เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 9 10 [11] 12 13 ... 28
  พิมพ์  
อ่าน: 50980 ญี่ปุ่น ญี่ปุ๊น ญี่ปุ่น
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10785



ความคิดเห็นที่ 150  เมื่อ 11 ส.ค. 13, 16:12

ของเซนเซเพ็ญผมสังหรณ์ว่าจะได้เจอกลุ่มพลังงานลึกลับในวันสองวันนี้แหละครับ  ผมใช้ญาณทิพย์มองเอา

เจอไม่กลัว  กลัวไม่เจอ   ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10997


ความคิดเห็นที่ 151  เมื่อ 11 ส.ค. 13, 16:50

อ้างถึง
บางคนอาจคิดว่าญี่ปุ่นไม่มีคนจรจัด แต่ระหว่างเดินจากโรงแรมไปสวนสาธารณะก็เห็นอยู่ ๒ รายแล้ว
ในสถานีชินจุกุ ได้เห็นภาพอย่างนี้ไหมครับ


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10997


ความคิดเห็นที่ 152  เมื่อ 11 ส.ค. 13, 18:10

ข้อความโดย: เพ็ญชมพู
อ้างถึง
เก็บตกเรื่องแท็กซี่จากทสึกุบะ

นั่งแท็กซี่ปลอดภัยด้วยกล้องวงจรปิด เมื่องไทยน่าจะเอามาเป็นแบบอย่างได้

นั่งแทกซี่ในญี่ปุ่นมาก็นับครั้งไม่ถ้วน แต่ครั้งใดก็ไม่เหมือนครั้งที่จะเล่าให้ฟังนี้

ผมเดินทางโดยซินกันเซนจากสถานีโอซาก้าสู่โตเกียว เพื่อมาเป็นแขกส่วนตัวของข้าราชการในสถานทูตไทยที่นั่น เมื่อมาถึงสถานีโตเกียวแล้วก็เกรงใจ ท่านบอกให้โทรศัพท์ไปจะส่งรถมารับ เห็นว่าไปเองก็ไม่ยาก แต่สองคนมีกระเป๋าใหญ่ๆคนละใบจะใช้รถไฟใต้ดินบนดินก็ลากไม่ไหว นั่งแทกซี่สะดวกกว่า
พอขึ้นแทกซี่ได้ก็บอกว่า ไทยเอมบาสซี่ คนขับก็เอียงคอทำเสียงซี๊ดๆ อย่างนี้แปลว่างง ขอใช้ความคิด สักพักแกก็หาที่จอดข้างทาง ใช้วิทยุเครือข่ายถามทาง ผมก็นั่งดูมิเตอร์มันติ๊กต่อกๆไปเรื่อยๆ ตัวเลขมันขึ้นมาเร็วชะมัด สักพักแกหันมายิ้มแล้วร้องไฮ้ ผมก็ไฮ้กับแกด้วยความโล่งอก

คนขับชวนผมคุย แต่ดั๊นพูดแต่ภาษาญี่ปุ่น ผมก็รักษามารยาท คุยโต้ตอบกับเขาโดยใช้ภาษาไทยสนุกสนานทั้งสองคน อ้อสามคน เมียผมก็หัวเราะกับเขาด้วย แต่ไม่รู้ว่าตลกอะไร  สักพักพอติดไฟแดง แกก็ชี้โบ้ชี้เบ้ พูดออกเสียงมีคำว่าไถ้ๆ ผมก็เดาว่า อ้อ ใกล้ถึงสถานทูตไทยแล้ว

ไหนได้ แกดันเลี้ยวเข้าตรอกเล็กๆ ซึ่งน่าจะเป็นทางเดินมากกว่าทางรถ ผมก็นึกว่ายุ่งละซี่ ค้นกระเป๋าหยิบเบอร์โทรศัพท์สถานทูตมาส่งภาษาไทยปนใบ้ว่า ผิดแล้วละเพื่อน โทรเบอร์นี้ไปถามเขาดีกว่า แทกซี่ก็ส่งภาษายุ่นปนใบ้กลับมาทำนองว่าใจเย็นๆ ที่หมายอยู่ใกล้ๆนี่แล้ว

ท่านดูเอาเองเถิดครับว่า ถนนอย่างนี้ มีเสาไฟฟ้าปักกลางถนนด้วย จะเป็นที่ตั้งของสถานทูต(ประเทศใดก็ตาม)ได้อย่างไร ตะแกก็ดันผ่าเข้าไปอีก พอพ้นไปแล้วโดยสีถลอกนิดหน่อย จึงยอมหยุด เพราะช่องว่างระหว่างกำแพงกับเสาไฟฟ้าต้นหน้ายิ่งแคบหนักเข้าไปอีก


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10997


ความคิดเห็นที่ 153  เมื่อ 11 ส.ค. 13, 18:16

ข้อความโดย:siamese
อ้างถึง
ได้ยินมาว่า ค่าแท็กซี่ที่ประเทศญี่ปุ่นนั้นแพงมาก พอเห็นอัตราแล้วก็แพงจริง ๆ

ระหว่างนั้น มิเตอร์ก็ติ๊กต่อกๆไปเรื่อย

เอ หยุดเรียกเรทติ้งซะหน่อยจะดีมั้ยเนี่ยะ


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10997


ความคิดเห็นที่ 154  เมื่อ 11 ส.ค. 13, 18:25

^
ตึกใหญ่เหลืองๆข้างหน้านั่นไม่ใช่สถานทูตนะครับ

นี่ท่านลองดูลูกดันของพี่แกดู สีข้างถลอกก็เสาต้นนี้แหละ


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10997


ความคิดเห็นที่ 155  เมื่อ 11 ส.ค. 13, 18:29

ถึงตรงนี้แกยอมเชื่อแล้วว่าสถานทูตบ้าอะไรจะมาตั้งอยู่บนตรอกอย่างนี้ ผมเอาเบอร์โทรศัพท์ให้แกลองใหม่ คราวนี้ยอมโดยดี


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10997


ความคิดเห็นที่ 156  เมื่อ 11 ส.ค. 13, 18:54

ไม่ถึง๕นาที ภรรยาของเพื่อนก็พาคนญี่ปุ่นหน้าตื่นมาที่รถ คุยไปคุยมาสักพักก็ทราบว่า สถานทูตอยู่ไม่ไกลจากจุดนี้นี่แหละ แต่อยู่บนถนนใหญ่ ไอ้นี่มันเป็นตรอกหลังบ้าน งงกันใหญ่ว่าแทกซี่ตะบี้ตะบันเข้ามาได้อย่างไร คนญื่ปุ่นเขาพูดกันฮ้าๆไฮ้ๆ แทกซี่ก็โค้งแล้วโค้งอีก โค้งคนโน้นแล้วก็หันมาโค้งผมขออภัย

ผมน่ะให้อภัยอยู่แล้ว แต่ค่าแทกซี่มันเท่าไหร่ละนั่น มิปาไปเป็นหมื่นเยนละหรือ
ฮ้าๆไฮ้ๆอีกพัก ภรรยาเพื่อนผมก็แปลความบอกว่าเขาขอแค่ค่ามิเตอร์จากสถานีรถไฟถึงปากตรอก ในตรอกที่ยักแย่ยักยันอยู่หลายสิบนาทีนี่ไม่คิดเพราะถือเป็นความผิดของเขา ถึงกระนั้นก็หลายพันเยนอยู่จำไม่ได้แล้วเพราะแกเล่นจอดรถถามศูนย์อย่างละเอียดลออโดยมิเตอร์มันขึ้นไปเรื่อยๆ ผมก็ควักให้เขาโดยดี เท่าไหร่ก็เท่านั้นไม่ว่ากัน คำนับไปมาอีกสองสามทีเขาก็ขึ้นรถ ถอยยาวทุลักทุเลออกไปถึงปากตรอก

เพื่อนผมก็ต่อว่าผมว่า หาเรื่องแท้ๆ บอกให้โทรมาหาจะส่งรถไปรับ แต่ทำเป็นอวดเก่ง เห็นไหม อะไรก็เกิดขึ้นได้
ผมก็เถียงไม่ออก นึกกลับกัน ถ้าผมเป็นคนญี่ปุ่นมาเที่ยวเมืองไทย และเรียกแทกซี่ไปส่งแล้วเกิดเหตุการณ์ทำนองเดียวกันนี้ ผมก็เดาตอนจบไม่ถูกเหมือนกัน


บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1286


ความคิดเห็นที่ 157  เมื่อ 11 ส.ค. 13, 20:00

มาช่วยดันเรทติ้งครับ สนุกตื่นเต้นแถมไม่มีโมเสกเซ็นเซอร์ด้วย เพียงแต่พระเอกนางเอกไม่ยอมออกฉากโชว์ตัวอีกเหมือนกัน
บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30830

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 158  เมื่อ 11 ส.ค. 13, 20:14

ท่านบันทึกไว้ทุกระยะ  คนดูไม่ต้องเดาเลยว่าภาพจริงเป็นไง
ยังงี้เพ็ญเซนเซให้คะแนนเท่าไหร่คะ.   ดิฉันให้เต็มสิบ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10997


ความคิดเห็นที่ 159  เมื่อ 11 ส.ค. 13, 20:36

ข้อความโดย: ประกอบ
อ้างถึง
สนุกตื่นเต้นแถมไม่มีโมเสกเซ็นเซอร์ด้วย


บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 4080


ความคิดเห็นที่ 160  เมื่อ 11 ส.ค. 13, 20:40

ปล. ของ คห. 35,36,37

พอดีเป็นเรื่องเกี่ยวกับแท๊กซี่ที่คุณนวรัตน์กำลังสาธยายให้ฟัง

ค่าแท็กซี่ในญี่ปนนั้น ถามว่าแพงใหม ตอบว่าแพงครับ แพงมากเสียด้วย   แต่ เคยสงสัยใหมครับว่าทำไมคนญี่ปุนซึ่งเป็นคนค่อนข้างจะประหยัด ถึงยังคงใช้แท็กซี่กัน
เขามีวิธีการใช้ครับ  
 กรณีแรก คือ เขาใช้เดินทางในระยะทางที่ยังอยู่ในวงเงินของการกดมิเตอร์ (คือประมาณไม่้เกิน 2 กม.) ทั้งนี้เนื่องจากว่า แม้จะมีรถไฟหลายสายวิ่งไขว้กันไปมากมากมายทั้งใต้ดิน-บนดินก็จริง แต่มันก็มีจุดบอดในบริเวณที่เราจะไปเหมือนกัน ดังนั้น แทนที่จะต้องเสียเงินค่ารถไฟสองสามสายวกไปวนมา ในราคาที่รวมกันแล้วไม่ต่างจากค่าแท็กซี่เพียงไร เขาก็จะใช้แท็กซี่แทน  
 กรณีที่สอง คือ เขาจะใช้รถแท็กซี่ผสมกับการใช้รถไฟ ใช้เพียงสำหรับการเดินทางระหว่างสถานีรถไฟกับสถานที่ที่จะไป และก็อีกแหละครับ ต้องอยู่ในระยะทางหรือในราคาแรกที่กดมิเตอร์ ในช่วงกลางวันก็มักจะเห็นพวกที่หิ้วของพะรุงพะรัง ส่วนตอนกลางคืนช่วงที่คล้อยไปทางดึกแล้ว ก็คือไม่ต้องเดินเท้าจากสถานีรถไฟกลับบ้าน
 กรณีที่สาม คือ การใช้แท็กซี่เนื่องจากเป็นงานทางธุรกิจ พวกนี้จะเป็นการใช้ในตอนดึกจัด (โดยเฉพาะหลังเที่ยงคืนไปแล้ว) ด้วยสองสาเหตุ คือ เป็นงานที่ต้องไปรับรองแขกของบริษัท หน่วยราชการ หรือองค์กรใดๆ ที่ต้องต้อนรับขับสู้แบบไม่ค่อยจะมีกำหนดเวลาเลิก  รถไฟหยุดเดินรถหมดแล้ว (หลังเที่ยงคืน)  ค่าแท็กซี่ของคนเหล่านี้คือเดินทางจากจุดที่เสร็จงานหรือจากจุดที่ส่งแขกถึงที่แล้ว กลับตรงถึงบ้านตนเอง ค่าแท็กซี่ราคาเป็นเรือนหมื่นเป็นเรื่องปรกติ ถึงสองหมื่นก็มีเหมือนกัน น่าสนใจก็ตรงวิธีการชำระเงินค่าแท็กซี่ คือแทนที่จะต้องใช้เงินสด องค์กรของเขาจะให้สลิปเล็กๆมาใบหนึ่ง ขนาดนามบัตรก็มี หรือขนาดประมาณตั๋วรถเล์บ้านเราก็มี เมื่อลงรถแล้วก็เพียงยื่นให้แท็กซี่เท่านั้นเอง เหมือนกับยื่นเช็คเปล่าให้คนขับแท็กซี่ไปลงจำนวนเงินเรียกเก็บจากองค์กรนั้นๆ   ก็เลยเป็นเรื่องที่เด็กหนุ่มชอบที่จะอาสารับงานรับรองประเภทนี้ ได้ทั้งอิ่ม ทั้งเมา ฯลฯ แถมมีรถส่งกลับถึงบ้าน
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10997


ความคิดเห็นที่ 161  เมื่อ 11 ส.ค. 13, 21:08

มาเพิ่มกรณีย์ที่เรียกแทกซี่ในเวลาเร่งด่วนหน่อย

ช่วงบาร์เลิกเป็นเวลาที่ใกล้กับที่รถไฟทุกสายจะหยุดการเดินรถในช่วงดึกเช่นกัน ดูเหมือนจะเที่ยงคืนใช่ไหมครับคุณตั้ง ถ้าขี้เมาพวกนี้ไปไม่ทันรถไฟก็ลำบากแน่ ฉะนั้น เขาจะไปยืนข้างถนน ชูสองนิ้วบ้าง สามนิ้วบ้าง ลุ้นให้แทกซี่โฉบมารับ

๒นิ้วนี่แปลว่า ฉันจะจ่ายให้๒เท่าของราคามิเตอร์ ๓นิ้วก็๓เท่า


บันทึกการเข้า
Jalito
องคต
*****
ตอบ: 460


ความคิดเห็นที่ 162  เมื่อ 11 ส.ค. 13, 22:02

อ้างถึง
บางคนอาจคิดว่าญี่ปุ่นไม่มีคนจรจัด แต่ระหว่างเดินจากโรงแรมไปสวนสาธารณะก็เห็นอยู่ ๒ รายแล้ว
ในสถานีชินจุกุ ได้เห็นภาพอย่างนี้ไหมครับ
ในสถานีรถใต้ดินบางสถานี ตรงบันไดขึ้นลงที่ชั้นสถานี(concourse level) ตอนเช้าได้กลิ่นฉี่หึ่งเลย อาจเป็นฝีมือคนจรจัด หรือไม่ก็คนเมา อีกอย่างที่ได้เห็นคือขยะที่พบตอนเช้าตามหน้าห้างร้านต่างๆ ซึ่งแทบไม่มีอย่างอื่นเลยนอกจากก้นบุหรี่เกลื่อนอยู่ตรึม พนักงานทำความสะอาดของร้านจะออกมาพร้อมกับไม้กวาดอ่อนและถาดโกยขยะ กวาดๆๆๆ เอาทิ้งถังขยะ ก่อนเวลาเปิดร้าน
  นี้เป็นภาพและกลิ่นที่ผมเคยพบในบางจุดของโตเีกียวเมื่อสัก 25 ปีก่อน (น่าจะปีสุดท้ายในรัชกาลสมเด็จพระจักรพรรดิฮิโรฮิโตพอดี) เดี่ยวนี้ยังไงไม่รู้ครับ
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10785



ความคิดเห็นที่ 163  เมื่อ 11 ส.ค. 13, 22:12

๑.
อ้างถึง
บางคนอาจคิดว่าญี่ปุ่นไม่มีคนจรจัด แต่ระหว่างเดินจากโรงแรมไปสวนสาธารณะก็เห็นอยู่ ๒ รายแล้ว
ในสถานีชินจุกุ ได้เห็นภาพอย่างนี้ไหมครับ

มนุษย์กล่องลักษณะนี้ครั้งนี้ไม่เห็น แต่จำได้ว่าเมื่อมาญี่ปุ่นครั้งแรกเกือบ ๓๐ ปีมาแล้วเคยพบอยู่ในสวนสาธารณะ

๒.
ท่านบันทึกไว้ทุกระยะ  คนดูไม่ต้องเดาเลยว่าภาพจริงเป็นไง
ยังงี้เพ็ญเซนเซให้คะแนนเท่าไหร่คะ.   ดิฉันให้เต็มสิบ

นวรัตนเซนเซท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ ผู้น้อยมิบังอาจให้คะแนนดอก หมายรวมถึงตั้งเซนเซด้วยเช่นกัน  ยิงฟันยิ้ม

๓.
ช่วงบาร์เลิกเป็นเวลาที่ใกล้กับที่รถไฟทุกสายจะหยุดการเดินรถในช่วงดึกเช่นกัน ดูเหมือนจะเที่ยงคืนใช่ไหมครับคุณตั้ง ถ้าขี้เมาพวกนี้ไปไม่ทันรถไฟก็ลำบากแน่

มนุษย์เงินเดือนญี่ปุ่นเลิกงานแล้วส่วนมากจะไม่กลับบ้านทันที มักจะต้องไปสังสรรค์ดื่มสาเกกันต่อจนเมา พอไม่ทันรถไฟกลับบ้านไม่ได้ ก็ต้องนอนอยู่แถวนั้นนั่นแหละ

ภาพถ่ายฝีมือ Pawel Jaszczuk ช่างภาพชาวโปลิช



คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 4080


ความคิดเห็นที่ 164  เมื่อ 11 ส.ค. 13, 22:20

ก็เคยเห็นบ่อยๆ ก็ได้ยินเขาว่ากันอย่างนั้นนะครับ และก็คงเป็นเรื่องจริง   รถไฟญี่ปุ่นเข้าตรงเวลา ออกตรงเวลา ไปไม่ทันก็อดกลับบ้าน  ต้องไปหาที่นอนหรือหาที่กินให้เมาต่อไปจนถึงตี 5 จึงจะเมีรถไฟวิ่ง สามารถกลับบ้านได้  
ในเมืองใหญ่โดยเฉพาะโตเกียวนั้น มีภาพที่น่าดูอีกภาพหนึ่ง คือหลังเที่ยงคืนไปแล้ว จะเห็นคนใส่สูตรหิ้วกระเป๋าเดินกันให้ขวักไขว่อย่างกับเป็นตอนกลางวัน สาเหตุหรือครับ ไปสถานีรถไฟไม่ทันเที่ยวสุดท้าย และต้องย้ายร้านไปกืนกันที่ร้านโต้รุ่ง (พวกร้าน Izakaya บางร้าน)   แล้วก็เลยทำให้เห็นอีกภาพหนึ่งตอนตี 5   มีคนใส่สูตร หิ้วกระเป๋า ผมเผ้ายุ่งเหยิง เดินสลึมสลือ ตามแถวสถานีรถไฟ  จะเป็นด้วยเหตุนี้หรือเปล่าก็ไม่ทราบ ชายญี่ปุ่นแต่ละคนจึงกินไข่กันมหาศาล ทั้งดิบ ทั้งลวก เพิ่อโดปเอาแรง เลยพาลต่อไปให้ผู้ผลิตไข่ขายจะต้องล้างไข่ทุกใบจนสะอาดก่อนที่จะวางตลาด ถึงขนาดรับรอง Hygiene กันเลยทีเดียว

ภาพที่ผมชอบที่สุด คือ ตอนใกล้จะเที่ยงคืนจริงๆ   สาวสวยคนหนึ่งเมาจัด เดินเอามือเลาะกำแพงในสถานีรถไฟ คนอื่นๆทั้งหลายยืนโงนเงนง่อกแงก เดินสะเงาะสะแงะกันทั้งสถานี  แล้วก็ อ้าว มีคนตกไปบนรางรถไฟ บรรดาขี้เมาทั้งหลายก็มาช่วยกัน ยื่นมือช่วยฉุดให้ขึ้นมาอยู่บนชานชลา
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 9 10 [11] 12 13 ... 28
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.042 วินาที กับ 19 คำสั่ง