เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 16 17 [18] 19 20 ... 28
  พิมพ์  
อ่าน: 50388 ญี่ปุ่น ญี่ปุ๊น ญี่ปุ่น
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 255  เมื่อ 15 ส.ค. 13, 21:52

แล้วก็ขอเสนอ side dish อร่อยๆอย่างนึง จะกินเล่นก็ได้    ปลาหมึกหมักครับ (Ikano Shiokara) ของโปรดอย่างหนึ่งของผม

ไม่เคยกินค่ะ    รูปนี้ใช่ไหมคะ  อย่างเดียวกับที่คุณเพ็ญชมพูนำมาลงหรือเปล่า 
มันหมักด้วยอะไร  หน้าตาเหมือนซอสมะเขือเทศ  ฮืม


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 256  เมื่อ 15 ส.ค. 13, 22:06

ตั๊กแตนคั่วหวาน ( いなごの佃煮 - อินาโกะ โนะ ทสึกุดานิ) ยิงฟันยิ้ม
ตั๊กแตนเชื่อม?  ตั๊กแตนแช่อิ่ม?


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 257  เมื่อ 16 ส.ค. 13, 11:07

          น่ากิน เอ๊ย น่ากลัว  ตกใจ เรื่องพยาธิในปลาดิบ ครับ แต่จะกล่าวหาโดยไม่มีข้อมูลก็ไม่สมควร

           (เขาว่า) คนญี่ปุ่นก็ทราบเรื่องพยาธิในปลามาเป็นร้อยๆ ปีแล้ว และมีความรู้ว่า
ปลาไหนปลอดภัยหรือไม่ ดังนั้นจึงเลือกเฉพาะปลาบางชนิดมาทำซาชิมิและซูชิ
            พยาธิอาจพบได้ใน bonito และ salmon ได้แก่ tentacularia และ anisakis
ในปลาสองชนิดนี้ตามลำดับ ซึ่งโอกาสพบได้นั้นไม่มาก
            พยาธิของโบนิโตะจะอยู่ใต้หนัง ดังนั้นส่วนหนังและชั้นใต้ผิวหนัง 2-3 มม.จึงถูก tataki
(ปิ้งย่าง?) ก่อนนำมาเสิร์ฟ ส่วนแซมมั่นนั้นแต่เดิมไม่ใช้นำมาทำซูชิหรือซาชิมิจนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้
            นักวิทยาศาสตร์พบว่าพยาธิที่มากับซูชินั้นสามารถฆ่าให้ตายหมดได้ ถ้าแช่ไว้ที่อุณหภูมิ
-20 เซลเซียส เป็นเวลา 24 ชม.(บ้างว่า 60 ชม.) ซึ่งในกรณีซูชิที่ให้ความสำคัญกับความสด
ของส่วนประกอบอาหารนั้นต้องพึงคำนึงและระวังไว้บ้าง
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 258  เมื่อ 16 ส.ค. 13, 11:08

ไม่งั้นอาจได้เจ้าตัวนี้ไปเลี้ยงไว้ชั่วคราวในระบบทางเดินอาหาร

         Anisakiasis (anisakis simplex) ลำตัวยาวสองซม. มากับซูชิ ที่เมื่อถึงกระเพาะ
ก็จะเจาะไชผนังกระเพาะอาหารทำให้เกิดอาการปวดท้องและคลื่นไส้อาเจียน แล้วเดินทางต่อ
ลงไปยังลำไส้เล็กอาจทำให้ลำไส้ทะลุได้

หากข้อความข้างต้นขัดความเจริญอาหารชาวเรือนไทยต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ และ
ขอยกความรับผิดชอบให้กับบทความจากในเน็ท ครับ


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 259  เมื่อ 16 ส.ค. 13, 11:19

ที่เห็นมากับตาคือไม่ใช่แค่ปลาเท่านั้นที่กินดิบๆ    กุ้งกับหอยเขาก็จับตัวสดๆมาให้กินเหมือนกันค่ะ   
ผ่านมาเกือบเดือนแล้วยังไม่ปวดท้อง   พอเบาใจได้ว่าไม่เจอแจ๊คพ็อท ไม่ได้พยาธิมาเลี้ยงไว้ในลำไส้


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 260  เมื่อ 16 ส.ค. 13, 11:22

คุณ SILA เข้ามาร่วมวงแล้ว เลยถือโอกาสถามเสียเลยค่ะ
จริงหรือเปล่าที่ว่าปลาแซลมอนเลี้ยง   ไม่ว่าดิบหรือสุกก็ไม่ควรกิน ทั้งนั้น 


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10735



ความคิดเห็นที่ 261  เมื่อ 16 ส.ค. 13, 12:53

เหตุผลหลักที่ไม่ควรรับประทานบ่อย ๆ คุณศิลาคงมีรายละเอียดมาตอบ

แต่เหตุผลรอง (แต่เป็นเรื่องใหญ่สำหรับคนรายได้น้อย  ยิ้มเท่ห์) คือ salmon (แซมมั่น) มันราคาแพง  ด้วยเหตุนี้ ยิ่ง salmon ธรรมชาติยิ่งควรจะนาน ๆ รับประทานที เพราะมันแพงกว่า salmon เลี้ยง

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 262  เมื่อ 16 ส.ค. 13, 13:03

ขอเสิฟ salmon ทั้งดิบและสุก  ฟรี ในเรือนไทย ค่ะ


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 263  เมื่อ 16 ส.ค. 13, 14:47

          วงจรชีวิตของ"แอนนา" -  ไข่ในน้ำทะเลฟักเป็นตัวอ่อน(larva)ที่จะถูกกิน
โดยสัตว์น้ำมีเปลือกหุ้ม (crustacean) พยาธิที่ถูกกินจะเจริญเติบโตขึ้นและถูกกิน
ไปกับเจ้าบ้านหลังแรกโดยปลาและหมึกที่พยาธิจะเคลื่อนไปฝังตัวในกล้ามเนื้อของปลานั้น
            คนได้รับพยาธิจากการกินปลาและหมึกที่มีพยาธินี้
            ในขณะที่วงจรชีวิตธรรมชาติต่อไปคือการถูกกินต่อโดยสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม
เช่น วาฬ โลมา แมวน้ำ ในบ้านหลังใหญ่ที่กลายเป็นเรือนหอนี้ พยาธิจะโตเป็น"ผู้ใหญ่" และ
ผสมพันธุ์กันแล้วออกไข่ที่จะถูกถ่ายออกมาพร้อมกับอุจจาระลงทะเล

ดูภาพ salmon farming ที่อังกฤษแล้ว น่าจะมีโอกาสเจอน้องแอนนาได้ ครับ
            


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 264  เมื่อ 16 ส.ค. 13, 14:53

          โดยส่วนตัว ยกเว้นผักผลไม้ที่ล้างสะอาดแล้ว จะพยายามไม่รับประทานอาหาร
สดๆ ดิบๆ เพราะนอกจากพยาธิแล้วยังอาจมีเชื้อไวรัส แบคทีเรียปนเปื้อนได้

วิกกี้บอกว่า
         
อ้างถึง
FDA recommends all shellfish and fish intended for raw consumption be blast frozen to
-35°C or below for 15 hours or be regularly frozen to -20°C or below for seven days.

 

       
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10735



ความคิดเห็นที่ 265  เมื่อ 16 ส.ค. 13, 15:07

อันตรายที่แท้จริงของแซมมั่นหรือแซลมอนตามที่คนไทยเรียก น่าจะมีต้นเหตุมาจากสารเคมีที่ใช้ในการเลี้ยงมากกว่า

สารเคมีที่ตกค้างในปลาแซลมอนนั้นคือ Polychlorinated biphenyl (PCBs) ซึ่งปนเปื้อนอยู่ในอาหารที่เขานำมาเลี้ยงปลาซึ่งในปลาเลี้ยงจะมีสารนี้สูงกว่าปลาแซลมอนตามธรรมชาติถึง ๑๔ เท่า ถ้ารับประทานเข้าไปมาก ๆ จะมีผลต่อระบบประสาท และยังเป็นสารก่อมะเร็งอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ปริมาณของ PCBs นั้นขึ้นอยู่กับแหล่งที่มาของปลาที่เลี้ยงด้วย มีรายงานว่าปลาที่มาจากรัฐวอชิงตันหรือจากประเทศชิลีนั้นมีสารพีซีบีต่ำกว่าปลาที่มาจากแคนาดาและสก๊อตแลนด์

US Environmental Protection Agency (EPA) หรือสำนักงานสิ่งแวดล้อมของสหรัฐอเมริกาได้ให้คำแนะนำไว้ว่า ปริมาณการบริโภคปลาแซลมอน (จากฟาร์ม) ของผู้ใหญ่นั้นไม่ควรเกิน ๘ ออนซ์ (๒๒๗ กรัม) ต่อเดือน ถ้าเป็นเด็กก็ไม่ควรเกิน ๒-๓ ออนซ์ (๕๐-๘๕ กรัมโดยประมาณ) แต่ถ้าเป็นปลาทะเลก็ทานได้ไม่จำกัดปริมาณ และให้ประกอบอาหารด้วยวิธีปิ้ง ย่าง หรืออบ แทนการทอด ซึ่งจะช่วยทำลายสารพีซีบีได้

ข้อมูลจาก คุณ Northernlife แห่งพันทิป


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 266  เมื่อ 16 ส.ค. 13, 15:08

ขอบคุณค่ะคุณ SILA  ชัดเจนดีจริงๆ   ยิงฟันยิ้ม

จำได้ว่าเมื่อคุยกับเพื่อนในเฟซบุ๊ค เธอเล่าว่าไม่ควรกินปลาแซลมอนเลี้ยงเพราะมีสารพิษ   แต่ทำไมจำรายละเอียดไม่ได้เสียแล้ว   กลับไปหาที่เคยคุยกันก็ไม่เจอ 
ไปถามลุงกู๊ก   ได้คำตอบมาจากบทความนี้ค่ะ

อันตรายจากปลาแซลมอน

เลยเอามาถามคุณ SILA กับเซนเซเพ็ญว่า ข่าวที่คุณเจ้าของบทความอ่านพบและนำมาเล่าสู่กันฟัง  เป็นไปได้ไหมคะ

อันตรายจากปลาแซลมอน

ผมเป็นคนชอบกินปลาครับ
ปลาในดวงใจที่ชอบก็คือปลาจะละเม็ด ปลาทู และปลาแซลมอน
จำได้ว่ากินปลาแซลมอนครั้งแรกเมื่อสิบกว่าปีก่อนในต่างแดน อาหารเย็นมื้อนั้นเพื่อนฝรั่งพาไปกินปลาแซลมอนรมควัน ผมยังนึกสงสัยอยู่ในใจว่า ปลาอะไรหนอ เนื้อสีส้มอมชมพูแสนสวย พอได้ชิมเนื้อปลาแล้วก็เริ่มติดใจในรสชาติขึ้นมา เมื่อกลับมาเมืองไทยก็ยังหาโอกาสกินปลาแซลมอนบ้าง แต่ไม่บ่อยนัก  เพราะตอนนั้นราคาปลาแซลมอนในเมืองไทยจัดว่าค่อนข้างแพง

นาน ๆ ครั้ง เพื่อนพาไปกินอาหารญี่ปุ่น อันดับแรกที่ต้องสั่งคือซาชิมิปลาแซลมอนจิ้มวาซาบิ เพื่อนสั่งปลาดิบมาให้กินกี่จาน ๆ ก็กินหมดจนพุงกาง หากวันไหนเพื่อนพาไปร้านอาหารฝรั่ง ก็จะต้องสั่งปลาแซลมอนรมควัน จนกลายเป็นอาหารจานโปรดไปเสียแล้ว

เพื่อนผมเคยบอกว่า สงสัยชาติที่แล้วผมคงเกิดเป็นหมีสีน้ำตาลแถวอะแลสกา ที่ชอบกินปลาแซลมอนตามลำธารเวลาที่มันอพยพขึ้นมาวางไข่     ผมชอบกินปลาแซลมอนเพราะเนื้อไร้กลิ่นคาว เวลาเคี้ยวก็รู้สึกได้ถึงความลื่นมัน ได้รสธรรมชาติแสนเอร็ดอร่อย และต้องกินแบบไม่ปรุงแต่ง ถ้าเอาปลาไปนึ่งหรือทอด รสชาติก็สู้กินแบบดิบ ๆ ไม่ได้

จนกระทั่ง ๔-๕ ปีให้หลัง ผมสังเกตเห็นว่ามีการนำเนื้อปลาแซลมอนเข้ามาจำหน่ายในบ้านเรามากขึ้น ราคาก็ไม่แพงเหมือนในอดีต สมัยก่อนอาจมีจำหน่ายตามซูเปอร์มาร์เกตชั้นนำไม่กี่แห่ง แต่ตอนนี้ตลาดติดแอร์แทบทุกแห่งจะมีเนื้อปลาแซลมอนวางขาย เคียงคู่กับเนื้อปลากะพง ปลาเก๋า ในราคาไม่แตกต่างกัน และดูเหมือนว่าจะถูกกว่าเนื้อปลาจะละเม็ดเสียอีก
กล่าวคือเนื้อปลาแซลมอนที่เคยขายกันกิโลกรัมละ ๗๐๐-๘๐๐ บาท บัดนี้เหลือเพียงกิโลกรัมละ๓๐๐-๔๐๐ บาท ขณะที่เนื้อปลาจะละเม็ดขนาดใหญ่ยังคงยืนราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ ๔๐๐-๕๐๐ บาทขึ้นไป
เมื่อเห็นว่าปลาแซลมอนส่วนใหญ่นำเข้าจากประเทศทางยุโรป ผมก็ไม่ได้คิดอะไรมาก วันไหนพอมีเวลาก็แวะซูเปอร์มาร์เกตซื้อปลาแซลมอนมากินเล่น พลางดูรายการสารคดีชีวิตปลาแซลมอนที่ต้องว่ายน้ำข้ามทะเลหลายพันไมล์เพื่อขึ้นมาวางไข่ออกลูกหลาน ที่ต้นลำธาร ดูแล้วก็นึกเอาเองว่าปลาแซลมอนที่เรากินคงต้องเป็นปลาที่พลานามัยแข็งแรงแน่ แถมยังอุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมกา-๓ ซึ่งมีคุณสมบัติในการช่วยป้องกันโรคหัวใจ อย่างนี้จะไม่ให้หลงใหลแซลมอนอย่างไรไหว

จนกระทั่งวันหนึ่ง ผมเหลือบไปเห็นบทความเกี่ยวกับปลาแซลมอนในวารสาร ecologist ฉบับเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ก็ตาสว่างขึ้นทันที
*ปลาแซลมอนที่เรากินก็คงไม่ต่างจากกุ้งกุลาดำในฟาร์มเลี้ยง ที่เราส่งไปขายเมืองนอกจนติดอันดับโลก คือถูกเลี้ยงให้เติบโตมาด้วยการใช้สารเคมีและอัดยาเยอะ ๆ*
ปลาแซลมอนที่ส่งมาขายบ้านเราส่วนใหญ่มาจากฟาร์มเลี้ยงปลาในยุโรป ปลาแซลมอนเหล่านี้อุดมไปด้วยเชื้อโรค เจ้าของฟาร์มจึงต้องใส่สารเคมีและยาปฏิชีวนะลงในบ่อปลา เพื่อกำจัดแมลงรบกวนและเชื้อโรคหลายอย่าง

ปลาแซลมอนในธรรมชาติมีเนื้อเป็นสีชมพู เพราะมันกินพวกกุ้งตัวเล็ก ๆ และพืชทะเล ปลาแซลมอนในฟาร์มก็มีเนื้อสีชมพูน่ากินเช่นกัน แต่เป็นเพราะมันกินอาหารปลาที่มีสารให้สีจำพวก astaxanthin และ canthaxanthin ชนิดเข้มข้น ซึ่งหากมนุษย์ได้รับสารเหล่านี้มากเกินไป อาจจะมีผลต่อระบบประสาทตา
นอกจากนี้ เนื้อของปลาแซลมอนที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังยังอุดมไปด้วยกรดไขมันอิ่มตัว ซึ่งมีผลต่อการอุดตันของเส้นเลือด แถมยังมีกรดไขมันโอเมกา-๓ น้อยกว่าปลาแซลมอนในธรรมชาติถึง ๓ เท่า *ดังนั้นหากบริโภคแซลมอนจากฟาร์มเหล่านี้มากเกินไปก็อาจส่งผลให้เกิดการอุดตันของเส้นเลือดได้*

*ในสหรัฐอเมริกายังมีการวิจัยพบว่า เนื้อปลาแซลมอนจากฟาร์มเลี้ยงมีสารก่อมะเร็งที่มาจากอาหารปลาในระดับที่สูงกว่าปลาแซลมอนจากธรรมชาติถึง ๑๖ เท่า มากกว่าเนื้อวัว  ๔ เท่า ไม่นับรวมว่าปลาแซลมอนบางตัวมีพยาธิทะเลอาศัยอยู่ด้วย

ทุกวันนี้การเลี้ยงปลาแซลมอนกลายเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เพราะมีความต้องการที่สูงขึ้นทั่วโลกเมื่อไทยส่งกุ้งกุลาดำตีตลาดยุโรป ฝรั่งก็ส่งปลาแซลมอนมาเป็นบรรณาการบ้าง ทั้งสองล้วนเป็นอาหารยอดฮิต และอุดมไปด้วยสารเคมีชนิดต่าง ๆ

ปีใหม่นี้คงต้องบอกตัวเองให้รักปลาแซลมอนน้อย ๆ ครั้นจะเหลียวมามองปลาจะละเม็ด ก็อุดมไปด้วยฟอร์มาลีน
กลับมาหาปลาทูเพื่อนยากกันดีกว่า

วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 267  เมื่อ 16 ส.ค. 13, 15:12

ชนกลางอากาศกับเซนเซเพ็ญ
อ้างถึง
ปีใหม่นี้คงต้องบอกตัวเองให้รักปลาแซลมอนน้อย ๆ ครั้นจะเหลียวมามองปลาจะละเม็ด ก็อุดมไปด้วยฟอร์มาลีน
กลับมาหาปลาทูเพื่อนยากกันดีกว่า
กลับมากินปลาทูอย่างเจ้าของบทความว่า ดีไหมคะ


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10735



ความคิดเห็นที่ 268  เมื่อ 16 ส.ค. 13, 15:16

ชอบทั้งปลาทูทอดและซาชิมิแซลมอน

อย่างแรกทานบ่อย ๆ น่าจะดี อย่างหลังนาน ๆ รับประทานที ไม่น่ามีปัญหาอะไร  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 269  เมื่อ 16 ส.ค. 13, 15:29

รับประทานเสียในเรือนไทยก็แล้วกัน   ไม่มีพยาธิ  กินกี่จาน รับรองน้ำหนักไม่ขึ้น  และฟรีทุกมื้อ


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 16 17 [18] 19 20 ... 28
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.038 วินาที กับ 19 คำสั่ง