เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 54 55 [56] 57 58 ... 85
  พิมพ์  
อ่าน: 101550 sLOVEnia Croatia Album
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 825  เมื่อ 06 ม.ค. 14, 10:09

            ทำหน้าที่พิทักษ์การรุกรานภาคพื้นดินมาสู่ประตูนี้ที่มีสะพานหินเชื่อมถึง
ซึ่งสร้างขึ้นโดย Paskoje Milicevic ผู้ออกแบบสะพานที่ประตูอีกแห่งหนึ่ง(Pile
Gate) ด้วย     


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 826  เมื่อ 06 ม.ค. 14, 10:13

           ป้อม Revelin รูปร่างคล้ายหัวเรือรบยื่นออกมาจากฝั่ง สร้างขึ้นในช่วงเวลา
ที่ออตโตมานแผ่ขยายอำนาจ ตัวป้อมเป็น Detached forts - ป้อมแยก แรกสร้าง
เสริมการป้องกันการรุกทางแผ่นดินด้านตะวันออกสู่ประตู Ploce ในปี 1462 ช่วงที่
บอสเนียตกเป็นของเตอร์คแล้ว
             ชื่อป้อมมาจากคำ rivelino (ravelin) ซึ่งเป็นศัพท์ทางสถาปัตยกรรมทาง
ทหารที่หมายถึงการสร้างสิ่งปกป้องตรงข้ามประตูเมืองเพื่อเสริมการป้องกัน


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 827  เมื่อ 06 ม.ค. 14, 10:30

            ต่อมาเมื่อเกิดภัยจากเวนิสคุกคาม วุฒิสภาได้ว่าจ้าง Antonio Ferramolino
ผู้มีประสบการณ์งานป้อมให้มาดำเนินงานสร้างป้อมให้แข็งแกร่งกว่าเดิม งานสร้างเริ่มใน
ปี 1538 และใช้เวลาทั้งสิ้นถึง 11 ปี โดยที่งานก่อสร้างอย่างอื่นในเมืองต้องพักไว้ก่อนเพื่อ
ให้ป้อมนี้สร้างเสร็จโดยเร็วที่สุด

              ป้อม Revelin หลังใหม่ได้กลายเป็นป้อมที่แกร่งที่สุด ไม่ทรุดลงเมื่อเกิดเหตุ
แผ่นดินไหวในปี 1667 ทำหน้าที่ปกป้องการรุกรานทางพื้นดินฟากตะวันออก
              ตัวป้อมมีรูปทรงสี่เหลี่ยมด้านไม่เท่าด้านหนึ่งทอดลงไปทะเล มีสะพานทอดเหนือ
โค้งสะพานเชื่อมสู่ประตู Ploce ที่เบื้องล่างคือคูเมือง  และอีกสะพานจากป้อมทอดข้ามไปยัง
ย่านชานเมืองตะวันออกเป็นสะพานไม้ชักและสะพานหิน ทำให้ป้อมเดี่ยวนี้มีสภาพเป็นเกาะ


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 828  เมื่อ 06 ม.ค. 14, 10:59

ภาพ(จากเน็ท)สะพานไม้ชักต่อสะพานหินจากป้อม Revelin


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 829  เมื่อ 06 ม.ค. 14, 11:01

            ภายในป้อมแบ่งเป็นห้องหลังคาโค้งขนาดใหญ่ 3 ห้อง เป็นที่ตั้งของสำนักงาน
บริหารของสาธารณรัฐ ทั้งยังเป็นที่เก็บสมบัติรัฐและวิหารตลอดจนของมีค่าที่เหลือรอด
การทำลายภายหลังเหตุแผ่นดินไหว
             ส่วนบนสุดของป้อมเป็นดาดฟ้าที่กว้างใหญ่ที่สุดในดูบรอฟนิค ปัจจุบันถูกใช้เป็น
ที่จัดการแสดงในช่วงเทศกาลฤดูร้อน


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 830  เมื่อ 10 ม.ค. 14, 09:20

            นอกจากประตูพลอเชอที่ได้ผ่านมาแล้ว ยังมีประตูหลักและประตูย่อยสำหรับ
การผ่านเข้าออกเมืองทางแผ่นดินอีกอย่างละหนึ่งรวมเป็น 2 ประตู
(ทั้งสองแห่งนี้ไม่ได้ไปเยือน)

                       ประตูหลักอีกแห่งหนึ่งคือ  ประตู Pila (Pile) Gates

          ได้ชื่อมาจากภาษากรีก pyle = gate บ้างว่ามาจากชื่อเรียกย่านที่ประตูนี้
เปิดไปสู่ เป็นประตูแน่นหนาของกำแพงด้านตะวันตก/เหนือ ประกอบด้วยประตูย่อยหลายชั้น


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 831  เมื่อ 10 ม.ค. 14, 09:50

          ถัดออกไปไม่ไกลคือหอ Puncjela, ป้อมแกร่ง Bokar กับคูรอบชิดกำแพง
ทำหน้าที่ปกป้องประตูนี้

หอ Puncjela และ ป้อม Bokar(ตรงกลางภาพ) มองจากสะพานเข้าสู่ประตู Pile


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 832  เมื่อ 10 ม.ค. 14, 09:53

            หอ Puncjela Tower มาจากภาษาอิตาเลียนซึ่งแปลว่า virgin เนื่องจาก
หออยู่ใกล้กับอาราม St Claire ซึ่งเป็นสถานที่ให้การศึกษาแก่กุลธิดาแห่งแรกูซา
            หอรูปสี่เหลี่ยมนี้สร้างเมื่อปี 1305 - 1350 ต่อมาในปี 1463 ยังได้สร้างเสริม
ด้วยกำแพงหนาด้านนอกและชายขอบด้านล่าง


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 833  เมื่อ 10 ม.ค. 14, 09:55

            ส่วนบนสุดเป็นโบสถ์น้อยที่ระลึกถึงโบสถ์เซนต์ เบลส หลังเก่าที่เคยตั้งอยู่ที่นี่
ก่อนที่จะมีการสร้างกำแพงส่วนนี้

มุมมองมาจากกำแพง


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 834  เมื่อ 10 ม.ค. 14, 09:58

            ประตู Pile มีรูปลักษณ์เช่นนี้มาแต่ปี 1537 หลังจากที่ได้มีการสร้างหอโค้ง
ครึ่งวงกลมครอบประตูโค้งแบบเรเนซอง ที่เหนือขึ้นไปเป็นช่องเว้าสำหรับตั้งรูปสลัก
นักบุญเบลสผู้พิทักษ์อุปถัมภ์เมือง 


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 835  เมื่อ 10 ม.ค. 14, 10:03

              หน้าประตูช่วงแรกเป็นสะพานยกไม้ที่ทุกคืนจะมีพิธีเชิญกุญแจเมืองไปมอบให้
ท่านเจ้าเมืองแล้วชักสะพานขึ้น
               ถัดออกมาคือสะพานยาวที่เป็นสะพานหินแรกสร้างในปี 1397 แล้วต่อมาใน
ปี 1471 ได้มีการสร้างสะพานหินรองรับด้วยโค้งด้านล่างที่ยาวขึ้นตามแบบของสถาปนิก
Paskoje Milicvic ผู้ออกแบบสะพานของประตูพลอเชอที่ได้เดินผ่านไปแล้วเช่นกัน
(เห็นได้จากราวสะพานมีลายช่องฉลุเหมือนกัน)
             ใต้สะพานหินเคยเป็นคูที่ขุดขึ้นรอบเมืองแต่ปัจจุบันคูชิดกำแพงหายไปกลาย
เป็นพื้นที่สวน


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 836  เมื่อ 10 ม.ค. 14, 10:14

          ผ่านประตูชั้นนอกเข้ามาเป็นทางนำไปสู่ประตูชั้นในให้เลือกได้สองอย่าง นั่นคือ
ทางลาดด้านซ้ายและบันไดด้านขวา


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 837  เมื่อ 10 ม.ค. 14, 10:24

         ประตูด้านในสร้างแบบกอธิคในปี 1460 บนตำแหน่งที่เป็นประตูซึ่งเก่าแก่ที่สุด     
เหนือประตูก็มีรูปสลักเซนต์เบลสเช่นกัน


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 838  เมื่อ 15 ม.ค. 14, 09:20

         ประตูนี้นำเข้าสู่เมืองเก่าในบริเวณที่เป็นลานน้ำพุใหญ่ Onofrio ซึ่งมีผู้คน
ยืนเดินนั่งมากมายคับคั่ง


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 839  เมื่อ 15 ม.ค. 14, 09:22

ประตู Pile เมื่อมองจากกำแพงลงไป


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 54 55 [56] 57 58 ... 85
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.053 วินาที กับ 19 คำสั่ง