เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6 7 ... 9
  พิมพ์  
อ่าน: 37603 เรื่องผีๆ และสิ่งลึกลับไร้คำอธิบาย
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11031


ความคิดเห็นที่ 60  เมื่อ 09 ก.ค. 13, 16:33

เข้ามาเยี่ยมในกระทู้นี้แล้วทะลึ่งไปเปิดคลิ๊ปของคุณศิลาเข้า โดยไม่ไม่สนใจคำเตือน

งงเลยอัตโน
เข้าไปต่อกระทู้ของตัวเองไม่ถูก  เลยต้องขอประกาศลาป่วย ณ กระทู้นี้ชั่วคราว
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31030

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 61  เมื่อ 09 ก.ค. 13, 17:01

^
ท่านออกญาศรีนวรัตนเปื่อยซะแล้ว    เดี๋ยวชวนพรรคพวกไปแฮ็คกระทู้ริชลิวดีกว่า


บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1287


ความคิดเห็นที่ 62  เมื่อ 09 ก.ค. 13, 17:18

เข้ามาเยี่ยมในกระทู้นี้แล้วทะลึ่งไปเปิดคลิ๊ปของคุณศิลาเข้า โดยไม่ไม่สนใจคำเตือน

งงเลยอัตโน
เข้าไปต่อกระทู้ของตัวเองไม่ถูก  เลยต้องขอประกาศลาป่วย ณ กระทู้นี้ชั่วคราว

ฮิฮิ ได้พวกไม่เชื่อคำเตือนเพิ่มมาอีกคนแล้ว   แลบลิ้น  แลบลิ้น  แลบลิ้น   ถึงกับจับไข้เลย
บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31030

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 63  เมื่อ 10 ก.ค. 13, 11:08

ภาพลายเส้นบนทะเลทรายนาซคา ในเปรู  (The Nazca lines of Peru)

ในทะเลทรายบนที่ราบสูง ทางตอนใต้ของเปรู  อันเป็นที่กันดาร  มีแต่ภูเขาล้อมอยู่ทุกด้าน ปรากฏลายเส้นเก่าแก่ซึ่งไม่มีที่มาที่ไปว่ามนุษย์สร้างไว้ทำไม   เพราะถ้ามองจากพื้นดินมันเหมือนขุดร่องแคบๆเป็นเส้นยาวหักเลี้ยวไปมา กินเนื้อที่กว้างขวางหลายตารางก.ม.     ต้องขึ้นไปดูบนที่สูง เช่นนั่งเครื่องบินดูเท่านั้นจึงจะเห็นว่าลายเส้นทั้งหมดประมวลเข้าเป็นรูปสัตว์ต่างๆ    ด้วยฝีมือดีไซน์ที่ได้สัดส่วนสวยงามน่าอัศจรรย์   
สัตว์เหล่านี้มีทั้งนกรูปร่างประหลาด (ที่ซายาเพ็ญน่าจะบอกได้ว่าเหมือนนกอะไร)  ลิง( ก็ซายาเพ็ญอีกนั่นแหละที่บอกได้ว่าพันธุ์ไหน)แมงมุมขยุ้มหลังคา 
ไม่มีใครรู้ว่าชาวเปรูโบราณหอบสังขารมาทรมานทรกรรมขุดพื้นผิวหินเป็นร่องจนมองเห็นดินสีขาวข้างใต้    เพื่อทำร่องพวกนี้ไปหาอะไรกัน   มันเป็นแรงงานที่ใช้เวลานานมาก    ไหนจะต้องออกแบบลาย ไหนจะต้องหาที่เหมาะๆ   ไหนจะต้องลงมือทำให้ได้สัดส่วนพอดี   โดยที่ผู้ทำเองก็หามองเห็นลายได้ไม่ เพราะจะเห็นได้ต่อเมื่อมองลงมาจากด้านบนท้องฟ้าเท่านั้น    ถ้าอยู่บนพื้นดินด้วยกันก็เห็นแต่ร่องยาวๆ

นักทฤษฎีพระเจ้าจากอวกาศอย่างดานิเก้นเห็นลวดลายพวกนี้ก็ตีปีกว่า พระเจ้าแน่ๆ     ผู้ที่เห็นได้คือพระเจ้าเอเลี่ยนเท่านั้น   มันน่าจะเป็นสนามบินสำหรับยานอวกาศร่อนลง จึงสร้างไว้เป็นเครื่องหมายรันเวย์
แต่นักวิชาการสาขาอื่นไม่เชื่อทฤษฎีนี้เพราะไม่มีหลักฐานรองรับ    แต่นักวิชาการทุกสาขาก็ยังไม่มีหลักฐานอื่นรองรับอีกเหมือนกันว่ามันถูกสร้างขึ้นไว้ทำไม  ได้แต่สันนิษฐานกันไปคนละทางสองทาง


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31030

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 64  เมื่อ 10 ก.ค. 13, 11:10

สองปีก่อนนักสำรวจชาวญี่ปุ่นค้นพบลายเพิ่มขึ้น เป็นรูปร่างคนหน้าตาบ้องแบ๊ว  สลักอยู่บนพื้นหิน     พอเห็นนักทฤษฎีเอเลี่ยนก็บอกว่า..มนุษย์ต่างดาวแน่ๆ


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10859



ความคิดเห็นที่ 65  เมื่อ 10 ก.ค. 13, 11:21

พิจารณาแล้ว มีความเห็นว่าเรื่องข้างบนน่าจะไปอยู่ที่ กระทู้มนุษย์ต่างดาว  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31030

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 66  เมื่อ 10 ก.ค. 13, 16:32

ไม่ได้ค่ะคุณเพ็ญ   เพราะความเห็นที่ว่าเป็นลานจอดยานมนุษย์ต่างดาวนั้น  มีดานิเก้นเป็นคนสันนิษฐานลอยๆ     และไม่เป็นที่ยอมรับของนักโบราณคดี นักวิทยาศาสตร์ นักอะไรต่อมิอะไรที่สำรวจทะเลทรายนาซคา   เนื่องจากไม่มีหลักฐานรองรับจนอย่างเดียว


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31030

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 67  เมื่อ 10 ก.ค. 13, 17:02

ดวงไฟมาร์ฟา(The Marfa lights) เป็นแสงสว่างดวงกลมๆ ไม่รู้ที่มาที่ไป  ปรากฏให้เห็นบ่อยๆในที่ราบ ทางตะวันออกของเมืองมาร์ฟา รัฐเทกซัส สหรัฐอเมริกา

มีผู้รายงานเรื่องดวงไฟประหลาดนี้เป็นครั้งแรกเมื่อพ.ศ. 2500 แต่ว่ากันว่า มีผู้เห็นถอยหลังกลับไปตั้งแต่ศตวรรษที่ 19   ลักษณะเป็นดวงไฟกลมๆ ขนาดเท่าลูกบาสเก็ตบอล  ลอยต่ำๆเหนือพื้นดินประมาณไหล่คน    มีหลายดวงและสีสันต่างกัน  เช่นขาว  เหลือง ส้ม แดง บางครั้งก็เปล่งแสงสีเขียวและฟ้า ก็มี     
ดวงไฟเหล่านี้ลอยไปเรื่อยๆ  แต่สามารถเคลื่อนที่ได้ฉับไวและกระจายกันไปหลายทิศทาง  บางทีมาเดี่ยว บางทีก็ลอยมาเป็นกลุ่ม   ไม่มีใครบอกได้ว่ามันเป็นแสงของวัตถุหรือสารเคมีชนิดไหน    บางคนพยายามอธิบายว่ามันเป็นแสงสะท้อนของบรรยากาศ เมื่อกระทบแสงไฟหน้ารถยนต์ในที่ไกล      หรือแสงสะท้อนจากสารผลึกแร่ธาตุในดิน   แต่ก็อธิบายกันไปแบบเลื่อนลอย จับหลักฐานไม่ค่อยจะติด     
ไม่มีใครเคยเข้าถึงดวงไฟเหล่านี้ได้ระยะใกล้   แต่มีผู้ถ่ายรูปไว้ได้เป็นจำนวนมาก     ฝรั่งอาจจะงง ไม่รู้ว่าเป็นไฟอะไร   แต่ถ้าเป็นคนไทยเห็นเข้าก็ร้องอ๋อ แล้วบอกว่า "กระสือไงล่ะยู"





บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31030

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 68  เมื่อ 10 ก.ค. 13, 17:03

ดวงสีฟ้าสว่างกว่าเพื่อนนั่นแหละค่ะ กระสือมาร์ฟา


บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1287


ความคิดเห็นที่ 69  เมื่อ 10 ก.ค. 13, 19:28

ภาพซูมดวงไฟมาร์ฟาครับ  ยิงฟันยิ้ม  ยิงฟันยิ้ม  ยิงฟันยิ้ม



บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31030

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 70  เมื่อ 10 ก.ค. 13, 19:57

โห  ชัดมากเลย   คุณชายประกอบเทพอธิบายสิ่งลึกลับได้แล้ว  ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1287


ความคิดเห็นที่ 71  เมื่อ 11 ก.ค. 13, 06:07

เอาเรื่องผีที่เป็นเรื่องจริงมาเล่าให้ฟังซักเรื่องเพื่อดันกระทู้  เรื่องนี้ผมเขียนไว้ในบล็อกส่วนตัวเมื่อนานมาแล้ว วันนี้เอาของเก่ามาขายกินซะหน่อย เรื่องนี้ผู้ประสบเหตุคือพี่สาวแท้ๆ กับพี่เขยผมเองครับ  ยิงฟันยิ้ม  ยิงฟันยิ้ม  ยิงฟันยิ้ม


ตอนนั้นพี่สาวผมซึ่งทำงานเป็นตุลาการย้ายไปรับราชการที่จังหวัดนั้น พร้อมกับพี่เขยซึ่งทำงานที่เดียวกัน
เนื่องจากบ้านพักของทางราชการมีไม่เพียงพอ ทั้งคู่จึงต้องวิ่งเต้นหาเช่าบ้านก่อนที่จะย้ายไป


ก็มีคนแนะนำบ้านหลังนั้นให้ อยู่ในหมูบ้านจัดสรรไม่ห่างจากใจกลางเมืองนัก เป็นบ้านกลางเก่ากลางใหม่ มีเฟอร์นิเจอร์พร้อม
เจ้าของบ้านทำงานธนาคาร ต้องย้ายไปต่างจังหวัดพอดี จึงให้เช่าบ้าน โดยมีญาติที่อยู่ไม่ไกลกันนัก ช่วยดูแลและเป็นตัวกลางติดต่อระหว่างผู้เช่ากับเจ้าของบ้าน

เมื่อได้เห็นบ้านครั้งแรก พี่สาวผมรู้สึกพอใจกับบ้านนี้มาก จึงขอเช่าทันทีจนทำสัญญารับมอบกุญแจบ้านกันเรียบร้อย


วันอาทิตย์

วันแรกที่ย้ายไป พี่สาวกับพี่เขยขับรถไปด้วยกัน มีพ่อกับแม่ผมขับรถกระบะขนของตามไปด้วยอีกคัน ออกจากกรุงเทพแต่เช้า ไปถึงบ้านหลังนั้นช่วงสาย ๆ แล้ว

ความประทับใจแรกต้องหายไป เมื่อพี่เขยซึ่งพยายามไขกุญแจเข้าไปในบ้าน ไม่สามารถไขได้ จนพ่อผมที่ไปด้วยอารมณ์เสีย บอกให้ไปหาบ้านหลังอื่นดีกว่า

ต้องใช้เวลาอยู่นานกว่าสิบนาทีกว่าพี่เขยจะไขได้ ซึ่งก็แปลก เพราะตอนไปดูบ้าน หรือว่าหลังจากนั้น ไม่มีปัญหากับเรื่องการไขกุญแจประตูอีกเลย


เมื่อเข้าบ้านกันได้ แม้จะอารมณ์เสียไปนิด ทั้งหมดก็ทำการสำรวจบ้านทำความสะอาด

บ้านเป็นบ้านสองชั้นทรงทันสมัย 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ บนพื้นที่ประมาณ 50 ตารางวา
ชั้นล่างเป็นห้องครัว ห้องรับแขกใหญ่และห้องน้ำ
ชั้นบนมี 3 ห้องนอน มีห้องนอนใหญ่พร้อมห้องน้ำในตัว ซึ่งพี่ผมใช้เป็นห้องนอน

ตรงกลางเป็นห้องนอนเล็ก ข้างในมีเตียงสองชั้นซึ่งพี่ผมเรียกว่าห้องเด็ก

อีกห้องด้านริมเป็นห้องโล่ง ใช้เก็บของ

หมู่บ้านนี้แม้จะอยู่ไม่ไกลตัวเมือง แต่เรื่องจากบ้านมีขนาดใหญ่ จึงค่อนข้างร้าง บ้านข้างๆ ทั้งสองบ้านรวมทั้งบ้านตรงข้ามเป็นบ้านร้าง ไม่มีคนอยู่ มีแต่หลังที่เยื้องกันเท่านั้นที่มีคน ส่วนด้านหลังบ้านเป็นทุ่งหญ้าคาโล่งสุดลูกหูลูกตา มองไปลิบๆ จะเห็นทางหลวงแผ่นดินที่ตัดผ่าน


ในบ้านมีเฟอร์นิเจอร์ตู้เตียง แอร์ เครื่องครัวพร้อม เพียงถือกระเป๋าเสื้อผ้าก็เข้าอยู่ได้เลย

แม้หน้าต่างทุกบานจะปิดสนิทอยู่เพื่อกันฝุ่น สิ่งแรกๆ ที่ทุกคนต้องทำคคือทำความสะอาดบ้าน โดยเฉพาะพ่อกับแม่ผมที่ขยันมาก โดยเริ่มจากห้องนอนต่างๆ ชั้นบนก่อน

จุดแปลกแรกที่เจอคือในห้องเด็กที่แม่เข้าไปทำความสะอาด นอกจากเตียงสองชั้นแล้วจะมีตู้เสื้อผ้าด้วย
เมื่อทำความสะอาดแม่ผมก็พบเคียวเกี่ยวข้างอันหนึ่ง วางฝุ่นจับอยู่บนหลังตู้
ที่น่าแปลกคือบนเคียวมีตัวอักษรเขียนอยู่ด้วยแป้งหรืออะไรซักอย่างคล้ายพิธีทางไสยศาสตร์ เขียนว่า ด.ญ. พิมพ์จิตร


เมื่อเห็นดังนั้น แม่ก็เลยวางเคียวกลับไปที่เดิม แล้วก็ทำความสะอาดต่อไป
ทุกอย่างผ่านไปอย่างราบรื่น
คืนนั้นพี่สาวกับพี่เขยนอนในห้องนอนใหญ่ ส่วนแม่กับพ่อผมปูผ้านอนในห้องรับแขก
แม่มาเล่าให้ฟังตอนหลังว่า ตอนเวลาประมาณตีสาม แม่ได้ยินเสียงหมาจำนวนมากหอนกันดังสนั่นรอบบ้านเป็นเวลานาน แต่คนอื่นๆ ไม่มีใครตื่นจึงไม่ได้ยิน
ที่น่าแปลกคือรอบๆ หรือในหมู่บ้าน ก็ไม่เห็นจะมีใครเลี้ยงหมาหรือมีหมาจรจัดเลย


ยังไม่จบนะคร้าบบ เดี๋ยวค่อยมาต่อ เรียกแขกไว้ก่อน  ยิงฟันยิ้ม  ยิงฟันยิ้ม  ยิงฟันยิ้ม

บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31030

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 72  เมื่อ 11 ก.ค. 13, 12:02

มารออ่าน


บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1287


ความคิดเห็นที่ 73  เมื่อ 11 ก.ค. 13, 13:26


วันจันทร์

วันรุ่งขึ้น แม่กับพ่อก็กลับกรุงเทพ ส่วนพี่สาวกับพี่เขยก็ไปทำงาน
เนื่องจากพี่สาวผมเป็นสาวยุคใหม่ ไม่ชอบทำงานบ้านเอง จึงคิดว่าจะจ้างนักการของที่ทำงานมาทำความสะอาดบ้านให้
และเนื่องจากอาจจะจ้างในวันนั้นและให้ทำความสะอาดในวันนั้นเลย ก่อนออกจากบ้าน พี่สาวจึงเปิดประตูห้องนอนทั้งสามห้องไว้ เผื่อว่าถ้าแม่บ้านมาจะได้กล้าเข้าไปทำความสะอาด เพราะหน้าต่างทุกบานก็ปิดอยู่แล้ว


แต่เผอิญวันนั้นแม่บ้านยังไม่สะดวกมา จึงยังไม่มีใครมาทำความสะอาด

เมื่อพี่สาวกลับมาตอนเย็น ก็พบเรื่องแปลกว่า ประตูห้องนอนที่เปิดอ้าทิ้งไว้นั้น ในห้องนอนใหญ่กับห้องนอนว่างยังคงเปิดอยู่

แต่...ประตูห้องเด็กกลับปิดสนิทเรียบร้อย

แม้จะมีสังหรณ์ใจบางอย่าง พี่สาวก็ยังคิดว่าคงไม่มีอะไรมากนัก อาจจะเป็นลมหรือพื้นเอียง เพราะหน้าต่างทุกบานยังคงปิดสนิท
เวลาอยู่บ้าน พี่สาวจะเปิดแอร์ทั้งในห้องนอนและห้องรับแขก

หลังจากนั้น พี่สาวจะบอกแม่บ้านว่า ไม่ต้องทำความสะอาดห้องเด็ก ให้เว้นไว้

วันอังคาร

ผ่านไปอีกหนึ่งคืน แม้จะได้ยินเสียงแปลก ๆ บ้างเหมือนมีคนเดินขึ้นลงบันได และเสียงเหมือนมีคนปิดเปิดประตูในห้องอื่น พี่สาวก็ยังไม่คิดมาก

เช้าวันใหม่ก็ออกไปทำงานแต่เช้า พร้อมกับนัดช่างติดเคเบิ้ลทีวี เข้ามาติดตั้งในช่วงหัวค่ำของวัน

ค่ำวันนั้นฝนตกพรำ ๆ ช่างเข้ามาประมาณหกโมงเย็นพร้อมเจ้าของบ้าน
เมื่อทำการติดตั้ง ทั้งหมดก็ได้กลิ่นแหม็นตลบอบอวลอยู่ในบ้าน เป็นกลิ่นเหมือนมีตัวอะไรตายเน่าอยู่

แม้จะพยายามหาที่มาของกลิ่น ก็หาไม่พบ เมื่อเดินออกไปนอกตัวบ้านกลับไม่ได้กลิ่น จนช่างที่มาติดตั้งเองก็บ่น ว่าทำไมเหม็นเหมือนอะไรตาย จนช่างรีบๆ ติดตั้งให้เสร็จๆ ไป

เมื่อเสร็จก็ออกไปจากบ้านทันทีตอนประมาณหนึ่งทุ่ม พี่สาวกับพี่เขยก็ออกไปหาข้าวเย็นกินกันด้วย เมื่อทั้งคู่กลับมาบ้านอีกครั้งประมาณ 2 ทุ่มกว่า กลิ่นเหม็นที่เคยอบอวลก็จางลงไปมากแล้ว ตอนนี้ทั้งคู่เริ่มรู้สึกไม่ชอบใจบ้านนี้แล้ว

วันพุธ


เป็นวันที่ทั้งคู่กลับมาบ้านตอนมืดแล้ว ข้างนอกบ้านฝนตกพรำๆ พี่สาวก็ตั้งใจว่าจะนั่งดูทีวีให้หนำใจ

แต่เมื่อกลับมาถึง ก็พบว่าที่บ้านไฟดับ ในขณะที่บ้านอื่นๆ ที่เยื้องๆ ไปหรือไฟถนนก็ไม่ดับ

พี่เขยที่ไม่ค่อยมีความรู้ทางช่างนักก็เลยตรวจดูว่าทำไมไฟดับ ก็พบว่าสะพานไฟของบ้านถูกสับลง
ระบบไฟยังใช้สะพานไฟที่ต่อไฟมาจากนอกตัวบ้าน ไม่ได้ใช้แบบที่เป็นแผงเบรคเกอร์เหมือนบ้านสมัยใหม่ทั่วไป
เมื่อเห็นดังนั้นพี่เขยก็สับสะพานไฟขึ้นไป ไฟก็ติดตามปกติ แม้จะแปลกใจแต่ทั้งคู่ก็ยังไม่คิดอะไรมาก แต่ความไม่ชอบใจในบ้านยิ่งทวีขึ้น

กลางดึก เสียงเหมือนคนเดินหรือเปิดปิดประตูยังคงได้ยินเหมือนคืนก่อนๆ
บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1287


ความคิดเห็นที่ 74  เมื่อ 11 ก.ค. 13, 13:40

วันพฤหัสบดี

ทั้งคู่กลับมาบ้านตอนค่ำเหมือนวันก่อนๆ วันนี้ฝนตกหนัก

เมื่อทั้งคู่มาถึงก็พบว่าที่บ้านไฟดับอีกแล้ว ในขณะที่บ้านอื่นไม่ดับ

ถึงตอนนี้อารมณ์พี่สาวก็ขุ่นมัวมาก พี่เขยขึ้นไปตรวจดูสะพานไฟอีกครั้ง คราวนี้พบว่าสะพานไฟยังอยู่ในสถานะสับขึ้น ไฟไม่น่าดับ อาจจะฟิวขาด เลยลองโทรเรียกฐาติเจ้าของบ้านให้มาดูหน่อย แต่ญาติเจ้าของบ้านกลับปฏิเสธ บอกว่าให้ทนๆ ไปก่อน พรุ่งนี้ตอนกลางวันจะไปดูให้


ตอนนี้ทั้งสองคนก็เลยต้องหาทางแก้ปัญหา ด้านนอกฝนก็ตกหนัก เนื่องจากก่อนมา น้องสาวหอบเทียนเล็ก ๆ มาให้หอบใหญ่ เป็นเทียนแบบที่เค้าใช้จุดอุ่นไว้ใต้ถาดอาหารเพื่ออุ่นให้ร้อนตามร้านอาหารนั่นแหละ

พี่สาวจึงจุดเทียนเหล่านั้น วางไว้ในตำแหน่งต่างๆ ทั่วบ้าน


แล้วเรื่องหน้ากลัวก็เกิดขึ้น เมื่อทั้งคู่พบว่า แม้หน้าต่างทุกบานและประตูจะปิดอยู่ แต่ก็เหมือนมีกระแสลมพัดอยู่ในบ้าน

กระทั่งเปลวเทียนที่จุดไว้ ไหวไปตามแรงลม

เทียนบางเล่มที่จุด จะมองเห็นเปลวไฟกระพริบไปมาเหมือนมีใครเป่า

ก่อนที่เปลวไฟจะดับวูบลง


เมื่อพี่สาวเดินไปจุดเทียนที่ดับลงใหม่ เทียนที่วางไว้ในตำแหน่งอื่นก็เกิดอาการแบบเดียวกัน ก่อนที่จะดับลงอีก


เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นหลายหน จนทั้งพี่สาวและพี่เขยเห็นพ้องกันแล้วว่า คืนนี้คงจะอยู่ต่อไม่ได้แล้ว ทั้งคู่จึงเดินขึ้นชั้นสองไปเก็บเสื้อผ้า เตรียมย้ายไปนอนโรงแรมกัน เมื่อเก็บของเสร็จ เดินลงมา ก็พบว่า..

เทียนทุกเล่มที่จุดไว้ข้างล่าง ดับหมด

คราวนี้ไม่ต้องพูดมาก ทั้งคู่ก็เดินออกมาจากตัวบ้าน
ท่ามกลางสายฝนที่ยังตกกระหน่ำ

เมื่อออกมาหน้าประตูบ้าน ขณะที่พี่เขยกำลังล็อคบ้านนั้น

ทั้งคู่ก็ได้ยินเสียงเหมือนคนกระทืบเท้าไปมา หรือกระโดดโลดเต้นอยู่ในห้องเด็ก ที่ตรงกับตำแหน่งประตูเข้าบ้านด้านล่างพอดี
เสียงดัง ปังๆ เหมือนคนที่กำลังสะใจ หรือสนุกสนานอย่างมาก

ทั้งพี่สาวและพี่เขย ซึ่งธรรมดาไม่ใช่คนที่กลัวผีมาก ก็ออกมาจากบ้านด้วยความแค้นเคืองและไปหาโรงแรมนอนในคืนนั้น
บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6 7 ... 9
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.038 วินาที กับ 19 คำสั่ง