เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 26
  พิมพ์  
อ่าน: 52584 ริชลิว-นักธุรกิจข้ามชาติในมาดนายพลเรือสยาม
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11031


ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 07 ก.ค. 13, 10:13

เดี่ยวนี้กองหินริเชอริเออยังปรากฏในแผนที่ทะเล เป็นที่รู้จักของนักดำน้ำทั่วโลก เพราะเป็นจุดที่พบฉลามวาฬบ่อยสุดของทะเลไทย

แต่ที่ผมเห็นเขียนๆกันในเวปของนักดำน้ำว่า กองหินนี้ได้ถูกค้นพบโดย Louis du Plessis de Richelieu (กัปตันหลุยส์ ดู เปลสซิส เดอ ริเชอลิเออ (ผมสะกดชื่อตามเขา)) หรืออีกนามหนึ่งนายนาวาโท พระพลสินธวาณัติก์ แห่งราชนาวีไทย นั้น
 
ริชลิวท่านนี้เป็นน้องชายแท้ๆของกัปตันริชลิว  ติดตามพี่ชายเข้ามาสยามเมื่อปีพ.ศ.๒๔๒๘ รับราชการจนมีตำแหน่งเป็นหัวหน้าสำนักงานแผนที่ทะเล กรมทหารเรือก็จริงอยู่ แต่ก็มีผลงานแค่การ สำรวจชายฝั่งสยามบริเวณจังหวัดตรังกานู จากบูกิตเตงกา ถึง พูโลคาปัส ในฝั่งอ่าวไทยเมื่อพ.ศ.๒๔๓๘ เท่านั้น ไม่ใช่ฝั่งทะเลอันดามัน


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11031


ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 07 ก.ค. 13, 10:31

หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯเสด็จประพาสบรรดาเมืองขึ้นของอังกฤษและดัชท์ในภูมิภาคนี้กลับมาแล้ว ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะปรับปรุงสยามอย่างด่วน เฉพาะด้านการป้องกันประเทศนั้น แต่โบราณกาลมีทหารหลักอยู่แบบเดียวคือทหารที่เกณฑ์มา มิได้แบ่งแยกออกเป็น กองทัพบก กองทัพเรืออย่างเด่นชัด หากยาตราทัพไปทางบกก็เรียกว่า"ทัพบก" หากยาตราทัพไปทางเรือก็เรียกว่า"ทัพเรือ” การจัดระเบียบการปกครอง ทหารจะขึ้นอยู่กับวังหลวงและวังหน้า เดิมมีวังหลังด้วย ในยามปกติก็อยู่กับไร่กับนาทำมาหากินเป็นราษฎรธรรมดาๆ ถึงปีก็ไปจับสักเลขไว้ ยามศึกสงครามก็เรียกตัวมา จัดเป็นทัพหน้าทัพหลวงยาตราทัพไปรบทั้งภายในและภายนอกอาณาจักร บางครั้งต้องใช้เรือลำเลียงทหาร หรือเสบียงและศาสตราวุธหนักๆเช่นปืนใหญ่ เพราะสะดวกรวดเร็วกว่าไปทางเกวียน ต่อเมื่อสุดทางน้ำแล้วจึงจะยกทัพต่อไปบนทางบก

เรือรบทั้งวังหน้าและวังหลวงจะมี๒ประเภทด้วยกันคือ เรือรบในแม่น้ำและเรือรบในทะเล ทหารเรือในต้นรัชกาลที่๕ยังไม่มีความเป็นเอกภาพ เพราะทหารเรือวังหน้าขึ้นอยู่กับกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ ใช้พลอาสาที่เกณฑ์มาจากชุมชนชาวต่างชาติที่เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสัมภาร อาสามอญให้เป็นลูกเรือ อาสาญวนให้เป็นทหารปืนใหญ่ประจำป้อมปืนต่างๆของกรุงเทพ  ส่วนทหารเรือวังหลวงก็ขึ้นอยู่กับสมเด็จเจ้าพระยาฯ ใช้อาสาจามและอาสาแขก(มุสลิมจากปักษ์ใต้) โดยมีเจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์ (วร บุนนาค) สมุหพระกลาโหม บุตรของท่านสืบสานหน้าที่ต่ออย่างแข็งขัน


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11031


ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 07 ก.ค. 13, 10:33

ในพ.ศ.๒๔๒๑ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า ทรงเริ่มต้นการปฏิรูประบบทหารอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยทรงตั้งให้พระองค์เจ้าสายสนิทวงศ์เป็นผู้บังคับการกรมแสง สังกัดทหารเรือวังหลวง หรือที่ปัจจุบันเรียกว่ากรมสรรพาวุธ โปรดให้เรียกกัปตันริชลิวกลับมากรุงเทพ ตั้งให้เป็นหลวงชลยุทธโยธิน มีตำแหน่งปลัดกรมแสง เพื่อช่วยจัดซื้ออาวุธประจำกายของทหารเช่นปืนเล็กยาวให้ทันสมัย และฝึกหัดทหารกรมแสงตามแบบยุโรป ให้ใช้อาวุธได้ทั้งปืนเล็กและปืนกลหนักแบบแกตลิง (Gatling Gun) ที่มีประสิทธิภาพสูง สั่งซื้อมาจากสหรัฐอเมริกาผ่านหมอชันดเลอร์เมื่อพ.ศ. ๒๔๑๘ เอาเข้ามาดองไว้หลายปีแล้ว ทรงตั้งเป้าให้ทหารหน่วยนี้รบได้ทั้งทางบกทางทะเล เรียกอย่างฝรั่งว่าทหารมะรีน เป็นลูกครึ่งระหว่างทหารราบและทหารเรือ สมัยนี้มีศัพท์เท่ห์ๆเรียกว่าเหล่านาวิกโยธิน



บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11031


ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 07 ก.ค. 13, 10:39

ทหารที่สังกัดกรมแสงก็คัดมาจากกองอาสามอญ กัปตันริชลิวเลือกเฉพาะคนหนุ่มที่มีหน่วยก้านดีมาบรรจุ ยังแค่ฝึกแถวเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ถึงกับได้ฝึกการใช้อาวุธอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ก็เข้าตากรรมการ เห็นว่ามีระเบียบวินัยดีกว่าทหารหน่วยอื่นๆ แต่งเครื่องแบบขาวเนี๊ยบน่าชม ทหารมะรีนเลยเป็นที่นิยมชมชอบ

ฝรั่งในสยามนินทากันว่า ทหารมะรีนถูกจ้าวนายเรียกใช้งานในหน้าที่อื่นๆเสียมาก จนไม่มีเวลาจะฝึกฝนอาวุธให้ทำการรบได้จริงๆ


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11031


ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 07 ก.ค. 13, 10:43

ในปีเดียวกันนั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯทรงโปรดให้สั่งซื้อเรือยอชท์แบบสกูเนอร์ ต่อด้วยเหล็กจากประเทศอังกฤษเข้ามาเป็นเรือพระที่นั่ง  โดยสั่งผ่านพระสยามธุรพาหะ(D.K.Mason)  กงสุลกิตติมศักดิ์สยามในลอนดอนเวลานั้น
 
พลเรือเอก ประพัฒน์ จันทวิรัช อดีตผู้บัญชาการทหารเรือท่านหนึ่งเขียนไว้โดยอ้างเอกสารของกองทัพเรือว่า กงสุลฝรั่งเรียกค่าป่วยการ(Commission)ตามธรรมเนียมหรือหลักปฏิบัติจากรัฐบาลสยามร้อยละ๕ และคงได้รับจากฝ่ายบริษัทผู้สร้างเรือด้วยแต่ไม่พบหลักฐาน แสดงว่าระบบราชการในสมัยนั้น ยอมให้มีนอกมีในได้(เพราะฝรั่งชอบอ้างว่ามีเงินเดือนราชการไทยน้อยนิด เมื่อเทียบกับบ้านตน)  ซึ่งต่อมากัปตันริชลิวก็ใช้ช่องนี้ทำราชการเป็นงานธุรกิจไปเลย


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7156


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 07 ก.ค. 13, 10:52

หยอดมาให้เล็ก ๆ พอให้กลืนน้ำลายเล่น  อายจัง


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11031


ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 07 ก.ค. 13, 10:54

เ อื๊ อ ก ก ก  ก   ก
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11031


ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 07 ก.ค. 13, 10:56

เรือพระที่นั่งลำใหม่มีชื่อพระราชทานว่า“เวสาตรี”  โปรดเกล้าฯให้หลวงชลยุทธโยธินทร์เป็นผู้บังคับการอีกตำแหน่งหนึ่ง โดยทรงมีพระอักษรถึงเจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์ ผู้บังคับบัญชาทหารเรือวังหลวงในเวลานั้น ดังนี้

"ให้จัดทหารปืนแกตลิงกันลงประจำเรือเวสาตรี ให้เปนเรือกรมแสง พระองค์สายเป็น ผู้บังคับบัญชา……
….แต่ผู้ซึ่งจะเปนกัปตันนั้น เหนว่ากัปตันริชลิว เป็นคนของเจ้าแผ่นดินเดนมาร์คได้มีพระราชสาส์นฝากฝังมาถึงฉันเอง เขาได้รับการในเรือรบแลการทำแผนที่ ก็เหนว่าเรียบร้อย เปนคนที่มีความรู้ควรต้องเลื่อนยศขึ้นบ้าง ฉันจึงจะขอกัปตันริชลิวให้เปนกัปตันเรือยอชต์หลวง ให้เป็นเกียรติยศขึ้นอีกหน่อยหนึ่ง แลจะได้ฝึกหัดคนพวกนี้ให้เข้าใจในทางปืนให้เรียบร้อยแล้ว เมื่อมีราชการอย่างอื่นเปนครั้งเปนคราว ก็จะได้เรียกใช้ได้……

…….อนึ่งเรือลำนี้ฉันก็คิดไว้ว่า ถ้ามีราชการสลักสำคัญ เรือรบขาดไปก็จะยอมให้ใช้ไปราชการ ถึงจะสู้คลื่นลมอย่างไร ก็เหนจะสู้ได้แขงแรง……การเรื่องกัปตันนั้น ขอได้สั่งกัปตันริชลิวให้เขารู้ตัวเสียด้วย
"

เมื่อเรือมาแล้ว กัปตันริชลิวได้รับคำสั่งเพิ่มเติม ให้คิดดัดแปลงเรือพระที่นั่งให้ติดอาวุธเพื่อใช้ทำการรบได้ด้วย จึงสั่งซื้อปืนใหญ่อาร์มสตรองมาติดตั้ง๙กระบอก และบรรจุทหารมะรีนลงประจำปืน ทำการฝึกหัดอย่างทหารเรือในยุโรป  ตรงนี้เป็นโอกาสแรกที่ริชลิวจะได้รู้จักคนในบริษัทผู้ผลิตปืนใหญ่ชั้นยอดของโลก ซึ่งทำให้เกิดการจัดซื้อปืนใหญ่ประจำป้อมพระจุลจอมเกล้าขึ้นในไม่ถึงสิบปีต่อมา


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11031


ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 07 ก.ค. 13, 11:03

อ้างถึง
หยอดมาให้เล็ก ๆ พอให้กลืนน้ำลายเล่น

จะลงก็ลงมาเลยพ่อ จะช้าอยู่ใย

ส่งเครื่องเซ่นให้ผมกินมั่ง ส่งชื่อรูปมาให้ผมหาตาทิพย์มาดูเองมั่ง  มิโหดไปหน่อยรึ
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7156


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 24  เมื่อ 07 ก.ค. 13, 11:15

อ้างถึง
หยอดมาให้เล็ก ๆ พอให้กลืนน้ำลายเล่น

จะลงก็ลงมาเลยพ่อ จะช้าอยู่ใย

ส่งเครื่องเซ่นให้ผมกินมั่ง ส่งชื่อรูปมาให้ผมหาตาทิพย์มาดูเองมั่ง  มิโหดไปหน่อยรึ

โอย ไม่โหดหรอกครับ จะรอเชิงอยู่ ท่านยังเกริ่นนำถึงอยู่ ไว้รอให้ถึงการงานของท่านและบ้านพำนัก จัดแปะแผนที่บ้านหลวงไปให้ขอรับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31013

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 25  เมื่อ 07 ก.ค. 13, 11:33

จดๆจ้องๆยกมือขอเอาภาพประกอบมาติดข้างฝาด้านหลังห้อง   ก่อนจะเลี่ยงออกไป

ภาพนี้ท่านนวรัตนคงบรรยายได้ดีกว่าดิฉัน     ที่เอามาให้ดูคือเครื่องแบบมะรีนสมัยรัชกาลที่ ๕  ยังใช้มาจนทุกวันนี้  
แต่มะรีนยุคคุณเทียด ยังไม่สวมเกือก   ใช้หนังแท้ธรรมชาติอยู่



บันทึกการเข้า
CVT
องคต
*****
ตอบ: 435


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 26  เมื่อ 07 ก.ค. 13, 11:37

อ้างถึง
หยอดมาให้เล็ก ๆ พอให้กลืนน้ำลายเล่น

จะลงก็ลงมาเลยพ่อ จะช้าอยู่ใย

ส่งเครื่องเซ่นให้ผมกินมั่ง ส่งชื่อรูปมาให้ผมหาตาทิพย์มาดูเองมั่ง  มิโหดไปหน่อยรึ

 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11031


ความคิดเห็นที่ 27  เมื่อ 07 ก.ค. 13, 11:56

^
คุณหมอCVTมาแล้วครับ ถึงคิวใครจะตรวจสุขภาพ  เชิญ

อ้างถึง
จดๆจ้องๆยกมือขอเอาภาพประกอบมาติดข้างฝาด้านหลังห้อง   ก่อนจะเลี่ยงออกไป

ภาพนี้ท่านนวรัตนคงบรรยายได้ดีกว่าดิฉัน     ที่เอามาให้ดูคือเครื่องแบบมะรีนสมัยรัชกาลที่ ๕  ยังใช้มาจนทุกวันนี้  
แต่มะรีนยุคคุณเทียด ยังไม่สวมเกือก   ใช้หนังแท้ธรรมชาติอยู่

ผมว่า ภาพนั้นมาจากจินตนาการโดยแท้

ความจริงแล้ว แรงงานที่ใช้ในราชการทหารจะเกณฑ์มาจากกลุ่มชาวต่างชาติที่เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสัมภารทั้งหมด เรียกว่าพวกอาสาจีนบ้าง อาสาจามบ้าง ทหารเรือวังหน้าเดิมใช้อาสามอญและอาสาญวน  กรมพระราชวังบวรฯท่านทรงมีหน้าที่ดูแลป้อมปืนใหญ่ที่เรียงรายสองฝั่งเจ้าพระยาด้วย แรงงานประจำป้อมปืนใหญ่ทรงใช้พวกญวน ที่ลงเรือเป็นพวกมอญ
 
หลังจากที่ป้อมพระจุลจอมเกล้าถูกเร่งรัดให้เสร็จจากงานก่อสร้างแบบมาราธอนเกือบสิบปี เพื่อรับมือฝรั่งเศส คนญวนจึงถูกกำหนดให้เกณฑ์ไปใช้แรงงานประจำปืนที่นั่นอีก คนรุ่นนี้ส่วนใหญ่เพิ่งจะเข้ามาใหม่ ฟังภาษาไทยไม่รู้เรื่อง ต้องใช้ล่ามกำกับอีกทีหนึ่ง แถมนายทหารประจำป้อมก็เป็นฝรั่ง ที่พูดไทยงูๆปลาๆได้มีคนเดียว อีกสองคนที่ยืมตัวมาจากกรมแผนที่ ก็เพิ่งเดินทางเข้ามาเมืองไทยเหมือนกัน คนเหล่านี้สั่งการอะไรหัวหมู่คนไทยก็ยากจะเข้าใจ แล้วยังต้องแปลเป็นภาษาญวนสั่งการทหารเลวอีก ฟุตฟิตโฟไฟไอเองก็งงๆยังไม่หายมึนหัว เรือรบฝรั่งเศสก็ดันโผล่เข้ามาเสียแล้ว

ฉายหนังตัวอย่างตอนต่อไปแค่นี้ก่อนครับ เดี๋ยวถึงคิวบู๊แล้ว รับรองสนุกกว่านี้

(ปล. ริชลิวในภาพแก๊แก่ พระเจ้าอยู่หัวดูยังทรงหนุ่มอยู่แม้ว่าช่วงนั้นจะทรงหนุ่มกว่าในภาพมาก ความจริงแล้วทั้งสองอายุพอๆกัน)
บันทึกการเข้า
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1883



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 28  เมื่อ 07 ก.ค. 13, 14:10

ขอบพระคุณครับ รอผู้กรุณามาเขียนเรื่องนี้ให้อ่านมานานแล้วครับ  ยิงฟันยิ้ม

ชื่อ Richelieu เป็นชื่อฝรั่งเศส ถ้าอ่านอย่างฝรั่งเศสก็เป็น "ริเชอลิเออ" ครับ
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11031


ความคิดเห็นที่ 29  เมื่อ 07 ก.ค. 13, 17:01

ขอบคุณคุณม้าที่เข้ามาทักทายครับ

Richelieu ออกเสียงอย่างไร ผมเข้าไปฟังในเวปนี้ ทั้งสำเนียงฝรั่งเศสและเดนมาร์ก ดูจะออกเป็นริเชอลีวมากที่สุดนะครับ แต่ที่ออกเสียง"เชอ"สั้นมากก็มี คนไทยสมัยรัชกาลที่๕จึงเรียกท่านว่าริชลิว

http://www.oddcast.com/home/demos/tts/tts_example.php?sitepal

ในจดหมายเหตุสมัยนั้น ความจริงก็มีทั้งที่เขียนริชลิวแลริเชอลิว นับแล้วริชลิวมากกว่า ผมเลยเลือกที่จะเขียนอย่างนั้น
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 26
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.037 วินาที กับ 19 คำสั่ง