เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 8 9 [10] 11 12 ... 85
  พิมพ์  
อ่าน: 101198 sLOVEnia Croatia Album
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 135  เมื่อ 12 ก.ค. 13, 10:10

            ครั้นถึงปี 1683 โครเอเชียและดินแดนอื่นในยุโรปจึงปลอดจากการคุกคาม
ของอ็อตโตมาน ในรัชสมัยของพระนาง Maria Theresa ภูมิภาคแถบนี้ก็กลับมีเสถียรภาพ
จักรวรรดิอ็อตโตมานถูกขับออกจากฮังการีและออสเตรียเป็นศูนย์กลางอำนาจปกครองในแถบนี้
ในศตวรรษที่ 18

            ช่วงปี  1797 - 1809 First French Empire แห่ง Napoleon I
ได้รุกเข้ามาถึงแถบชายฝั่งทะเล Adriatic แต่ในปี 1815 หลังจากการล่มลงของจักรวรรดิ
นโปเลียน ออสเตรียก็สยายปีกมาอ้างสิทธิ์ถึงภูมิภาค Dalmatia และภูมิภาคอื่นของโครเอเชีย

            


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 136  เมื่อ 12 ก.ค. 13, 10:26

             ช่วงทศวรรษ 1830 -40s ได้มีการเคลื่อนไหวปลุกแนวทางชาตินิยมในโครเอเชีย
โดยการรณรงค์เรียกร้องการใช้ภาษาประจำชาติ แทนภาษาอิตาเลียน,เยอรมันและฮังการีที่
ชาวโครเอเชียต่างถิ่นที่อยู่ต่างใช้กัน ต่อมาก็ขยับขึ้นเป็นการเรียกร้องขอมีอำนาจในการปกครอง
ตนเองมากขึ้น      

ก่อนหน้านั้นท่านบิชอปแห่งซาเกร็บได้ยื่นคำร้องขอให้มีการเก็บรวบรวมสมบัติของชาติในปี 1813

Meeting of the Croatian Parliament
National revival in Croatia started in 1813 when the bishop of Zagreb
Maksimilijan Vrhovac issued a plea for the collection of "national treasures".  


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 137  เมื่อ 12 ก.ค. 13, 10:32

            หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่อจักรวรรดิ์ออสโตร ฮังการีล่มสลาย โครเอเชียเป็นหนึ่งในสามรัฐ
(อีกสองคือสโลเวเนียและเซิร์บ)รวมกันเป็นอาณาจักรในปี 1918 ที่ต่อมาเปลี่ยนเป็นยูโกสลาเวียในปี 1929
           ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี 1941 กองกำลังนาซีได้บุกเข้ายึดครองดินแดนยูโกสลาเวีย
และตั้งรัฐอิสระ  Independent State of Croatia (NDH) ที่มีรัฐบาลหุ่นกระทำการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์
ชาวเซิร์บ ยิว และยิปซีเป็นจำนวนมากมาย ในขณะที่กองทัพอิตาลีได้บุกเข้ายึดดินแดน Istria และ
พื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเล

เอกอัครราชทูตและรัฐมนตรีแห่งจักรวรรดิที่สามท่ามกลางตัวแทนภาคทหารและประชาชนแห่ง
รัฐอิสระโครเอเชีย ที่กรุง  Zagreb, 21 April 1941


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 138  เมื่อ 12 ก.ค. 13, 10:37

            หลังสงครามโลกครั้งที่สองโครเอเชียเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งยูโกสลาเวีย(ภาคสอง)
โดยรวม 6 สาธารณรัฐและมณฑลอิสระปกครองตนเอง 2 มณฑล เป็น สหพันธ์สาธารณรัฐ
สังคมนิยมยูโกสลาเวียในปี 1945 เปลี่ยนระบอบการปกครองเป็นสังคมนิยมคอมมิวนิสท์ภายใต้
การนำของประธานาธิบดีคนแรก
              จอมพลตีโต (Josip Broz Tito 7 May 1892 – 4 May 1980) ผู้นำการต่อสู้จน
ได้ชัยชนะและสามารถขับไล่เยอรมัน,อิตาลีออกจากดินแดน
 
             แม้จะได้ชื่อว่าเป็นผู้ครองอำนาจเบ็ดเสร็จแต่ก็ได้รับสมญาว่าเผด็จการการุณย์
ตีโตสามารถรวมประเทศที่ประกอบด้วยรัฐซึ่งมีความแตกต่างระหว่างเชื้อชาติศาสนาไว้ได้ตลอดช่วง
เวลาที่มีชีวิตอยู่โดยการสนับสนุนหลักการแห่ง brotherhood and unity
             เขาได้พาประเทศออกจากอำนาจของสหภาพโซเวียตภายใต้การปกครองของสตาลิน และ
พัฒนาประเทศเป็นประเทศคอมมิวนิสต์อิสระ (ตามแนวคิด Titoism ที่มีหลักการมุ่งสู่จุดหมายสูงสุด
ตามแนวทางคอมมิวนิสท์ด้วยวิถีที่กำหนดโดยเงื่อนไขภายในของแต่ละประเทศนั้น ไม่ใช่ตามแบบแผน
ที่กำหนดมาจากภายนอก) นอกจากนี้เขายังมีบทบาทเป็นผู้นำผู้ก่อตั้งกลุ่มประเทศผู้ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด
Non-Aligned Movement


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 139  เมื่อ 12 ก.ค. 13, 10:52

           หลังการเสียชีวิตของเขาและหลังจากที่ลัทธิคอมมิวนิสท์ในยุโรปตะวันออกได้ล่มสลาย
ลงในปี 1989 ความขัดแย้งตึงเครียดภายในยูโกสลาเวียก็ปะทุจนแตกแยก โครเอเชียและสโลวีเนีย
ได้ประกาศเอกราชจากสหพันธ์สาธารณรัฐสังคมนิยมยูโกสลาเวียในปี 1991 ที่นำไปสู่สงครามระหว่าง
ชาวโครแอทและเซิร์บซึ่งต่อต้านการแยกประเทศ โดยมีรัฐบาลกลางยูโกสลาเวียหนุนหลังส่งกองทัพ
เข้าบุกโครเอเชีย ในขณะที่โครเอเชียก็ใช้กำลังผลักดันชาวเซิร์บออกนอกประเทศ สงครามยืดเยื้อ
เป็นเวลานานถึง 4 ปีจึงยุติลงในปี 1995

ช่วงสงครามเมืองสำคัญของโครเอเชียเช่น  Zadar
และ Dubrovnik ถูกระเบิดทำลาย


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 140  เมื่อ 12 ก.ค. 13, 14:54

สงครามแบ่งแยก Yugoslavia           


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 141  เมื่อ 12 ก.ค. 13, 15:05

Yugoslavia >>> Slovenia, Croatia, Bosnia and Herzegovina, Montenegro, Macedonia,
                        Serbia และ 2 จังหวัดปกครองพิเศษ(ตนเอง) Vojvodina กับ Kosovo


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 142  เมื่อ 16 ก.ค. 13, 09:12

               เช้าวันที่สามของการเดินทางกับประเทศที่สาม(ออสเตรีย  > สโลเวเนีย >) โครเอเชีย
               เริ่มต้นที่เมืองหลวง Zagreb ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของโครเอเชียด้วยเช่นเดียวกับ
ลุบลิยานาของสโลเวเนีย

                 ชื่อของเมืองนั้นบ้างเชื่อว่ามาจากคำว่า zagrabiti ซึ่งแปลว่า to scoop
ตามตำนานเล่าว่า ban (lord,master,ruler) ได้เดินทางนำเหล่าทหารที่กระหายน้ำผ่าน
ทะเลทรายมาถึงที่นี่ ท่านได้ใช้ดาบปลายแหลมปักลงบนพื้นแล้วปรากฏว่ามีน้ำผุดขึ้นมา
ท่านจึงมีบัญชาให้เหล่าทหารทำการขุดบ่อน้ำ ณ ที่ตรงนั้น
                 บางตำนานก็เล่าแตกต่างไปบ้างว่า ท่านสั่งให้หญิงสาวตักน้ำมาดื่มแก้กระหายว่า
Zagrabi, Mando! (แปลว่า Scoop it up, Manda!-ชื่อของหญิงสาว)
                 นอกจากนี้แล้วยังมีตำนานว่ามาจากคำว่า 'za breg' หรือ 'beyond the river bank'
หมายถึงฝั่งแม่น้ำซาวาที่ไหลผ่านกลางเมือง   หรือ
                 จากคำว่า "za grabom" ("behind the moat") เนื่องจากเป็นเมืองที่มีป้อมปราการ
แน่นหนา

                 รถนำมายังจุดตั้งต้นที่บริเวณย่านเก่าแก่ที่สุดของเมือง - Kaptol เป็นเนินเขา
ที่ตั้งรกรากตั้งแต่ยุคกลางในช่วงปลายศตวรรษที่ 11


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 143  เมื่อ 16 ก.ค. 13, 09:22

            และเป็นที่ตั้งของวิหารแห่งซาเกร็บ  

            Zagreb Cathedral - Cahthedral of St. Stephen

          วิหารโรมันแคธอลิค สร้างในแบบกอธิคก่อยอดสูงเสียดฟ้า(108 เมตร) เหนือกว่าสิ่งก่อสร้าง
อื่นใดในกรุงทำให้สามารถมองเห็นยอดสูงนี้ได้จากหลายจุดในเมือง  อุทิศแด่ Assumption of Mary
และกษัตริย์ทั้งสองคือ  Saint Stephen กับ Saint Ladislaus
            วิหารนี้สร้างขึ้นในปี 1093, ในศตวรรษที่ 12 และ 13 ต่อมาถูกทำลายโดยพวก Tartars
(กลุ่มชนแถบยุโรปตะวันออกและเอเชียตอนเหนือ) ในปี 1242 แล้วได้รับการปฏิสังขรณ์เป็นแบบกอธิค
เมื่อปี  1263 หอคอยแบบ  Renaissance ถูกสร้างในศตวรรษที่ 17
            วิหารได้รับความเสียหายอย่างหนักเมื่อครั้งเกิดแผ่นดินไหวในปี  1880 แล้วจึงได้รับการปฏิสังขรณ์
ขึ้นมาใหม่ในสไตล์  Neo-Gothic ดั่งที่เห็นในปัจจุบัน


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 144  เมื่อ 16 ก.ค. 13, 09:29

            เบื้องหน้าวิหารเป็นอนุสาวรีย์    Virgin Mary  สร้างขึ้นเพื่อน้อมสำนึก
ถึงพระกรุณาของพระแม่ที่ปกปักรักษาชาวเมืองเมื่อกาลครั้งที่กาฬโรคระบาดในศตวรรษที่ 18
            อาคารด้านซ้ายมือในภาพคือวังของท่านบิชอป Bishop's palace


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 145  เมื่อ 16 ก.ค. 13, 09:33

          ป้อมกำแพงข้างวิหารที่ยังเหลืออยู่จากการสร้างเพื่อป้องกันการบุกรุกรานของอ็อตโตมาน


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 146  เมื่อ 16 ก.ค. 13, 09:34

           เบื้องหน้าวิหารเยื้องไปเป็นอาคารสีเหลืองจางที่มีหอคอยยอดแหลมเห็นเด่นไกลคือ
St Francis of Assisi Church and Franciscan Monastery


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 147  เมื่อ 16 ก.ค. 13, 09:51

           จากวิหารเดินไป Ban Jelacic Square จตุรัสเก่าแก่มีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17
เป็นที่ตั้งของอาคารหลากสไต์ทั้ง classicism, secession และ modernism
           ตั้งชื่อตาม ban Josip Jelacic ผู้ที่ทางการได้ประดิษฐานอนุสาวรีย์ของท่านตระหง่าน ณ ที่นี้
โดยขึ้นเป็นรูปท่านขี่ม้ามือขวาชี้ดาบไปเบื้องหน้า เดิมตัวอนุสาวรีย์หันไปทางทิศเหนือซึ่งเป็นประเทศฮังการี
เพื่อรำลึกถึงสงคราม Hungarian Revolution of 1848


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 148  เมื่อ 16 ก.ค. 13, 09:54

             ระหว่างช่วงการปกครองระบอบคอมมิวนิสท์(สมัยตีโต) เมื่อโครเอเชียกลายเป็นรัฐหนึ่ง
ของยูโกสลาเวีย อนุสาวรีย์นี้ได้ถูกย้ายออกไปเก็บไว้เนื่องจากเกรงว่าจะเป็นสัญญลักษณ์กระตุ้น
ความรักชาติของชนชาวโครเอเชียที่อาจนำไปสู่ความแตกแยก อนุสาวรีย์นี้ก็ได้กลับมาสถิตใหม่
ในปี 1990 แต่ถูกกลับหันไปทางทิศใต้


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 149  เมื่อ 16 ก.ค. 13, 09:58

            ทางทิศตะวันออก(ซ้ายมือของรูปปั้น) คือน้ำพุ  Mandusevac fountain
ซึ่งเชื่อกันว่าคือน้ำพุในตำนานที่ว่า  Zagrabi, Mando
           จตุรัสแห่งนี้เป็นจุดนัดพบยอดนิยมของชาวเมืองในย่านถนนปลอดรถยนต์แต่มีรถรางแล่นผ่าน


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 8 9 [10] 11 12 ... 85
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.035 วินาที กับ 19 คำสั่ง