เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 13 14 [15] 16
  พิมพ์  
อ่าน: 40929 เรื่องผีๆ และสิ่งลึกลับไร้คำอธิบาย
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31240

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 210  เมื่อ 02 พ.ย. 18, 10:45

ข้างล่างนี้ถ้าเป็นเรื่องจริง ไม่ใช่ปรากฏการณ์โฟโต้ฉ็อป  ก็ถือว่าเป็นสิ่งลึกลับไร้คำอธิบาย

 
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31240

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 211  เมื่อ 13 พ.ย. 18, 16:56

https://campus.campus-star.com/actale/1477.html

เชื่อว่าหลายๆ คน ต้องคิดแบบนี้กันอย่างแน่นอนว่า มหาวิทยาลัยใดที่มีที่ตั้งอยู่ในอาณาบริเวณเขตวังเก่า หรือเคยเป็นวังมาก่อน ก็จะมีเรื่องราวกล่าวขานมานาน และยิ่งทวีความหลอนเข้าไปอีก เพราะแสดงให้เห็นถึงความเก่าแก่ และความศักดิ์สิทธิ์ของสถานที่แห่งนั้น รวมถึง มหาวิทยาลัยศิลปากร เขตพระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม ซึ่งตั้งอยู่บนเนื้อที่เดิมของอาณาบริเวณเขตพระราชฐานพระราชวังสนามจันทร์ เป็นพระราชวังฤดูร้อนในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 และยังเป็นอีกสถานที่ ที่ได้ขึ้นชื่อว่าผีดุเป็นอันดับต้นๆ ของเมืองไทยอีกด้วย

ป.ล.เรื่องนี้เล่าลือกันมาตั้งแต่ตั้งวิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ เมื่อพ.ศ. 2511    จนบัดนี้ก็ยังไม่เลิกลือ
บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1318


ความคิดเห็นที่ 212  เมื่อ 13 พ.ย. 18, 20:02

ม ศิลปากรนครปฐมนั้นเป็นพื้นที่วังเก่า ไม่ใช่คุก แต่มีตำนานเรื่องผีนักโทษประหาร ผีนักโทษอื่น ๆ ยาวนานมาก
บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31240

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 213  เมื่อ 13 พ.ย. 18, 20:08

ไม่ใช่คุกค่ะ  แต่ลือว่าเป็นลานประหาร และฝังนักโทษ
แถวๆคณะศึกษาศาสตร์ตอนก่อสร้างตึกใหม่ มีข่าวขุดพบหัวกระโหลก
อีกอย่าง มีถนนชื่อถนนยิงเป้าอยู่ใกล้ๆ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31240

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 214  เมื่อ 07 ธ.ค. 18, 15:00

ในยุคไทยแลนด์ 4.0  กระสือก็ยังไม่ได้จากไปไหน

ผีกระสือ โผล่ คนพากันหลอน เฮี้ยนหนัก รปภ. เฝ้า ดับปริศนา บ้านถูกปิดตาย ทิ้งร้าง
กระสือ – วันที่ 6 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านในพื้นที่ ม.4 ต.ท่างาม อ.เมืองปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี ต่างพากันแตกตื่นกับ ผีกระสือ หลังจากที่มี ผู้คนพบเห็น ดวงไฟประหลาด เป็นแสงสีเขียวนวล ลอยสูง เหนือพื้นดินในช่วงหลังเที่ยงคืนของแต่ละวัน ที่บริเวณกลางทุ่งนาและบ้านร้าง ข้างที่ทำการ อบต.ท่างาม ตรงข้าม ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ต.ท่างาม ริมถ.สายปราจีนบุรี-ศรีมหาโพธิ

อ่านต่อได้ที่นี่ค่ะ
https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_1919538
บันทึกการเข้า
superboy
ชมพูพาน
***
ตอบ: 133


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 215  เมื่อ 08 ธ.ค. 18, 20:28

เรื่องกระสือปัจจุบันยังมีอยู่เยอะมากเลยนะครับ บางกลุ่มในเฟซบุ๊กคุยกันหลายร้อยความเห็น เสียดายว่าผมกลัวผีเลยไม่กล้าอ่าน เลี่ยงไปดูต้นไม้ใบหญ้าแทน  ลังเล
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10926



ความคิดเห็นที่ 216  เมื่อ 09 ธ.ค. 18, 07:40

ชื่อ "กระสือ" นี้ปรากฎพร้อมกับชื่อผีอีก ๓ ตน คือ ฉมบ, จะกละ และกระหาง ในกฎหมายตราสามดวง หมวด ๗ ของ "พระอายการเบดสรจ" ลงมหาศักราช  ๑๑๔๖ ปีมะแม ตรงกับพุทธศักราช ๑๗๖๘ เก่ากว่าศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงเสียอีก  ยิงฟันยิ้ม

กฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จ เป็นชื่อเรียกตามความเข้าใจปัจจุบัน แต่ตัวเขียนในสมุดข่อยมีว่า "พระอายการเบดเสรจ" หมายถึง พระไอยการเบ็ดเสร็จ

คำว่า "เบ็ดเสร็จ" ตรงกับ "เบ็ดเตล็ด" ทุกวันนี้

เหตุที่เรียกชื่อกฎหมายฉบับนี้ว่า "เบ็ดเสร็จ" หรือ "เบ็ดเตล็ด" ก็เพราะเป็นกฎหมายต่าง ๆ หลายเรื่องเอามารวมไว้ในที่เดียวกัน และไม่อาจให้ความสำคัญเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้ถนัด อันเนื่องเพราะเป็นเรื่องย่อย ๆ เบ็ดเตล็ดทั้งนั้น

กฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จ มี ๒ ตอน คือ

ตอนต้น ลงศักราช ๑๒๖๓ ปีมะแม ตรงกับ พ.ศ. ๑๘๘๖ ก่อนสร้างกรุงศรีอยุธยา ๗ ปี ว่าด้วยลักษณะวิวาท เรื่องกระหนาบคาบเกี่ยวให้เป็นเสนียดแก่กัน

ตอนท้าย ลงศักราช ๑๑๔๖ ปีมะแม ซึ่งเป็นตอนเก่าแก่ที่สุด ว่าด้วยลักษณะวิวาทเรื่องกระทำกฤติยาคุณ มีฉมบ จะกละ กระสือ กระหาง เป็นต้นเหตุ

กฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จ (ตอนท้าย) ฉบับตัวเขียนในหอสมุดแห่งชาติบอกปีที่ตราเอาไว้ว่า "๑๑๔๖ ศกมแมนักสัตวเจตมาศปัญจมีดิถีรวิวาร" แต่ จิตร ภูมิศักดิ์ ยกเลขศักราช "๑๑๕๖" จากฉบับ ร. แลงกาต์ ซึ่งต่างจากฉบับตัวเขียน ๑๐ ปี (เข้าใจว่าจะผิดพลาดจากการพิสูจน์อักษรตอนพิมพ์เป็นเล่มโดยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๒) ตรวจสอบและคำนวณเป็นคนแรกว่ากฎหมายฉบับนี้ปีที่ตราขึ้น "ตรงกับ พ.ศ. ๑๑๗๘ ปีมะแม ก่อนหน้าการสร้างกรุงศรีอยุธยา๑๐๐ ปีเศษ" ต่อมาอีก ล้อม เพ็งแก้ว ตรวจสอบและคำนวณซ้ำเพื่อให้รัดกุมมั่นคงขึ้น แล้วสรุปตรงกับ จิตร ภูมิศักดิ์ ว่าเป็น "ปีมะแม พ.ศ. ๑๗๗๘ วันตรากฎหมายตรงกับวันอาทิตย์ เดือนห้า ขึ้น ๕ ค่ำ ตรงกับสุริยคติ วันที่ ๒๕ มีนาคม" แต่ถ้ายึดเลขศักราช "๑๑๔๖" ตามฉบับตัวเขียนจะเป็น พ.ศ. ๑๗๖๘

สรุปได้แล้วว่ากฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จ (ตอนท้าย) ตราขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๑๗๖๘ ก่อนการสถาปนากรุงศรีอยุธยาขึ้นใหม่ เมื่อ พ.ศ. ๑๘๙๓ ถึง๑๒๕ ปี ขณะนั้นกัมพูชาเป็นยุคหลังพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ มีพระเจ้าอินทรวรมันที่ ๒ ขึ้นเสวยราชย์เมืองพระนครหลวง (นครธม) ระหว่าง พ.ศ. ๑๗๖๓-๑๗๘๖

กฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จ (ตอนท้าย) มีเนื้อหาเป็นเรื่องความเชื่อเกี่ยวกับลักษณะ ผีร้าย มีชื่อเรียกในกฎหมายนี้ว่า "ฉมบ จะกละ กระสือ กระหาง" กับเรื่อง หมอผี ที่เรียกชื่อในกฎหมายนี้ว่า "แม่มดพ่อหมอ" คือคนผู้เรียนรู้เวทวิทยาคมและกฤติยาคุณอันทำให้ถึงตายฉิบหายด้วยอุบายต่าง ๆ

ฉมบ (อ่านว่า ฉะ-หมบ) เรียกผีผู้หญิง สิงอยู่ที่ตายในป่า ว่ามีรูปเห็นเป็นเงาๆ

จะกละ (อ่านว่า จะ-กละ) เรียกผีป่า ซึ่งหมอผีชาวป่าเลี้ยงไว้ให้ทำร้ายศัตรู, ผีพวกหนึ่งชอบกินของโสโครก

กระสือ (อ่านว่า กระ-สือ) เรียกผีที่สิงในกายหญิง ชอบกินของโสโครก ลักษณะเป็นดวงไฟแวม ๆ ในกลางคืน (คู่กับกระหัง ที่เข้าสิงในกายชาย)

กระหาง (อ่านว่า กระ-หาง) เรียกผีที่สิงในกายชาย หรือผีผู้ชาย ชอบกินของโสโครก บางทีก็เรียกกระหัง คู่กับกระสือ

ความรู้เรื่องคุณไสย และการใช้คุณไสยไปทำร้ายผู้อื่น ถือว่าเป็นความชั่วร้าย เป็นเสนียดเช่นเดียวกันกับเรื่องผีร้ายต่าง ๆ กฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จจึงจัดไว้เป็นหมวดหมู่เดียวกัน ถือเป็นกรณีเหมือนกัน ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าจริงหรือไม่จริง ซึ่งกฎหมายจะต้องให้ความเป็นธรรม โดยกำหนดเงื่อนไขเป็น ๒ อย่าง คือ

อย่างแรก เชื่อว่าเป็นเรื่องจริง ทั้งฉมบ จะกละ กระสือ กระหางมีจริง ถ้าพิสูจน์หรือสอบสวนได้ว่าเป็นจริงก็ต้องมีการลงโทษ

อย่างที่สอง เป็นเรื่องของการกล่าวหา (Accusation) เพราะเป็นเรื่องที่อาจใส่ร้ายป้ายสีและกล่าวหากันได้ง่าย ๆ เหตุนี้ในกฎหมายจึงกำชับไม่ให้พวกเจ้าเมือง กรมการที่ทำหน้าที่ตัดสินคดีความทำการลงโทษตามลำพัง โดยไม่แจ้งเข้ามายังกรุง แต่ให้ทางกรุงตัดสิน ผู้ที่ละเมิดในเรื่องนี้อาจถูกตัดสินประหารชีวิตได้

อ่านเพิ่มเติมได้ใน ภาพสะท้อนของกฎหมายตราสามดวงในเรื่องเวทย์มนต์และอาถรรพ์ต่าง ๆ



บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31240

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 217  เมื่อ 09 ธ.ค. 18, 11:08

กระสือปราจีณถูกตามล่าเสียแล้ว

บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10926



ความคิดเห็นที่ 218  เมื่อ 11 ธ.ค. 18, 10:09

เรื่องผีกระสือ เสฐียรโกเศศได้เล่าไว้ใน หนังสือเรื่องผีสาง เทวดา หน้า ๕๓-๕๕





บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31240

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 219  เมื่อ 11 ธ.ค. 18, 12:48

ผีกระสือน่าจะเป็นเผ่าพันธุ์อินเตอร์    ย่ากระสือแกมีญาติอยู่ทั่วโลกค่ะ

บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10926



ความคิดเห็นที่ 220  เมื่อ 11 ธ.ค. 18, 14:07

ฝรั่งมีกระสือเหมือนกันเรียกว่า Will o'the Wisp เป็นดวงไฟกลมๆล่องลอยวับๆ ในที่มืด   มักจะล่อนักเดินทางให้หลงคิดว่ามีคนหยุดพักแรม ก่อกองไฟ  ก็จะแวะจากถนนเข้าไปสมทบ  แล้วก็หลงทางสาบสูญไป

ผีกระสือน่าจะเป็นเผ่าพันธุ์อินเตอร์    ย่ากระสือแกมีญาติอยู่ทั่วโลกค่ะ

ชื่อ Will-o'-the-wisp  คำว่า Will มาจาก William ซึ่งเป็นชื่อผู้ชาย

กระสือฝรั่งน่าจะเป็นปู่กระสือมากกว่าย่ากระสือ
  ยิงฟันยิ้ม



จาก https://www.merriam-webster.com/dictionary/will-o'-the-wisp


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10926



ความคิดเห็นที่ 221  เมื่อ 12 ธ.ค. 18, 07:25

Will-o'-the-wisp หรือ กระสือฝรั่ง  น่าจะอยู่ในสปีชีส์เดียวกับผีโขมดของไทย  ยิงฟันยิ้ม

รอยอินท่านอธิบายว่า คำว่า โขนด มาจากภาษาเขมรว่า โขฺมจ แปลว่า ผี คนไทยนำมาใช้เป็นชื่อผีอยู่ในพวกผีกระสือหรือผีโพง เห็นเป็นแสงเรืองวาวในเวลากลางคืน ทำให้หลงผิดนึกว่ามีคนถือไฟหรือจุดไฟอยู่ข้างหน้า พอเข้าไปใกล้ก็หายไป แท้จริงแล้วคือแก๊สมีเทน (methane) ที่เกิดจากการเน่าเปื่อยผุพังของสารอินทรีย์แล้วติดไฟในอากาศ เป็นแสงวอบแวบในที่มืด

ส่วนเสฐียรโกเศศเล่าไว้ทำนองเดียวกันใน หนังสือเรื่องผีสาง เทวดา หน้า ๕๗



บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10926



ความคิดเห็นที่ 222  เมื่อ 12 ธ.ค. 18, 11:08

เรื่องผีกระสือผีโขมดนี้ มีคำอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๔ แล้ว ในหนังสือ แสดงกิจจานุกิตย์ แต่งโดยเจ้าพระยาทิพากรวงษมหาโกษาธิบดี (ขำ บุนนาค) โดยท่านได้บอกจุดมุ่งหมายในการแต่งหนังสือเล่มนี้เอาไว้ว่า

"ข้าพเจ้าจึ่งคิดเรื่องราวกล่าวเหตุผลต่าง ๆ แก้ในทางโลกยบ้างทางสาศนาบ้าง ที่มีพยานก็ชักมากล่าวไว้ ที่ไม่มีพยานเปนของที่ไม่เหนจริง ก็คัดค้านเสียบ้าง ว่าไว้แต่ภอปัญญาเด็กรู้ ผู้ที่เรียนหนังสือรู้แล้ว จะได้อ่านหนังสือนี้แทนหนังสือสวด แลหนังสือเรื่องลคอน เหนจะเปนประโยชน์รู้การเล็ก ๆ น้อย ๆ บ้าง ถ้าเขาถามสิ่งใด เด็กทั้งหลายจะได้แก้ไขตามสำนวนนี้ ว่าไว้เปนข้อถามข้อแก้ กล่าวแต่ภอจำได้ ให้ชื่อว่าหนังสือแสดงกิจจานุกิตย์ ถ้าท่านผู้ใดดูหนังสือนี้ เหนผิดพลั้งประการใด ฃอให้ช่วยแก้ไขให้ถูกต้องด้วย แต่ภอสมควรแก่ปัญญาเด็ก ถ้าเด็กผู้ใดอ่านหนังสือนี้แล้ว อยากจะรู้ความให้วิเสศโดยพิศฎาร ก็ให้หาครูเรียนโหราสาตร ธรรมสาตรต่าง ๆ ก็จะรู้ได้โดยเลอียด"

ในหนังสือแสดงกิจจานุกิตย์ มีอยู่ตอนหนึ่งที่พูดถึงปรากฏการณ์เกี่ยวกับแสงต่าง ๆ เช่น แสงเลื่อนลอยในอากาศ ที่เกิดจากพระธาตุเสด็จ, ผีพุ่งไต้ ที่เชื่อกันว่าเป็นเทวดาจุติ และดวงไฟบนยอดกระโดงเรือ ที่เชื่อกันว่าเป็นพรายน้ำ รวมทั้ง "แสงกระสือ" ด้วย

"ที่เรียกว่าผีกระสือผีโขมด เหตุนี้เขาได้ทดลองแล้ว เปนขึ้นด้วยของโสโครกของน่าวในแผ่นดิน ผีโขมดก็เปนด้วยน้ำน่าวในท้องทุ่ง จึ่งปรากฏให้เหนเปนดวง ๆ ไป ของนี้ไปไม่ได้ด้วยกำลังอายดินแลอายนขับเท่าไหร่ ก็เปนอยู่เพียงเท่านั้น ที่ว่าปลาน่าวเปนเรือง ๆ ก็เหมือนกันกับเหนผีกระสือผีโขมด"

หนังสือแสดงกิจจานุกิตย์พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. ๒๔๑๐ หรือเมื่อ ๑๕๐ ปีมาแล้ว ความบางอย่างก็เป็นวิทยาศาสตร์ แต่บางอย่างจะใช่หรือไม่ โปรดอ่านและใช้วิจารณญาณตัดสินเทอญ  ยิงฟันยิ้ม

บันทึกการเข้า
superboy
ชมพูพาน
***
ตอบ: 133


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 223  เมื่อ 13 ธ.ค. 18, 21:51

แสงสีเขียวนวลถ้ามาทางสายวัด เขาว่าอาจเป็นดวงใจพระเก่าหรือพระธาตุเสด็จก็ได้นะครับ

แต่ก็เหมือนเรื่องผีอีกนั่นแหละครับ เรื่องวัดผมเองก็ไม่สันทัดอะไรเลย ก็เลยไม่รู้จะอธิบายว่าคืออะไรกันแน่ ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ว่าพระหรือผี...ผมวิ่งหนีอย่างเดียวครับ  ร้องไห้
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31240

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 224  เมื่อ 15 ธ.ค. 18, 10:05

รวบรวมผีไทยมาให้อ่านค่ะ   ถ้าคุณ superboy เจอพวกนี้ชุมนุมมีตติ้งกันอยู่ละก็  วิ่งหนีไม่ทันแน่
บางส่วนมาจาก วิกิพีเดีย
กระสือ   กระหัง   
กองกอย
กุมารทอง
โขมด โขมดป่า/โขมดดง
เงือกงู
เจ้าป่าเจ้าเขา
นางตะเคียน
นางตานี
ปอบ
ปู่เจ้าสมิงพราย
เปรต
ผีตาโขน
ผีพราย
ผีถ้วยแก้ว
ลูกกรอก

ยังมีผีท้องถิ่นอีกมาก แต่ไม่ได้เอามารวมด้วยค่ะ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 13 14 [15] 16
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.04 วินาที กับ 20 คำสั่ง