เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6
  พิมพ์  
อ่าน: 26431 อยากทราบเรื่องกองอาทมาตค่ะ
นักรบกองอาทมาฏ
อสุรผัด
*
ตอบ: 34


ความคิดเห็นที่ 60  เมื่อ 10 มิ.ย. 13, 11:19

ครับมาต่อวิชากัน

จากที่ผมอ้างถึง โดยหลักการสงคราม มีคำหนึ่ง  "รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง" ตามที่เราทราบโดยทั่วกันและยอมรับว่า สมเด็จพระนเรศทรงได้เรียนศาสตร์ต่างๆ มาจากพม่า ผมถามว่าท่านจะไม่เรียนดาบทางพม่ามาบ้างเลยหรอครับ ขณะนั้นอยุธยาเป็นศัตรูกับพม่าและเชียงใหม่ ท่านจะไม่ทรงหาทางแก้วิชาของทางศัตรูเลยหรอครับ ว่าถ้าฟันมาแบบนี้จะรับอย่างไร วิชาดาบอาทมาฏเป็นวิชาที่แก้วิชาดาบ ตัวอย่างที่ออกแสดงในรายการคุณพระช่วยที่เมื่อคู่ต่อสู้รับท่านี้จะแก้ท่ารับอย่างไรเช่น ท่าหนุมานเหินหาวเมื่อคู่ต่อสู้รับเราก็พลิกไปเป็นท่ามะพร้าวห้าวทิ้งดิ่ง หากคนที่เรียนอาทมาฏจะรู้ว่าท่าแก้ท่าหนุมานเหินหาวคือท่าอะไร(ผมเรื่องอะไรจะบอกท่าน) หากท่านอ่านหรือศึกษาดีๆจากหนังสือสารคดีที่ลงวิชาอาทมาฏหรือพี่น้องที่เคยฝึกวิชาดาบอาทมาฏจะเห็นได้ว่าวิชาส่วนใหญ่ของอาทมาฏเป็นการแก้ทางดาบ ซึ่งมีอยู่ในวิชาตัดขัอตัดเอ็น และกลยุทย์กลศึก และ หากที่เป็นศิษย์เอกก็จะเห็นได้จากวิชาหนุมานเชิญธงที่มีถึง 48 ท่า(ครูมาโนทย์มีศิษย์เอก 24 คน ครูชาติชายเป็นคนที่ 1 ครูวุฒิกับครูหมีเป็นลำดับที่เท่าไหร่ผมจำไม่ได้ ผมเป็นคนที่ 22 ลูกผมเป็นคนที่ 24 สุดท้ายพอดีก่อนครูเสียชีวิต) หรือแม้แต่ท่ารำมันก็แค่ท่าที่คล้ายกัน แต่ที่มาของท่าซินี้สำคัญ พูดตามเอกสารที่ท่านsamu007อ้างถึงท่ารำของครูนาค นั้นคือขั้นตอนที่จะมาเป็นท่านั้นๆต่างหากที่มันไม่เหมื่อนกัน

ซึ่งที่กล่าวมาทั้งหมดผมจึงคิดว่า อาทมาฏเป็นวิชาที่ทรงรวบรวมขึ้นมาใหม่ ในขณะนั้น เพื่อแก้ทางดาบของวิชาอื่นๆที่เป็นศัตรูของอยุธยา(รวมถึงหัวเมื่องที่คิดจะแยกตัวด้วย) ขณะนี้ยังไม่มีวิชาดาบใดที่เป็นแบบดาบอาทมาฏ นี้คือเหตุของผมที่ผมกล่าวมาตั้งแต่ต้น ซึ่งจะเห็นได้ว่าผมเรียนวิชาดาบที่คิดว่าน่าจะเป็นรากของวิชา ซึ่งแม้จะถูกบังคับให้เรียนวิชาดาบของครูนาคก็เถอะ แต่ผมก็มีความสุขที่ได้เรียนเพราะชอบฟันดาบแต่เด็ก แต่พอมาเรียนวิชาดาบอาทมาฏครูมาโนทย์กลับสอนผมว่า "เรียนทำไมฟันดาบ เราต้องเรียนฟันคน หากฟันให้ดาบโดนกันบ่อยๆ คมดาบมันจะเหลือให้รบไหม" หรือเรียนดาบเหนือกันครูหมี ที่เน้นตัดปาด และความรวดเร็ว
เดี๋ยวมาต่อตอนเย็นครับ
บันทึกการเข้า
นักรบกองอาทมาฏ
อสุรผัด
*
ตอบ: 34


ความคิดเห็นที่ 61  เมื่อ 10 มิ.ย. 13, 15:56

ไปรับงานอาคารมาอีกหลัง เดือนนี้ผมสบายแล้ว ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม

ดาบเหนือที่เน้นตัดปาด และความรวดเร็วด้วยใบดาบที่น้ำหนักเบา ปะทะตรงๆ ไม่ได้เนื่องจากดาบที่เล็กและแคบ ซึ่งมีหลักการเดียวกันกับดาบอาทมาฏ ผมก็เรียนวิชาดาบเหนือ ซึ่งครูหมีก็กรุณาสอนผม ทำให้ผมทราบและเข้าใจวิชาดาบอาทมาฏมากขึ้น ส่วนดาบพม่าผมก็ได้มีโอกาสชมการแสดงต้อนรับ นายทหารของพม่าคนหนึ่ง แล้วคนต้อนรับเอาวิชาดาบมาโชว์ และมีโอกาศได้คุยนอกรอบกับคนแสดง(อ่ะๆผมก็พอพูดพม่าได้นิดหน่อยรับรองว่าหลงทางไม่อดข้าวตายเพราะคนดูแลพูดไทยได้  ยิงฟันยิ้ม) และได้แสดงวิชาที่ผมเรียนมาจากครูหมีให้เขาชม เขายังบอกผมว่าคล้ายกัน ผมจึงกล้าที่จะกล่าวว่า ดาบอาทมาฏเป็นวิชาดาบที่ผสม ระหว่างดาบสายอยุธยา กับสายเหนือซึ่งรวมดาบสายกลุ่มชนแถบพม่าเข้าไปด้วย

ส่วนเรื่องการศูนย์หายของวิชา จากงานวิจัยที่ผมอ้างถึง จะเห็นได้ว่ามอญมีบทบาทในราชอาณาจักรอยุธยาไม่น้อยเลย รวมไปถึงการก่อกบฏด้วยหลายครั้ง(จากงานวิจัย) และจากการเปลี่ยนแปลงผู้คาบคุมหน่วยหรือกองนั้นๆ นี้อาจเป็นมูลเหตุที่เมื่อคนกลุ่มนี้ที่ฝึกวิชาแบบนี้ถือว่าไม่ใช่พวก หรือเป็นกบฏหรืออาจจะเป็นอะไรที่เรานึกไม่ถึงก็เป็นได้ จึงทำให้ไม่กล้าที่จะฝึกให้ใครเห็น รวมถึงหากเห็นกลุ่มคนที่ฝึกวิชาแบบนี้คือพวกหน่วยสอดแนม จึงต้องปกปิดใว้ไม่เปิดเผยในลักษณะส่องสุมผู้คนที่ฝึกตามหมู่บ้านต่างๆ เช่นเดียวกับปัจจุบันที่หน่วยทหารบางกลุ่มถูกปกปิดใว้ไม่บอกว่าฝึกอะไรบ้าง ส่วนที่บอกว่าครูไม่ถ่ายถอดวิชาให้จึงหายไปนี้ผมก็ว่าเป็นส่วนน้อย เพราะยังลักจำมาฝึกได้ เหมื่อน อ.โจหลุยซ์
บันทึกการเข้า
นักรบกองอาทมาฏ
อสุรผัด
*
ตอบ: 34


ความคิดเห็นที่ 62  เมื่อ 10 มิ.ย. 13, 16:19

ต่อเรื่องที่มาของวิชาดาบอาทมาฏ เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วทั้งผู้ที่สนใจวิชาดาบ และคนที่เคยได้ชมรายการคุณพระช่วย และจากหนังสารคดี คนดีที่ถูกลืม อาทมาฏ 400 รวมไปถึงหนังสือสารคดีฉบับที่ ๒๑๙ เดือนพฤษภาคม ๒๕๔๖ ว่าวิชานี้ ได้เริ่มมาจากครูสุริยา ได้ถ่ายทอดวิชานี้ให้กับครูมาโนทย์ตั้งแต่มัธยม  ผมขอยกมาดังนี้ "แล้วครูผมแต่ละท่านจะมาแปลกๆ บางท่านตกรถไฟมา ไม่มีข้าวกิน มาขอกินข้าว ผมก็เอาข้าวให้กิน เช่นครูธำรงค์ ไม่ยอมบอกนามสกุล บอกแต่ว่ามาจากสำนักดาบพุธไธสวรรค์ มากินนอนและฝึกดาบอยู่กับผมถึง ๓ ปีก็ยังไม่รู้นามสกุลของท่านเลย จนกระทั่งท่านจากไป อีกท่านหนึ่งบอกแต่ชื่อสำนัก แต่ไม่ยอมบอกชื่อตัวท่าน ผมจึงเรียกท่านว่าครูมาตลอด ท่านบอกแต่เพียงเป็นหนึ่งในสี่ศิษย์เอกของท่านปรมาจารย์อารีย์ ผู้ก่อตั้งสำนักดาบศรีอยุธย์ ที่จังหวัดเชียงใหม่ นอกจากนั้นยังมีอีกสองท่านที่ไม่ยอมบอกสำนัก แต่ละท่านได้สั่งสอนผมท่านละหนึ่งปีบ้าง สองปีบ้าง สามปีบ้าง"  
         ครูมาโนทย์กล่าวว่า แม้ตัวเขาเรียนวิชาดาบมาหลายสำนักแล้ว แต่เมื่อได้เห็นวิชาดาบของครูต่างถิ่นท่านหนึ่ง ก็ถึงกับตื่นเต้นและฉงนสนเท่ห์ นี่คือจุดเริ่มต้นที่เขาได้รู้จักวิชาดาบอาทมาฏ
      "ตอนนั้นผมอายุสิบกว่าปี เรียนอยู่ชั้นมัธยมที่โรงเรียนพุทธชินราช และเป็นครูฝึกดาบสายพุทไธสวรรค์ให้กับนักเรียนรุ่นน้อง ก็ได้ข่าวว่ามีครูดาบฝีมือดีจากทางเหนือมาสอนอยู่ที่โรงเรียนเซนต์นิโคลัส เมื่อได้ไปดูท่านฝึกซ้อมแล้วรู้สึกเป็นเรื่องที่แปลกมาก ครูท่านนั้นอายุประมาณ ๔๐ กว่า ท่านใช้วิชาดาบสองมือ ที่สำคัญคือท่านเป็นคนขาเป๋ แต่พอฟันดาบท่านมีความรวดเร็วมาก คู่ฝึกซ้อมที่เป็นคนขาดีจะรับก็รับไม่ทัน หนีก็หนีไม่พ้น จะฟันก็ตามท่านไม่ทัน แล้วท่าดาบของท่านก็แปลกๆ มีการยกแข้งยกขา เหินตัว มีการกระโดด การฉาก ผิดกับวิชาสำนักอื่นที่ผมเรียนมา ซึ่งส่วนมากจะวิ่งตรง ถอยตรง"
     
"ผมจึงไปฝากตัวเป็นศิษย์ ได้ทราบว่าท่านชื่อครูสุริยา และวิชาดาบสองมือที่ท่านใช้เรียกว่าวิชาดาบอาทมาฏ ผมเรียนดาบกับท่านอยู่สามปี ฝึกซ้อมทั้งกลางวันกลางคืน
ระหว่างนั้นครูสุริยาได้เล่าประวัติของวิชาดาบอาทมาฏให้ฟังว่า เดิมวิชานี้เป็นส่วนหนึ่งของตำราพิชัยสงครามซึ่งถูกฉีกออกก่อนสงครามเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งแรก นำไปเก็บรักษาไว้ทางภาคเหนือ แล้วส่งมอบให้กับสมเด็จพระนเรศวรฯ เมื่อพระองค์เสด็จกลับจากเป็นตัวประกันที่พม่า มาครองเมืองพิษณุโลก สมเด็จพระนเรศวรฯได้ใช้วิชานี้ฝึกสอนผู้คนที่ซ่องสุมไว้ เข้าป่าเข้ารกฝึกกัน โดยพระองค์และพระเอกาทศรศทรงเป็นครูฝึกเอง เพื่อเตรียมพร้อมทำสงครามกับพม่า"
ครูมาโนทย์เล่าว่า เขาเรียนดาบอาทมาฏอยู่ ๓ ปีจึงสำเร็จวิชา ประจวบกับจบการศึกษาชั้นมัธยมปลายในปี ๒๕๒๑ จึงลาครูสุริยาเข้ามาศึกษาต่อมหาวิทยาลัยรามคำแหงที่กรุงเทพฯ แต่เมื่อกลับไปเยี่ยมบ้านอีกครั้ง ก็ไม่พบครูสุริยาแล้ว
      "ครูสุริยาได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย ตั้งแต่นั้นมาผมไม่ได้พบท่านอีกเลย"
      ขณะเรียนอยู่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ครูมาโนทย์ได้เข้าชมรมกีฬาต่อสู้ป้องกันตัว สำนักดาบเจ้ารามฯ หนึ่งปีต่อมาก็ได้เป็นครูฝึกของสำนัก
      "ผมเป็นครูฝึกสำนักดาบเจ้ารามฯ ถึงปี ๒๕๓๘ แต่ไม่เคยนำวิชาดาบอาทมาฏออกมาเผยแพร่เลย เพราะสำนักดาบเจ้ารามฯ มีวิชาดาบของตนเองอยู่แล้ว การนำวิชาอื่นมาสอนเป็นการไม่บังควร และที่สำคัญ วิชาดาบอาทมาฏเป็นวิชาที่อันตรายมาก ถ้าคนสำมะเลเทเมา หรือคนเกกมะเหรกเกเรเอาวิชานี้ไปใช้ คนอื่นจะเดือดร้อน คนฝึกต้องมีคุณธรรมสูง ผมจึงเก็บวิชานี้ไว้กว่า ๒๐ ปี โดยไม่ได้เผยแพร่ กระทั่งปลายปี ๒๕๓๘ อาจารย์ชาติชาย อัชนันท์ ได้ติดต่อเข้ามาเพื่อขอศึกษาวิชานี้ อาจารย์ชาติชายเป็นศิษย์ของท่านปรมาจารย์เขตร ศรียาภัย ปรมาจารย์มวยไชยา ส่วนผมเคยศึกษามวยไชยาจากครูทองหล่อ ยาและ ซึ่งเป็นศิษย์ของปรมาจารย์เขตร จึงถือว่า อาจารย์ชาติชายเป็นรุ่นพี่ทางสายมวย อีกทั้งผมลองสืบประวัติดู พบว่าเป็นคนดี ผมใช้เวลาตรึกตรองอยู่เป็นเดือน จึงตกลงใจถ่ายทอดวิชาดาบอาทมาฏให้อาจารย์ชาติชาย"

นี้คือสิ่งที่มีในหนังสือ สารคดี ฉบับที่ ๒๑๙ เดือนพฤษภาคม ๒๕๔๖ ซึ่งนับถึงวันนี้ ก็ร่วม 10 ปีมาแล้วหากไม่เป็นความจริง สำนักดาบเจ้าราม จะไม่โวยวายหรือครับท่าน samun007



บันทึกการเข้า
นักรบกองอาทมาฏ
อสุรผัด
*
ตอบ: 34


ความคิดเห็นที่ 63  เมื่อ 10 มิ.ย. 13, 18:39

แถมยังเคารพครูมาโนทย์ มากมายอย่างที่ผมอ้างถึงว่าสำนักดาบเจ้ารามไปทำบุญให้ครูมาโนทย์ทุกวันครบรอบวันเสียชีวิต ผมเสียอีกที่ไม่ได้ไป

เรื่องครูสริยาที่ว่าหายไป ตอนที่หนังสือออกมาก็ 10 เข้านี้แล้ว มีพี่ท่านหนึ่งเอารูปครูสริยามาให้ครูมาโนทย์ดู ครูก็รับว่าใช่ มันแปลกตรงไหนครับที่มาพบท่านที่หลังจากที่หนังสือออกมา ผมยังว่าดีน่ะครับที่เจอ เป็นเครื่องยืนยันได้ว่าครูมาโนทย์ได้วิชามาจากครูสุริยาจริงไม่ได้โกหกเลยสักนิด

อีกเรื่องที่ผมเชื่อว่า วิชานี้เป็นวิชาของสมเด็จพระนเรศแน่นอนนั้น เพราะ อย่างที่ผมกล่าวไว้แต่ต้นว่า
 "อีกประการหนึ่งคือชื่อท่าต่างๆ ล้วนเป็นชื่อที่ถูกตั้งมาเป็นอย่างดี มีชื่อไม่ใช่น้อย เช่น ท่าแม่ไม้สามท่า ไม้รำ12ท่า สอดสร้อยมาลา เสือลากหาง ฟันเงื้อสีดา หงษ์ปีกหัก ท่ายักษ์ พระรามแผลงศร เชิญเทียนตัดเทียน มอญส่องกล้อง ลับหอกลับดาบ ช้างประสานงา กาล้วงไส้ พญาครุฑยุดนาค และ เรียงหมอน ชื่อท่าไพเราะทั้งนั้น ท่ากลยุทธ์ ท่ากลศึก ท่าตัดข้อตัดเอ็น  27 ท่า และท่าหนุมานเชิญธอีก 48 ท่า มีชื่อท่าทั้งนั้นครับ"

ท่านsamun007 ก็บอกว่า
"บางท่าก็มาจากกระบี่กระบองกรมพละฯ ของ อ.นาค ฯ , บางท่าก็มาจากชื่อท่ามวยเช่น เสือลากหาง ก็มาจากท่าของมวยไชยา , ท่าเรียงหมอน ท่านี้สายดาบอิสลามในภาคกลางบางสายก็มีท่านี้เหมือนกัน

ซึ่งถ้าจะสืบค้นจริง ๆ อายุก็ไม่น่าเกินยุคธนบุรีเป็นอย่างมากครับ "

ท่าเสือลากหางนี้ก็มีมาแต่โบราณแล้วครับ หากคุณนึกดูดีๆว่าที่สมเด็จพระนเรศทรงสังหารลักไวทำมู โดยการหลอกให้ควบม้าตามแล้วทรงหันกลับมาแทง ลักไวทำมู จริงๆแล้วผมไม่อยากจะบอกท่านเลยน่าจะปล่อยให้ไม่รู้ต่อไป ว่านั้นคือท่าเสือลากหาง เปลี่ยนดาบเป็นทวนลองไปทำท่าดูนะครับท่านsamun007
ที่กล่าวถึงนี้ก็เพราะจะชี้ประเด็นให้ทราบว่าท่านทรงเป็นอัจฉริยะไม่เพียงแค่ดาบ หรือท่านว่าไม่จริง
หรืออย่างทรงปืนก็ทรงได้อย่างอัศจรรย์ จนหนังยังว่าเป็น กฤษฎาภินิหาร  ทรงปืนต้นข้ามแม่น้ำสะโตง สังหารสุรกรรมา
หรือทรงปืนไล่ตามพระยาจีนจันตุ  เหตุการณ์เหล่าท่านเชื่อหรือไม่ว่าเกิดขึ้นจริง
หาอะไรกับวิชาดาบสักวิชาที่จะทรงประยุกต์ ขึ้นมาเพื่อให้เหล่าทหารๆได้ใช้
คุณยังกล่าวในทำนองว่า
“ผมติดใจก็ตรงนี้ล่ะครับ  คือถ้าวิชานี้ได้หายไปนานจริงอย่างที่ว่าไว้  แล้วอยู่ดี ๆ ก็โผล่ขึ้นมา หลังจากที่ทางดาบของครูนาคได้สถาปนาตัวเองขึ้นมาเป็นสิบ ๆ ปี ผมว่าก็ยังมีข้อสงสัยอยู่นะครับ
เพราะถ้าครูสุริยาท่านยังสืบทอดอยู่มาได้ แสดงว่าก่อนหน้านั้นก็ต้องเคยมีการเรียนการสอนกันมาก่อน ไม่มากก็น้อย แต่กลายเป็นว่าทางดาบนี้ เป็นเรื่องที่ลับสุดยอดไป ซึ่งมันชวนให้สงสัยครับ

แม้แต่ทางดาบเหนือหลาย ๆ สำนักก็มีการสืบทอดลงมาไม่ขาดช่วงเหมือนกันครับ 

ถ้าจะให้ชัดเจน คงต้องย้อนไปถึงวิชาที่สืบทอดมากับครูสุริยาเลยล่ะครับ ว่าจริง ๆ ท่านสอนอะไรบ้าง เหมือนหรือต่างกับของดาบจ้าวรามหรือไม่

เพราะบุคคลากรที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับทางดาบอาทมาทนี้ นอกจากครูสุริยาแล้ว ทุกท่าน มีพื้นฐานวิชาอื่นมาทั้งสิ้น ครูมาโนชเอง ท่านก็แจ้งไว้ในหนังสือสารคดีว่า ตั้งแต่เยาว์วัยท่านเรียนดาบสายกรมพละมา ก่อนจะมาเจอครูสุริยาอีกที แล้วก็มาต่อดาบจ้าวรามอีกรอบ

เรื่องการผสมวิชา ผมมองว่าเป็นเรื่องปกติครับ ไม่ใช่แค่ประเทศไทย เมืองนอกเขาก็ทำกันทั้งนั้น  แต่สำคัญคือต้องให้รู้ชัดเจนก่อนว่า ตัววิชาจริง ๆ มีแค่ไหน  แล้วเสริมอะไรของใครเข้าไป แล้วเสริมตอนช่วงเวลาไหน ตรงนี้ต่างหากครับ คือจุดประสงค์ที่ผมอยากจะสื่อถึง”

คุณกำลังจะบอกผมว่า
“ครูผมผสมวิชาดาบสายกรมพละ รวมกับดาบที่ครูสุริยาสอน แล้วมารวมกับดาบเจ้ารามอีกรอบ”  อ่านดูแล้วรู้สึกว่าคุณกำลังจะบอกว่าครูผมก็ลอกวิชาคนอื่นมาแล้วบอกว่าเป็นวิชาดาบอาทมาฏ"
หากเป็นผมอยากจะบอกว่าครูมาโนทย์ท่านควรได้คำว่าปรมาจารย์ทางดาบ หรือมอบปริญญา ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ให้ท่านเลยครับ เพราะที่ผ่านมายังไม่เคยมีใครทำได้  แต่ครูผมพูดตามที่เป็นจริง นี้แหละที่ผมเคารพท่านหมดใจ

บันทึกการเข้า
นักรบกองอาทมาฏ
อสุรผัด
*
ตอบ: 34


ความคิดเห็นที่ 64  เมื่อ 10 มิ.ย. 13, 20:02

ผมถึงต้องแสดงกลยุทธ์วิชาดาบอาทมาฏให้คุณเห็น และรู้จักวิชานี้มากขึ้น

ซึ่งผมใช้วิชานี้กับคุณตั้งแต่ผมถามเรื่องทวนแล้วครับ  เพื่อสั่งสอนนักวิชาการแบบคุณ ที่ชอบเขียนแบบรู้ไม่จริงแล้วเดาตามที่เขาเล่า ไม่เคยตรวจสอบดูว่าจริงเท็จอย่างไร ไม่ว่าจะเรื่องการคาดเชือก หรือเรื่องที่สำนักดาบเจ้าราม หรือแม้แต่เรื่องอื่นๆ คุณก็ชอบเขียนว่า เท่าที่ทราบมาคร่าว ๆ  หรือ เท่าที่ทราบมา หรือ เคยได้ยินมา

ที่ผมใช้วิชาดาบอาทมาฏกับคุณคือ  กลนเรศวรล้อมศึก ที่ครูมาโนทย์ใช้  7 รุม 1   ซึ่งจริงๆแล้วเป็น 1 รุม 7 ในรายการคุณพระช่วย กลนี้วางกลง่ายๆให้คู่ต่อสู้เข้าใจว่าจะฟันไปทางหนึ่ง แล้วเข้าโจมตีอีกทางหนึ่ง

สมมุติว่าการถกประเด็นนี้เป็นการปะลองดาบ
ผมก็เปิดประเด็นทวนให้คุณฟันมาในทางนั้น แล้วผมก็เพียงหลบเล็กน้อยไม่ตอบโต้
แล้วผมก็เปิดประเด็นการคาดเชือกอีก ให้คุณฟันลงมา แบบสบายใจว่าข้านี้แน่มากมาย ตอบได้ทันที่พร้อมมีหลักการว่าเคยเห็นมาแล้ว

และแล้วผมก็ใช้ท่าเสือลากหางสะบัดดาบกลับมาที่คุณ

ประเด็นทวนหากคุณกล่าวว่า ผมก็ต้องขอดูก่อนว่าวิชาเป็นอย่างไร อย่างนี้ผมฟันคุณไม่ได้ แต่คุณพูดเต็มๆว่าคุณไม่เชื่อในทันที่ที่เปิดประเด็น ไม่ได้ดูที่ตัวเนื้อหาจริงๆของมันว่ามันเป็นจริงมากน้อยเพียงใด ไม่มีการพินิจพิเคราะห์ดูก่อนว่าเป็นอย่างไร ไม่ใจแคบไปหน่อยหรอครับ

ประเด็นการคาดเชือกก็เช่นกัน คุณก็ไม่ได้วิเคราะห์ดูก่อนเลยว่ามันจริงเท็จประการใด ได้แต่เดาๆตามหนังสือปริทัศน์มวยไทย ของปรมาจารย์เขตร  

ประเด็นของดาบเจ้ารามหากคุณกลับไปอ่านสักนิดคุณจะไม่หลงกลนี้ ได้แต่บอกว่า ”เท่าที่ผมทราบมา” ซึ่งมันผิดแบบเห็นๆตามหลักฐาน
ซึ่งเช่นเดียวกันกลับการที่คุณวิเคราะห์ แบบนักวิชาการ ที่ไม่ได้ศึกษาข้อมูลให้เห็นถึงข้อเท็จจริงได้แต่บอกว่า เท่าที่ทราบมาคร่าว ๆ  หรือ เท่าที่ทราบมา หรือ เคยได้ยินมา แล้วบอกว่า “ผมได้แต่เดา” “ผมถึงต้องออกตัวก่อนว่า ผมจะเขียนเท่าที่ผมรู้เท่านั้น” ที่คุณกล่าวมาเคยกลับไปตรวจสอบหรือป่าวครับว่าผิดหรือไม่


ผมยกประเด็นตำรวจทหาร เพื่อให้คุณเปิดช่อง ให้ผมได้โม้เรื่องนี้ หรืออีกทีนั้นคือผมจะโชว์ท่าสวยๆก่อนที่จะลงดาบคุณ ว่าวิชาดาบอาทมาฏดีเพียงใด ว่าแม้แต่สมเด็จพระเทพฯยังทรงตรัสว่า "อย่าทิ้ง จปร.นะ"ในขณะที่ทรงพระราชทานเหรียญที่ระลึกเมื่อปี46 หรือแม้แต่ National Geographic เข้ามาทำสารคดีเกี่ยวกับศิลปการต่อสู้ในภูมิภาคนี้ได้คัดเลือกเอาวิชาอาทมาฏเป็นวิชาดาบของไทย และคัดเลือกวิชามวยไชยาเป็นตัวแทนวิชามวย”


นี้ไงล่ะครับวิชาดาบอาทมาฏ ที่สามารถใช้ได้ในทุกสถานการณ์หากรู้จักพลิกแพลง


ลงดาบ ท่าหนุมานเชิญธง

สังคมแห่งนี้ เป็นสังคมวิชาการ เข้ามากระทู้แรก ผมก็อ้างถึงงานวิจัย คูณก็เข้ามาพูดลักษณะดูแคลนครูผม  การดูแคลนวิชาของผู้อื่นนั้น มันดีตรงไหนครับ เพื่อให้คนอื่นตกต่ำแย่ลงแล้วคุณได้เป็นผู้รู้หรือครับ การที่คุณอ้างแต่ละครั้งก็พยายามยกสิ่งต่างๆมาประกอบ คุณเคยศึกษาจริงๆหรือไม่ ผมก็ไม่รู้ว่าคุณเรียนวิชาดาบอะไรมา แต่ผมรู้อย่างหนึ่งว่าคุณได้แต่ดูแล้ววิจารณ์เท่านั้น ไม่ได้ลงไปเรียนจริงๆ ไม่ได้พินิจพิเคราะห์อย่างถ่องแท้ด้วยใจเป็นธรรม นักวิชาการแบบนี้ประเทศมันถึงเจริญยากไงครับ คำว่า เท่าที่ทราบมาคร่าว ๆ  หรือ เท่าที่ทราบมา หรือ เคยได้ยินมา ของคุณมันบอกครับว่ามั่วไม่รู้จริงแต่อยากจะวิจารณ์




บันทึกการเข้า
samun007
องคต
*****
ตอบ: 433


ความคิดเห็นที่ 65  เมื่อ 10 มิ.ย. 13, 21:25

ต่อเรื่องที่มาของวิชาดาบอาทมาฏ เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วทั้งผู้ที่สนใจวิชาดาบ และคนที่เคยได้ชมรายการคุณพระช่วย และจากหนังสารคดี คนดีที่ถูกลืม อาทมาฏ 400 รวมไปถึงหนังสือสารคดีฉบับที่ ๒๑๙ เดือนพฤษภาคม ๒๕๔๖ ว่าวิชานี้ ได้เริ่มมาจากครูสุริยา ได้ถ่ายทอดวิชานี้ให้กับครูมาโนทย์ตั้งแต่มัธยม  ผมขอยกมาดังนี้ "แล้วครูผมแต่ละท่านจะมาแปลกๆ บางท่านตกรถไฟมา ไม่มีข้าวกิน มาขอกินข้าว ผมก็เอาข้าวให้กิน เช่นครูธำรงค์ ไม่ยอมบอกนามสกุล บอกแต่ว่ามาจากสำนักดาบพุธไธสวรรค์ มากินนอนและฝึกดาบอยู่กับผมถึง ๓ ปีก็ยังไม่รู้นามสกุลของท่านเลย จนกระทั่งท่านจากไป อีกท่านหนึ่งบอกแต่ชื่อสำนัก แต่ไม่ยอมบอกชื่อตัวท่าน ผมจึงเรียกท่านว่าครูมาตลอด ท่านบอกแต่เพียงเป็นหนึ่งในสี่ศิษย์เอกของท่านปรมาจารย์อารีย์ ผู้ก่อตั้งสำนักดาบศรีอยุธย์ ที่จังหวัดเชียงใหม่ นอกจากนั้นยังมีอีกสองท่านที่ไม่ยอมบอกสำนัก แต่ละท่านได้สั่งสอนผมท่านละหนึ่งปีบ้าง สองปีบ้าง สามปีบ้าง"  
    

    ครูมาโนทย์กล่าวว่า แม้ตัวเขาเรียนวิชาดาบมาหลายสำนักแล้ว แต่เมื่อได้เห็นวิชาดาบของครูต่างถิ่นท่านหนึ่ง ก็ถึงกับตื่นเต้นและฉงนสนเท่ห์ นี่คือจุดเริ่มต้นที่เขาได้รู้จักวิชาดาบอาทมาฏ
      "ตอนนั้นผมอายุสิบกว่าปี เรียนอยู่ชั้นมัธยมที่โรงเรียนพุทธชินราช และเป็นครูฝึกดาบสายพุทไธสวรรค์ให้กับนักเรียนรุ่นน้อง ก็ได้ข่าวว่ามีครูดาบฝีมือดีจากทางเหนือมาสอนอยู่ที่โรงเรียนเซนต์นิโคลัส เมื่อได้ไปดูท่านฝึกซ้อมแล้วรู้สึกเป็นเรื่องที่แปลกมาก ครูท่านนั้นอายุประมาณ ๔๐ กว่า ท่านใช้วิชาดาบสองมือ ที่สำคัญคือท่านเป็นคนขาเป๋ แต่พอฟันดาบท่านมีความรวดเร็วมาก คู่ฝึกซ้อมที่เป็นคนขาดีจะรับก็รับไม่ทัน หนีก็หนีไม่พ้น จะฟันก็ตามท่านไม่ทัน แล้วท่าดาบของท่านก็แปลกๆ มีการยกแข้งยกขา เหินตัว มีการกระโดด การฉาก ผิดกับวิชาสำนักอื่นที่ผมเรียนมา ซึ่งส่วนมากจะวิ่งตรง ถอยตรง"
      
"ผมจึงไปฝากตัวเป็นศิษย์ ได้ทราบว่าท่านชื่อครูสุริยา และวิชาดาบสองมือที่ท่านใช้เรียกว่าวิชาดาบอาทมาฏ ผมเรียนดาบกับท่านอยู่สามปี ฝึกซ้อมทั้งกลางวันกลางคืน
ระหว่างนั้นครูสุริยาได้เล่าประวัติของวิชาดาบอาทมาฏให้ฟังว่า เดิมวิชานี้เป็นส่วนหนึ่งของตำราพิชัยสงครามซึ่งถูกฉีกออกก่อนสงครามเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งแรก นำไปเก็บรักษาไว้ทางภาคเหนือ แล้วส่งมอบให้กับสมเด็จพระนเรศวรฯ เมื่อพระองค์เสด็จกลับจากเป็นตัวประกันที่พม่า มาครองเมืองพิษณุโลก สมเด็จพระนเรศวรฯได้ใช้วิชานี้ฝึกสอนผู้คนที่ซ่องสุมไว้ เข้าป่าเข้ารกฝึกกัน โดยพระองค์และพระเอกาทศรศทรงเป็นครูฝึกเอง เพื่อเตรียมพร้อมทำสงครามกับพม่า"
ครูมาโนทย์เล่าว่า เขาเรียนดาบอาทมาฏอยู่ ๓ ปีจึงสำเร็จวิชา ประจวบกับจบการศึกษาชั้นมัธยมปลายในปี ๒๕๒๑ จึงลาครูสุริยาเข้ามาศึกษาต่อมหาวิทยาลัยรามคำแหงที่กรุงเทพฯ แต่เมื่อกลับไปเยี่ยมบ้านอีกครั้ง ก็ไม่พบครูสุริยาแล้ว
    

      "ครูสุริยาได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย ตั้งแต่นั้นมาผมไม่ได้พบท่านอีกเลย"
      ขณะเรียนอยู่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ครูมาโนทย์ได้เข้าชมรมกีฬาต่อสู้ป้องกันตัว สำนักดาบเจ้ารามฯ หนึ่งปีต่อมาก็ได้เป็นครูฝึกของสำนัก
    
        "ผมเป็นครูฝึกสำนักดาบเจ้ารามฯ ถึงปี ๒๕๓๘ แต่ไม่เคยนำวิชาดาบอาทมาฏออกมาเผยแพร่เลย เพราะสำนักดาบเจ้ารามฯ มีวิชาดาบของตนเองอยู่แล้ว การนำวิชาอื่นมาสอนเป็นการไม่บังควร และที่สำคัญ วิชาดาบอาทมาฏเป็นวิชาที่อันตรายมาก ถ้าคนสำมะเลเทเมา หรือคนเกกมะเหรกเกเรเอาวิชานี้ไปใช้ คนอื่นจะเดือดร้อน คนฝึกต้องมีคุณธรรมสูง ผมจึงเก็บวิชานี้ไว้กว่า ๒๐ ปี โดยไม่ได้เผยแพร่ กระทั่งปลายปี ๒๕๓๘ อาจารย์ชาติชาย อัชนันท์ ได้ติดต่อเข้ามาเพื่อขอศึกษาวิชานี้ อาจารย์ชาติชายเป็นศิษย์ของท่านปรมาจารย์เขตร ศรียาภัย ปรมาจารย์มวยไชยา ส่วนผมเคยศึกษามวยไชยาจากครูทองหล่อ ยาและ ซึ่งเป็นศิษย์ของปรมาจารย์เขตร จึงถือว่า อาจารย์ชาติชายเป็นรุ่นพี่ทางสายมวย อีกทั้งผมลองสืบประวัติดู พบว่าเป็นคนดี ผมใช้เวลาตรึกตรองอยู่เป็นเดือน จึงตกลงใจถ่ายทอดวิชาดาบอาทมาฏให้อาจารย์ชาติชาย"

นี้คือสิ่งที่มีในหนังสือ สารคดี ฉบับที่ ๒๑๙ เดือนพฤษภาคม ๒๕๔๖ ซึ่งนับถึงวันนี้ ก็ร่วม 10 ปีมาแล้วหากไม่เป็นความจริง สำนักดาบเจ้าราม จะไม่โวยวายหรือครับท่าน samun007



ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ คุณนักรบฯ นะครับ  ที่ช่วยนำข้อมูลที่ผมกำลังหาอยู่มาลงให้ครับ ขออนุญาตอ้างอิงจากข้อความนะครับ

แสดงว่า ที่ผมเคยได้ยินมาเรื่องเวลาเข้าเรียนของครูแปรงก็เป็นเรื่องที่ผิดพลาดครับ ตรงนี้ต้องขออภัยไว้ด้วย

แต่ผมก็มีข้อสงสัยว่า

จากประโยคที่คุณนักรบฯ ได้กรุณานำมาลงให้ผมนั้น  ผมสงสัยดังนี้ครับ

 -  จากข้อความสีเขียว

ครูมาโนช เข้าเรียนที่ ม.ราม และหนึ่งปีให้หลังได้เป็นครูดาบประจำสำนักดาบจ้าวราม เพราะฉะนั้น ปีที่ท่านเริ่มสอนดาบจ้าวรามคือ ปี 2522 นะครับ

ปัญหาที่ผมสงสัยก็คือ

แล้ว ครูมาโนช ท่านสอนดาบอาทมาทใน ม. ราม เมื่อไรกันแน่ครับ ?

เพราะจากตัวหนังสือสีเขียว ชัดเจนว่า ท่านบอกว่าไม่เคยสอนใครเลยมา 20 ปี จนมาเจอท่านอาจารย์ชาติชาย  



ยิ่งมาเจอข้อความที่คุณนักรบบอกผมว่า

กลับมาเรื่องวิชาดาบอาทมาฏ
ประเด็นที่ 1 วิชาดาบอาทมาฏเป็นดาบที่มาจากสำนักดาบเจ้ารามหรือไม่ ผมอยากจะเรียนว่า ครูมาโนทย์ เข้าเรียนที่รามคำแหง ปี 2521(ครูแปรงเป็นรุ่นพี่หนึ่งปี)และเข้าร่วมกับผู้ชื่นชอบวิชาดาบและมวยที่นั้น ตั้งชมรมดาบเจ้ารามขึ้นมา เพียง 1 ปี ก็เป็นครูฝึกให้กับรุ่นน้อง ประเด็นนี้ผมว่าสำนักดาบเจ้ารามทราบกันเป็นอย่างดี แม้แต่เพลงมาร์ชของสำนักดาบเจ้ารามยังมีประโยคหนึ่งว่า " ฝึกดาบอาทมาฏเกรียงไกร" ซึ่งทุกวันนี้เมื่อครบรอบวันตายของครูมาโนทย์สำนักดาบเจ้ารามก็ไปทำบุญให้กับ ครูมาโนทย์ ทุกปีมิได้ขาด ผมเสียอีกที่ไม่ได้ไป

เพราะฉะนั้น ที่คุณนักรบฯ บอกว่า มีเพลงมาร์ช ของสำนักดาบจ้าวรามร้องไว้ว่า ฝึกดาบอาทาทเกรียงไกร  ปัญหาก็คือ ในเมื่อ อ.มาโนช ท่านบอกเองว่าไม่เคยสอนใครนาน 20 ปี แล้ว เพลงมาร์ชนี้มาจากไหนครับ ?


แล้วที่ถามผมว่า ถ้าเรื่องไม่เป็นความจริง ทำไมสำนักดาบจ้าวรามไม่โวยวาย 

ถ้าให้เดานะครับ ผมเดาว่า ก็ในเมื่อวิชาดาบอาทมาทไม่เคยมีการสอนอยู่จริงในชมรมอาวุธไทย ม. ราม  ทางนั้นก็ไม่เห็นจะต้องโวยวายอะไรครับ 
บันทึกการเข้า
samun007
องคต
*****
ตอบ: 433


ความคิดเห็นที่ 66  เมื่อ 10 มิ.ย. 13, 21:44

ประเด็นต่อมา สืบเนื่องจากหัวข้อเมื่อสักครู่ ที่ว่า ครูมาโนช ท่านบอกว่าท่านไม่เคยเผยแพร่วิชาดาบอาทมาทมากว่า 20 ปีต่อนะครับ เพราะหัวข้อคล้าย ๆ กัน

ขออ้างอิงครับ

ครูแปรง จึงได้เรียนวิชา จากหลายสำนัก เช่น ดาบพุทไธสวรรค์, ดาบผดุงสิทธิ์, ดาบ พละ, ดาบพรานนก, ดาบอาทมาต, ดาบอาทมาต เท้าช้าง ปัตตานี, มีดสั้นทอง นับแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๐ – ๒๕๒๕ จึงจบหลักสูตร หลังจากนั้น ครูแปรง ยังได้ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม จากครูอีกหลายท่าน อาทิเช่น ครูพัน ยารนะ ครูดาบสะบัดชัย, ดาบสายกรมหลวงชุมพร จาก กี คลองตัน, ดาบบ้านไชว อยุธยา, ดาบสายอาจารย์นาค เทพหัสดิน ณ อยุธยา, ดาบและมวยในสายอาจารย์กิมเส็ง ซึ่งถือว่าเป็นอาจารย์ปู่ สายมวยทวีสิทธิ์ ในเวลาต่อมาอีกด้วย

ครูแปรงแยกดาบอาทมาฏออกจากดาบสายอืนๆ แสดงว่ามันไม่เหมื่อนกัน ถูกไหมครับ และเรียนในช่วงแรกๆของการเข้าไปเรียนที่กรุงเทพฯของครูมาโนทย์

ขอตัดส่วนหัวที่เกี่ยวกับมวยออกไปก่อนนะครับ ขอคุยเฉพาะเรื่องดาบก่อน ไว้เรื่องดาบชัดเจนแล้ว จะขอคุยเรื่องมวยต่อครับ

ส่วนที่ถามว่า ใครเป็นพี่ใครกันแน่ ระหว่าง อ.มาโนช กับ อ. แปรง


ผมขอยกบทสัมภาษณ์ของ อ.ชาติชาย ที่มีต่อนิตยสารเล่มเดียวกันที่อ้างถึง ดังนี้ครับ

".............."ปี ๒๕๒๖ ผมกลับจากฝรั่งเศสมาเยี่ยมบ้าน ได้มีโอกาศเรียนมวยไชยาเพิ่มเติมกับครูทองหล่อ ยาและ หรือครูทอง เชื้อไชยา ศิษย์เอกคนหนึ่งของท่านปรมาจารย์เขตร ศรียาภัย ครูทองมีลูกศิษย์คนหนึ่ง คือครูแปลง( ) ซึ่งสนิทกับผม ช่วงปี ๒๕๓๘ มีอยู่วันหนึ่งครูแปลงก็รำดาบท่าคลุมไตรภพให้ดู ตอนนั้นผมก็ เอ๊ะ! ดาบอะไร ไม่เคยเห็น ครูแปลงเล่าให้ฟังว่า เขาเรียนวิชาดาบนี้มาจากครูคนหนึ่ง ซึ่งเก่งมาก ก็คือครูมาโนทย์ ผมก็เลยให้ครูแปลงไปตาม"อาจารย์ชาติชายเล่า
      
    "พบกันครั้งแรกเป็นการพูดคุยแนะนำตัว อีกวันหนึ่งครูแปลงไม่มาด้วย พอครูมาโนทย์มาถึงบ้านผม ผมถือดาบหวาย พี่โนทย์ถือดาบหวาย ผมก็ตีแกเลย หวดเลย พอหวดปุ๊บเขาก็หวดแขนผม เจ็บ หวดอีกทีเขาก็หวดโดนผมอีก ผมบอกหวดหลายทีแล้วนะ ชักโมโห ก็ไล่ตี เขาก็ยิ้มหัวเราะแบบสบายๆ พอผมหวดไปแรงๆ เขาก็ใช้ลูกไม้สะท้อนบ้าง คลื่นกระทบฝั่งบ้าง เล่นผมซะน่วมเลย วันนั้นเขาทำให้ผมเจ็บตัว แต่ยังไม่ยอมสอนวิชา แล้วเขาก็หายไปตั้งนาน จริงๆ เขาไปสืบประวัติว่าผมเป็นคนยังไง ผมต้องไปตามหาเขา ขอให้สอนวิชาให้
""



=============================================
จากที่อ้างอิงนี้ ก็แสดงว่า อ.แปรง เรียนดาบอาทมาท กับ อ.มาโนช  ซึ่ง ผมก็งง ๆ ว่า แล้วตกลง เรื่องไหนเป็นจริงกันแน่

เพราะจากความเห็นก่อน อ.มาโนช บอกว่าไม่เคยเผยแพร่ใครเลย 20 ปี  แต่ทำไม อ. แปรง ถึงสามารถทำท่าคลุมไตรภพได้ล่ะครับ ?



============================================

ประการต่อมาที่ผมสงสัยอีก

ถ้าสิ่งที่ อ.มาโนช ให้สัมภาษณ์นิตยสารเป็นจริง

ก็แสดงว่า มีดาบอาทมาทอีกสายหนึ่ง ที่ไม่ใช่ อาทมาทนเรศวร และไม่ใช่ อาทมาทเท้าช้างปัตตานี สอนอยู่แล้วใน ม. ราม และก็มีท่าคลุมไตรภพด้วยเช่นกัน



ถ้าเป็นแบบนี้ ก็แสดงว่า มีวิชาดาบอาทมาท 2 สาย ที่บังเอิญ มีท่าคลุมไตรภพเหมือนกันอีก  ซึ่งผมก็ไม่รู็ว่า คลุมไตรภพ อีกแบบนั้น จะเหมือนหรือต่างจาก คลุมไตรภพ ของ อาทมาทนเรศวร หรือไม่อย่างไรนะครับ

ถ้าคุณนักรบฯ พอจะทราบ ผมขอความกรุณาช่วยแนะนำให้ผมและท่านอื่น ๆ เป็นวิทยาทานด้วยครับ
บันทึกการเข้า
นักรบกองอาทมาฏ
อสุรผัด
*
ตอบ: 34


ความคิดเห็นที่ 67  เมื่อ 10 มิ.ย. 13, 21:51

ผมน่ะรู้  แต่ให้คุณสงสัยต่อไปน่ะดีแล้ว ไปทำงานหาเงินดีกว่ามาเสียเวลากันนักวิชาการแบบคุณ เท่านี้ผมก็เสียเวลามามากแล้ว คุณรู้ไปก็มีแต่เอาไปทับถมคนอื่น
บันทึกการเข้า
samun007
องคต
*****
ตอบ: 433


ความคิดเห็นที่ 68  เมื่อ 10 มิ.ย. 13, 21:54

ผมน่ะรู้  แต่ให้คุณสงสัยต่อไปน่ะดีแล้ว ไปทำงานหาเงินดีกว่ามาเสียเวลากันนักวิชาการแบบคุณ เท่านี้ผมก็เสียเวลามามากแล้ว

ไม่เป็นไรครับ ถ้าคุณนักรบฯ ไม่สะดวก ผมก็ไม่ขอรบกวนครับ แต่น่าเสียดายข้อมูลตรงนี้ครับ ก็ไม่เป็นไรครับ ผมจะพยายามลองหาข้อมูลต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 69  เมื่อ 10 มิ.ย. 13, 22:03

ในฐานะเจ้าของเรือน   ดิฉันได้ติดตามคุณสองคนถามตอบกันเรื่องเพลงดาบอาทมาฏมาพักหนึ่งแล้ว     ขอเรียนให้คุณนักรบกองอาทมาฏว่าเว็บเรือนไทยเป็นเว็บของผู้ประสงค์จะได้ความรู้ มาถามจากผู้รู้     และผู้นำความรู้มาแบ่งปันให้คนอื่นๆเป็นวิทยาทาน     แต่ไม่ใช่สำหรับใครก็ตามที่มาบอกว่า รู้แล้วแต่ไม่บอก    ถ้าทำอย่างนั้นก็เท่ากับไม่รู้นั่นเอง
นอกจากนี้ เว็บนี้ไม่ประสงค์จะให้เกิดการทะเลาะวิวาท ลบหลู่   เหน็บแนม เสียดสีกัน  อันจะก่อบรรยากาศน่าเบื่อหน่ายแก่คนอื่น       ถ้าหากว่าคุณนักรบอาทมาฏไม่สามารถจะปฏฺิบัติตัวให้กลมกลืนกับสมาชิกท่านอื่นๆได้    ดิฉันก็คิดว่าคุณคงไม่เหมาะที่จะเข้ามาสนทนาในเว็บเรือนไทยต่อไปค่ะ
บันทึกการเข้า
terapak
อสุรผัด
*
ตอบ: 1


ความคิดเห็นที่ 70  เมื่อ 11 มิ.ย. 13, 06:25

อ่านมา 3 วันแล้วครับ แต่สมัครสมาชิกเข้ามาตอบไม่ได้ ไม่ทันได้อ่านข้อความด้านข้างว่าให้ใส่ตัวเลขแทน

ขอตอบบางข้อที่รู้นะครับ

1.ครูแปรงเรียนวิชาดาบอาทมาฏจากครูมาโนทย์ที่รามครับ โดยตอนนั้นท่านเองได้ฝึกดาบกับรุ่นพี่ท่านอื่นในชมรมอาวุธไทยมาแล้วครับ ปกติครูแปรงเวลาพูดถึงครูมาโนทย์ จะเรียก พี่โนทย์เสมอครับ ครูแปรงเคยบอกว่า ครูมาโมทย์ อายุน้อยกว่าครูปีหนึ่ง แต่เป็นรุ่นพี่ของครู ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นรุ่นพี่ในชมรมอาวุธไทยนะครับ และข้อมูลตามหนังสือที่อาจารย์ชาติชายกล่าวนั้นก็ถูกต้องแล้วครับ ครูแปรง แสดงท่ารำคลุมไตรภพ และ เป็นคนแนะนำครูมาโนทย์ ให้อาจารย์ชาติชาย รู้จักครับ ผมเองก็ได้พบครูมาโนทย์อยู่ 3 ครั้งตอนท่านมาเยี่ยมครูแปรงที่สำนักสยามยุทธ์ครับ

2.เรื่องก้นหอย ที่เห็นในรูปของครูแปรง คือเป็นอันที่ทำไว้สำเร็จรูปแล้วนะครับ เอาไว้ใส่ตอนถ่ายรายการ พอพันหมัดเสร็จก็วางทาบลงและเอาเชือกเส้นเล็กร้อยได้เลย แต่ถ้ามีเวลา ก็ใช้เชือกเส้นยาวถักเสร็จแล้วก็เอาเชือกเส้นเดียวกันนะแหละขมวดปมเป็นก้นหอยครับ แต่โดยปกติเวลาเราพันซ้อมก็คงไม่ได้ถักก้นหอยครับ ส่วนเรื่องว่าจะอยู่หลังหมัด หรือ สันหมัด ก็แล้วแต่การใช้งานละครับ ที่เคยลองทำมา แม้ว่าจะเอาเชือกจุ่มน้ำ มันก็ไม่แข็งและคม ขนาดที่ว่าเอามาถูหน้าแล้วจะบาดเลยหรอกครับ สามารถถูหน้าเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจได้ครับ

ส่วนวิธีทำให้เกิดบาดแผลฉีกขาด ก็ขึ้นอยู่กับวิถีการต่อยด้วยครับ เพราะมวยไชยาไม่ได้ต่อยด้วยสันหมัดอย่างเดียวครับผม
บันทึกการเข้า
Naris
พาลี
****
ตอบ: 312


ความคิดเห็นที่ 71  เมื่อ 11 มิ.ย. 13, 12:08

ผมก็ตามอ่านกระทู้นี้เช่นกันครับ สำหรับผมจัดว่าเป็นกระทู้ที่เกินภูมิ คือ ผมไม่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้เลย เพราะฉะนั้น ทุกข้อความที่อ่านจึงเป็นการเพิ่มพูนความรู้ให้ผมทั้งสิ้น
แต่หลังจากที่ได้อ่านมาระยะหนึ่ง ผมก็มีข้อสังเกตดังนี้ครับ คือ คำว่า "อาทมาฏ" เป็นคำเรียกขานของสิ่งใดแน่ครับ ระหว่างชื่อวิชาดาบ หรือชื่อหน่วยงาน (กรมกองทหาร) ถ้าเปรียบเทียบกับปัจจุบัน ก็อาจจะนึกถึง หน่วย SWAT อะไรอย่างนั้น

ถ้าเป็นชื่อของวิชาดาบ ผู้สำเร็จวิชานี้ ก็อาจจะไม่ได้ทำงานในกรมอาทมาฏก็ได้ ในสมัยสมเด็จพระนเรศวรอาจจะมีนายทหารบางท่านที่เรียนวิชาดาบอาทมาฎ แต่รับราชการอยู่ในกรมพระคลังก็ได้ (สมัยนั้นพระคลังก็ต้องออกรบนะครับ) หรือถ้าเป็นชื่อกรมกอง ก็เป็นไปได้ว่า อาจจะมีนักรบในกองอาทมาฎท่านหนึ่ง ที่ใช้วิชาดาบจากสำนักอื่นๆ แต่ฝีมือดี จึงได้รับราชการในกองอาทมาฎ ก็ได้ ไม่ได้แปลว่า ถ้าเป็นทหารในกองอาทมาฎแล้ว จะต้องใช้เพลงดาบเดียวกันทุกคน เรื่องจะเป็นอย่างนี้ได้หรือเปล่าครับ แต่แน่นอน ผมเชื่อว่า เมื่อมาเข้าสังกัดเดียวกัน ก็คงมีการให้เรียนเพิ่มเพื่อปรับพื้นฐาน ในที่นี้คือวิชาดาบให้ใกล้เคียงกันด้วยแน่ ท้ายที่สุด ทหารในกรมอาทมาฎคงมีวิชาดาบที่เป็ไปในแนวเดียวกัน แต่กระนั้น รายละเอียดปลีกย่อยก็อาจต่างกันไปตามพื้นฐานของแต่ละบุคคล

ด้วยเหตุนี้ ผมขอเดาว่า มีความเป็นไปได้ ที่แม้จะเป็น "นักดาบจากกรมอาทมาฎ" เหมือนกัน แต่วิชาดาบที่ใช้อาจไม่เหมือนกันก็ได้ 

และเมื่อเวลาผ่านไปนานๆ นักดาบจากกรมอาทมาฎทั้งสองท่าน เกษียณอายุ ออกจากราชการแล้ว กลับไปยังบ้านเกิดของแต่ละท่าน แล้วไปเป็น ครูดาบ สั่งสอนวิชาดาบของท่านให้แก่ลูกหลานในละแวกบ้าน ครูทั้งสองท่าน จะสามารถอ้างได้หรือไม่ครับว่า วิชาดาบที่ท่านสอนนั้น คือดาบอาทมาฎ (ผมคิดว่า ในสมัยที่ไม่มีแนวคิดกฎหมายลิขสิทธิ คงไม่มีใครทักท้วงหรอกครับ ก็ครูทั้งสอง ต่างเป็น "นักดาบจากกรมอาทมาฎ" จริงๆ)

สามสิบปีผ่านไป จาก สองครู ก็กลายเป็นสองสำนัก ก็ปรากฎว่า ศิษย์จากทั้งสองสำนัก ได้ไปเจอกันในงานหนึ่ง แล้วแสดงเพลงดาบให้แก่กันชม ต่างฝ่ายต่างก็คิดว่า วิชาดาบของฉันเป็นดาบอาทมาฎ -> วิชาดาบของเขาไม่เหมือนของฉัน -> แต่เขาอ้างว่าวิชาของเขาคือดาบอาทมาฎ = เขาโกหก และเป็นคนชั่วร้าย

ข้อสังเกตของผมคือ คิดเช่นนี้ ถูกต้องหรือไม่

ไม่รู้เหมือนกันครับ แหะๆ     
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 72  เมื่อ 11 มิ.ย. 13, 14:28

สรุปเท่าที่รู้ก็คือกองอาทมาตเป็นกองลาดตระเวนสืบข่าวอยู่ชายแดน ตั้งแต่สมัยอยุธยา   ถ้าเป็นชายแดนพม่าก็ใช้มอญทำหน้าที่นี้เพราะมอญพูดภาษาพม่าได้  กลมกลืนไปกับคนท้องถิ่นได้สนิท
มอญที่เข้ามาสวามิภักดิ์ต่อไทย เป็นพวกนักรบกันมาก    ดูจากทำเนียบนาพระไอยการพลเรือนที่ระบุถึงตำแหน่งหน้าที่ของขุนนาง พบว่าตำแหน่งของพวกมอญ มีหน้าที่นักรบกันเต็มไปหมด    อาวุธที่มอญใช้คือดาบ มีทั้งเดี่ยวและสองมือ       แต่ไม่รู้ว่าวิธีฟันดาบอย่างที่เรียกว่าดาบอาทมาต  ตามที่มีกันอยู่ปัจจุบันนี้ เก่าแก่ย้อนไปได้ถึงแค่ไหน  เป็นของมอญจริงหรือเปล่า   ยังหาหลักฐานชัดๆไม่ได้ค่ะ
บันทึกการเข้า
ไพลินภัทร
อสุรผัด
*
ตอบ: 13


ความคิดเห็นที่ 73  เมื่อ 12 มิ.ย. 13, 18:05

ไม่ได้เข้ามาหลายสัปดาห์ นึกว่ากระทู้นี้จะตกไปแล้วเสียอีก กลับมาอีกทีข้อมูลมาเต็มเลย ^w^
บันทึกการเข้า
hobo
พาลี
****
ตอบ: 324


ความคิดเห็นที่ 74  เมื่อ 27 ส.ค. 13, 15:36

อนุสนธิจากกระทู้สัตว์ประหลาด ท่านอาจารย์อุตส่าห์ประกอบอาหารให้รับประทาน ด้วยสำนึกในพระคุณประกอบกับอ่านเจอพอดี จึงขอนำเสนอเพื่อสนองพระคุณท่านครับ





บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.089 วินาที กับ 19 คำสั่ง