เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 78 79 [80] 81 82 ... 85
  พิมพ์  
อ่าน: 102548 sLOVEnia Croatia Album
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6210


ความคิดเห็นที่ 1185  เมื่อ 10 เม.ย. 14, 09:32

          แท่นข้าง 4 แท่นทั้งซ้ายและขวาเป็นที่บูชา นักบุญ Xavier, Joseph, Presentation
of Our Lady in the temple - การถวายตัวพระแม่แด่พระผู้เป็นเจ้า(เมื่อครั้งยังเยาว์วัยเป็น
เด็กหญิง จากนั้นได้อาศัยอยู่ในโบสถ์จนกระทั่งถึงเวลาออกเรือนกับ Joseph) และ นักบุญ Augustine

วิกกี้ไทยบันทึกว่า

            นักบุญออกัสตินแห่งฮิปโป (Augustine of Hippo) เกิดเมื่อปี 354 ที่เมืองทากาส
ประเทศแอลจีเรีย เป็นนักเทววิทยาศาสนาคริสต์ยุคแรก งานเขียนของท่านมีอิทธิพลอย่างมากต่อ
ศาสนาคริสต์ตะวันตกและปรัชญาตะวันตก ท่านได้เป็นบิชอปแห่งฮิปโปในปี 396 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่ง
ของมณฑลแอฟริกาของจักรวรรดิโรมัน ออกัสตินถือเป็นปิตาจารย์*ที่สำคัญที่สุดของคริสตจักร

       *Church Fathers คือนักเทววิทยาที่มีบทบาทสำคัญในศาสนาคริสต์ยุคแรก
ปิตาจารย์เหล่านี้มักเป็นอาจารย์หรือมุขนายก - Bishop ที่มีบทบาทสำคัญ งานเขียนของปิตาจารย์
ถือเป็นบรรทัดฐานความเชื่อของคริสต์ศาสนิกชนในศตวรรษต่อ ๆ มา


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6210


ความคิดเห็นที่ 1186  เมื่อ 10 เม.ย. 14, 09:34

กลับออกมานอกโบสถ์ ทางขวามือคือ     

           อาคารวิทยาลัยเยซูอิต Collegium Ragusinum ซึ่งตระหง่านตั้งฉากกับตัวโบสถ์
อาคารนี้สร้างขึ้นเป็นสถานศึกษาสำหรับชนชั้นนำของดูบรอฟนิค หลังเหตุวิกฤตแผ่นดินไหว
ปี 1667 ทางการตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษาที่มีต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจบ้านเมือง
และสถาบันการศึกษาที่มีคุณภาพเป็นเลิศก็คือคณะเยซูอิตนี่เอง


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6210


ความคิดเห็นที่ 1187  เมื่อ 10 เม.ย. 14, 09:36

          ต่อมาในภายหลังจากที่คณะเยซูอิตได้ถูกยกเลิกในปี 1773 วิทยาลัยได้ตกเป็นของสังฆมณฑล
แรกูซา เมื่อกองทัพนโปเลียนมาถึงในปี 1806 อาคารนี้ได้ถูกเปลี่ยนเป็นโรงพยาบาลทหารจนกระทั่ง
ปี 1941 ท่านบิชอปที่นี่จึงได้จัดตั้งให้เป็นโรงเรียนและโรงเรียนสอนศาสนา นักเรียนที่นี่จะได้รับการสอน
ภาษาละตินและกรีกคลาสสิคเป็นเวลาสี่ปี ปัจจุบันที่นี่คือโรงเรียนมัธยม Ruder Boskovic


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6210


ความคิดเห็นที่ 1188  เมื่อ 10 เม.ย. 14, 09:37

          เส้นสายตรงแน่วของอาคารเรียนขับด้านหน้าโบสถ์สไตล์บารอคให้โดดเด่นชัด และขานรับ
กับขั้นบันไดกว้างเบื้องหน้า ที่ออกแบบโดยสถาปนิกโรมัน Pietro Passalacqua ในปี 1738
สะท้อนภาพบันไดซึ่งเป็นที่รู้จักมักคุ้นในโรม

ภาพจากอดีตมักจะงดงามกว่าปัจจุบัน


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6210


ความคิดเห็นที่ 1189  เมื่อ 10 เม.ย. 14, 09:43

          ลงจากบันไดสวยสู่ลานกว้างด้านล่าง

บันไดยามย่ำสนธยา


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6210


ความคิดเห็นที่ 1190  เมื่อ 10 เม.ย. 14, 09:45

           ริมถนนระหว่างทางจากจตุรัสกวีศรีเมืองกลับไปลานน้ำพุใหญ่เป็นที่ตั้งของ
      
                    โบสถ์ Serbian Orthodox Church of the Holy Annunciation

ในตำแหน่งที่กล่าวได้ว่าอยู่ตรงใจกลางเมือง(A)


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6210


ความคิดเห็นที่ 1191  เมื่อ 10 เม.ย. 14, 09:49

          อาคารโบสถ์สไตล์  neo-byzantine ตั้งอยู่บนพื้นยกระดับโดดเด่นต่างจากอาคารใกล้เคียง


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6210


ความคิดเห็นที่ 1192  เมื่อ 10 เม.ย. 14, 09:52

         โบสถ์แห่งนี้สร้างขึ้นในปี 1871 และงานสร้างขั้นตอนสุดท้ายสำเร็จในช่วงต้นศตวรรษที่ 20


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6210


ความคิดเห็นที่ 1193  เมื่อ 10 เม.ย. 14, 09:54

          ทางการดูบรอฟนิคเพิ่งจะยอมรับสถานะออร์โธดอกซ์เทียบเท่าแคธอลิคเมื่อปี 1848
ในเวลานั้นมีผู้อพยพที่นับถือออร์โธดอกซ์เป็นเซิร์บจากเฮอร์เซโกวินามาอาศัยอยู่ที่นี่หลายร้อยคน
พวกเขาอยู่ในเครือเดียวกับ  Serb Orthodox Church ที่เป็นโบสถ์ตามประเพณีของเซอร์เบีย
กับบอสเนียและเฮอร์เซโกวินา (และโดยทางการแล้วถูกจัดว่าเป็น "ชาวเตอร์ค")
        สงครามผ่านพ้นไปยังไม่นานพอ(ยี่สิบกว่าปีแล้ว) ความขัดแย้งทางเชื้อชาติศาสนายังไม่
จางหาย เมื่อปีที่แล้วมีรายงานข่าว

Hate graffiti on Orthodox church in Dubrovnik
         Srbe na vrbe - Hang the Serbs


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6210


ความคิดเห็นที่ 1194  เมื่อ 11 เม.ย. 14, 09:56

กลับมายังลานน้ำพุแล้วเข้าชมอาคารถัดไปจากโบสถ์ติดกำแพง นั่นคือ

                        อาราม  Franciscan Monastery

          หนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่ปักหมุดเขตตะวันตกของเมือง ด้านในประตู Pile

ตอนที่มาถึงในโบสถ์มีคริสต์ศาสนิกชนมาชุมนุมมากมาย ไม่สะดวกที่จะถ่ายภาพ
จึงต้องค้นหานำมาจากเน็ทเช่นเคย


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6210


ความคิดเห็นที่ 1195  เมื่อ 11 เม.ย. 14, 09:59

           คณะฟรานซิสกันเป็นหนึ่งในสามนิกายที่ลงหลักปักฐานที่สามมุมเมือง ได้แก่ เยซูอิตทางใต้
ดอมินิกันทางตะวันออก และ ฟรานซิสกันทางตะวันตก(สองคณะหลังนี้ที่ตั้งอยู่สองฟากตรงข้าม ต่างก็
มีท่าทีประชันขันแข่งกัน) 
          แรกมาถึงดูบรอฟนิคเมื่อปี 1234 (ตัวเลขสวยมาก) คณะได้สร้างอาคารหลังแรกที่นอกกำแพง
แถบประตู Pile ก่อนที่จะถูกรื้อทำลายลงด้วยภัยคุกคามจากสงคราม แล้วย้ายเข้ามาสร้างอารามหลังใหม่
ภายในกำแพงเมื่อปี 1317 ในแบบโรมาเนสค์ - กอธิค ใช้เวลาในการสร้างข้ามศตวรรษ ทำให้ได้เป็น
หนึ่งในอารามที่รุ่มรวยด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่สุดของดูบรอฟนิค


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6210


ความคิดเห็นที่ 1196  เมื่อ 11 เม.ย. 14, 10:01

          แต่แล้วเหตุการณ์ธรณีพิบัติครั้งร้ายแรงในปี 1667 ได้ทำลายอารามลงคงเหลือส่วนที่
เป็นระเบียง cloister และสวนกลางระเบียงซึ่งเป็นสวนที่เก่าแก่ที่สุดในดูบรอฟนิค(ที่ได้เข้าชมไปแล้ว)
  
          อารามถูกสร้างขึ้นใหม่อย่างเรียบง่ายไม่หรูในแบบบารอค แต่งานแบบกอธิคคงหลงเหลืออยู่
ที่ประตูเดิมซึ่งกู้มาได้จากอาคารหลังเกิดแผ่นดินไหว ประตูนี้เป็นผลงานประณีตล้ำเลิศสรรค์สร้างใน
ปี 1498 โดยสองพี่น้อง Leonard และ Petar Petrovic ที่มีโรงงานช่างที่ดีที่สุดในเมือง


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6210


ความคิดเห็นที่ 1197  เมื่อ 12 เม.ย. 14, 09:41

           งานประติมากรรมด้านบนสุดเหนือประตูคือพระบิดาพระผู้เป็นเจ้า เป็นองค์ประธาน
ด้านล่างเป็นรูปแม่พระระทมทุกข์ - Pieta ซึ่งอยู่ในโค้งแบบกอธิค  ทางซ้ายมือคือนักบุญ
Jerome ในมือถือรูปจำลองโบสถ์(ที่พบได้บ่อยในรูปแบบงานกอธิค) และด้านขวาคือ
นักบุญ John the Baptist ลักษณะรูปปั้นสลักออกแนวแข็งแบบกอธิคแต่รอยพับของผ้า
เป็นแนวเรเนซอง
           งานสลักใบไม้สลับซ้อนอาจเป็นผลงานของหนึ่งในทีมช่างในโรงงานที่ชำนาญงานนี้
แต่ส่วนของใบหน้ามักจะยกให้เป็นฝีมือของนายช่าง


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6210


ความคิดเห็นที่ 1198  เมื่อ 12 เม.ย. 14, 09:44

หมู่รูปสลักเหนือประตูแห่งนี้กล่าวว่าสื่อนัยทางการเมืองในช่วงนั้น
   
         St John the Baptist เป็นสัญลักษณ์แห่งความมั่นคงจงรักภักดีของคริสเตียน
ในยามเผชิญกับการคุกคามจากเตอร์ค,  St Jerome สื่อถึงความเป็นเอกภาพของจิต
วิญญาณแห่งแดลเมเชีย, พระแม่ระทมทุกข์ หมายถึงความเมตตาต่อชาวเมืองผู้ยากไร้
ที่มาแสวงหาที่พึ่งพิงทางใจจากคณะฟรานซิสกัน และ พระเป็นเจ้าพระผู้สร้าง คือ
สัญลักษณ์แห่งการต้านแนวคิดมนุษยนิยมในช่วงเวลานั้น


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6210


ความคิดเห็นที่ 1199  เมื่อ 12 เม.ย. 14, 09:45

          อาคารหอระฆังตั้งอยู่ข้างโบสถ์ด้วยความสูงกว่า 40 เมตร เป็นแบบโรมาเนสค์
และกอธิค


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 78 79 [80] 81 82 ... 85
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.044 วินาที กับ 19 คำสั่ง