เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 ... 26
  พิมพ์  
อ่าน: 50797 ริชลิว-นักธุรกิจข้ามชาติในมาดนายพลเรือสยาม
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 45  เมื่อ 07 ก.ค. 13, 22:54

คุณประกอบน่าจะชอบคำถามแบบนี้ ผมสมควรรอ

คุณเพ็ญก็เช่นกัน อาจไปพลิกความรู้ดีๆในเน็ทมาเสริมสติปัญญาเช่นเคย

ท่านอื่นๆก็ด้วย ขาประจำของผมไม่ทราบว่าหายไปไหน หรือเบื่อกันไปหมดแล้ว
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 46  เมื่อ 07 ก.ค. 13, 23:13

ถ้าตามหาคุณประกอบกับคุณเพ็ญ     เอาน้ำชากาแฟมาเสิฟคงไม่สำเร็จ 
ต้องลอง trilobite fossil     อาจจะมาทันคืนนี้ หรือพรุ่งนี้ค่ะ


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 47  เมื่อ 07 ก.ค. 13, 23:18

น่าจะเอาไปย่างให้ส่งกลิ่นหอมๆเหมือนกุ้งเผาด้วย จะได้มาเร็วๆ

ไม่เป็นไรครับ พรุ่งนี้ มะรืนนี้ก็ยังไม่สาย

บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1277


ความคิดเห็นที่ 48  เมื่อ 08 ก.ค. 13, 03:48

แอบซุ่มหลบอยู่หลังห้อง โดนคุณครูเรียกตอบซะแล้ว  เศร้า  ลังเล

ในเรื่องการขายของที่สองหนุ่มเดนมาร์คภูมิใจนำเสนอรัฐบาลสยามในขณะนั้น  ผมเองก็ตอบไม่ได้ว่ามันโปร่งใสหรือน่าเกลียดหรือไม่ครับ  แต่ถ้าเทียบกับมาตรฐานค่านิยมของชนชั้นกลางปัจจุบัน(ที่ไม่ใช่นักการเมือง)ก็อาจจะมองว่าไม่สง่าผ่าเผยนัก คือชงเองจัดซื้อเองขายเองกินกำไรเอง  แม้แต่ขณะนี้นักการเมืองบ้านเราก็ดูจะทำกันเป็นปกติ เพียงแต่อาจแอ๊บใช้นอมินีนิดนึง แต่ถ้ามองมาตรฐานสมัยนั้นผมก็ไม่แน่ใจว่าการทำเช่นนี้เป็นเรื่องธรรมดาของคนยุคนั้นหรือไม่ เพราะเป็นช่วงเปลี่ยนถ่ายจากระบบราชการโบราณที่ขุนน้ำขุนนางมีรายได้จากการเรียกส่วย กินหัวคิว คิดค่าธรรมเนียมราชการจากชาวบ้านผู้ต้องการบริการฯลฯ มาเป็นการรับเงินเบี้ยหวัดรายปี ดังนั้นแนวคิดเก่าๆ น่าจะยังฝังแน่น อะไรที่เราคนสมัยนี้มองว่าอุ๊ย น่าเกลียด คนสมัยนั้นอาจจะมองว่ามันธรรมดามาก ลุงฝรั่งสองคนนี้อาจจะรับอิทธิพลแนวคิดแบบสยามๆ ไปจนมองว่าไม่น่าเกลียดก็ได้ หรือแม้แต่สังคมฝรั่งยุโรปสมัยนั้นเองก็มองการทำแบบนี้เป็นเรื่องธรรมดา


การกินเปอร์เซ็นจัดซื้ออาวุธเป็นเรื่องธรรมดามากแม้แต่สมัยปัจจุบัน ตัวแทนจัดซื้อจะได้เปอร์เซ็นจากผู้ขาย 5% เป็นเรื่องปกติ เพียงแต่ให้กันเงียบๆ หน่อย ถ้าจะมองว่านีลส์กับกัปตันริชลิวทำไม่ถูก เราต้องพิจารณาว่าท่านทั้งสองจัดหาของดีที่สุดหรือเอาของห่วยมาหลอกขายให้รัฐบาลสยาม ราคาที่ซื้อสมเหตุสมผลหรือเป็นราคาถูกฟันหัวแบะ  รวมทั้งนอกจากทั้งสองแล้วสมัยนั้นมีนายหน้าอื่นๆ มากแค่ไหน และใครคือตัวแทนที่ไว้วางใจได้   และยังต้องพิจารณาแพ็คเกจพ่วงเช่นการฝึกหัดทหารผู้ใช้ บริการหลังการขายอื่นๆ ด้วย  ดังนั้นการที่นีลส์หรือกัปตันริชลิวทำหน้าที่ทั้งซื้อทั้งขายกินหัวคิวเอง แต่ถ้าเป็นดีลที่ให้ผลประโยชน์ที่ดีที่สุดกับสยามขณะนั้น ผมก็ไม่รู้สึกว่ามันไม่สวย


ลองดูปัจจุบันสิครับ คนไทยกันเองจัดซื้อหาอาวุธ เครื่องบินรบ เครื่องบินโดยสาร ฯลฯ เราย่ำยีงบประมาณของเรากันเองยิ่งกว่าในอดีตมากมายนัก แค่ช่วง 10 ปีที่ผ่านมานี้เรามีของห่วยๆ ไม่ได้ใช้ประโยชน์หรือใช้ไม่คุ้มค่าเต็มไปหมดเช่น GT-200, Alpha 6, เรือเหาะ, เครื่องบินไทยคู่ฟ้า, รถดับเพลิง, เครื่องบิน Airbus A340-600 ที่เคยใช้บินตรงกรุงเทพ-นิวยอร์ค, แท็บเลต ป.1  ฯลฯ   


สรุปคือการกินเปอร์เซ็นสมัยนั้นผมเฉยๆ  แต่ถ้าเป็นสมัยนี้ผมรับไม่ได้แฮะ คิดไปคิดมาแปลกใจตัวเองสองมาตรฐานจริงๆ   ฮืม  ฮืม


พูดถึงตัวสามพู ผมส่งไปให้ซายาเพ็ญแล้ว แถมกล้องส่องพระไปอันไว้ให้แกนั่งส่องฟอสซิล เผื่อจะได้นักสะสมตัวสามพูเพิ่มอีกคน อีกสองเดือนน่าจะไปถึงครับ เพราะส่งแบบถูกสุด  ยิงฟันยิ้ม ส่วนตัวสามพูเผาเป็นยังไง คิดว่ากลิ่นและรสน่าจะเหมือนแมงดาทะเลเผามากกว่ากุ้งเผาครับ ถ้าสดๆ เนื้อคงหวานไม่ต้องพึ่งน้ำจิ้มซีฟู็ด ยิ้ม
บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 49  เมื่อ 08 ก.ค. 13, 09:33


สรุปคือการกินเปอร์เซ็นสมัยนั้นผมเฉยๆ  แต่ถ้าเป็นสมัยนี้ผมรับไม่ได้แฮะ คิดไปคิดมาแปลกใจตัวเองสองมาตรฐานจริงๆ   ฮืม  ฮืม


เป็นไปได้ไหมว่าระบบอะไรก็ตามที่มนุษย์คิดขึ้นมา เป็น "กาลิโก" คือขึ้นกับยุคสมัย   มันอาจใช้ได้ในยุคหนึ่ง แต่พอเวลาเปลี่ยน สังคมเปลี่ยน  ระบบนั้นก็ใช้ไม่ได้อีกแล้ว  ขืนยังใช้อยู่   มันก็ไปถ่วงความเจริญก้าวหน้า ทำให้ประเทศย่ำซ้ำอยู่ที่เดิม  

ขอแถมยำไข่แมงดาทะเล ญาติของสามพู ให้คุณประกอบหนึ่งจานค่ะ  เป็นรางวัลที่ยกมือตอบ


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 50  เมื่อ 08 ก.ค. 13, 11:10

ฝรั่งเดนมาร์กเองด้วยกันยังงงอยู่ว่า การที่ผู้ซื้อกับผู้ขายเป็นบุคคลเดียวกัน แล้วมันจะโปร่งใสไปได้อย่างไร  คำถามของเขาคือ จริยธรรมตัวไหนที่ใช้เป็นตัวแยก Commissions  Corruption  และ Concessions

คำถามคงมาจากบทความของ  Flemming Winther Nielsen  ยิ้มเท่ห์


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 51  เมื่อ 08 ก.ค. 13, 11:17

เยี่ยม


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 52  เมื่อ 08 ก.ค. 13, 11:20

แล้วยังไงต่อครับเรื่องนี้ ...อย่าหยุด....อย่าหยุด
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 53  เมื่อ 08 ก.ค. 13, 11:23

 ยิงฟันยิ้ม

ในฐานะปลัดกรมแสง กัปตันริชลิวมีโอกาสได้สั่งซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์และข้าวของสำหรับเรือพระที่นั่งเพิ่มขึ้นอีกเป็นอันมาก โดยกระทำผ่านนีลส์ แอนเดอเซนซึ่งตั้งบริษัท‘Oriental Provision Store’ ขึ้นมารับงาน แน่นอนทั้งคู่ได้ผลประโยชน์งดงามทั้งค่านายหน้าและส่วนกำไร เอกสารของเดนมาร์กฉบับหนึ่งเปิดเผยว่า เงินได้ส่วนหนึ่งของกัปตันริชลิวนี้ได้แบ่งให้กับพระองค์เจ้าสายเพื่อความสะดวกในการตรวจรับของด้วย

ในบทความนี้ Nielsen เรียก "ริชลิว" ว่า "Mister 5 percent"  ยิ้มเท่ห์


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 54  เมื่อ 08 ก.ค. 13, 11:44

คราวใดที่เสด็จพระราชดำเนินทางไกลและกัปตันริชลิวมีหน้าที่ต้องตามเสด็จนานๆ นายห้างนีลส์ก็จะเข้ามาทำหน้าที่จัดซื้อในกรมแสงแทน ฝรั่งเดนมาร์กเองด้วยกันยังงงอยู่ว่า การที่ผู้ซื้อกับผู้ขายเป็นบุคคลเดียวกัน แล้วมันจะโปร่งใสไปได้อย่างไร  


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 55  เมื่อ 08 ก.ค. 13, 12:08

เมื่อ "ริชลิว" กลับจากสยาม เขาได้ชื่อว่า "คนที่รวยที่สุดในเดนมาร์ก" คนหนึ่ง 

ข้างล่างคือ Kokkedal Castle ที่ "ริชลิว" ซื้อเมื่อกลับจากสยาม  ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 56  เมื่อ 08 ก.ค. 13, 13:42

ไม่มีบรรดาอสุรผัดท่านใดจะแสดงความเห็นบ้างหรือครับ
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 57  เมื่อ 08 ก.ค. 13, 14:28

ขอฝากคำถามอีกข้อหนึ่ง อาจจะตอบเมื่อข้อมูลในกระทู้ครบถ้วนแล้วก็ได้

เป็นคำถามของรองศาสตราจารย์มลิวัลย์ แตงแก้วฟ้า คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ตั้งไว้ในชื่อวิทยานิพนธ์ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๕

“พระยาชลยุทธโยธินทร์ : ผลประโยชน์หรือความจงรักภักดี”

บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 58  เมื่อ 08 ก.ค. 13, 15:09

ไม่มีบรรดาอสุรผัดท่านใดจะแสดงความเห็นบ้างหรือครับ

เป็น อสุรผลัด ...อิอิ 

อ.NAVARAT.C มีเรื่องราวเกี่ยวกับตึกหลวงพระราชทานให้พำนักในกรุงสยามไหมครับ  ฮืม
บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1277


ความคิดเห็นที่ 59  เมื่อ 08 ก.ค. 13, 15:27

จะเรียกนักเรียนตอบ ท่านซายานวรัตนต้องชี้มือเรียกเป็นรายตัวแบบที่ผมโดนครับ  คราวนี้ใครแอบซุ่มอยู่มุมไหนของห้องก็ไม่รอดพ้น  ยิงฟันยิ้ม  ยิงฟันยิ้ม  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 ... 26
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.042 วินาที กับ 19 คำสั่ง