิ เป็นเครื่องปรุงที่ทำมาจากต้น Canola โดยจะนำส่วนโคนลำต้นที่มีความหนาออกมาใช้ และหลาย ๆ คนมักจะเข้าใจผิดว่าเป็นส่วนรากของมัน เมื่อนำมาเสิร์ฟบนโต๊ะอาหาร จะมาในรูปของเครื่องปรุงรสที่มีกลิ่นฉุน รับประทานเข้าไปทำให้แสบจมูกในระยะสั้น ๆ ก่อนที่รสชาดจะเปลี่ยนไปเป็นความกลมกล่อม ทั้งขมทั้งหวานผสมผสานกันไป

http://www.thaiclinic.com/thaiclinicnews/news_wasabi.html


บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3791


ความคิดเห็นที่ 275  เมื่อ 16 ส.ค. 13, 19:15

ผมชอบ salmon อยู่เพียงสองส่วน คือ หัว เอามาต้มยำ ในยุโรปไม่มีราคาเลย มีแต่ในญี่ปุ่นเท่านั้นที่ต้อง ควาน หาซื้อ   อีกส่วนหนึ่่ง คือ ส่วนท้องที่เลาะยาวตลอดลำตัวเป็นเส้นเลย (ครีบด้านล่าง) เอามาย่างไฟ ในญี่ปุ่นหาซื้อได้ยาก มีแต่ต้องไปหากินในร้านอาหาร แต่ในไทยพอหาซื้อได้ ราคาในปัจจุบันสูงมากกว่าในอดีต (ประมาณห้าปีที่แล้ว) โขอยู่    แถมกินได้อย่างปลอดภัยด้วย

บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3791


ความคิดเห็นที่ 276  เมื่อ 16 ส.ค. 13, 19:27

สำหรับวาซาบินั้น เท่าที่เคยถามคนญี่ปุ่น ต่างก็เชื่อว่าเป็นตัวฆ่าเชื้อกันทั้งนั้น

วาซาบิที่กินกับซูชิและปลาดิบทั้งหลายนั้น ทำโดยเอาผงวาซาบิแห้งมาผสมกับน้ำเย็น ต้องน้ำเย็นนะครับ จึงจะออกรสชาติซาบซ่า หากเป็นน้ำอุ่นจะหมดรสไปเลย 
วาซาบิสด รสชาติจะไม่ฉูดฉาดเหมือนกับวาซาบิที่เตรียมจากผงแห้ง
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3791


ความคิดเห็นที่ 277  เมื่อ 16 ส.ค. 13, 19:34

ไม่เคยกินค่ะ    รูปนี้ใช่ไหมคะ  อย่างเดียวกับที่คุณเพ็ญชมพูนำมาลงหรือเปล่า 
มันหมักด้วยอะไร  หน้าตาเหมือนซอสมะเขือเทศ  ฮืม

เขาบอกว่า ทำง่ายมาก เพียงลอกผิว ล้างให้สะอาด หั่นเป็นเส้นๆ เอาเกลือโรยใส่ หมักไว้ประมาณ 24 ชม. กินไม่หมดก็เก็บไว้ได้ในตู้เย็นครับ
ผมยังไม่เคยลองทำเองสักครั้งครับ
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10734



ความคิดเห็นที่ 278  เมื่อ 16 ส.ค. 13, 19:45

แซมมั่นนี่ก็ชอบมาก แต่ราคามันแพง โลละ 5-600 บาท ถ้าไม่มีโปรลดราคาไม่ซื้อ เลยกลายเป็นรอดจากสารเคมีมาได้หน่อยแฮะ 

เพิ่งกลับจากโลตัสแถวบ้าน ไปดูราคาเนื้อปลาแซมมั่นแล่ราคากิโลกรัมละ ๙๘๐ - ๑,๓๕๐ บาท ถ้าของคุณประกอบเป็นเนื้อปลาเช่นเดียวกันนับว่ายังถูกกว่ามาก

สำรวจชาวเรือนไทยในกระทู้นี้ที่นิยมซาชิมิแซลมอน (เรียกแบบไทย ๆ ก็แล้วกัน) มีคุณนวรัตน คุณเทาชมพู คุณประกอบ ส่วนคุณศิลา คุณโฮโบ ไม่รับประทานของดิบ คุณตั้งชอบส่วนอื่นของแซลมอนมากกว่า เห็นคุณหนุ่มสยามจด ๆ จ้อง ๆ อยู่นอกวง เลยไม่ทราบว่าชอบหรือไม่ชอบ

ซื้อซาชิมิแซลมอนมาเพิ่ม เชิญมาร่วมวงรับประทานกันต่อ  ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30615

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 279  เมื่อ 16 ส.ค. 13, 19:54


สำรวจชาวเรือนไทยในกระทู้นี้ที่นิยมซาชิมิแซลมอน (เรียกแบบไทย ๆ ก็แล้วกัน) มีคุณนวรัตน คุณเทาชมพู คุณประกอบ ส่วนคุณศิลา คุณโฮโบ ไม่รับประทานของดิบ คุณตั้งชอบส่วนอื่นของแซลมอนมากกว่า เห็นคุณหนุ่มสยามจด ๆ จ้อง ๆ อยู่นอกวง เลยไม่ทราบว่าชอบหรือไม่ชอบ

ขอแก้ไขเล็กน้อย
ถ้ากินแซลมอนในไทย  ขอจานนี้ดีกว่าค่ะ    อุ่นใจว่ามันสุกแล้ว


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10734



ความคิดเห็นที่ 280  เมื่อ 16 ส.ค. 13, 19:58

เมื่อรับประทานอาหารญี่ปุ่นรองท้องกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะพาทัวร์ศาลเจ้าในญี่ปุ่นที่เป็นที่รู้จักกันทั่วโลกมากกว่าศาลเจ้าเมจิเสียอีก มีชื่อปรากฏในหน้าหนังสือพิมพ์อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง คราใดที่นายกรัฐมนตรีหรือคนในรัฐบาลเดินทางไปที่ศาลเจ้าแห่งนี้

ศาลเจ้าแห่งนี้ชื่อว่า "ยาสุคุนิ"  靖國神社 - ยาสุคุนิ จินจา  มีใครไม่เคยได้ยินชื่อบ้างเอ่ย ยิงฟันยิ้ม


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10734



ความคิดเห็นที่ 281  เมื่อ 16 ส.ค. 13, 20:08

ข่าวจาก หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

นายกฯยุ่นไม่โผล่สักการะศาลเจ้า 'ยาสุคุนิ' เลี่ยงยั่วโมโหจีน-เกาหลี

ญี่ปุ่นจัดพิธีรำลึกวันครบรอบ ๖๘ ปี การสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ ๒ โดยที่นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ หลีกเลี่ยงไม่ไปสักการะศาลเจ้ายาสุคุนิด้วยตัวเอง เชื่อว่าเป็นเพราะไม่ต้องการเติมเชื้อไฟความขัดแย้งกับจีนและเกาหลีใต้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ ๑๕ ส.ค. ว่า รัฐมนตรี ๒ คนในรัฐบาลของนาย ชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีแห่งญี่ปุ่น และสมาชิกสภาอีกหลายสิบคนเดินทางเข้าสักการะศาลเจ้ายาสุคุนิ สัญลักษณ์ของอดีตทหารกล้าของญี่ปุ่น ที่อยู่เบื้องหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ เนื่องในวันครบรอบ ๖๘ ปี การสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ ๒ และญี่ปุ่นแพ้สงคราม แต่นายกฯกลับไม่ปรากฏตัว เชื่อว่าเป็นเพราะไม่ต้องการเติมเชื้อไฟความขัดแย้งกับประเทศเพิ่มบ้าน โดยเฉพาะจีน ที่ความสัมพันธ์ในระยะหลังไม่สู้ดีนัก จากข้อพิพาทหมู่เกาะเซนกากุ

เมื่อช่วงเช้าวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา นายโยชิทากะ ชินโด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการภายในและการสื่อสาร และนายเคจิ ฟุรุยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงจัดการปัญหาเกาหลีเหนือ เดินทางเข้าสักการะศาลเจ้ายาสุคุนิ ซึ่งตั้งอยู่ใจกลากรุงโตเกียว ก่อนที่สมาชิกสภากว่า ๙๐ คน จะทยอยตามมาสักการะในภายหลัง

ด้านนายอาเบะ ส่งนาย โคอิจิ ฮางิอุดะ สมาชิกพรรคเสรีนิยมประชาธิปไตย (แอลดีพี) พร้อมของบูชาเป็นตัวแทนมาสักการะศาลเจ้า ไม่ได้มาด้วยตัวเอง โดยนายฮางิอุดะแถลงว่า นายกรัฐมนตรีต้องการส่งต่อคำภาวนาของเขาแก่ผู้เสียชีวิตในสงคราม และขอโทษที่เขาไม่ได้เดินทางมาด้วยตัวเอง โดยเขาพิจารณาจากหลาย ๆ มุม และตัดสินใจว่าจะไม่มาสักการะในวันนี้

แต่นายอาเบะได้เข้าร่วมพิธีรำลึกอย่างเป็นทางการของรัฐบาล ที่หอศิลปะการต่อสู้ 'บูโดกัน' ในกรุงโตเกียว ซึ่งจักรพรรดิ อากิฮิโตะ และ จักรพรรดินี มิจิโกะ เสด็จมาร่วมด้วยทุกปี นายอาเบะกล่าวในพิธีว่า ความสงบสุขและเจริญรุ่งเรืองในวันนี้ สร้างขึ้นมาบนความเสียสละของชาวญี่ปุ่นผู้เสียชีวิตในช่วงสงครามกว่า ๒.๕ ล้านคน เขาสัญญาว่าจะเผชิญหน้ากับอดีตอย่างนอบน้อม, เก็บบทเรียนจากสงครามไว้ในใจ และต่อสู้เพื่อสร้างอนาคตที่เต็มไปด้วยความหวัง

ทั้งนี้ ศาลเจ้ายาสุคุนิ สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงชาวญี่ปุ่น ทั้งชายหญิงและเด็กกว่า ๒.๕ ล้านคน ที่เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ ๒ และ อดีตผู้นำ ๑๔ คนที่ต้องโทษข้อหาก่ออาชญากรรมสงครามจากสงครามครั้งนั้น รวมถึงนายกรัฐมนตรีฮิเดกิ โทโจ ซึ่งถูกประหารชีวิตในปี ๑๙๔๘ ด้วย

การสักการะศาลเจ้าแห่งนี้สร้างความไม่พอใจแก่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างเกาหลีใต้และจีนอย่างมาก เนื่องจากเป็นการตอกย้ำถึงสิ่งที่ทหารญี่ปุ่นทำไว้ในอดีต ทั้งสร้างอาณานิคมในคาบสมุทรเกาหลี และการบุกยึดประเทศจีน

อย่างไรก็ตาม แม้ในวันครบรอบครั้งล่าสุดนี้ นายกฯอาเบะจะไม่ได้ไปสักการะศาลเจ้ายาสุคุนิด้วยตัวเอง แต่นาย หง เล่ย โฆษกกระทรวงต่างประเทศของจีน ก็แถลงประณามญี่ปุ่น ว่าตั้งใจจะปฏิเสธประวัติศาสตร์การบุกรุกของตัวเอง เช่นเดียวกับเกาหลีใต้ ที่ออกมาระบุว่า ไม่อาจทนกับการกระทำเช่นนี้ได้



ภาพเจ้าหน้าที่ระดับสูงในคณะรัฐบาลชุดปัจจุบันเดินทางไปสักการะศาลเจ้า "ยาสุคูนิ"


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10734



ความคิดเห็นที่ 282  เมื่อ 16 ส.ค. 13, 21:23

ศาลเจ้ายาสุคุนิสร้างขึ้นในสมัยเมจิ  พ.ศ. ๒๔๑๒ เพื่อเป็นที่ระลึกถึงผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์สงครามโบะชิง ซึ่งเป็นการสู้รบระหว่างฝ่ายรัฐบาลโชกุนโตกุกาวะและฝ่ายของผู้จงรักภักดีต่อองค์จักรพรรดิ สุดท้ายฝ่ายองค์จักรพรรดิเป็นผู้ชนะ สิ้นสุดยุคของโชกุนโตกุกาวะที่ปกครองญี่ปุ่นยาวนานกว่า ๒๖๐ ปี มีผู้คนล้มตายจำนวนมาก จักรพรรดิเมจิมีรับสั่งให้สร้างอนุสรณ์สถานเพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์สงครามโบะชิง และพระราชทานชื่อว่า "โตเกียวโชกนชะ" (東京招魂社) ต่อมาทรงเปลี่ยนชื่อเป็น "ยาสุคุนิ" ในพ.ศ. ๒๔๒๒ ซึ่งหมายถึง ประเทศที่สงบสุข

ในเวลากว่า ๑๐๐ ปี ตั้งแต่สมัยเมจิ ไทโช โชวะ องค์จักรพรรดิญี่ปุ่นเสด็จเยือนศาลเจ้ายาสุคุนิ รวมทั้งสิ้น ๗๗ ครั้ง ไม่รวมการเสด็จเยือนขององค์จักรพรรดินี มกุฎราชกุมาร ตลอดจนพระบรมวงศ์ ต่างก็เสด็จเยือนศาลเจ้าแห่งนี้เช่นกัน นอกจากนี้เหล่าญาติของทหารที่เสียชีวิตในสงครามต่างก็มาเยือนศาลเจ้าแห่งนี้เป็นประจำ ซึ่งแต่ละปีจะมีการจัดสักการะปีละ ๒ ครั้ง คือช่วงวันที่ ๒๑ - ๒๓ เมษายน และ ๑๗ - ๒๐ ตุลาคม ของทุกปี   ยิงฟันยิ้ม

ข้อมูลจาก คุณวิกกี้


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10734



ความคิดเห็นที่ 283  เมื่อ 16 ส.ค. 13, 21:51

ผ้าที่หน้าศาลเจ้าและประตูทางเข้ามีตราแผ่นดิน เรียกว่า คิกกะมนโช 菊花紋章 แปลว่า ลัญจกรดอกเบญจมาศ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์พระราชวงศ์ญี่ปุ่น

ศาลเจ้าชินโตที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับพระราชวงศ์จะใช้ตราดังกล่าวนี้เป็นตราประจำศาลเจ้าด้วยเช่นกัน หากศาลเจ้าชินโตใดไม่ได้มีความสัมพันธ์กับพระราชวงศ์จะต้องได้รับพระบรมราชานุญาตให้ใช้ตราก่อน จึงจะนำตราดอกเบญจมาศนี้ประกอบเข้าเป็นส่วนหนึ่งของตราศาลเจ้าได้

พระราชลัญจกรนี้หากดอกเบญจมาศมี ๑๔ กลีบ เป็นตราใช้สำหรับพระราชวงศ์ญี่ปุ่น ส่วนพระราชลัญจกรแบบ ๑๖ กลีบนั้นจะใช้สำหรับเข็มเครื่องหมายสมาชิกรัฐสภา ตราหัวกระดาษหนังสือราชการ ตราบนปกหนังสือเดินทาง และอื่น ๆ

ข้อมูลจาก คุณวิกกี้

ที่ศาลเจ้ายาสุคุนินี้เป็นแบบ ๑๖ กลีบ  ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10734



ความคิดเห็นที่ 284  เมื่อ 16 ส.ค. 13, 22:11

เดินสำรวจศาลเจ้ายาสุคุนิ



ภาพในอดีต

บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 17 18 [19] 20 21 ... 28
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.129 วินาที กับ 19 คำสั่ง