เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 34 35 [36] 37 38 ... 85
  พิมพ์  
อ่าน: 102265 sLOVEnia Croatia Album
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6210


ความคิดเห็นที่ 525  เมื่อ 24 ก.ย. 13, 11:03

           หลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง สปลิทเป็นส่วนหนึ่งของ Kingdom of Serbs, Croats
and Slovenes มีฐานะเป็นเมืองท่าสำคัญ  แล้วต่อมาได้เป็นเขตปกครองตนเอง - banovina
(an autonomous province) ของ  Kingdom of Yugoslavia
          ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ในปี 1941 สปลิทถูกอิตาลียึดครอง นายทหารอิตาลีถูกสังหาร
หลายนายเพราะสปลิทเป็นศูนย์กลางการต่อต้านฟาสซิสต์

Death to Fascism, Freedom to the people
Split, Croatia 1943


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6210


ความคิดเห็นที่ 526  เมื่อ 24 ก.ย. 13, 11:47

           หลังการสู้รบและถูกบอมบ์ในที่สุดกองกำลังกู้บ้านกู้เมืองก็สามารถยึดสปลิท
คืนได้ในปี 1944 และตั้งให้สปลิทเป็นเมืองหลวง ชาวอิตาเลียนที่อาศัยอยู่ในสปลิทได้
ถูกสังหารและขับออกนอกประเทศไปในปี 1945 ยุค Yugoslavia ของนายพล Tito
          เมื่อสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลง เศรษฐกิจของสปลิทเจริญรุ่งเรืองขึ้น
มีโรงงานอุตสาหกรรมเกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการต่อเรือที่โครเอเชีย
ก็เป็นหนึ่งในแถวหน้าทางด้านนี้ กองบัญชาการกองทัพเรือยูโกสลาเวียตั้งอยู่ในสปลิท
           
Croatian Maritime Museum – Split


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6210


ความคิดเห็นที่ 527  เมื่อ 24 ก.ย. 13, 11:52

          เมื่อโครเอเชียประกาศแยกตัวจากยูโกสลาเวีย และเกิดสงครามแบ่งแยกดินแดน
สปลิทได้รับความเสียหายจากยุทธภูมิทางทะเลในปี 1991 แล้วตามมาด้วยภาวะเศรษฐกิจ
ถดถอยที่กลับมาฟื้นคืนในศตวรรษใหม่ โดยหันมาเน้นด้านการท่องเที่ยวเป็นหลัก


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6210


ความคิดเห็นที่ 528  เมื่อ 26 ก.ย. 13, 09:28

             ปัจจุบันสปลิทได้เจริญก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการขนส่งของแดลเมเชีย มีถนนฟรีเวย์
ทันสมัยรวดเร็ว และท่าเรือที่คึกคัก แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงพื้นที่ในส่วนเมืองโบราณไว้จนได้
ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก
     
              รถบัสมาถึงบริเวณที่จอดริมอ่าวใกล้กับวังโรมัน ที่นี่เป็นเป็นชุมทางทั้งบกและน้ำ
สำหรับรถบัส, รถไฟ และเรือ ทำให้สปลิทเป็นเมืองชุมทางที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ

split-porta จากเน็ท


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6210


ความคิดเห็นที่ 529  เมื่อ 26 ก.ย. 13, 09:31

            ไม่ไกลจากที่จอดรถเดินมาถึงริมฝั่งน้ำ มองไปข้างหน้าคือเนินเขา Marjan Hill
ที่ผู้คนนิยมขึ้นไปเพื่อมองดูเมืองจากเบื้องบน ที่นี่มีสวนซึ่งมีมาแต่ศตวรรษที่ 3 จัดเป็นหนึ่ง
ในสวนที่เก่าแก่ที่สุดในโลก


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6210


ความคิดเห็นที่ 530  เมื่อ 26 ก.ย. 13, 09:33

ซ้ายมือคือท่าเทียบเรือ


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6210


ความคิดเห็นที่ 531  เมื่อ 26 ก.ย. 13, 09:37

          ถนนคนเดินเลียบชายฝั่ง(riva) อยู่ทางด้านขวา รายด้วยต้นปาล์มปลูกเป็นแถว
บังแนวอาคารด้านใน
           วังไดอะคลีชั่นเกือบสองพันปี ถึงวันนี้จะคงสภาพเหลือให้เห็นเป็นอย่างไร น่าสงสัย


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6210


ความคิดเห็นที่ 532  เมื่อ 26 ก.ย. 13, 09:50

พักความสงสัยไว้ชั่วคราว แล้วย้อนเรื่องราวอดีตกาลของจักรพรรดิไดอะคลีชั่นพอสังเขป

Diocletian (244 – 311)

        จักรพรรดิองค์ที่  51 แห่งจักรวรรดิโรมันช่วงค.ศ. 284 - 286 และ ค.ศ. 286 - 305
ในฐานะออกัสตัสแห่งตะวันออกร่วมกับแม็กซิเมียน(ออกัสตัสแห่งตะวันตก)
        ถือกำเนิดที่  Salona บิดาเป็นทาส มีภรรยาและลูกสาวซึ่งกล่าวกันว่าเป็นคริสเตียน
ช่วงต้นศตวรรษที่ 3 เกิดความไม่สงบในจักรวรรดิโรมันทั้งภายใน(กองทัพ)และภายนอก
(จากการรุกรานของชนเผ่าอื่น) ไดอะคลีชั่นได้เข้ารับราชการเป็นทหารแล้วเติบโตก้าวหน้า
จากผลงานการรบในสงครามจนได้รับการแต่งตั้งขึ้นเป็น consulate ต่อมาได้ขึ้นครองราชย์
เป็นจักรพรรดิหลังจากที่จักรพรรดิองค์ก่อนและทายาทสิ้นลง พระองค์ได้ทรงจัดให้มีการเปลี่ยน
แปลงปฏิรูปกองทัพจนสามารถนำกองทัพกลับมาอยู่ภายใต้การควบคุมสำเร็จ

เหรียญรูปจักรพรรดิสวม"มงกุฎชัยพฤกษ์ (laurel crown)" อีกด้านคือเทพบดีจูปิเตอร์ถืออสนีบาต


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6210


ความคิดเห็นที่ 533  เมื่อ 26 ก.ย. 13, 09:55

          ปีที่พระองค์ขึ้นปกครองเป็นปีเริ่มสมัยจักรวรรดิยุคปลาย (Late Imperial Period
ค.ศ.284-395) จักรวรรดิโรมันกำลังอ่อนแอลง ไดอะคลีชั่นได้ขึ้นเป็นจักรพรรดิที่ทรงอำนาจ
เบ็ดเสร็จรวบยอด และนำพาจักรวรรดิโรมันเข้าสู่ยุค "Dominate" หรือ "Tetrarchy"
หรือ "Later Roman Empire" หรือ the "Byzantine Empire"
         กล่าวคือ ในปี 286 ทรงมีดำริหลักการ - Four Rulers, but One Empire
แล้วทรงแต่งตั้งตำแหน่งผู้ช่วยจักรพรรดิจากแดลเมเชีย - Maximian ให้ปกครองจักรวรรดิ
ภาคตะวันตกส่วนพระองค์ปกครองภาคตะวันออก จักรพรรดิทั้งสองนี้เรียกว่า Augustus (senior)
ผู้จะมีรัชทายาทไว้สืบตำแหน่งต่อเรียกว่า Caesar (apprentice)
         การปฏิรูปของไดอะคลีชั่นทำให้จักรวรรดิมีความมั่นคงทั้งทางเศรษฐกิจและทางทหาร
จนอยู่ยืนยงอย่างไร้ปัญหาสืบต่อมาร่วมร้อยปี

The tetrarchs, (left) Diocletian and Maximian, (behind)
Constantius and Galerius. Porphyry sculpture of AD 305,
Piazza san Marco, Venice.


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6210


ความคิดเห็นที่ 534  เมื่อ 26 ก.ย. 13, 10:08

          ในปี 305 วังที่จักรพรรดิไดอะคลีชั่นมีบัญชาให้สร้างสำหรับเป็นวังหลังเกษียณ
ในบริเวณอ่าวใกล้เมือง  Salona บ้านเกิดได้แล้วเสร็จลง พระองค์ได้ทรงวางมือจาก
การปกครองจักรวรรดิแล้วเสด็จมาประทับอยู่ในวังแห่งนี้ตราบจนถึงวันสุดท้ายดังที่ได้
ทรงตั้งใจไว้ แม้ว่าระบบ Tetrarchy ที่ได้ทรงวางไว้จะไม่เวิร์คและทรงได้รับการขอร้อง
ให้กลับไปปกครองจักรวรรดิอีก แต่พระองค์ทรงปฏิเสธด้วยว่าได้ทรงพบกับความสุขสงบ
ปราศจากความวุ่นวายภายในวังนี้ที่พระองค์ทรงพระสำราญกับการปลูกพืชผักในสวน
ส่วนพระองค์

ภาพจาก Young Folks' History of Rome


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6210


ความคิดเห็นที่ 535  เมื่อ 26 ก.ย. 13, 10:13

           ประวัติอีกด้านหนึ่งที่ถูกกล่าวถึงเสมอเกี่ยวกับพระองค์คือ การสถาปนาองค์เป็นเทพ
สืบเชื้อสายมาจากเทพบดีจูปิเตอร์(ซูส) แล้วมีคำสั่งให้ทำลายโบสถ์และสังหารคริสเตียน
ซึ่งประวัติศาสตร์นิยมบันทึกว่ามีมรณสักขี (martyr) มากมายนับหมื่นในขณะที่นักประวัติศาสตร์
ศาสนาพบว่ามีมรณสักขีไม่เกิน 20 ราย

ทรงบัญญัติให้สีม่วงเป็นสีจักรพรรดิสำหรับพระองค์ทรงใช้ได้เพียงผู้เดียว
รูปจักรพรรดิในฉลองพระองค์สีม่วงจากภาพวาด St Sebastian Reproving Diocletian 


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6210


ความคิดเห็นที่ 536  เมื่อ 26 ก.ย. 13, 10:23

          หลังจากที่ไดโอเคลเชียนสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ.311 ได้เกิดการแย่งชิงอำนาจกัน
จนกระทั่งค.ศ.313 คอนสแตนตินผู้เป็นพระโอรสของไดอะคลีชั่นและเป็นซีซาร์ก็สามารถ
รวบรวมอำนาจไว้ได้แต่เพียงผู้เดียว ในสมัยของจักรพรรดิคอนสแตนตินนี้มีเหตุการณ์สำคัญ
เกิดขึ้น คือ
 
1. การตั้งเมืองหลวงอีกแห่งหนึ่งคือ คอนสแตนติโนเปิล ในไบซันทิอุม (Byzantium) 
เพื่อปกครองดูแลจักรวรรดิโรมันตะวันออก
2. การประกาศให้อิสรภาพแก่ชาวโรมันในการนับถือศาสนา และประกาศให้ศาสนาคริสต์เป็น
ศาสนาประจำจักรวรรดิโรมัน

          นับจากนั้นจักรวรรดิโรมันก็ได้ถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนอย่างเด็ดขาดคือ จักรวรรดิโรมันตะวันตก
มีศูนย์กลางอยู่ที่กรุงโรมและจักรวรรดิโรมันตะวันออกหรือไบซันทีน (Byzantine) มีศูนย์กลาง
อยู่ที่กรุงคอนสแตนติโนเปิล
          จักรวรรดิทั้งสองมีจักรพรรดิปกครองเป็นของตนเอง จนเมื่อปีค.ศ.476 จักรวรรดิโรมันตะวันตก
ก็ถูกโจมตีจนล่มสลาย นับเป็นการสิ้นสุดจักรวรรดิโรมันอันยิ่งใหญ่ ในขณะที่จักรวรรดิโรมันตะวันออก
ยังคงรุ่งเรืองสืบเนื่องต่อไปจนกระทั่ง ค.ศ.1453

รูป(ที่อาจจะกล่าวได้ว่าน่าจะเหมือนที่สุด)จักรพรรดิที่สุสานในวัง


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6210


ความคิดเห็นที่ 537  เมื่อ 30 ก.ย. 13, 10:39

          งานสร้างวังจักรพรรดิเริ่มขึ้นในปี AD 293 แล้วเสร็จในปี AD 305 ผลที่ได้คือ
วังในรูปลักษณ์ป้อมปราการ สร้างจากหินอ่อนและ limestone กำแพงล้อมรอบมีขนาด
ยาว 170 - 200 ม. สูง 15 - 20 ม. พื้นที่รูปสี่เหลี่ยมคางหมูขนาด 38,000 ตร.ม.
มีประชากรอาศัยในวังราว 1,500 - 2,000 (ในพื้นที่ครึ่งหนึ่งของส่วนที่เหลือจากเขต
พระราชฐาน) และในพื้นที่โดยรอบราวหนึ่งหมื่นคน (8,000 - 10,000 คน)   
         จักรพรรดิไดอะคลีชั่นทรงใช้ชีวิตในวังกับครอบครัว, โดยมีข้าราชบริพารรับใช้และ
นายทหารยศสูงจำนวนหนึ่งตลอดพระชนม์ชีพดังตั้งใจไว้ ไม่อาลัยหวนคืนสู่อำนาจสูงสุด
ที่เคยครอง


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6210


ความคิดเห็นที่ 538  เมื่อ 30 ก.ย. 13, 10:42

          ในขณะที่วังโรมันที่อื่นๆ ต่างล่มสลาย, ถูกทำลายกลายเป็นซากชิ้นส่วนแทบ
ไม่เหลือเค้า แต่วัง 1700 ปีแห่งนี้ยังยืนยงคงสภาพโครงสร้างไว้ได้จนถึงปัจจุบัน
ได้รับการยกย่องให้เป็น
          the greatest Roman ruin in southeastern Europe และ
          the best preserved classical imperial palace in the world

เดินไป riva


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6210


ความคิดเห็นที่ 539  เมื่อ 30 ก.ย. 13, 10:44

           ริมทางเดินมีแบบจำลองเวียงวังตั้งไว้ ให้ภาพรวมของสปลิทเขตเมืองเก่า
ซึ่งครึ่งหนึ่งเป็นอาคารโรมันดั้งเดิมนั่นคือวังไดอะคลีชั่น สุสานจักรพรรดิ กำแพงรอบ
พร้อมประตูสี่ทิศ รวมทั้งบ้านพักอาศัยของยุคกลาง โบสถ์ และซอกซอย


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 34 35 [36] 37 38 ... 85
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.035 วินาที กับ 19 คำสั่ง