เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2] 3
  พิมพ์  
อ่าน: 7534 เราจะซื้ออาหารฝรั่งในไทยได้จากไหน - ในอดีต
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 23 พ.ค. 13, 13:59

ไม่เคยได้ยินชื่อยาโกรกกราก   ส่วนใบตอง ไม้ขีดไฟ และชาหีบ  ทั้งหมดนี้น่าจะเป็นของใช้ส่วนตัวของเจ้าคุณมหินทรฯ  ทางบ้านคงฝากมาเพิ่มเติมให้    ฝรั่งไม่น่าจะคิดจัดหาใบตองมาฝากคนไทย
ถามว่าใบตองในที่นี้เอามาใช้ทำอะไร    ดิฉันเดาว่าเอามาทำบุหรี่ให้เจ้าคุณ
บุหรี่ที่ว่านี้คือบุหรี่ไทยเป็นมวนโตๆราวกับซิการ์    ข้างในเป็นยาไทย (หรือว่าจะเป็นยาโกรกกราก?)  ข้างนอกมวนด้วยกลีบบัวหรือใบตองแห้งแล้วแต่จะชอบ   ตัวยาเส้นในบุหรี่ต้องผสมคลุกเคล้าเข้าเครื่องหลายอย่างให้มีรสและกลิ่นชวนสูบ  เช่น น้ำเปลือกสับปะรด  คลุกกับชะเอม   ดอกปีบ และเกสรบัว

ที่คิดเช่นนี้เพราะนึกถึงขุนช้างขุนแผน   เมื่อนางแก้วกิริยาไถ่ตัวเองออกจากบ้านขุนช้างได้ ก็ไปอาศัยเพื่อน ค้าขายเล็กๆน้อยๆเลี้ยงชีพ  รอวันจะได้พบสามีอีกครั้ง
สินค้าของนางมีบุหรี่ยาเส้นจากเพชรบูรณ์ มวนด้วยใบตองนวล คือใบตองที่ยังอ่อน

อาศัยอยู่เรือนเพื่อนบ้านเก่า                  เขาก็ช่วยบำรุงรักษา
ชายใดได้เห็นก็ต้องตา                       นางอุตส่าห์เจียมตัวว่าผัวมี
ซื้อขายวายล่องแต่ของถูก                   ลูกไม้ขนมส้มลิ้นจี่
ร้านชำทำฉลากหมากฝาดดี                 ยาบุหรี่เพชรบูรณ์ใบตองนวล”
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 23 พ.ค. 13, 22:02


ได้จัดซื้อผ้าห่มขนมปัง              กับอีกทั้งหยูกยารักษาไข้
ยาโกรกกรากใบตองสำรองไป      ทั้งขีดไฟชาหีบรีบเอามา

กลับไปคิดเรื่องขนมปังที่ฝรั่งอเมริกันนั่งเรือกำปั่นไฟมาส่งให้เจ้าพระยามหินทรฯ อีกครั้ง      อ่านตอนแรก  คิดว่าเป็นขนมปังนุ่มๆ อย่างที่เราทาเนยทาแยมกินกันตอนเช้าๆ     แต่นึกอีกที   ขนมปังแผ่นเก็บได้แค่วันสองวันก็เก่งแล้ว   คนกินก็มีแต่ท่านเจ้าคุณ หรืออย่างดีก็แม่ทัพนายกองไม่กี่คน   จะขนใส่เรือมาได้สักกี่ก้อนกันเชียว  เอามามากก็เสียเปล่าๆ กินไม่ทัน  เพราะสมัยนั้นไม่มีตู้เย็น  สารกันบูดก็ไม่มี
จึงคิดว่าขนมปังที่ว่านี้ น่าจะเป็นขนมปังกล่อง อย่างที่เรียกว่า crackers   หรือคนอังกฤษเรียกว่า biscuits    เพราะพวกนี้บรรจุลงกล่องเก็บไว้กินได้นานเป็นเดือน    ไม่เสียง่ายอย่างขนมปังแผ่น     
คนไทยแต่เดิมมาเรียกพวกนี้ว่า ขนมปัง เช่นเดียวกับขนมปังแผ่น   แล้วต่อด้วยชนิดของมัน เช่นขนมปังครีมแครกเกอร์  ขนมปังบิสกิ้ต 
ขนมปังกล่องพวกนี้ เอามากินกับน้ำชาฝรั่งเข้ากันนักค่ะ   



บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 24 พ.ค. 13, 16:12

   ในนิราศหนองคายอีกเช่นกัน   ตอนที่ทัพเจ้าพระยามหินทรฯจะเดินทางกลับ   แต่ได้รับคำสั่งให้แบ่งทัพเป็นสองส่วน  ส่วนหนึ่งกลับกรุงเทพ  อีกส่วนยกไปสมทบกับทัพพระยามหาอำมาตย์ที่หนองคาย
   เจ้าคุณมหินทรฯ ท่านสงสารแม่ทัพนายกองทหารที่ยังไม่ได้กลับบ้าน  แต่จะต้องไปหนองคายต่อไปอีก  ก็เลยจัดเสบียงของกองทัพแบ่งไปให้  เป็นอาหารการกินที่หรูมากทีเดียวในพ.ศ. 2418

แล้วท่านจัดพร้อมเพรียงเสบียงกรัง      ขนมปังกินยืดทั้งจืดหวาน
ปลาซาดินอินทผาลำทั้งน้ำตาล      ท่านเจือจานแจกจ่ายทุกนายพล
ทั้งพริกเกลือเยื่อเคยนมเนยนอก      แล้วสั่งบอกไพร่มารับอยู่สับสน
ซึ่งข้าวของกองคละอยู่ปะปน              ผู้คนขนคนละกองของดีดี ฯ

  อาหารฝรั่งที่ขนไปในกองทัพ มีขนมปังทั้งจืดและหวาน  คำว่าขนมปังกินยืดในที่นี้คือขนมปังที่เก็บไว้ได้นานๆเป็นแรมเดือน น่าจะเป็นพวกแครกเกอร์หรือบิสกิ้ตแบบอังกฤษ  มีทั้งรสจืดและหวาน    ปลาซาดินที่ว่านี้เป็นปลากระป๋องแน่นอน  ส่งจากยุโรป  อินทผลัมก็เช่นกัน  คือ date palm ตากแห้ง ใส่กล่องจำหน่ายข้ามประเทศได้
  เยื่อเคย แปลว่า กะปิ     นมเนยนอก ก็คือนมเนยส่งมาจากเมืองนอก    คือเครื่องกระป๋องทั้งหมด

  ภาพข้างล่างคือกระป๋องปลาซาดีนทำด้วยสังกะสีค่ะ   เป็นยุคก่อนพลาสติคจะเกิดขึ้นในวงการอุตสาหกรรม


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 26 พ.ค. 13, 09:26

อุตสาหกรรมเครื่องกระป๋อง โดยเฉพาะสัปปะรดกระป๋องนั้น เราทำกันแล้วในสมัยรัชกาลที่ ๔ และส่งออกไปยังสิงคโปร์

การทำปลาทูกระป๋อง เริ่มทำแล้วในสมัยรัชกาลที่ ๓ โดยทอดปลาทูให้สุกไม่มาก ดองในน้ำมันแล้วใส่กระป๋องสังกะสี ปากบัดกรีด้วยตะกั่ว...ที่มา ดุจนาวกลางสมุทร (พวกล่ำซำและหวั่งหลี)


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 26 พ.ค. 13, 09:31

แหล่งอาหารต่างชาติ มีการนำเข้ามา และย่อมต้องมีผู้บริโภค นั่นคือ บรรดาโรงแรมสำหรับต่างชาติ, ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในสยาม โดยเฉพาะถนนเจริญกรุง, เจ้านายและบรรดาขุนนางต่าง ๆ ที่บริโภคของต่างประเทศ

หยิบยกรายการอาหาร (เมนู) ของโรงแรมโอเรียนเต็ล พ.ศ. ๒๔๓๗ มาให้วิเคราะห์ถึง ส่วนผสม เครื่องปรุงที่อยู่ในรายการอาหารเหล่านี้

Sellery Soup

Fried Fish, Red Sauce

Fried Veal, Caper

Stewed Chicken

Cold Beef, Salad

Potatoes

Siamese Curry

Baked Custard

Cheese

Fruit

Coffee


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 26 พ.ค. 13, 10:08

Sellery Soup  น่าจะเป็น Celery soup  ซุปคึ่นไช่


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 26 พ.ค. 13, 10:09

Fried Fish, Red Sauce


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 26 พ.ค. 13, 10:10

Fried Veal, Caper


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 26 พ.ค. 13, 11:10

Sellery Soup  น่าจะเป็น Celery soup  ซุปคึ่นไช่
จะเป็นซุปใส หรือ ซุปข้น ดีหนอ  ฮืม

เพราะถ้าซุปข้น ควรจะมีครีมนม เป็นส่วนผสม ก็คงบรรจุมาใสรูปกระป๋อง
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 24  เมื่อ 26 พ.ค. 13, 12:55

ประเทศไทยสมัยรัชกาลที่ ๕  ก็มีวัวนมนะคะ    สามารถเอานมสดนำมาทำครีมใส่ในซุปได้

Stewed Chicken


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 25  เมื่อ 26 พ.ค. 13, 14:48

Cold Beef, Salad


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 26  เมื่อ 26 พ.ค. 13, 14:50

Baked Custard


บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1277


ความคิดเห็นที่ 27  เมื่อ 26 พ.ค. 13, 16:30

ลองไปหาข้อมูลว่าเรือสินค้าห้องเย็นที่ใช้งานได้เริ่มมีตั้งแต่ตอนไหนจากพี่วิกิ  ได้ผลมาว่าเรือสินค้า Dunedin ของนิวซีแลนด์เป็นเรือสินค้าลำแรกที่ติดตั้งระบบห้องเย็นที่ใช้งานได้ ในปี 1881 เรือลำนี้ขนเนื้อจากนิวซีแลนด์ไปประเทศอังกฤษ ใช้เวลา 98 วันโดยเนื้อยังอย่ในสภาพแช่แข็ง เป็นจุดเริ่มต้นของเรือห้องเย็นในเวลาต่อมา ในปี 1900 มีเรือสินค้าห้องเย็นในโลก 356 ลำ  ซึ่งทั้งหมดนี้ตรงกับรัชสมัยรัชกาลที่ 5 ครับ

เรือ Dunedin


บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 28  เมื่อ 26 พ.ค. 13, 17:18

ของแถมให้กระทู้

     คนไทยเริ่มรู้จัก "น้ำแข็ง" ตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4  โดยเรือกลไฟชื่อ "เจ้าพระยา" เดินขึ้นล่องระหว่างสิงคโปร์กับกรุงเทพฯ ใช้เวลา 15 วัน  บรรทุกของประหลาดคือ"น้ำแข็ง"บรรจุหีบกลบด้วยขี้เลื่อยส่งเข้ามาในกรุงเทพ   ผู้สั่งน้ำแข็งคือ พระยาพิสนธ์สมบัติบริบูรณ์ (ยิ้ม พิศลยบุตร) ครั้งเป็น พระภาษีสมบัติบริบูรณ์ เจ้าของเรือเจ้าพระยา
    เมื่อครั้งมีสุริยุปราคาเต็มดวงที่หว้ากอ  พ.ศ. 2411  เซอร์แฮรี่อ็อต เจ้าเมืองสิงคโปร์ บันทึกความประทับใจไว้ความว่า
    "พระภาษีสมบัติบริบูรณ์ ซึ่งรับหน้าที่เป็นผู้จัดอาหารเลี้ยงแขกเมือง นำเอาพ่อครัวฝรั่งเศสเข้ามาให้รู้จักพร้อมด้วยชาวอิตาลีหนึ่งคน และลูกมือชาวเมืองอีกหลายคน จัดการเลี้ยงดูอย่างฟุ่มเฟือย  ของอร่อยที่หาไม่ได้ในแถบนี้ก็จัดหามาจากสิงคโปร์ การทำกับข้าวก็ทำอย่างประณีต มีทั้งเหล้าและไวน์ต่างๆ น้ำแข็งก็บริบูรณ์ อาจจะกล่าวได้ว่าไม่มีอะไรที่ต้องการอีก"


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 29  เมื่อ 26 พ.ค. 13, 19:49

เอ๊ !!! น้ำจะเป็นตัวได้อย่าง เอาอะไรมาพูด ?... แลบลิ้น

เรื่องพระประวัติตรัสเล่า เคยกล่าวว่า น้ำแข็งที่เอาเขามานั้นกว่าจะมาถึงก็ก้อนเล็กลงไปมาก การหีบห่อใส่ลังไม้แล้วใส่แกลบกลบมาเพื่อให้ความเย็นคงอยู่

เมื่อน้ำแข็งมาแล้ว รัชกาลที่ ๔ ก็นำมาใส่น้ำและเรียกบรรดาพระโอรสมาดื่มน้ำนั้น ซึ่งน้ำแข็งที่ว่านี้ กัดลิ้นยิ่งนัก
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.037 วินาที กับ 19 คำสั่ง