เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 5 6 [7]
  พิมพ์  
อ่าน: 37061 เรื่องผีๆ และสิ่งลึกลับไร้คำอธิบาย
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30907

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 90  เมื่อ 26 ก.ค. 13, 08:50

     มหาดเล็กคนสนิทของรัชกาลที่ 6 ผู้หนึ่ง คือ "จมื่นเทพดรุณทร" ท่านผู้นี้ได้เล่าให้ข้าราชบริพารฟังต่อ ๆ กันมาว่า
     "ในหลวง (ร.6)" ทรงเรียกท้าวหิรัญพนาสูรว่า "ตาหิรัญฮู" ซึ่งคนในวังสมัย ร.6 จะรู้ถึงกิตติศัพท์ของ "ตาหิรัญฮู" ดีว่าสำแดงเดชและอภินิหารอย่างไรบ้าง จึงเล่ากันปากต่อปากเรื่อยมา อย่างเรื่องแรกเกิดขึ้นเมื่อรัชกาลที่ 6 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างรูปท้าวหิรัญพนาสูร โดยให้พระยาอาทรธรศิลป์ (ม.ล.ช่วง กุญชร) เป็นผู้ดำเนินการ โดยมีมิสเตอร์แกลเลตตี นายช่างชาวอิตาเลี่ยนที่มาทำงานในกรมศิลปากรเป็นผู้หล่อ

      เมื่อหล่อเสร็จก็จะยกขึ้นตั้งบนฐานในพระราชวังพญาไท มิสเตอร์แกลเลตตีก็เอาเชือกผูกคอท้าวหิรัญฮูชักรอกขึ้นไป เสร็จแล้วมิสเตอร์แกลเลตตีก็ป่วยกะทันหันทำงานไม่ได้ เพราะคอเคล็ดโดยไม่รู้สาเหตุ พอพระยาอาทรไปเยี่ยม ท่านพอจะรู้สาเหตุจึงบอกว่าคงเป็นเพราะเอาเชือกไปผูกคอรูปหล่อท้าวหิรัญฮูให้เอาดอกไม้ ธูป เทียนไปขอขมาเสีย เมื่อนายช่างชาวอิตาเลี่ยนทำตามคอที่เคล็ดจึงกลับมาเป็นปกติอย่างอัศจรรย์


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30907

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 91  เมื่อ 26 ก.ค. 13, 08:55

   อีกเหตุการณ์หนึ่งเกี่ยวกับ "ท้าวหิรัญพนาสูร" เกิดขึ้นเมื่อครั้งที่รัชกาลที่ 6 สวรรคตแล้ว  พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นเสวยราชย์    วันหนึ่งพระองค์ได้เสด็จฯ ตรวจบรรดารถยนต์พระที่นั่งซึ่งเป็นพระราชมรดก โดยมีกรมหมื่นอนุวัติจาตุรนต์เสด็จไปด้วย กรมหมื่นอนุวัติฯกราบทูลขอรถยนต์พระที่นั่งคันหนึ่ง  เป็นคันที่มีรูปท้าวหิรัญฮูติดอยู่ด้วย   พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าฯก็พระราชทานให้
    เมื่อกรมหมื่นอนุวัติฯนำรถกลับไปไว้ที่วังสี่แยกหลานหลวง คืนนั้นก็นอนไม่หลับ ได้ยินเสียงกุกกัก ๆ ในโรงเก็บรถทั้งคืน ครั้งลุกไปดูก็ไม่เห็นมีอะไร จึงคิดว่าอาจเป็นเสียงหนู แต่ขณะที่กำลังคิดในทางที่ดีก็ต้องสะดุ้งสุดตัว เพราะจู่ ๆ ไฟในโรงรถก็เกิดสว่างจ้าขึ้นมาเฉย ๆ ทั้ง ๆ ที่โรงรถปิดอยู่ จึงเรียกคนขับรถและมหาดเล็กไปช่วยกันดู แต่พอเปิดประตูโรงเก็บรถก็ต้องใจหายเป็นครั้งที่ 2 เพราะไม่มีใครอยู่ในนั้นเลย และยังน่าสงสัยที่เห็นรถจอดขวางโรง ซึ่งแต่แรกไม่ได้จอดในลักษณะนี้ จึงต้องช่วยกันกลับรถจอดใหม่ จากนั้นรุ่งขึ้น กรมหมื่นอนุวัติจาตุรงค์ต้องจัดเครื่องเซ่นสังเวยท้าวหิรัญฮูเพื่อขอขมา และไม่ใช้รถพระราชทานคันนั้นอีกเลย
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30907

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 92  เมื่อ 27 ก.ค. 13, 09:37

เรื่องนี้เคยลงแล้วในกระทู้เก่า สมเด็จพระศรีสวรินทิราฯ

ในวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2498 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินมายังวังสระปทุมเมื่อเวลาประมาณ 2 ยาม เนื่องจากคณะแพทย์ที่ถวายการรักษาสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้ากราบบังคมทูลว่าพระอาการทรุดหนักสุดที่จะแก้ไข   พระชนมชีพคงจะถึงที่สุดในไม่ช้า
ภายในห้องพระบรรทมของสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้านั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงยืนอยู่ปลายพระบาท พร้อมด้วยคณะแพทย์และพยาบาลที่เฝ้าพระอาการ ส่วนหน้าห้องพระบรรทม สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถประทับอยู่  นอกจากนั้น ก็มีพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวาปีบุษบากร พระราชธิดาบุญธรรม  หม่อมเจ้าหลาน ๆ และข้าหลวงหมอบเฝ้าเต็มไปหมด เนื่องจากเป็นที่ทราบกันแล้วว่าพระอาการน่าเป็นห่วงตั้งแต่ 5 ทุ่ม จึงมาคอยส่งเสด็จกันพร้อมหน้าในวาระสุดท้าย

หลังจากตีสองชาววังที่เฝ้าอยู่ในที่นั้นทั้งปวงต่างก็ได้ยินเสียงสวดมนต์เบา ๆ ติดต่อกันโดยหาตัวผู้สวดไม่ได้ พอผ่านไปได้ 16 นาที สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าก็เสด็จสวรรคตด้วยพระอาการสงบ เมื่อเวลา 2.16 น. โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงถวายบังคม "สมเด็จย่า" อยู่ที่เบื้องปลายพระบาทนั่นเอง สิริพระชนมายุได้ 93 พรรษา 3 เดือน 7 วัน
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30907

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 93  เมื่อ 22 ส.ค. 13, 10:12

คุณประกอบเคยได้ยินชื่อ Ed และ Lorraine Warren ไหมคะ  สองสามีภรรยาคู่นี้เป็นนักล่าผีตัวจริง   เคยไปสืบคดีผีสิงต่างๆ จนเอามาเขียนหนังสือได้หลายต่อหลายเล่ม   เรื่องพวกนี้เอาไปทำหนังก็เยอะ 
แต่ไม่อธิบายละค่ะ ไปหาอ่านเอาเอง   ยิ่งอ่านตอนดึกๆ อยู่คนเดียวได้ยิ่งดี    จะได้บรรยากาศ


บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1286


ความคิดเห็นที่ 94  เมื่อ 22 ส.ค. 13, 15:18

สองคนนี้ผมไม่เคยได้ยินเลยครับ  ได้ลายแทงต้องไปหาข้อมูลซะแล้ว   คร่าวๆ ได้ข้อมูลมาว่าตาเอ๊ดเองตายไปตั้งแต่ปี 2006 ซะแล้ว ส่วนภรรยายังมีชีวิต  และได้ชื่อว่าเป็นพวกมีญาณคนนึง  นี่ข้อมูลคร่าวๆ จาก wiki


พูดถึงคนมีญาณ เมื่อสองสามปีก่อนพี่สาวผมได้รู้จักผู้มีญาณคนนึง  ซึ่งได้เตือนพี่สาวผมว่าปีนี้จะต้องมีผ่าตัดใหญ่ในช่องท้อง พี่สาวผมก็ฟังๆ ไว้ ยังไม่ได้ปักใจเชื่อ  แล้วเมื่อไม่กี่เดือนก่อนพี่สาวไปตรวจร่างกายปรากฏว่ามีเนื้องอกในรังไข่  พี่สาวผมต้องผ่าเนื้องอกนี้ บวกรังไข่ 1 ข้างและแถมมดลูกไปด้วยเมื่อตอนต้นเดือนนี้เอง  ตอนนี้กำลังพักฟื้น และผู้มีญาณได้บอกด้วยว่าน้องชาย(คือผม) จะเรียนจบ แต่ต้องเกินเวลา บอกไว้ตั้งแต่ผมมาอังกฤษใหม่ๆ และตอนนี้ผมกำลังขอต่อเวลาจริงๆ แต่จะจบหรือเปล่านี่ยังไม่รู้  ก็หวังว่าญาณทิพย์ของท่านจะแม่นจริง  กลัวจะเป็นจบเห่แทน ยิงฟันยิ้ม  ยิงฟันยิ้ม  ยิงฟันยิ้ม  จริงๆ ยังมีอีกหลายเรื่องที่ท่านพูดเกี่ยวกับพี่สาวผม แต่ออกจะปาฏิหารณ์และเร้นลับมากหน่อยและยังไม่มีข้อพิสูจน์ ต้องดูกันต่อไป


อีกหน พี่สาวผมไปหาหลวงพ่อองค์นึงในภาคอิสานที่ใครต่อใครลือว่าท่านวิเศษ แต่ท่านจะไม่ทำนายอะไรให้ใครง่ายๆ  โดยเฉพาะนักการเมืองบางคนท่านชี้หน้าบอกว่าเอ็งเป็นคนเลวไม่ทำนายให้  พี่สาวต้องไปให้คำสัตย์ปฏิญาณก่อนท่านถึงดูให้  พี่สาวก็พ่วงถามเรื่องผมไปด้วย   ท่านตอบมาแม่นจริงๆ


ท่านบอกว่า น้องชายขี้เกียจจริงๆ เลย ไม่ขยันเลย หนังสือหนังหาก็ไม่อ่าน  แบบนี้มันจะจบได้ไง แต่ปีหน้าดวงจะดีทำอะไรราบรื่นมาก บอกน้องชายให้รีบขยัน ถ้าเป็นปีหน้างานถึงจะจบแน่นอน ผมฟังแล้วตรงจริงๆ แม่นยิ่งกว่าตาเห็น  ยังกะท่านมานั่งข้างๆ office ผมจริงๆ  ยิงฟันยิ้ม  ยิงฟันยิ้ม  ยิงฟันยิ้ม  แล้วท่านยังเตือนว่าให้ระวังขับรถขับราหน่อยปีนี้ น้องชายมีรถสีเงินๆ แวนๆ หน่อยใช่มั๊ย  ผมใช้รถสีเงิน 5 ประตูอยู่จริงๆ ซะด้วย ก็ไม่รู้ว่าท่านรู้ได้ไง ช่วงนี้ขับรถขับราเลยต้องระวังแจ  


อ๊ะๆ  บางคนอยากรู้แล้วใช่มั๊ยว่าจะไปหาหลวงพ่อหรือผู้มีญาณท่านนี้ที่ไหน  เจ๋ง  เจ๋ง
บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30907

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 95  เมื่อ 23 ส.ค. 13, 15:32

   ไม่สนับสนุนให้ไปรบกวนท่านค่ะ
   ขอพาคุณประกอบมาเจอเรื่องระทึกขวัญ     ถ้าเรียนจบจะกลับบ้านเมื่อไหร่ ควรข้ามจากอังกฤษมาโร้ด ไอร์แลนด์ รัฐนิวยอร์ค  ตรงไปที่เมือง Amityville สู่บ้านเลขที่ 112 Ocean Avenue   มันเป็นบ้านสยองขวัญอันดับหนึ่งของอเมริกา
บ้านหลังนี้เป็นบ้านเก่า  สร้างสไตล์ดัชท์ โคโลเนียล      มีครอบครัวต่างๆย้ายกันเข้ามาอยู่เรื่อยๆตามกาลเวลาจนถึงค.ศ. 1974  ครอบครัวชื่อ DeFeo เป็นเจ้าของบ้านประกอบด้วยพ่อแม่และลูกอีก 5 คน   ในจำนวนนี้คือหนุ่มอายุ 23 ปีชื่อโรนัลด์   คืนหนึ่งเมื่อทุกคนกำลังหลับสนิท เขาก็ยิงพ่อแม่ และพี่น้องอีก 4 คนตายเรียบวุธ    ตัวเขาเองก็ถูกตำรวจจับได้   ทุกวันนี้ยังติดคุกอยู่

หนึ่งปีต่อมา  นายหน้าขายบ้านได้ขายบ้านหลังนี้ด้วยราคาถูกเป็นพิเศษให้ครอบครัวใหม่   สามีชื่อ จอร์ช ลัทซส์  ภรรยาชื่อเคธี  มีลูกติดสามคนยังเล็กอยู่     พวกนี้ย้ายเข้ามาอยู่ได้ 28 วันก็เปิดแน่บออกจากบ้าน เพราะถูกหลอกหลอนจนไม่เป็นอันอยู่ได้ตามปกติ


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30907

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 96  เมื่อ 23 ส.ค. 13, 15:38

เรื่องนี้ ถ่ายทอดลงเป็นหนังสือ แล้วกลายเป็นเบสต์เซลเลอร์   ฮอลลีวู้ดเอาไปทำหนังหลายครั้งหลายครา    เวลาผ่านไป 37 ปีจนสามีภรรยาคู่นี้ถึงแก่กรรมไปแล้ว  ลูกๆก็โตขึ้นเป็นชายหญิงวัยกลางคน    แดนนี่ลูกชายคนโตซึ่งตอนนั้นอายุ 10 ขวบยอมเปิดปากในวัย 47 ปีว่า เป็นเรื่องจริง 
แต่...ก็ยังมีคนไม่เชื่อว่าจริงอยู่ดี    เพราะว่าหลังจากสามีภรรยาคู่นี้ย้ายออกแบบกะทันหัน   ก็มีเจ้าของใหม่ย้ายเข้ามาอยู่    เปลี่ยนมือกันไปอีก     ก็ไม่ปรากฏว่ามีใครเห็นอะไรผิดปกติ     มีเจ้าของคู่หนึ่งที่อยู่ถึง 10 ปีก็ไม่เจออะไรทั้งสิ้น
อาจจะรอคุณประกอบพิสูจน์อยู่ก็ได้ค่ะ


อยากอ่านไปอ่านเองนะคะ
http://www.dailymail.co.uk/news/article-2290279/Haunted-Amityville-Eldest-son-Lutz-family-reveals-living-possessed-Long-Island-home-ruined-life.html
บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1286


ความคิดเห็นที่ 97  เมื่อ 23 ส.ค. 13, 21:32

สำหรับคนที่ใจรักเรื่องลึกลับและอยากเอาดีทางเป็นนักสืบสวนสอบสวนพิสูจน์สิ่งเร้นลับอย่างท่านอาจารย์ใหญ่  ผมขอแนะนำเครื่องมือจำเป็นที่นักพิสูจน์ผีชั้นดีควรจะมีติดไม้ติดมือไว้ครับ  เผื่อเวลาไปทัวร์ญี่ปุ่นบ้าง ยุโรปบ้าง หรือแม้แต่โรงแรมในเมืองไทยอาจจะลองใช้เครื่องมือพวกนี้มาตรวจสอบดูได้ ว่าใครหว่าที่ชอบมาเคาะประตูห้องท่านอาจารย์ตอนดึกๆ  หรือท่านอาจารย์นวรัตนฯ จะใช้ลองวัดดูว่าเงาตะคุ่มๆ ที่ใกล้ๆ รั้วบ้านที่เห็นตรงหางตาบ่อยๆ ตอนดึกๆ  หนะจะใช่อย่างที่คิดหรือเปล่า


อุปกรณ์แรกที่ท่านอาจารย์ควรจะมีไว้คือ  EMF Meter หรือเครื่องตรวจจับสนามแม่เหล็ก  สนนราคาก็ไม่แพง มีตั้งแต่ไม่กี่ร้อยบาทจนถึงหลายพัน ทั้งแบบมีแค่ไฟวับๆ แวมๆ จนถึงมีตัวเลขดิจิตอลบอกค่าสนามแม่เหล็ก วิธีใช้ก็ไม่ยาก ถือไปส่องๆ วัดๆ แถวๆ ที่ที่สงสัย ดูว่ามิเตอร์ขยับผิดปกติหรือเปล่า  สถานที่แรกที่อยากให้ลองวัดคือในห้องน้ำครับ  เคยได้ยินมาว่าวิญญาณร้ายมักจะชอบสิงสู่อยู่ในห้องน้ำ




บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1286


ความคิดเห็นที่ 98  เมื่อ 23 ส.ค. 13, 21:45

อีกอุปกรณ์ที่ท่านอาจารย์ควรจะมีไว้เวลาแว่บลงจากเรือนก็คือกล้อง Nikon รุ่นนี้ครับ Nikon Full Spectrum CoolPix Camera เป็นรุ่นดัดแปลงพิเศษถ่ายสเปคตรัมของแสงได้ พูดง่ายๆ คือถ่ายภาพออกมาเห็นเป็นสีต่างๆ กันไปตามลำดับพลังงาน  สามารถใช้พร้อมกับมิเตอร์ก่อนหน้าได้เลย  ตรงไหนมิเตอร์บอกพลังงานผิดปกติ ก็เอากล้องถ่ายต่อเลย เอารูปมาดูความผิดปกติ

หรือลองถ่ายภาพปกติ อาจจะได้เห็นมือไม่มีเจ้าของ หรือเงาลางๆ โอบหลังโอบไหล่  รวมถึงใบหน้าลึกลับด้านหลังภาพก็ได้


บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11000


ความคิดเห็นที่ 99  เมื่อ 23 ส.ค. 13, 22:13

เครื่องอะไรต่อมิอะไรที่บอกมาน่ะ ผมสนใจหมดเลย ไม่สนอยู่อย่างเดียวคือ ผี


บันทึกการเข้า
Arboramo
อสุรผัด
*
ตอบ: 14


ความคิดเห็นที่ 100  เมื่อ 30 ส.ค. 13, 11:14

แต่ละเรื่องน่าสนใจมากๆครับ

ทำให้ผมนึกขึ้นได้ว่า
ที่ญี่ปุ่น มีธรรมเนียมที่ใคร่จะผิดแผกกับบ้านเราในแง่ที่ว่าพอเข้าหน้าร้อน(ซึ่งมักจะร้อนและชื้นจนนอนไม่หลับ)
เขาจะต้องตั้งวงเล่าเรื่องผีกัน
คาดว่าหลายๆท่านอาจจะคุ้นเคยกับรูปลักษณ์หรือเรื่องผีญี่ปุ่นอยู่บ้าง แต่ส่วนตัวผมไม่รู้ครับ กลัวผี แหะๆ (ผีผ้าห่มไม่นับครับ)

เคยถามเพื่อนชาวญี่ปุ่น(ซึ่งเขาก็น่าจะเดาเอา)ได้ความว่า พอกลัวก็จะรู้สึกหนาวเยือกจนนอนได้นั่นเองครับ ผมได้ยินแล้วไม่ใคร่จะเชื่อเท่าไหร่ เพราะส่วยตัวถ้าได้ยินเรื่องพรรคนี้แล้วจะนอนไม่หลับเอา

เรื่องที่น่าสนใจประการหนึ่งคือ ผมได้ยินจากเพื่อนชาวอเมริกันว่าในยุคต่อต้านชาวต่างชาตินั้น มีการประดิษฐ์ภูตผีใช้เป็นสัญลักษณ์แทนชาวตะวันตกด้วย แต่รายละเอียดเป็นเช่นไรนั้นผมเองก็ไม่ทราบครับ 
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30907

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 101  เมื่อ 30 ส.ค. 13, 18:10

อ้างถึง
เรื่องที่น่าสนใจประการหนึ่งคือ ผมได้ยินจากเพื่อนชาวอเมริกันว่าในยุคต่อต้านชาวต่างชาตินั้น มีการประดิษฐ์ภูตผีใช้เป็นสัญลักษณ์แทนชาวตะวันตกด้วย แต่รายละเอียดเป็นเช่นไรนั้นผมเองก็ไม่ทราบครับ
น่าสนใจ   กรุณาขยายความหน่อยว่าชาวอเมริกันต่อต้านชาวต่างชาติในยุคไหนสมัยไหนคะ     และต่างชาติที่ว่าคือชาติไหน  ยุโรป  เอเชีย  ตะวันออกกลาง  หรือที่ไหนกันแน่
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 5 6 [7]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.039 วินาที กับ 19 คำสั่ง