เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 26 27 [28]
  พิมพ์  
อ่าน: 100459 มนุษย์และสัตว์(ประหลาด)ต่างดาว
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 12446



ความคิดเห็นที่ 405  เมื่อ 13 พ.ค. 22, 15:35

ภาพถ่ายอันน่าพิศวงของภูมิประเทศบนดาวอังคาร ซึ่งหุ่นยนต์ตระเวนสำรวจคิวริออซิที (Curiosity Rover) ขององค์การนาซาบันทึกภาพไว้ได้ เมื่อวันที่ ๗ พฤษภาคมที่ผ่านมา เผยให้เห็นสิ่งที่ดูเหมือนกับประตูทางเข้าสถานที่ลับสักแห่งไม่มีผิด

ประตูปริศนาดังกล่าวอยู่ในภาพที่บันทึกได้จากภูเขาชาร์ป (Mount Sharp) ภายในแอ่งหลุมเกล (Gale Crater) ซึ่งหุ่นยนต์คิวริออซิทีทำการสำรวจในหลายจุดมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๕๕

กล้องของหุ่นยนต์ตระเวนสำรวจจับภาพของประตูปริศนาได้ ขณะกำลังไต่ระดับขึ้นเขาสูง ๕,๕๐๐ เมตร โดยประตูนี้ตั้งอยู่ตรงส่วนเนินเขาชันที่เรียกว่า Greenheugh Pediment ซึ่งมีพื้นผิวขรุขระคล้ายหลังจระเข้

ข่าวจาก บีบีซี

จะเป็นช่องที่เกิดโดยธรรมชาติหรือเป็นฝีมือชาวอังคารต้องติดตามกันต่อไป (ด้วยใจระทึก) ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 12446



ความคิดเห็นที่ 406  เมื่อ 14 พ.ค. 22, 11:45

ตำแหน่ง "ประตูปริศนา" ในภาพมุมกว้าง

ภาพจาก gigapan.com


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 12446



ความคิดเห็นที่ 407  เมื่อ 18 พ.ค. 22, 10:35

แม้ว่าในที่สุดมีความเห็นจากผู้สันทัดกรณีจะมีว่า "ประตูปริศนา" เป็นผลงานของธรรมชาติมิใช่จากฝีมือของชาวอังคาร



แต่ตราบใดที่ยังไม่มีการเข้าไปสำรวจข้างใน เห็นทีจะเชื่ออย่างสนิทใจได้ยาก ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 33333

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 408  เมื่อ 18 พ.ค. 22, 17:11

ไขปริศนา “ประตูเอเลียน” บนดาวอังคาร นักธรณีวิทยาชี้ ไม่ใช่ทางเข้าสถานที่ลับ

ผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยาของดาวอังคารหลายคนชี้ว่า มันไม่ใช่ประตู แต่เป็นร่องรอยการกัดเซาะตามธรรมชาติ ไม่ใช่ประตูที่สร้างโดยฝีมือมนุษย์หรือเอเลียนแต่อย่างใด

นีล ฮอดจ์กินส์ นักธรณีวิทยาชาวอังกฤษ รองประธานบริษัทวิจัยทางธรณีศาสตร์ Searcher ผู้ศึกษาสภาพภูมิประเทศของดาวอังคารมานาน กล่าวให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ Live Science ว่าสำหรับเขาแล้วมันดูเหมือนร่องรอยการกัดเซาะด้วยลมหรือน้ำตามธรรมชาติมากกว่า

“เนินเขาที่ช่องหินคล้ายประตูตั้งอยู่ มีลักษณะเป็นชั้นหินที่เกิดจากการทับถมของดินและทรายที่เป็นตะกอนก้นแม่น้ำ หรือไม่ก็เป็นเนินทรายที่ถูกลมพัดมาทับถมกันตั้งแต่ราว 4,000 ล้านปีก่อน โดยส่วนของทรายที่แข็งกว่าจะยื่นออกมาให้เห็นอย่างเด่นชัด” ฮอดจ์กินส์กล่าวและว่า

ในบริเวณใกล้เคียงยังพบรอยแตกของหินในแนวตั้งจำนวนมาก เมื่อรอยแตกเหล่านี้ขยายตัวจนมาพบกับชั้นหินที่ทับถมกันในแนวนอน จะทำให้เนื้อหินแตกหลุดออกมาเป็นก้อนใหญ่ โดยมีรูปทรงบางส่วนคล้ายกับมุมเหลี่ยมและขอบบางด้านแทบจะเป็นเส้นตรงได้ ซึ่งจากในภาพยังคงมีชิ้นส่วนของหินที่แตกหลุดออกมาให้เห็นอยู่

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงเป็นประวัติการณ์ ในหุบเหว Valles Marineris บนดาวอังคาร

“นี่เป็นเรื่องธรรมชาติมาก และเราก็พบชั้นหินที่แตกออกเป็นรูปทรงคล้ายกันนี้ได้ ตามพื้นที่แห้งแล้งหลายแห่งทั่วโลก” ฮอดจ์กินส์กล่าวอธิบาย

ด้านดร. นิโคลาส แมนโกลด์ นักธรณีวิทยาดาวเคราะห์จากมหาวิทยาลัยน็องต์ของฝรั่งเศส เห็นเช่นเดียวกันว่า มีหลายสิ่งในภาพที่บ่งชี้ว่ามันไม่ใช่ “ประตูเอเลียน” อย่างแน่นอน

อันดับแรกคือเรื่องของขนาดที่ประเมินแล้วน่าจะมีความสูงไม่ถึง 1 เมตร ประกอบกับแสงเงาที่ปรากฎทำให้ดูเสมือนว่าเป็นช่องลึกเปิดเข้าไปด้านใน ทั้งที่จริงแล้วเป็นเพียงช่องวางตื้น ๆ ในเนื้อหินเท่านั้น

โครงสร้างของชั้นหินที่ประกอบกันขึ้นเป็นเนินเขาแห่งนี้ มีรอยแตกอยู่ทั่วไปทั้งในแนวนอนและแนวตั้ง ทำให้ง่ายต่อการเกิดก้อนหินที่จะแตกหลุดออกเป็นทรงกล่องสี่เหลี่ยม” ดร. แมนโกลด์กล่าวและว่า ประตูนี้ไม่น่าจะเกี่ยวกับ แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงบนดาวอังคารเมื่อปลายปีที่แล้วและเมื่อต้นเดือนพ.ค.

“แผ่นดินไหวน่าจะมีผลต่อการกะเทาะหลุดร่วงของชั้นหินนี้น้อยมาก เมื่อเทียบกับแรงเค้นที่กระทำต่อเนื้อหิน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิตามฤดูกาลบนดาวอังคาร” ดร. แมนโกลด์กล่าวสรุป


https://www.prachachat.net/spinoff/science-technology/news-931566

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 33333

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 409  เมื่อ 18 พ.ค. 22, 17:13

อ้างถึง
แต่ตราบใดที่ยังไม่มีการเข้าไปสำรวจข้างใน เห็นทีจะเชื่ออย่างสนิทใจได้ยาก

เห็นด้วยค่ะ


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 12446



ความคิดเห็นที่ 410  เมื่อ 12 มิ.ย. 22, 12:35

NASA เตรียมเริ่มต้นศึกษา UFO หลังได้รับความสนใจอย่างมากจากสาธารณชน

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (National Aeronautics and Space Administration - NASA) ประกาศเตรียมเริ่มต้นศึกษาจานบินอวกาศของมนุษย์ต่างดาว (Unidentified Flying Objects - UFO) หรือปรากฏการณ์ใด ๆ กลางอากาศที่ไม่สามารถระบุได้ (Unidentified Aerial Phenomena - UAP) ด้วยการรวบรวมข้อมูล ตรวจสอบ และวิเคราะห์หลักฐานงานวิจัย เพื่อพัฒนาความเข้าใจทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับสิ่งที่พบเห็นได้มากยิ่งขึ้น
 
ด้าน โทมัส เซอร์บูเชน หัวหน้าหน่วยด้านวิทยาศาสตร์ของ NASA เผยว่า เราไม่กลัวความเสี่ยงที่อาจกระทบกับชื่อเสียง เราเชื่อว่าความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของปรากฏการณ์เหล่านี้ คือขอบเขตของข้อมูลที่มีอยู่อย่างจำกัด ซึ่งต้องใช้เวลาตรวจสอบและคัดกรอง
 
ในขณะที่ยานสำรวจของ NASA สำรวจระบบสุริยะ เพื่อค้นหาฟอสซิลของจุลินทรีย์ในสมัยโบราณ ประกอบกับนักดาราศาสตร์เองก็กำลังมองหาสิ่งที่เปรียบเสมือนเป็นหลักฐานของร่องรอยบางอย่างบนดาวเคราะห์ที่อยู่ห่างไกล เพื่อหาสัญญาณของอารยธรรม รวมถึงความเป็นไปได้ของสิ่งมีชีวิตต่างดาวที่มีระดับสติปัญญา โดยนับเป็นครั้งแรกที่หน่วยงานของ NASA จะตรวจสอบปรากฏการณ์ที่ไม่สามารถอธิบายได้บนท้องฟ้าของโลกใบนี้อย่างจริงจัง
 
ตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษที่ผ่านมา NASA ได้รับข้อเรียกร้องให้ค้นหาคำตอบของปรากฏการณ์เหล่านี้ที่ไม่สามารถระบุหรืออธิบายได้ ก่อนที่แนวคิดเหล่านี้จะค่อย ๆ เริ่มเป็นที่สนใจของสาธารณชนมากยิ่งขึ้น และจากรายงานหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ พบว่า มีการพบเหตุวัตถุหรือปรากฏการณ์ที่ไม่สามารถระบุได้ถึง ๑๔๔ เหตุการณ์เมื่อปี ๒๐๒๑ ซึ่งทั้งหมดยังไม่ได้ข้อสรุปหรือฟันธงว่ามีความเกี่ยวโยงกับมนุษย์ต่างดาวหรือยาน UFO หรือไม่แต่อย่างใด
 
โดยทีมศึกษาของ NASA กลุ่มนี้จะไม่ขึ้นกับกลุ่มด้านความมั่นคงของเพนตากอน เบื้องต้นคาดว่าการศึกษาดังกล่าวจะใช้ระยะเวลาราว ๙ เดือน และใช้งบประมาณไม่เกิน ๑ แสนดอลลาร์สหรัฐ เป็นการศึกษาแบบเปิด ทั้งยังไม่มีการใช้ข้อมูลทางการทหารที่เป็นความลับของทางการสหรัฐฯ อีกด้วย
 
NASA เผยว่า ทีมศึกษาจะนำโดย เดวิด สเปอร์เจล นักดาราศาสตร์และนักฟิสิกส์ ประธานมูลนิธิ Simons Foundation เพื่อการพัฒนาและวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ ซึ่งสเปอร์เจลคาดว่า การศึกษาในครั้งนี้อาจช่วยค้นหาคำตอบที่ใครหลายคนสงสัยเกี่ยวกับประเด็นเหล่านี้ได้ไม่มากก็น้อย อีกทั้งจักรวาลนี้ยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่เรายังไม่เข้าใจ และรอให้เราค้นหาคำตอบอีกมากมาย

ข่าวจาก THE STANDARD

อีกไม่นานเราอาจได้คำตอบเรื่องสิ่งมีชีวิตต่างดาวไม่มากก็น้อย ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 33333

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 411  เมื่อ 20 มิ.ย. 22, 13:56

วัตถุสีเงินแวววาวบนดาวอังคาร ถูกพบโดยรถสำรวจ Perseverance

เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2022 ที่ผ่านมา รถแลนด์โรเวอร์เพอร์เซเวียแรนส์ (Perseverance) รถสำหรับสำรวจพื้นผิวดาวอังคารของนาซา (NASA) ที่ทำการทัชดาวน์ (Touch down) หรือล้อแตะกับพื้นผิวดาวอังคารในปี 2021 ได้บันทึกภาพวัตถุสีเงินแวววาวที่อยู่ตรงกลางระหว่างก้อนหินขนาดใหญ่ 2 ก้อน บริเวณหลุมอุกกาบาตเจซีโร (Jezero Crater)

ซึ่งเป็นภาพที่ค่อนข้างแปลกตา เนื่องจากดาวอังคารเป็นดาวที่ถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่นสีส้มแดง จนได้รับสมญานามว่าดาวเคราะห์แดง (Red Planet) นักวิทยาศาสตร์จึงคิดว่าวัตถุดังกล่าวน่าจะมาจากนอกดาวอังคาร และพวกเขาคิดถูก เนื่องจากวัตถุดังกล่าวมาจากโลกของเรานั่นเอง

วัตถุดังกล่าว คือ ชิ้นส่วนผ้าห่มกันความร้อนของตัวพาวเวอร์ เจ็ต แพค (Powered Jet Pack) ที่เคยใช้ในการนำรถแลนด์โรเวอร์เพอร์เซเวียแรนส์ลงจอดบนพื้นผิวดาวอังคาร ในตอนนั้นตัวพาวเวอร์ เจ็ต แพคตกกระแทกพื้นผิวดวงจันทร์ห่างออกไป 2 กิโลเมตร จากจุดพบชิ้นส่วนผ้าห่มกันความร้อน ทั้งนี้ ชิ้นส่วนดังกล่าวอาจกระเด็นไกลมาจนถึงจุดนี้ หรืออาจถูกลมพัดมา

https://www.tnnthailand.com/news/tech/116967/?fbclid=IwAR2epkeBRhMrh2KeBA4PW3u4-g14hWgvGAyPAMTtR6EGAWqnzPiZiv64ZWc

ขอถามค่ะ
ถ้าดาวอังคารมีลม ก็แปลว่ามีอากาศใช่ไหมคะ


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 12446



ความคิดเห็นที่ 412  เมื่อ 20 มิ.ย. 22, 17:35

ขอถามค่ะ ถ้าดาวอังคารมีลม ก็แปลว่ามีอากาศใช่ไหมคะ

ยานอินไซต์ (InSight) ขององค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ (นาซา) ที่ลงจอดดาวอังคารเมื่อ ๒๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๑ ได้บันทึกการสั่นไหวของสายลมหนาวที่กรรโชกบนดาวอังคาร โดยกระแสลมแรงดังกล่าวมีความเร็ว ๕-๗ เมตรต่อวินาที

บรรยากาศบนดาวอังคารเบาบางกว่าบนโลกมาก ก๊าซส่วนใหญ่คือคาร์บอนไดออกไซด์ เมื่อมีความร้อนจากดวงอาทิตย์สะสมบนพื้นผิว ก๊าซก็จะลอยตัวขึ้นสู่เบื้องบน เกิดเป็นลมพัดบนดาวอังคาร

ข้างล่างนี้เป็นภาพถ่ายจากยาน Mars Reconnaissance Orbiter แสดงพายุซึ่งมีความเร็วถึง ๓๑ เมตรต่อวินาที หอบเอาเศษหินและฝุ่นลอยตัวสูงขึ้นเป็นทางสีขาวยาวคล้ายงู และปรากฎเงาดำบนดาวอังคาร



จาก มนุษย์และสัตว์(ประหลาด)ต่างดาว ความคิดเห็นที่ ๒๙๓-๒๙๔
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 12446



ความคิดเห็นที่ 413  เมื่อ 21 ก.ค. 22, 10:35

วัตถุอีกชิ้นหนึ่งซึ่งถูกพัดพาโดยลมบนดาวอังคาร❗️

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐฯ (National Aeronautics and Space Administration - NASA) เปิดเผยภาพที่ถ่ายจากกล้องด้านหน้าตำแหน่งด้านซ้ายของหุ่นยนต์สำรวจ "เพอร์เซเวียแรนส์" (Perseverance) แสดงให้เห็นวัตถุรูปร่างแปลกคล้ายก้อนเชือกสีอ่อนวางอยู่บนพื้นผิวดาวอังคาร โดยเป็นภาพที่ถ่ายระหว่างการสำรวจแอ่งหลุมเจเซโร (Jezero Crater) เมื่อวันที่ ๑๒ กรกฎาคมที่ผ่านมา

โฆษกประจำห้องปฏิบัติการแรงขับเคลื่อนไอพ่น หรือเจพีแอล ของนาซาในเมืองพาซาดีนา รัฐแคลิฟอร์เนีย เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่า วัตถุนี้อาจเป็นสายเชือกร่มของเพอร์เซเวียแรนส์ ที่ถูกทิ้งไว้จากการขั้นตอนการลดระดับก่อนลงจอด หรือช่วงการลงจอดบนพื้นผิวดาวอังคาร โดยเป็นชิ้นส่วนของอุปกรณ์ที่ทำให้หุ่นสำรวจร่อนลงบนพื้นผิวด่าวอังคารอย่างปลอดภัย

อย่างไรก็ตามเพอร์เซเวียแรนส์ไม่เคยเดินทางมายังจุดนี้ที่อยู่ใกล้กับบริเวณแอ่งหลุมเจเซโร มาก่อน ทำให้เชื่อว่าวัตถุนี้อาจถูกกระแสลมพัดพามา และเมื่อกลับไปดูอีกครั้งใน ๔ วันถัดมาปรากฏว่าวัตถุนี้ได้หายไปแล้ว ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญของนาซาเตรียมตรวจสอบ และเปิดเผยรายละเอียดอีกครั้งในสัปดาห์นี้

นี่ไม่ได้เป็นครั้งแรกที่เพอร์เซเวียแรนส์มาพบชิ้นส่วนที่หลงเหลือจากการลงจอดบนดาวอังคาร โดยก่อนหน้านี้กล้องจับภาพพบวัตถุที่เป็นชิ้นส่วนฟอยล์มีความเงา เมื่อช่วงกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยเชื่อว่าเป็นชิ้นส่วนของผ้าห่มฟอยล์รักษาอุณหภูมิ ที่อาจหล่นกระจายระหว่างการลงจอด

ข่าวจาก ไทยรัฐ


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 33333

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 414  เมื่อ 21 ส.ค. 22, 10:44

เรื่องที่ฮือฮากันขึ้นมาสำหรับผู้นิยม UFO  ในตอนนี้  คือ  'The Calvine Photo' ภาพที่เชื่อกันว่าถ่ายยานอวกาศของมนุษย์ต่างดาวได้ชัดเจนที่สุดเท่าที่เคยมีมา

ย้อนหลังไปถึงวันที่ 4  สิงหาคม ค.ศ.1990  นักปีนเขาสองคนในสกอตแลนด์ชวนกันไปปีนบนเนินเขาใกล้ Calvine
ขณะออกเดิน ทั้งสองเห็นวัตถุบินได้รูปทรงเพชรขนาดใหญ่เคลื่อนที่อย่างเงียบๆ บนท้องฟ้า ซึ่งทำให้ทั้งสองตกใจกลัวมาก
พวกเขาจึงวิ่งเข้าไปหลบในป่า และได้ยินเสียงยานประหลาดนี้หายลงไปในหุบเขา แต่สองนาทีต่อมา มันก็กลับมาและบินวนไปรอบ ๆ ทั้งสองจึงตัดสินใจถ่ายรูป ซึ่งในที่สุดรูปนี้คือภาพยูเอฟโอที่ชัดที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกได้
เขาส่งภาพนี้ไปให้หนังสือพิมพ์  Daily Record ของสกอตแลนด์เพื่อตีพิมพ์ แต่บรรณาธิการกลับส่งภาพไปให้กระทรวงกลาโหมแทน
ภาพก็เลยหายสาบสูญไป จน 32 ปีให้หลัง จึงถูกเปิดเผยโดยดร.เดวิด คลาร์คอดีตนักข่าว ปัจจุบันสอนอยู่ที่มหาวิทยาลัย Sheffield Hallam University,

ก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันว่าเป็นภาพจริงหรือเป็นวัตถุชนิดอื่น


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 33333

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 415  เมื่อ 21 ส.ค. 22, 10:50

บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 26 27 [28]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.037 วินาที กับ 20 คำสั่ง