เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9 ... 16
  พิมพ์  
อ่าน: 56400 มนุษย์และสัตว์(ประหลาด)ต่างดาว
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30536

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 90  เมื่อ 23 ก.ค. 13, 10:03

ไทยเราก็มีศ.ดร.นพ.เทพนม เมืองแมน  ไม่น้อยหน้าประธานาธิบดี คีร์ซาน อีลูมชินอฟ แห่ง คาลมีเกีย เหมือนกันนะเออ!

ศ.ดร.นพ.เทพนม เมืองแมน บอกว่าเขาเจอมนุษย์ต่างดาวตั้งแต่อายุ 4-5 ขวบ มาวิ่งรอบเตียงนอน มีลักษณะตาใหญ่ หัวโล้นไม่มีหู นาซาเรียกว่า ‘พวกสีเทา’ พออายุ 6 ขวบ ก็โดนยูเอฟโอยิงแสงใส่หน้าอกจนสลบอายุ 16 ปี ไปเรียนต่อที่สหรัฐฯ อายุ 19 ปี ขณะตั้งแคมป์กับเพื่อนชาวอเมริกันที่รัฐเวอร์มอนต์ มีโอกาสได้เห็นยูเอฟโอครั้งแรกร่วมกับคน 1,000 คน นาน 2 ชั่วโมง จนเครื่องบินขับไล่ของสหรัฐฯ ขึ้นขับไล่วัตถุประหลาดก็หายไปอย่างรวดเร็ว

จากนั้นความสนใจก็เปล่งประกายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนสมัครเป็นสมาชิกของสมาคมยูเอฟโอ และ ตามติดไล่ล่า เรื่องราวสื่อสารกับสิ่งเหล่านี้มาจนถึงปัจจุบัน

“พ.ศ.2535 ผมเริ่มทำสมาธิเพื่อติดต่อมนุษย์ต่างดาวจากคำแนะนำของ ดร.อาจอง ชุมสาย (เพื่อนสนิท) แต่ติดต่อไม่ได้ หลังจากปฏิบัติ ฝึกฝนการนั่งสมาธิด้วยตัวเอง และเรียนกับเกจิทั้งไทยและเทศที่เก่งเรื่องการทำสมาธิหลายปี จากแค่เห็น (ครั้งแรกมีโอกาสถ่ายภาพยูเอฟโอได้ที่ใกล้สะพานข้ามแม่น้ำแคว) จนสามารถสื่อสารกับมนุษย์ต่างดาวที่มาจากดาวอังคารได้ ชื่อ 1. พาราซิทัล ราชันแห่งดาวอังคาร 2. เอ็ดดี้ผู้ดูแลจักรวาลมากว่า 30 ปี”


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24 ก.ค. 13, 15:33 โดย เทาชมพู » บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30536

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 91  เมื่อ 23 ก.ค. 13, 10:05

ส่วนการออกมาเตือนภัยมนุษย์โลกนั้น....!! หมอเทพนม บอกว่า เพื่อนต่างดาว มักจะออกมาเตือนภัยผ่านกระแสจิตบ่อยๆ ที่สำคัญปีนี้เป็นเตือนภัยที่จะเกิดกับประเทศไทยซึ่งอันตรายสุดๆ

“เขาจะเตือนและก็แม่นยำทุกครั้ง อย่างปีที่เสื้อเหลืองยึดทำเนียบ เขาก็มาบอกว่าใต้ทำเนียบมีอาวุธสงครามซ่อนอยู่ ให้ระวังพอรู้ผมก็โทร.ไปบอก 'จำลอง ศรีเมือง' ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกันให้ค้นดูใต้ทำเนียบปรากฏว่าพบอาวุธสงครามมากมาย เรื่องโจรใต้เขาก็เตือน ผมก็บอกอดีตนายกฯ ทักษิณว่าโจรใต้มันไม่กระจอกแบบที่ท่านพูดนะ เรื่องสึนามิเขาก็มายิงภาพ 3 มิติบนท้องฟ้า ว่าจะมีคลื่นยักษ์ฆ่าชีวิตมหาศาลเตือนเดือน ก.พ. 47 พอปลายปี 47 ก็เกิด ไข้หวัดนกก็ยิงภาพเป็นรูปเป็ด เตือนว่าจะระบาดใหญ่ น้ำท่วมปีที่แล้ว มนุษย์ต่างดาวก็สื่อสารผ่านผมว่า น้ำท่วมจากท้องฟ้า ซึ่งก็เกิดขึ้นจริงๆ”ผู้เชี่ยวชาญเรื่องนอกโลกกล่าว

ล่าสุดน่าระทึกใจเข้าไปใหญ่เมื่อ ศ.ดร.นพ.เทพนม เมืองแมน เปิดเผยว่า ปีนี้ ซึ่งตรงกับปีค.ศ.2012 ที่ชาวมายาระบุว่า จะเป็นวันสิ้นโลกนั้นจะเกิดเหตุการณ์ร้ายในเมืองไทย   

“พาราซิทัลและเอ็ดดี้” ออกมาฉายภาพเตือนให้เห็นภาพคนหัว แขน ขาขาด วันนี้จนถึงเดือนพฤษภาคม และย้ำเตือนว่า ให้ระวังคนสำคัญจะโดนระเบิดตาย นอกจากนี้ยังเตือนเรื่องการเมืองไทยจะร้อนแรง คนไทยจะฆ่ากัน ที่สำคัญจะมีการปฏิวัติ และประเทศไทยจะนองเลือด วันนี้จนถึงเดือนพฤษภาคม

“ปี ค.ศ.2012 สิ่งที่เขาย้ำหลายครั้งก็คือ ให้คนไทยระวังเรื่องภัยพิบัติเรื่องน้ำ และสิ่งแวดล้อมให้มากๆ ปีนี้น้ำจะมารุนแรงกว่าปีที่แล้วมาก เพราะว่าน้ำไม่ได้มาจากฝนอย่างเดียว น้ำจะมาจากทะเลและน้ำจากน้ำแข็งที่ละลายจากขั้วโลกเหนือและใต้ และอิทธิพลของอุกกาบาตที่วิ่งเฉียดโลกด้วย รวมทั้งระวังแผ่นดินไหวและพายุหมุน หรือ ‘สตอร์ม เซิร์จ’ หอบน้ำเข้ามาสูงกว่าตึก 10 ชั้นผสมโรงภายในปีนี้ด้วย ที่สำคัญเขื่อนต่างๆ โดยเฉพาะเขื่อนใหญ่ที่เคยเป็นข่าวว่าจะแตกบ่อยๆ อักษรย่อ ศ.และเขื่อนตัวย่อ ภ. ที่สร้างทับรอยเลื่อนเปลือกโลกจะแตกและเสียหายหนัก น้ำจากเขื่อนจะวิ่งเข้าถล่มคนกรุง และหลายจังหวัด กรุงเทพฯ อยู่ใต้น้ำหนักหนาสาหัสมหาศาล”

ผู้ที่อ้างว่าติดต่อกับมนุษย์ต่างดาวได้ บอกว่าที่น่าสะพรึงกลัวก็คือ ข้อมูลที่มนุษย์ต่างดาวเตือนมานั้นดันตรงกับข้อมูลที่นาซาบอกเอาไว้ว่า ปลายปีนี้เมืองใหญ่ๆ จะหายไป 50 เมือง โดยประเทศไทยจะเหลือแค่ภาคอีสานและภาคเหนือ ที่เหลือจะโดนน้ำท่วมหมด (มนุษย์ต่างดาวบอกว่ามาเลเซีย-สิงคโปร์ก็หายไปเกือบหมดเช่นกัน) ส่งผลให้คนตายมหาศาล
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30536

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 92  เมื่อ 23 ก.ค. 13, 10:07

ข้างบนนี้คือข่าวที่ลงเมื่อพ.ศ. 2555 นะคะ  ไม่ใช่ข่าวปี 2556

*สงครามโลกครั้งที่ 3*

หมอเทพนมยังย้ำข่าวร้ายของชาวโลกที่เพื่อนต่างดาวเตือนอีกว่า มนุษย์ต่างดาวยังฟันธงเรื่องสงครามโลกที่จะเกิดขึ้นอีก 3-5 ปีและผู้คนจะตายมหาศาล!!!

“สมัยอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช มนุษย์ต่างดาวก็เคยไปทำ Crop Circles เป็นใบไม้ 6 ใบบนสนามหญ้าที่ทำเนียบขาว เตือนภัยเอาไว้ และยังชี้ด้วยว่าพื้นที่อีก 6 แห่งเสี่ยงต่อการเกิดสงครามโลก
1. จีนและอเมริกา จีนกับไต้หวัน
2. เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ อเมริกาแจมด้วย
3. อินเดียกับปากีสถาน
4. รัสเซียกับอเมริกา
5. อิสราเอลกับอาหรับ
6. อินโดนีเซีย แต่ที่น่ากลัวมากที่สุดคือระหว่างยิวกับอาหรับ และผู้คนก็จะตายไปมากกว่าครึ่งโลก หลังจากนั้นโลกก็จะสงบ
ประเทศไทยก็จะตายเยอะ เขาบอกภาวนาว่าอย่าให้จีนเข้าไปร่วม ถ้าไม่ร่วมก็ไม่มีสงครามโลกครั้งที่ 3”

เมื่อถามว่าความเชื่อเรื่องยูเอฟโอ และมนุษย์ต่างดาว ทำไมไม่ได้รับความเชื่อถือในวงกว้าง…?

“ใช่ เขาไม่ค่อยเชื่อกันโดยเฉพาะคนไทย บางคนผมออกมาเตือน เพราะอยากให้ระวังตัวเขาหาว่า'บ้า' ผมจบด็อกเตอร์จากฮาร์วาร์ดสอนที่นั่นมา 4 ปี คนที่โน่นศึกษาเรื่องพวกนี้เยอะ แต่นักวิทยาศาสตร์ไทยมีน้อยที่สนใจ เขาก็ว่าสหรัฐฯ ยังไม่ประกาศว่ามนุษย์ต่างดาว ยูเอฟโอว่ามีจริง จึงไม่ยอมรับ แต่หลักฐานมากมายที่โลกค้นพบคือมันมีอยู่จริง อย่างที่ สหรัฐฯ บอกว่า มียูเอฟโอมาตกที่
อเมริกา จีน รัสเซีย แล้วยังมีข่าวการผ่าตัดมนุษย์ต่างดาว อีกทั้งตามดาวต่างๆ เช่น ดาวอังคาร  ดาวศุกร์ รวมถึงดวงจันทร์นักบินอวกาศก็ถ่ายภาพได้ มีเมืองร้างเป็นเมืองใหญ่มันมีข้อมูลที่พิสูจน์ได้”

/ไม่ได้ "บ้า" คิดไปเอง-เราย้ำ...!! /อาจารย์เทพนม บอกว่า บ้าได้อย่างไร ตนมีเงินมีทอง มีเกียรติ ได้สายสะพาย รางวัลสภาวิจัย รางวัล ฮาร์วาร์ด รางวัลต่างๆ ก็มีแทบทุกอย่าง อีกอย่าง ความเชื่อ และการติดต่อกับมนุษย์ต่างดาวของตนเอง เขาก็ระบุเหมือนกับนาซา ที่บอกว่าในศตวรรษ ที่ 21 เราจะรู้ว่ามีมนุษย์อื่นอาศัยอยู่ในดาวดวงอื่นด้วย ลองคิดดูจักรวาลมีเป็นแสนล้านดวง เราจะ
เป็นดาวดวงเดียวที่มีมนุษย์อยู่ได้ยังไง

*ศตวรรษที่ 21 โลกจะได้รู้จักกับมนุษย์ต่างดาว!!*

ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า พาราซิทัลและเอ็ดดี้พูดไว้ว่า อีกไม่นานมนุษย์โลกจะได้เห็นมนุษย์ต่างดาว 
“ที่เขายังไม่ปรากฏตัวตอนนี้ เพราะว่ามันเป็นกฎของจักรวาล อีกอย่างมนุษย์มีโกรธ โลภ หลงเยอะ  อากาศก็ไม่บริสุทธิ์ ไม่เหมาะกับพวกเขา แต่อย่างไรก็ดี เขาบอกว่าอีกไม่นานในศตวรรษที่ 21 โลกจะรู้ว่ามีสิ่งมีชีวิตอยู่ที่ดาวอื่นด้วยอย่างแน่นอน”


http://www.thairath.co.th/content/life/238380

ไทยรัฐลงข่าวสัมภาษณ์ดร.เทพนม เมืองแมนเมื่อปี 2555   ล่วงเลยมาจนกลางปี 2556 แล้ว  คุณเพ็ญชมพูคงบอกได้ว่าคุณเอเลี่ยนพาราซิทัลและเอ็ดดี้ทำนายแม่นแค่ไหน
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30536

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 93  เมื่อ 23 ก.ค. 13, 10:25

ขอแถมคำสัมภาษณ์ของดร.เทพนม เมืองแมน เรื่องมนุษย์ต่างดาว พร้อมกันไปเลยค่ะ
http://www.dmc.tv/print/news/2007-10-04-1.html

   “ผมไปพูดเรื่องมนุษย์ต่างดาว จานบิน ที่ไหนๆ หลายคนมองว่าผมบ้า ผมก็ไม่โกรธเขานะที่เขาคิดไม่เหมือนผม ผมเชื่อของผมอย่างนี้ และผมก็ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน ที่สำคัญประเทศมหาอำนาจของโลกทั้งอเมริกา รัสเซีย จีน เขาสนใจเรื่องนี้ทั้งนั้น” น้ำเสียงสุขุมนุ่มนวล ที่หลุดจากปากชายวัย 72 ปี อย่างศาสตราจารย์ ดร.เทพพนม เมืองแมน ทำให้ได้รับทราบถึง “ความเชื่อ” ส่วนตัวที่เขามีมาต่อเนื่องนานนับ 30 ปีเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาวและจานบิน แม้วันนี้จะยังไม่มีใครสามารถพิสูจน์ได้ว่าเรื่องมนุษย์ต่างดาวนั้นมีจริงหรือไม่
       
       **********
       
          วิทยาศาสตร์พิสูจน์แล้ว...
       ทางช้างเผือกมีจริง
       
        ศ.นพ.เทพพนม เป็นคนไทยคนแรกๆ ที่กล้าออกมาบอกกับสาธารณชนว่ามนุษย์เรานั้นไม่ได้อยู่โดดเดี่ยวในจักรวาลนี้ หากแต่เรายังมี “เพื่อนบ้าน” ซึ่งมีเทคโนโลยีที่ล้ำหน้ากว่ามนุษย์อาศัยอยู่ในจักรวาลนี้ด้วย
       
       “นักวิทยาศาสตร์ นักดาราศาสตร์ทั่วโลกพิสูจน์มาแล้วว่าทั้งจักรวาลนั้นมีหลายแสนกาแลกซี กาแลกซีที่โลกมนุษย์อยู่นี้เพียงแห่งเดียวมีดาวตั้งแสนล้านดวง ในดาวแสนล้านดวงนั้นคิดง่ายๆว่ามีดวงอาทิตย์หนึ่งดวงมีดาวนพเคราะห์โคจรรอบอยู่ประมาณ 10 ดวง ฉะนั้นดาวนพเคราะห์จะต้องมีอยู่ตั้งหนึ่งล้านล้านดวง แล้วดาวตั้งหนึ่งล้านล้านดวงแล้วบอกว่าเราเป็นโลกเดียวที่มีมนุษย์อยู่ มันไม่น่าเป็นไปได้” ศ.นพ.เมืองแมน อธิบายสมมติฐานให้ฟัง
       
       ในปัจจุบันองค์การนาซา (NASA) ของสหรัฐฯ ได้นำเอาสมการ “เรกส์” (RARKE) มาใช้คำนวณหาจำนวนดวงดาวนพเคราะห์ในทางช้างเผือก (เรกส์นี้เป็นนักดาราศาสตร์ที่มีชื่อเสียงของสหรัฐฯ และเคยไปบรรยายที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด) ว่าหากคำนวณตามสมการเรกส์จะพบว่าในทางช้างเผือกของเรามีดาวนับแสนล้านดวง จะมีดาวนพเคราะห์ที่มีมนุษย์อยู่และสามารถเดินทางมายังโลกมนุษย์ได้นี้มีอยู่ประมาณหนึ่งล้านดวง   ซึ่งมนุษย์ดาวต่างๆ ที่ว่านั้นสามารถเดินทางมาโลกมนุษย์เราได้  เพราะเขามีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามากกว่ามนุษย์หลายร้อยเท่า
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30536

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 94  เมื่อ 23 ก.ค. 13, 10:26

     ศ.นพ.เทพพนม อธิบายอีกว่า ในระยะ 300-400 ปีที่ผ่านมามนุษย์เราสามารถพิสูจน์ได้ว่า
    1. โลกกลมไม่ใช่แบน
    2.เมื่อก่อนมนุษย์เชื่อว่าโลกที่เราเป็นศูนย์กลางของจักรวาล ดวงอาทิตย์มาหมุนรอบโลกแต่ที่สุดกาลิเลโอก็พิสูจน์ให้เห็นว่าโลกนี้ไปหมุนรอบดวงอาทิตย์
    3.มนุษย์ในศตวรรษที่ 21 น่าจะมีการพิสูจน์มาให้เห็นได้แล้วว่ามีมนุษย์อื่นที่อยู่ยังโลกอื่นยังมีอยู่ มนุษย์ไม่ได้เป็นสิ่งมีชีวิตเดียวที่อยู่ในจักรวาลนี้       

       “ผมได้ศึกษาเรื่องต่างๆ เหล่านี้มานานถึง 30 ปี เพราะส่วนตัวผมนั้นผมเคยเห็นจานบินซึ่งมีการศึกษาจากองค์การนาซามาแล้วว่ามนุษย์ใน 100 คนนั้นจะสามารถเห็นมนุษย์ต่างดาวได้ 5 คนในหนึ่งครั้งในชีวิต ซึ่งหากเห็นหนึ่งครั้งในชีวิตมันศึกษาไม่ได้มันต้องเห็นหลายๆ ครั้ง ดังนั้น ผมได้ไปปรึกษากับดอกเตอร์คนหนึ่งซึ่งหากเอ่ยชื่อไปแล้วคนทั่วโลกรู้จักท่าน และท่านสนใจทั้งยังเชื่อว่ามีมนุษย์ต่างดาวจริง เพราะดอกเตอร์ท่านนั้นได้เห็นมนุษย์ต่างดาวมาแล้วอย่างน้อย 30 ครั้งซึ่งมันยิ่งทำให้ผมอยากจะรู้มากขึ้น”       

       หัดทำสมาธิ กรรมฐานกับ 3 อาจารย์ดัง
       
       ศ.นพ.เทพพนม ได้รับคำแนะนำจากดอกเตอร์คนดังว่าหากต้องการจะติดต่อกับมนุษย์ต่างดาวได้ต้องหัดนั่งสมาธิ ปฏิบัติกรรมฐาน อย่างต่อเนื่อง ด้วยความสนใจว่าที่เขาคิดมาตลอดว่ามีมนุษย์จากโลกอื่นมีจริงไม่ใช่สิ่งที่เขาจินตนาการขึ้นเอง
ทำให้ตัดสินใจไปฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ พระเกจิอาจารย์ชื่อดังที่จังหวัดอุทัยธานี หัดฝึกสมาธิจนเกิดความชำนาญในระดับหนึ่ง จนกระทั่งหลวงพ่อฤๅษีลิงดำมรณภาพจึงเดินทางไปฝากตัวเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อจรัล และคุณแม่ศิริ กลินชัย และล่าสุดได้ดั้นด้นไปฝากตัวเป็นลูกศิษย์กับโยคีที่มีชื่อเสียงที่สุดในอินเดีย
     “อาจารย์ที่ผมไปฝากตัวเป็นศิษย์นี่แต่ละคนล้วนแล้วแต่ได้อภิญญาทั้งนั้น คนทั่วประเทศก็ยอมรับท่านนะ ส่วนตัวผมผมปฏิบัติทำสมาธิมานานนับ 20 ปีแล้ว และเท่าที่ได้ถามอาจารย์ทั้งสี่คนท่านก็บอกว่ามนุษย์ต่างดาวน่ะมีจริงๆ เพราะท่านก็เคยเห็นมาหมด”   
     ศ.นพ.เทพพนม เมืองแมนบอกและว่า อาจารย์ทั้ง 3 คนในเมืองไทยท่านเคยบอกว่าท่านเคยเห็นด้วยตัวท่านเองและในพระไตรปิฎก พระพุทธเจ้าท่านก็บอกมาตั้งแต่ 2,500 ปี บอกไว้ว่าท่านเคยไปมาแล้วดาวหนึ่งชื่อ “อุตระประเทศ” เป็นดาวที่มนุษย์นั้นใจบุญสุนทาน หน้าตางดงามมากกว่าโลกมนุษย์เราหลายร้อยเท่า       
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30536

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 95  เมื่อ 23 ก.ค. 13, 10:27

     ด้วยความมุ่งมั่นที่จะให้ได้ทราบข้อเท็จจริงว่ามนุษย์ต่างดาวนั้นมีจริงหรือไม่ ศ.นพ.เทพพนม จึงพยายามที่จะฝึกสมาธิอย่างสม่ำเสมอ   จนกระทั่งสามารถติดต่อกับมนุษย์ต่างดาวได้ด้วยการส่ง “โทรจิต” ผ่านการทำสมาธิที่ฝึกฝนมาหลายสิบปี จนถึงวันนี้เขาบอกว่าสามารถทำได้ในทุกที่ทุกเวลา และยังสามารถทำให้คนอื่นๆ ได้เห็นจานบิน และมนุษย์ต่างดาวได้ด้วย
       
       อีก 5 ปี ภัยพิบัติเกิดขึ้นทั่วโลก
       
        หลังจากที่ศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และลองนั่งสมาธิ ทำกรรมฐานจนสามารถติดต่อกับมนุษย์ต่างดาวได้แล้วทำให้ ศ.นพ.เทพพนม สามารถถ่ายรูปมนุษย์ต่างดาว ยานอวกาศได้ด้วยตัวเองนับร้อยๆ ภาพ เขาบอกว่าภาพถ่ายนี่คือหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ คนที่สงสัยว่าผมทำภาพเองก็สามารถนำไปตรวจได้ว่านั่นคือภาพถ่ายที่ถ่ายมนุษย์ต่างดาวจริงๆ
       
        “ใครไม่เชื่อผมก็ไม่ว่านะ เพราะผมรู้ตัวเองว่าผมทำอะไร ภาพถ่ายที่ผมถ่ายได้ก็เป็นภาพจริงๆ เอาไปตรวจได้เลย ผมไม่มีความจำเป็นที่จะโกหกใครๆ เพราะสถานะทางสังคม การเงินหน้าที่การงานมั่นคง ชื่อเสียงของผมก็มี ไม่จำเป็นต้องไปหลอกใคร”
       
        การติดต่อกับมนุษย์ต่างดาว ศ.นพ.เทพพนม บอกว่า จะต้องติดต่อผ่านการทำสมาธิเพียงอย่างเดียวเท่านั้นเนื่องจากจะสามารถผ่าน “ภพภูมิ” ต่างๆไปได้ด้วยจิตที่ละเอียดเพียงพอนั่นหมายถึงการนั่งสมาธิจน “ถอดจิต” ออกจากร่างได้นั่นเอง
       
       สำหรับคนที่สนใจสามารถศึกษาด้วยตัวเองได้ในพระไตรปิฎกที่เขียนเรื่องภพภูมิไว้อย่างชัดเจน โดยศาสนาพุทธนิกายหินยานบอกว่าในจักรวาลนี้มีภพภูมิอยู่ถึง 31 ภพภูมิ ขณะที่ฝ่ายมหายานบอกว่ามีภพภูมิ 32 ภพภูมิ รวมภพ “อันตรภูมิ” ซึ่งเป็นภพภูมิที่วิญญาณต้องรอกรรมการตัดสินว่าจะไปสวรรค์หรือนรกรวมเข้าไปด้วย ในขณะที่มนุษย์ต่างดาวที่เขาบอกว่าเขามีความเจริญกว่าเรานั้นบอกว่าในจักรวาลมีตั้งร้อยกว่าภพภูมิ  และยังบอกว่า การเวียนว่ายตายเกิดนั้นเป็นเรื่องจริง
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30536

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 96  เมื่อ 23 ก.ค. 13, 10:29

       เรื่องภพภูมินี้เราสามารถอธิบายอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ได้ ้เพราะผมเคยได้ศึกษาวิจัยร่วมกับ ศ.ดร.เอียนส์ ซิเวนเซนต์ จากดุกส์ ยูนิเวอร์ซิตี สหรัฐอเมริกา เรื่องการระลึกชาติโดยศึกษาจากคนไทยที่สามารถระลึกชาติได้ 300 คน ศึกษาจากคนทั่วโลกรวมทั้งสิ้น 3,000 คน ปรากฏว่าเด็กที่ระลึกชาติได้นั้นมีอยู่ทั่วทุกทวีป แต่ละคนที่เข้าร่วมโครงการสามารถระลึกชาติได้จริงๆ ยิ่งทำให้ผมมั่นใจว่ามนุษย์เรานี้มีการเวียนว่ายตายเกิด มีภพมีภูมิที่แตกต่างกันจริงๆ
       
       “มนุษย์ต่างดาวที่มาติดต่อกับผมมาจากหลากหลายที่ เขาเคยบอกผมว่ามนุษย์ที่เกิดมาในโลกนี้ล้วนแล้วแต่เกิดตามกระแสกรรม ใครทำดีย่อมไปเกิดในภพภูมิที่ดีใครทำชั่วย่อมไปเกิดในภพภูมิที่เลวร้าย พระเจ้าท่านไม่ได้มาเป็นผู้ตัดสินนะ แต่ตัวมนุษย์เองนั่นแหละเป็นคนกำหนดว่าตัวเองตายแล้วจะไปไหน นั่นคือเรื่องของการกระทำ หรือที่เราเรียกว่ากรรม และวิธีตัดสินกรรมอันเกิดจากการกระทำของมนุษย์นี่ถือเป็นการตัดสินที่ยุติธรรมที่สุด”
       
       ศ.นพ.เทพพนม บอกว่า การที่มนุษย์ต่างดาวเลือกที่จะติดต่อกับเขานั้นเป็นเพราะในภพภูมิหนึ่งเคยได้เป็นส่วนหนึ่งของเขา ทำให้เขาสามารถสื่อกับมนุษย์ต่างดาวได้และเขาเชื่อว่าเขาถูกส่งมาเพื่อยกจิตวิญญาณของมนุษย์ให้ดีขึ้น แต่มาถึงวันนี้ยังไม่สามารถทำตามวัตถุประสงค์ได้ ซึ่งมนุษย์ต่างดาวบอกว่าเพราะมนุษย์นั้นเป็นสิ่งชั่วร้าย   และก็มาถึงยุคสุดท้ายที่มนุษย์จะถูกทำลายล้าง
       
       “ผมไม่รู้นะว่าจะมีคนเชื่อผมแค่ไหน แต่เท่าที่ผมได้ติดต่อกับมนุษย์ต่างดาวเขาบอกว่าภายใน 5 ปีนับจากนี้ มนุษย์จะเผชิญกับภัยพิบัติมากมาย ที่เขาบอกผมมันไปตรงกับภาวะโลกร้อนเข้าพอดี ซึ่งสหรัฐฯ ได้ทำการวิจัยแล้วว่าโลกมนุษย์กำลังเผชิญกับช่วงแม่เหล็กเปลี่ยนขั้ว โดยทุกๆ 26,000 ปีแม่เหล็กโลกจะเปลี่ยนขั้วแบบเหนือเป็นใต้ ใต้เป็นเหนือเลยซึ่งเรื่องนี้คนที่ทำคือมนุษย์   กอรปกับจุดดับในดวงอาทิตย์ที่เพิ่มมากขึ้นทำให้โอกาสที่จะเกิดภัยพิบัติต่อโลกภายในปี คศ.2012 มากมาย”
       
       สำหรับการศึกษาเรื่องแม่เหล็กเปลี่ยนขั้วนี้ สหรัฐฯ เป็นผู้ดำเนินการเขาทำการศึกษามาแล้วว่าโลกมนุษย์เราเกิดแม่เหล็กเปลี่ยนขั้วมาแล้ว 8 ครั้งแต่ละครั้งจะทำให้เกิดพายุหมุน แผ่นดินไหว อุณหภูมิเปลี่ยน ประเทศที่ร้อนอย่างประเทศไทยก็อาจจะมีหิมะตก       
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30536

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 97  เมื่อ 23 ก.ค. 13, 10:30

      นอกจากนี้ ภาวะแม่เหล็กเปลี่ยนขั้วจะทำให้เกิดภัยพิบัติอันเนื่องมาจากโรคระบาดมากมาย ไวรัสเปลี่ยนสายพันธุ์ เช่น เชื้อไวรัสไข้หวัดนก ซึ่งมีการพิสูจน์แล้วว่าสามารถติดจากสัตว์มาสู่คนได้แล้ว ต่อไปมันต้องพัฒนาจนสามารถติดจากคนสู่คนได้ซึ่งเรื่องนี้วงการแพทย์เรากลัวมาก
      
        “เรื่องเชื้อไวรัสไข้หวัดนกที่ติดจากคนมาสู่คนนั้นมีรายงานทางการแพทย์มาหลายประเทศแล้ว ทั้งอินโดนีเซีย จีน ไทย และเวียดนาม เพียงแต่มันยังมีไม่มากทางการแพทย์จึงยังถือว่ามันไม่เกิดขึ้น   แต่ถ้าหากมันเกิดขึ้นแล้วเชื่อว่าโลกเราจะเผชิญกับโรคระบาดที่รุนแรงและน่ากลัว เช่นเดียวกับที่เราเคยเผชิญกับเชื้อกาฬโรคมาแล้วในอดีต ซึ่งจะทำให้มนุษย์เสียชีวิตมากมายทีเดียว” ศ.นพ.เทพพนม เมืองแมนกล่าว
      
          จิตแพทย์ฟันธง
       “หมอเทพพนม” ไม่บ้า
      
        ด้วยความเชื่อที่แปลกแหวกแนวของ ศ.นพ.เทพพนม เมื่อเทียบกับนายแพทย์คนอื่นๆ ทำให้ “ผู้จัดการรายสัปดาห์” ได้สัมภาษณ์จิตแพทย์จากกรมสุขภาพจิต อย่างน้อย 3 คน ว่าการมีความเชื่อเช่นนี้เขามีความผิดปกติหรือไม่ อย่างไร และเราได้คำตอบตรงกันว่า ในลักษณะของ นพ.เทพพนม นั้นเป็นความเชื่อส่วนบุคคล และปัจจุบันท่านยังสามารถจำวันเวลา สถานที่ ประกอบกิจการงานได้ และยังเป็นที่ปรึกษาบริษัทอีกหลายๆ แห่ง แสดงว่าท่านมีสติสัมปชัญญะที่สมบูรณ์ ดังนั้น ที่ใครๆ คิดว่าท่านบ้านั้นไม่จริงแน่นอน เพียงแต่ท่านอาจจะมีความเชื่อและความคิดที่ไม่เหมือนคนอื่นๆ เท่านั้นเอง

      http://www.dmc.tv/print/news/2007-10-04-1.html
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30536

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 98  เมื่อ 23 ก.ค. 13, 10:44

เพื่อไม่ให้ท่านผู้อ่านเรือนไทยสงสัยว่าดิฉันคิดอย่างไรกับบทสัมภาษณ์ข้างบนนี้ ก็ขอตอบตรงๆเลยว่า
1   จนบัดนี้ก็ยังไม่เคยได้ยินนักวิทยาศาสตร์คนไหนฟันธงว่า ในกาแลกซี่หรือเมกากาแลคซี่มีแต่โลกเราเท่านั้นที่มีมนุษย์อยู่   พวกเขาก็เชื่อกันถึงความเป็นไปได้ว่ามีสิ่งมีชีวิตชั้นสูงอยู่บนดาวดวงอื่น    
แต่...
การเชื่อว่ามนุษย์ต่างดาวมีจริง ไม่ได้แปลว่าพอมีข่าวมนุษย์ต่างดาวมาโผล่ที่นั่นที่นี่บนโลก  มันจะเป็นข่าวจริงกันไปทุกเรื่อง
2   ดิฉันคิดว่าดร.เทพนม เมืองแมน มีความเชื่อถือจริงๆในสิ่งที่ท่านพูด  ท่านมิได้กล่าวเท็จ     แต่เรื่องที่ท่านเชื่อนั้นมันไม่จริง
3   มนุษย์ต่างดาวที่ดร.เทพนม อ้างถึงว่าปรากฏในพระไตรปิฎก ไม่จริง    ภูมิต่างๆที่อ้างถึงนั้นมาจากไตรภูมิกถา ซึ่งเรียบเรียงขึ้นจากคัมภีร์ต่างๆของอินเดีย    มีกล่าวถึงทวีปต่างๆและสวรรค์นรกภูมิต่างๆ ตามความเชื่อ     ซึ่งถ้าพิจารณาแล้ว เป็นอิทธิพลจากศาสนาพราหมณ์มากกว่าเป็นเรื่องพุทธล้วนๆ  
4  ตอนท้ายของบทความที่ว่าจิตแพทย์กรมสุขภาพจิตออกมารับรองสภาพจิตของท่าน  น่าสังเกตว่าไม่ยักมีชื่อเสียงเรียงนามจิตแพทย์ที่ยืนยันออกมาให้เห็นกันสักราย      ปกติแล้วจิตแพทย์หรือแม้แต่นักจิตวิทยาจะไม่ออกมารับรองใครว่าบ้าหรือไม่บ้า    เพียงเพราะว่าเขาทำงานทำการได้    แต่จะต้องเอาตัวไปตรวจอาการกันให้ละเอียดเสียก่อน ถึงจะบอกได้ว่าป่วยเป็นอาการทางจิตชนิดใด    หรือปกติดี
และต่อให้บอกได้ว่าป่วย    ถ้าหากว่าไม่เป็นเรื่องที่จำเป็นต้องยืนยันต่อสาธารณชน  เพื่อประโยชน์ของสาธารณะ  เขาก็ไม่แถลงกันออกมาอยู่ดีละค่ะ  เพราะมันอาจไปละเมิดสิทธิส่วนบุคคลได้
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 99  เมื่อ 23 ก.ค. 13, 11:20

ถามเผื่อท่านผู้อ่านเรือนไทย   ยิ้มเท่ห์

คุณเทาชมพูคิดอย่างไรกับการให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาวของประธานาธิบดีคีร์ซาน อีลูมชินอฟ แห่งคาลมีเกีย และนายกรัฐมนตรีดมิทรี เมดเวเดฟ แห่งรัสเซีย
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30536

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 100  เมื่อ 23 ก.ค. 13, 11:52

ขอเวลานอกหน่อยนะคะ


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30536

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 101  เมื่อ 23 ก.ค. 13, 12:53

กลับไปเปิดเทปคำสัมภาษณ์ของประธานาธิบดีคีร์ซาน อีลูมชินอฟ แล้วคิดเองดังนี้
1   ท่านปธน. บอกไม่หมด    เช่น ไม่บอกว่าพวกมะนาวต่างดุ๊ดพวกนั้นมาเอาตัวท่านขึ้นยูโฟไปต่างดาวทำไม    เอาไปล้วงความลับ  เอาไปตรวจร่างกาย  เอาไปล้างสมอง?   คงไม่ได้เอาตัวไปเที่ยวเล่นแน่ๆ  การที่ท่านไม่บอก ทำให้คนฟังไม่รู้จะเชื่อดีหรือไม่เชื่อดี   
2   ท่านไม่ยักตอบว่า การพาขึ้นไปถึงดวงดาวโดยพวกนี้  เดินทางด้วยความเร็วเท่าแสงหรือกว่าแสง หรือลอดหลุมดำไปอย่างไรถึงเอาตัวกลับมาส่งได้ในวันรุ่งขึ้น     เพราะดาวดวงใกล้ที่สุดคือดาวอังคารก็อยู่ห่างจากโลกใกล้สุดก็100 ล้านก.ม.ไกลสุดก็ 380 ก.ม.   เดินทางเร็วแบบนั้นโดยร่างกายท่านไม่ได้เตรียมความพร้อมอย่างมนุษย์อวกาศ มันจะไหวหรือ?

3  ท่านบอกว่าพวกนั้นก็หน้าตาเหมือนมนุษย์เรานี่แหละ  พูดจากันก็รู้เรื่อง   ดังนั้นหนทางเดียวที่ท่านจะรู้ว่าพวกเขาเป็นมนุษย์ต่างดาวก็คือเขาบอก    ไม่มีอะไรอย่างอื่นพิสูจน์ 
ทีนี้ ถ้าพวกนั้นโกหกล่ะ    ถ้าท่านพูดจริง อาจเป็นได้ว่าท่านเชื่อจริงๆ แต่พวกนั้นอาจเป็นขบวนการมิชชั่น อิมพอสสิเบิ้ลของจริงมาหลอกท่านก็ได้

ถ้าดิฉันถูกมนุษย์ต่างดาวพาตัวไป แล้วส่งกลับมาอย่างปลอดภัยในวันรุ่งขึ้น  มีทางเลือก 2 ทาง
ทางแรก  คือเราจะต้องเก็บรายละเอียดทุกอย่างที่จำได้  ชนิดที่พิสูจน์ว่าประสบการณ์นี้เป็นของจริง   เพื่อให้น่าเชื่อถือที่สุด หากตัดสินใจแถลงกับสื่อ
ทางที่สอง คือถ้าบอกไม่ได้เพราะมนุษย์ต่างดาวลักตัวไปเพื่อให้กระทำภารกิจใหญ่หลวงแก่โลกเช่นให้เป็นตัวแทนซูเปอร์แมน    ก็ต้องหุบปากให้สนิทไม่บอกใครเลย
บอกครึ่งๆกลางๆ  โดยไม่พยายามจะบอกอะไรให้น่าเชื่อถือได้แม้แต่น้อยอย่างที่ท่านทำอยู่ในเทปนี้    ดิฉันไม่รู้ว่าจะให้สัมภาษณ์ไปทำไม   เป็นนักการเมืองก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่าไม่มีอาชีพไหนที่ชาวบ้านตั้งแง่สงสัยกับคำพูดมากเท่าอาชีพนักการเมืองอีกแล้ว

ว่าแต่มีเทปสองเทปสามตามออกมาหรือเปล่าล่ะคะ    ข้อนี้มองในแง่ดีว่าท่านปธน.อุบไต๋เอาไว้เผยทีหลัง เพราะจะเล่นเป็นซีรี่ส์?
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 102  เมื่อ 23 ก.ค. 13, 14:01

ว่าแต่มีเทปสองเทปสามตามออกมาหรือเปล่าล่ะคะ    ข้อนี้มองในแง่ดีว่าท่านปธน.อุบไต๋เอาไว้เผยทีหลัง เพราะจะเล่นเป็นซีรี่ส์?

คำให้สัมภาษณ์ภาค ๒ ของประธานาธิบดีคีร์ซาน อีลูมชินอฟ เกิดขึ้นที่ประเทศไทยนี้เอง (คงเป็นที่วัดธรรมกาย  ยิ้มเท่ห์) เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๓


 
เมื่อวันที่ ๑๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๐ ในขณะนั้น ตัวผมอายุ ๓๕ ปี ในช่วงเวลาประมาณสักสี่ห้าทุ่ม ผมได้อยู่ในห้องพักกลางกรุงมอสโก ซึ่งผมมีแผนว่าเวลาเที่ยงตรงของวันรุ่งขึ้นผมจะเดินทางไปคาลมีเกีย และในขณะที่ผมกำลังดื่มชาและพักผ่อนดูโทรทัศน์อยู่ในห้องพักซึ่งอยู่ชั้นบนสุดของตึก ผมก็ได้เผลอหลับไปในช่วงนั้น ทันใดนั้นเอง...ผมรู้สึกเหมือนมีคนมาผลักข้างหลัง พอผมลืมตามองไปที่ระเบียงหน้าห้องก็เห็นหน้าต่างเปิดอยู่ ผมจึงลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปที่หน้าต่าง ซึ่งตรงบริเวณหน้าต่าง ผมได้เห็นปล่องแสงที่มีลักษณะเหมือนท่อกลมใสอยู่ตรงหน้าต่าง จากนั้น ผมได้เดินไปตามปล่องแสงนั้น ซึ่งผมมองไม่เห็นใครแต่ก็เหมือนได้ยินคนเรียกชื่อของผม พอผมเดินไปจนสุดปล่อง ผมก็ได้พบกับมนุษย์ต่างดาวที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนมนุษย์ และใส่ชุดคล้าย ๆ กับอุบาสก เพียงแต่เป็นชุดสีส้ม

เมื่อผมไปอยู่บนยานอวกาศแล้ว ผมสังเกตเห็นว่าตัวยานมีขนาดใหญ่พอ ๆ กับสนามฟุตบอลถึงสามสนาม และมีมนุษย์ต่างดาวที่ใส่ชุดเหมือน ๆ กันอยู่เยอะมาก เท่าที่จำได้...บนยานมีสิ่งประดิษฐ์รูปทรงเรขาคณิตที่มีลักษณะและสีสันแตกต่างกันไป นอกจากนั้น ผมยังเห็นอุปกรณ์ที่มีลักษณะเหมือนมอนิเตอร์หรือจอภาพที่ฉายภาพมนุษย์บนโลกว่ากำลังทำอะไรอยู่ และในช่วงที่ผมอยู่บนยานนั้น มนุษย์ต่างดาวแต่ละคนก็กำลังพูดคุยกัน แต่ก็ไม่ได้สนใจผมมากนัก จากนั้น มนุษย์ต่างดาวคนหนึ่งได้พูดกับผมว่า “เราน่าจะไปด้วยกัน”

แต่ผมบอกไปว่า “ผมไม่อยากไป เพราะพรุ่งนี้ผมต้องเดินทางไปที่เมืองอลิสตา (เมืองหลวงของคาลมีเกีย)”

แต่เขากลับตอบว่า “เรากลับมาทันไม่ต้องเป็นห่วง”

ผมก็ตอบเขาไปว่า “ผมกลัวกลับมาแล้วทุกอย่างเปลี่ยนไป เพราะเวลาของคุณแตกต่างจากเรามาก เพราะหนึ่งชั่วโมงของคุณจะเท่ากับ ๑,๐๐๐ ปีของเรา”

จากนั้น ผมก็ถามเขากลับไปว่า “ทำไม คุณถึงไม่เปิดเผยตัว แล้วทำไม คุณถึงไม่ออกโทรทัศน์ถ่ายทอดบีบีซีไปทั่วโลก”

เขาก็ตอบมาว่า “มันยังไม่ถึงเวลา เพราะคนบนโลกยังเด็ก ความคิดยังไม่ถึงขั้น”

ผมก็ถามเขากลับไปอีกว่า “คุณรู้ได้อย่างไรว่า ความรู้ของพวกเราไม่ถึงขั้น เพราะเราก็มีเครื่องบิน มียานอวกาศ แล้วทำไมคุณถึงว่าเรายังเป็นเด็ก”

เขาก็ตอบมาว่า “มนุษย์บนโลกยังเป็นเหมือนเด็ก เพราะความรู้ที่คุณมีเป็นอะไรที่เล็กน้อยมาก นอกจากนั้น พวกคุณยังชอบฆ่าฟันกันเอง แถมยังชอบฆ่าสัตว์ต่าง ๆ เพื่อกินเป็นอาหาร แล้วพวกคุณยังชอบกินเนื้อกันเองอีกด้วย ดังนั้น สิ่งเหล่านี้จึงทำให้ความคิดของพวกคุณยังคงดูป่าเถื่อน และยังไม่พร้อมที่จะรับรู้เรื่องราวแบบนี้”

แล้วผมก็ถามเขาไปอีกว่า “แล้วจะทำอย่างไรล่ะ มนุษย์โลกถึงจะพัฒนาความคิดได้เร็วขึ้น”

เขาก็ตอบว่า “พวกคุณต้องพัฒนาความดีขึ้นมา เพราะมนุษย์โลกในตอนนี้เหมือนเด็กห้าขวบที่ยังขับเครื่องบินเองไม่ได้” เขาเปรียบเทียบว่า มนุษย์โลกเป็นเหมือนเด็กเล็กที่ต้องค่อย ๆ โต ค่อย ๆ ฝึก

ในช่วงที่ผมสนทนากับมนุษย์ต่างดาวนั้น ผมไม่ได้ใช้ภาษาอะไรเลย แต่ผมใช้วิธีส่งใจถึงกันแทน เมื่อถึงเวลาที่ผมจะต้องเดินทางกลับ เขาก็นำยานมาส่งผมที่ห้องพัก โดยใช้ปล่องแสงกลม ๆ ส่งผมเหมือนตอนขามา คือ มาอย่างไรก็กลับอย่างนั้น ผมได้มาถึงที่ห้องพักในเวลา ๑๑.๐๐ น.ของวันที่ ๑๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๐ รวมเวลาที่หายไป ประมาณสิบสองชั่วโมง เวลาที่หายไปคืนวันเสาร์ ประมาณช่วง ๒๒.๐๐ น.‐๒๓.๐๐ น.กลับมาเวลา ๑๑.๐๐ น.ของวันอาทิตย์

เมื่อผมกลับมาถึงห้องพักของผมแล้ว ผมก็รีบล้างหน้าล้างตา อาบน้ำแต่งตัว เพราะเวลาเที่ยงตรงผมต้องรีบเดินทางไปที่สนามบิน และในระหว่างที่ผมเดินผ่านห้องครัว ผมก็ได้พบกับผู้ช่วยของผมสองคน และคนขับรถอีกหนึ่งคน ผมจึงได้สั่งให้พวกเขาไปเตรียมชาและบอกคนขับให้ไปเตรียมรถ พอผมพูดจบเท่านั้นแหละ ทุกคนต่างอยู่ในอาการตกใจมากว่า...ผมโผล่มาจากไหน เพราะก่อนหน้านี้ ทุกคนต่างเข้ามาตามหาตัวผมในห้องพักแต่กลับไม่พบ ทันทีที่ผู้ช่วยของผมเห็นตัวผม เขาก็รีบเดินมาจับตัวผมดูว่าเป็นตัวจริงหรือเปล่า เพราะอยู่ดีๆผมก็ดันหายไปอย่างไร้ร่องรอย แล้วเขาก็ถามผมว่า “นี่ใช่คีร์ซานหรือนี่ คุณยังมีชีวิตอยู่หรือ คุณหายไปไหนมา”

ผมก็ตอบเขาว่า “ผมไปอยู่บนยานอวกาศ”

ผู้ช่วยของผมก็พูดกับผมว่า “คุณอย่ามาล้อเล่นสิ บอกมาซิว่าคุณไปอยู่ที่ไหนมา”

ในตอนนั้น เขาดูแปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก เพราะก่อนหน้านี้เขาได้ไขกุญแจเข้ามาในห้องพักของผม แต่กลับไม่เจอตัวผม เมื่อหาผมไม่เจอเขาก็คิดว่าเขาคงจะต้องโทรศัพท์ไปแจ้งท่านประธานาธิบดีรัสเซียว่าผมหายตัวไป แต่ยังไม่ทันจะโทรก็กลับมาเจอตัวผมอยู่ในห้องน้ำ ซึ่งทำให้เขารู้สึกแปลกใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น เหตุการณ์ในวันนั้น ทำให้ทุกคนแปลกใจมากที่อยู่ดี ๆ ผมก็หายตัวไป เพราะในระหว่างที่ผมพักอยู่ที่ห้อง ผมล็อกห้องเอาไว้ตลอด แถมหน้าต่างของห้องพักก็ห่างจากดาดฟ้าถึงห้าเมตร และในช่วงที่ผมหายตัวไปทีมงานทุกคนต่างก็เข้ามาช่วยกันค้นหาตัวผมในห้องพักตอนเวลา ๑๐.๓๐ น.แต่ก็ไม่พบ แต่อยู่ดี ๆ ผมก็โผล่มาตอน ๑๑.๐๐ น.ในตอนนั้น ทุกคนโกรธผมมาก เพราะทุกคนคิดว่าผมเล่นซ่อนหา นึกว่าผมล้อพวกเขาเล่น ขนาดคนขับรถของผมยังโกรธ และไม่ยอมคุยกับผมถึงหนึ่งเดือน

แต่เมื่อผมเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้ท่านปูติน (ประธานาธิบดีวาลาดิเมียร์ ปูติน) ฟัง ท่านกลับเชื่อในสิ่งที่ผมเล่าว่าเป็นเรื่องจริง นอกจากนั้น ลูกสาวของท่านปูตินยังได้เชิญให้ผมมาเล่าเรื่องนี้ให้เธอฟังหลังจากนั้นอีกสามปี และในปีพ.ศ. ๒๕๔๒ ผมก็ได้ให้สัมภาษณ์เรื่องนี้กับสำนักข่าวบีบีซี ซึ่งทำการออกอากาศไปทั่วรัสเซีย นอกจากผมจะเล่าเรื่องนี้ให้ท่านปูตินฟังแล้ว ผมยังได้เล่าเรื่องนี้ให้กับท่านบอริส เยลซิน ซึ่งเป็นอดีตประธานาธิบดีรัสเซียฟังอีกด้วย ซึ่งท่านเยลซินบอกว่า ท่านทราบแล้วให้ไปทำงานต่อ (แสดงว่าท่านเยลซินไม่ค่อยเชื่อ ซึ่งผิดกับท่านปูตินที่จดทุกคำพูดของผมเลย)

นับตั้งแต่วันที่ผมเจอมนุษย์ต่างดาวในครั้งนั้น ผมก็ไม่สูบบุหรี่และดื่มเหล้าอีกเลย อีกทั้งผมมีโครงการที่จะสร้างวัดที่ใหญ่ที่สุดในคาลมีเกียอีกด้วย และในช่วงสิบปีที่ผ่านมา หลังจากที่ได้พบกับมนุษย์ต่างดาว ผมได้สร้างวัดพุทธไปแล้ว ๔๖ วัด สร้างโบสถ์คริสต์ไปแล้ว ๒๐ โบสถ์

สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาว จากองค์การนาซา (NASA) มีสถิติว่า ในหนึ่งปีจะมีคนเห็นยานอวกาศ หรือสิ่งที่เกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาวประมาณ ๔,๐๐๐ ครั้ง อีกทั้งประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน แห่งสหรัฐอเมริกา กับ ประธานาธิบดีเบรสเนฟ แห่งรัสเซีย เคยปรึกษากันว่าจะไม่ส่งยานอวกาศไปดวงจันทร์ เพราะทราบว่าบนดวงจันทร์ไม่มีมนุษย์ต่างดาว แต่ผมคิดว่าดาวที่ผมไปกับยานอวกาศเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๐ เป็นดวงจันทร์ ตั้งแต่ผมเจอยานอวกาศครั้งแรก หลังจากนั้นอีกสามสิบปี ผมไม่เคยเล่าเรื่องราวเหล่านี้ให้ใครฟังเลย

มีอยู่ครั้งหนึ่ง ผมได้เล่าเรื่องราวเหล่านี้ให้แชมป์หมากรุกคนหนึ่งซึ่งเป็นศาสตราจารย์ฟัง ภรรยาของแชมป์หมากรุกคนนั้นก็บอกผมว่า ตัวเธอก็เคยเห็นยานอวกาศเหมือนกัน จากจุดนี้ทำให้ผมคิดว่า คงมีคนเคยเห็นยานอวกาศมากมาย แต่ไม่กล้าพูดให้ใครฟัง


ข้อมูลจาก เว็บธรรมกาย

ข้อมูลข้างบนนี้บอกเพิ่มเติมว่าประธานาธิบดีติดต่อกับมนุษย์ต่างดาวทางโทรจิต และดาวที่มนุษย์ต่างดาวพาไปคือ "ดวงจันทร์"

ในเว็บธรรมกายมีประวัติชาติก่อนของท่านประธานาธิบดีคีร์ซานด้วยหนอ

อะไรจะเก่งกาจขนาดนั้น



บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30536

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 103  เมื่อ 23 ก.ค. 13, 14:09

เมื่อผมกลับมาถึงห้องพักของผมแล้ว ผมก็รีบล้างหน้าล้างตา อาบน้ำแต่งตัว เพราะเวลาเที่ยงตรงผมต้องรีบเดินทางไปที่สนามบิน และในระหว่างที่ผมเดินผ่านห้องครัว ผมก็ได้พบกับผู้ช่วยของผมสองคน และคนขับรถอีกหนึ่งคน
...............................
ในตอนนั้น เขาดูแปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก เพราะก่อนหน้านี้เขาได้ไขกุญแจเข้ามาในห้องพักของผม แต่กลับไม่เจอตัวผม เมื่อหาผมไม่เจอเขาก็คิดว่าเขาคงจะต้องโทรศัพท์ไปแจ้งท่านประธานาธิบดีรัสเซียว่าผมหายตัวไป แต่ยังไม่ทันจะโทรก็กลับมาเจอตัวผมอยู่ในห้องน้ำ

ห้องไหนกันแน่?

"มนุษย์บนโลกยังเป็นเหมือนเด็ก เพราะความรู้ที่คุณมีเป็นอะไรที่เล็กน้อยมาก นอกจากนั้น พวกคุณยังชอบฆ่าฟันกันเอง แถมยังชอบฆ่าสัตว์ต่าง ๆ เพื่อกินเป็นอาหาร แล้วพวกคุณยังชอบกินเนื้อกันเองอีกด้วย ดังนั้น สิ่งเหล่านี้จึงทำให้ความคิดของพวกคุณยังคงดูป่าเถื่อน และยังไม่พร้อมที่จะรับรู้เรื่องราวแบบนี้”

แล้วผมก็ถามเขาไปอีกว่า “แล้วจะทำอย่างไรล่ะ มนุษย์โลกถึงจะพัฒนาความคิดได้เร็วขึ้น”

เขาก็ตอบว่า “พวกคุณต้องพัฒนาความดีขึ้นมา "
...........................
นับตั้งแต่วันที่ผมเจอมนุษย์ต่างดาวในครั้งนั้น ผมก็ไม่สูบบุหรี่และดื่มเหล้าอีกเลย อีกทั้งผมมีโครงการที่จะสร้างวัดที่ใหญ่ที่สุดในคาลมีเกียอีกด้วย และในช่วงสิบปีที่ผ่านมา หลังจากที่ได้พบกับมนุษย์ต่างดาว ผมได้สร้างวัดพุทธไปแล้ว ๔๖ วัด สร้างโบสถ์คริสต์ไปแล้ว ๒๐ โบสถ์

เอิ่ม...ท่านปธน.งดเนื้อสัตว์รึยังคะ    ยิ้มเท่ห์    ระหว่างที่มัวไปสร้างวัดสร้างโบสถ์อยู่น่ะ
ขอเรียนท่านผ่านทางเรือนไทย(แม้ว่าท่านอ่านภาษาไทยไม่ออก)  ว่าท่านไม่ต้องรอมนุษย์ต่างดาวมาบอกให้ทำความดีหรอกค่ะ   เข้าโบสถ์เข้าวัดในศาสนาไหน  เขาก็สอนให้พัฒนาความดีกันทั้งนั้น

ส่วนเรื่องสร้างวัดสร้างโบสถ์รวมแล้ว 66 วัดนั้นก็ดีอยู่หรอก   แต่ถ้าท่านเป็นชาวพุทธ   ก็คงจะรู้จักพระพุทธวัจนะบทนี้

โย ธมฺมํ ปสฺสติ โส มํ ปสฺสติ
ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นชื่อว่าย่อมเห็นเราตถาคต


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30536

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 104  เมื่อ 23 ก.ค. 13, 14:23

ยังสงสัยอีกอย่างว่ามนุษย์ต่างดาวมาเอาตัวท่านปธน.ไปทำไม     ทั้งสองฝ่ายได้ประโยชน์อะไรขึ้นมาบ้างจากการพบกันครั้งนี้  ทางฝ่ายท่านนอกจากสร้างวัดสร้างโบสถ์อีก 66 วัด  กับงดสูบบุหรี่กินเหล้า    ในสิบกว่าปีที่ผ่านมา  ท่านปธน.ช่วยลดจำนวนสงครามระหว่างประเทศ สงครามในประเทศ  เพิ่มคนกินมังสวิรัติ พัฒนาความดีเพื่อให้ได้ตามมาตรฐานมะนาวต่างดุ๊ดแห่งดวงจันทร์ที่ท่านไปพบ ได้มากน้อยแค่ไหนแล้ว 
ท่านแถลงต่อในซีรี่ส์ 3 หรือเปล่าคะคุณเพ็ญ?
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9 ... 16
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.088 วินาที กับ 19 คำสั่ง