เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 56 57 [58] 59 60 ... 85
  พิมพ์  
อ่าน: 101604 sLOVEnia Croatia Album
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 855  เมื่อ 16 ม.ค. 14, 11:23

         รถจอดในบริเวณที่จอดรถชั่วคราวใกล้ทางเข้า ได้เค้าความคึกคักของเมืองท่องเที่ยว
ยอดนิยมหน้าร้อน

         ปี 2013 นี้มีข่าวว่าทางการดูบรอฟนิคได้ตระหนักถึงปัญหาความคับแคบแออัด
ของเมืองในฤดูกาลท่องเที่ยวที่มีผู้มาเยือนเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งนักท่องเที่ยว
ที่แวบมาวันเดียว


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 856  เมื่อ 16 ม.ค. 14, 11:27

        เดินย้อนทางเดิมเมื่อเย็นวาน ผ่านป้อม Revelin, ท่าเรือเก่า, สู่ประตู Ploce
เพื่อเข้าทางขึ้นกำแพงที่ถนนอารามดอมินิกัน


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 857  เมื่อ 16 ม.ค. 14, 11:29

          เมื่อมาอยู่บนกำแพง มองกลับไปยังฝั่งตรงข้ามที่อารามดอมินิกันแลเห็น
หอระฆังสูงสง่า


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 858  เมื่อ 16 ม.ค. 14, 11:31

         เบื้องหน้าคือหอ Asimon ปกป้องประตู Ploce และบันไดสู่กำแพงยกระดับสูง
ฝั่งแผ่นดิน


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 859  เมื่อ 16 ม.ค. 14, 11:33

          แนวกำแพงสูงทอดยาว รายเรียงด้วยหอเป็นระยะ


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 860  เมื่อ 16 ม.ค. 14, 11:36

          ด้านขวามือคือภูเขาเซอร์จที่มีเคเบิ้ล คาร์พาสู่ยอดเขาโดยสะดวก     


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 861  เมื่อ 16 ม.ค. 14, 11:38

          เบื้องหน้าแลเห็นอีกหนึ่งป้อมใหญ่แยกทางขวามือ และแนวกำแพงเหยียดยาวไกล
จนอาจทำให้ผู้ที่มีปัญหาด้านไขข้อท้อได้ แต่ทิวทัศน์ของป้อมปราการ,บ้านเมือง และทะเล
เขียวครามตื่นตาพาใจให้สู้


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 862  เมื่อ 20 ม.ค. 14, 09:39

          สิ่งก่อสร้างยาวเหยียดใหญ่โตล้นสองตา แลตระการตั้งตระหง่านยืนยงทรงคุณค่า
ทางประวัติศาสตร์ สามารถมองเห็นได้แต่ไกลนี้ คือสัญญลักษณ์ของดูบรอฟนิคเมืองมรดก
โลกที่เพรียบพร้อมด้วยความงามและความแข็งแกร่งแห่งน่านน้ำเมดิเตอเรเนียน
           กอปรด้วยกำแพง ป้อม หอคอย ที่อยู่ยั้งยืนยงคงทนถึงปัจจุบันด้วยฝีมือของนายช่าง
เชี่ยวชาญ และผลงานการดูแลรักษาซ่อมสร้างอย่างมีประสิทธิภาพโดยชาวเมืองและคนงาน
ผู้รอบรู้ชำนาญ ภายใต้นโยบายฉลาดแยบยลของทางการในการประคับประคองเมืองให้
รอดพ้นจากการรุกรานทำลายโดยศัตรู ยังผลให้สิ่งก่อสร้างอลังการนี้คงสภาพทนทานผ่าน
กาลเวลามาเนิ่นนานหลายร้อยปี

ป้อมปราการปกป้องปรปักษ์พิทักษ์เมืองเมื่อมองจากเคเบิ้ล คาร์


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 863  เมื่อ 20 ม.ค. 14, 09:56

          ปูมประวัติแรกเริ่มเดิมทีย้อนไปไกลถึงตอนต้นยุคกลางจนถึงปลายศตวรรษที่ 8
กล่าวว่าชุมชนที่นี่ได้สร้างป้อมปราการหินปูนรายรอบเมือง แต่บางตำนานเล่าว่าบนพื้นที่นี้
มีปราสาทอยู่ก่อนแล้ว กำแพงที่ล้อมรอบตัวเมืองบนเกาะ Laus แต่เดิมนั้นเป็นรั้วไม้
จนถึงศตวรรษที่ 9 เมื่อพวกมุสลิมบุกมาถึงดูบรอฟนิค ประวัติศาสตร์บันทึกว่าเมืองนี้
มีกำแพงปกป้องอย่างดี สามารถต้านทานการรุกคุกคามได้นานถึง 15 เดือน

          เมื่อขอบเขตเมืองได้ขยายออกไปทางตะวันออกของเกาะ ตรงบริเวณใต้/ตะวันออก
ที่เรียกว่า Pustijerna(ภาษาละตินแปลว่า "นอกเมือง") ในเวลาต่อมากำแพงก็ได้ถูกสร้าง
ให้โอบล้อมส่วนนี้เข้ามาไว้ในเมืองในช่วงศตวรรษที่ 9 - 10

มองย้อนกลับไปด้านหลัง แนวกำแพงจรดป้อมเซนต์ จอห์นที่ท่าเรือเก่า หอระฆังและ
ยอดโบสถ์วิหารสูงล้ำเหนือหลังคาอาคารที่ปูด้วยกระเบื้องใหม่และเก่า เกาะ Lokrum
เห็นเด่นไกลออกไป


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 864  เมื่อ 20 ม.ค. 14, 10:21

              ต่อมาหลังจากที่ช่องแคบระหว่างเกาะกับเมืองถูกถมลงในศตวรรษที่ 11 ชุมชน
เมืองเกาะและเมืองบกก็ได้รวมกันเป็นหนึ่งอยู่ในกำแพงเดียวกันในศตวรรษที่ 13(เว้นแต่
อารามดอมินิกัน ที่ได้เดินผ่านไปเมื่อบ่ายวานนี้) แผนผังเมืองเริ่มมีขึ้นในปี 1292 เมื่อทางการ
ได้สร้างท่าเรือขึ้นใหม่หลังจากเกิดเหตุอัคคีภัย ต่อมาอารามดอมินิกันนั้นก็ได้ถูกกำแพงสร้างขึ้น
โอบเข้าไว้ในศตวรรษที่ 14

หอระฆังอารามดอมินิกันสูงพ้นโดดเด่น


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 865  เมื่อ 20 ม.ค. 14, 10:26

            รูปลักษณ์ของกำแพงในปัจจุบันนั้นเป็นตัวเป็นตนมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 หลังจาก
ที่เมืองได้รับอิสรภาพจากเวนิส แล้วก่อขึ้นเห็นเป็นรูปร่างชัดเจนสมบูรณ์ในช่วงยุคทองของ
ดูบรอฟนิค(ระหว่างปี 1453 เมื่อกรุง Constaninople ล่มสลาย - ปี 1667 ที่ดูบรอฟนิค
ล่มราบจากเหตุแผ่นดินไหว)
           ตัวกำแพงสร้างจากหินและปูนขาวนี้มีความหนา 1.5 - 6 เมตร และเสริมการปกป้อง
ด้วยป้อมสี่เหลี่ยม 15 จุดในศตวรรษที่ 14 ที่ในช่วงปลายศตวรรษยังต้องเร่งซ่อมแซมและ
สร้างเสริมความแข็งแกร่งของกำแพงหลังจากที่ดูบรอฟนิคหลุดพ้นจากเวนิสแล้วตามมาด้วยภัย
คุกคามจากออตโตมานที่สามารถยึดกรุง Constantinople ได้สำเร็จ

ภาพป้อม Revelin และกำแพงด้านบก(จากเน็ท)


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 866  เมื่อ 20 ม.ค. 14, 10:29

        ในปี 1453 ชาวเมืองและชนชั้นนำทุ่มเทร่วมแรงกันเสริมความแข็งแกร่งของกำแพง
โดยเฉพาะทางด้านติดกับแผ่นดิน นอกจากนี้ยังมีการสร้างหอ, ป้อมรูปครึ่งวงกลมเสริมเพิ่ม
เติมจนแล้วเสร็จในเวลาไม่ถึง 3 ปี      

ภาพภูเขาเซอร์จสูง 419 ม. ทางด้านขวามือ
        คือปราการธรรมชาติแต่ไม่อาจกั้นการคุกคามของออตโตมานได้
        มงกุฎครอบยอดภูคือป้อม Imperial Fortress (ตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแด่นโปเลียน)
ผลงานของนายพล Marmont แห่งกองทัพนโปเลียนที่เข้ายึดครองดูบรอฟนิคระหว่างปี 1806-10
       เมื่อกองทัพรัสเซียบุกระดมโจมตีกำแพงด้วยกระสุนปืนใหญ่ ดูบรอฟนิคตัดสินใจใช้
อุบายให้สองศัตรูฟัดสู้กันเอง โดยยอมให้กองทัพฝรั่งเศสผ่านเข้าเมืองเพื่อต่อกรกับรัสเซีย
แต่หลังจากที่รบชนะเแล้วทัพฝรั่งเศสก็ถือโอกาสยึดครองดูบรอฟนิคต่อไป ทำให้ความเป็น
รัฐพาณิชย์อิสระของดูบรอฟนิคที่ยืนยาวนานหลายศตวรรษต้องถึงกาลสิ้นสุดลง
        ในปี 1991 พวกเซิร์บระดมยิงกระสุนระเบิดลงมาจากเขาเซอร์จ กระเช้าไฟฟ้าที่พา
นักท่องเที่ยวขึ้นไปบนเขาสูง 1300 ฟุตถูกทำลายเสียหาย


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 867  เมื่อ 20 ม.ค. 14, 10:32

            การสร้างเสริมการป้องกันเมืองยังคงดำเนินต่ออย่างเต็มที่ในช่วงต้นศตวรรษที่ 15
โดยเฉพาะกำแพงด้านบก ระบบการปกปักพิทักษ์เมืองได้ถูกขยายเขตและปรับปรุงให้ทันสมัย
ในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 16 เพื่อป้องกันการรุกรานจากเตอร์คและภัยแฝงจากเวนิส
ผลที่ได้คือกำแพงสูงใหญ่แข็งแกร่งแน่นหนาที่ไม่สึกกร่อนสะเทือนเมื่อเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่
ในปี 1667             
           อีกสิ่งสำคัญในการปกป้องเมืองนอกเหนือไปจากป้อมปราการ คือปัญญาชาญฉลาด
ดูบรอฟนิคสามารถรักษาความเป็นรัฐอิสระไว้ได้โดยการดำเนินนโยบายทางการทูตด้วยกโลบาย
อันแยบยลกับมหาอำนาจทั้งสองที่มุ่งหมายปอง(เวนิสและเตอร์ค) การทำสนธิสัญญากับเตอร์ค
ส่งผลให้คงบทบาทเมืองท่าทางการค้าหลักระหว่างออตโตมานกับยุโรปไว้ ทั้งนี้บางครั้งก็ยังต้อง
อาศัยกลวิธีส่งบรรณาการหรือการติดสินบนให้แก่แต่ละฝ่ายด้วย

อนุสรณ์แห่งความภาคภูมิใจในบรรพชนชาวดูบรอฟนิคที่ได้ร่วมมือร่วมใจกัน
รักษาบ้านเมืองอันรุ่งเรืองไว้เมื่อหลายร้อยปีก่อน


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 868  เมื่อ 20 ม.ค. 14, 10:34

           ตัวกำแพงที่โอบล้อมเมืองไว้เป็นรูปสี่เหลี่ยมด้านขนานที่ไม่ตรงแน่วสม่ำเสมอ
           กำแพงบางช่วงมีความสูงถึง 25 ม.ด้านชายทะเลมีความหนา 1.5 - 3 ม.
ส่วนด้านแผ่นดินหนา 4 - 6 เมตรและยังเสริมด้วยกำแพงลาดตรงช่วงล่างเพื่อกันกระสุน
ปืนใหญ่

เมื่อเดินไปสักพักก็เริ่มตระหนักถึงอากาศที่ร้อน ฟ้าใสๆ ปล่อยแสงแดดยามสายส่องลงทางเดิน
บนกำแพงที่ไร้ร่มเงาอย่างเต็มๆ


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 869  เมื่อ 22 ม.ค. 14, 10:46

          กำแพงที่โอบรอบพารานี้ มีตำแหน่งที่เป็นชัยภูมิสำคัญสี่แห่ง ณ สี่จุดยุทธศาสตร์นี้
ได้มีการสร้างเสริมการปกป้องด้วยหอ,ป้อมสี่มุมเมือง นั่นคือ
   
             ทิศตะวันออกบริเวณท่าเรือเก่า มีป้อมแยก Revelin กั้นสะกัดทางเข้าเมืองและ
ท่าเรือ   
             ทิศใต้/ตะวันออกเป็นป้อม St John ขนาดมหึมาน่าเกรงขามเหนือน่านน้ำสีคราม
   
             ส่วนทิศเหนือคือ     

                            หอ Minceta Tower

           หมุดหมายที่กำลังมุ่งหน้าไปถึงตามทางเดินชันสู่หอคอยที่เห็นเด่นเป็นสง่าด้วยขนาด
และตำแหน่ง ณ จุดสูงสุดของเมืองที่กำแพงฝั่งบกด้านทิศเหนือ/ตะวันตก

ภาพจากหนังสือ


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 56 57 [58] 59 60 ... 85
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.039 วินาที กับ 19 คำสั่ง