เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 11
  พิมพ์  
อ่าน: 28212 แซมมวล ไวท์ : การเมืองเรื่องฝรั่ง สมัยสมเด็จพระนารายณ์
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 30  เมื่อ 22 เม.ย. 13, 07:49

เหวอ . .   หนักแล้ว อัตโน

โห หัวหมุนติ้ว ๆ เลยหรอครับผม  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
spyrogira
อสุรผัด
*
ตอบ: 36


ความคิดเห็นที่ 31  เมื่อ 22 เม.ย. 13, 09:13

กำลังสนุกครับ  ท่านอาจารย์ ...  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10576


ความคิดเห็นที่ 32  เมื่อ 22 เม.ย. 13, 11:12

จะไม่หมุนติ้วๆได้อย่างไร (ถ้าเป็นแฟนพันธุ์แท้ของกระทู้นี้)ลองเข้าไปอ่านดูละกัน

http://topicstock.pantip.com/library/topicstock/2009/09/K8347518/K8347518.html

ที่เขียนไว้ในนั้นน่ะ หมดภูมิของผมแล้ว
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30436

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 33  เมื่อ 22 เม.ย. 13, 19:20

      ในเมื่อระบบรายได้ของขุนนางอยุธยาในสมัยนั้นเป็นอย่างที่เรียกกันว่า "จับเนื้อกินเอง"  คือหารายได้เอง   ราชการไม่มีให้ หรือมีก็ไม่พอ      เราก็พอจะเดาได้ว่านายแซมมวล ไวท์ แกไม่ได้หวังว่าศูนย์กลางที่อยุธยาจะมาอุดหนุนจุนเจืออะไรแก      แต่ว่ามะริดเป็นเมืองท่าอันเป็นศูนย์รวมของเงินทองไหลไปเทมาอยู่แล้ว   แกจะแคร์อะไรกับเมืองหลวง 
      การที่ส้มหล่นมาที่แซมมวล  ไม่ใช่เหตุบังเอิญ     สมเด็จพระนารายณ์เลือกนายเรือชาวอังกฤษรายนี้ก็เพราะมีคนส่งเสริมสนับสนุนให้ทรงเลือกเถอะพ่ะย่ะค่ะ คนนี้ละเหมาะมาก       คนแบ๊คอัพนั้นเป็นใครไปไม่ได้นอกจากฟอลคอนซึ่งหาทางส่งตัวเองเข้าเป็นขุนนางในราชสำนักได้สำเร็จแล้วในตอนนั้น      เมื่อฟอลคอนถูกอัธยาศัยกับไวท์    ไวท์ก็เลยมีเส้นขนาดก๋วยเตี๋ยวหลอดส่งตัวเขามาหาช่องทางร่ำรวยอยู่ที่นี่      และเราก็คงไม่ต้องสาธยายกันให้มากความว่า ถ้าไวท์จะรวย ก็คงไม่ใจดำ รวยอยู่คนเดียว  โดยไม่ตอบแทนฟอลคอนให้สมกับที่เกื้อหนุนมาด้วยดี

     หน้าที่ของเจ้าท่าอย่างนายสยามขาวพระเอกของเราคือทำการค้าซื้อไปขายมาให้ท้องพระคลังสินค้า       แต่มะริดนั้นก็อยู่ไกลอยุธยามากพอที่เจ้าท่าจะทำอะไรต่อมิอะไรได้  โดยไม่ต้องแจ้งอยุธยาไปเสียทุกอย่าง     ผลจึงออกมาว่าสินค้าหลวงในเรือหลวงที่ส่งไปค้าขายตามเมืองต่างๆด้านตะวันตกของสยาม  มีสินค้าของหลวงอยู่ไม่ถึงครึ่งลำเรือกระมัง      เนื้อที่ค่อนลำเรือที่เหลือนั้นเป็นสินค้าส่วนตัวของท่านเจ้าท่าทั้งสิ้น     
     ไวท์มาอยู่มะริดไม่นาน  สมบัติก็เพิ่มพูนขึ้นทันตาเห็น    พอจะทำให้ฝันหวานว่าจะกลับไปอังกฤษได้อย่างเศรษฐีในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10576


ความคิดเห็นที่ 34  เมื่อ 22 เม.ย. 13, 21:45

ขอเข้าฉากตรงนี้ก่อนแล้วกันนะครับ

ในลิงค์ที่ผมโยงไว้ให้จะเห็นแนวทางการวิเคราะห์ของหลายท่านในพันทิปที่น่าจะสรุปได้ว่า ราชอาณาจักรไทยสมัยโน้น ทางฝั่งทะเลฝ่ายตะวันตกนี่ มีเมืองชื่อตะนาวศรี เป็นหัวเมืองสำคัญ และมีมะริดเป็นเมืองท่า

เมืองตะนาวศรีนั้นอยู่ลึกเข้าไปตามแม่น้ำสายที่มีเมืองมะริดตั้งอยู่ที่ปากอ่าว ดังเหตุผลที่คุณม้าเคยให้ไว้ว่า เมืองสำคัญนั้นจะต้องอยู่ไกลทะเลหน่อยเพื่อที่ทัพเรือของข้าศึกจะได้ไม่สามารถจู่โจมเข้าถึงตัวโดยง่าย เจ้าเมืองตะนาวศรีมีศักดิ์เป็นพระยาที่กรุงศรีอยุธยาส่งมาคุมกำลังทหารมอญชาวพื้นเมืองเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย
ที่มะริดก็มีเจ้าเมืองปกครองเหมือนกัน แต่ขึ้นอยู่กับพระยาตะนาวศรีอีกทีหนึ่ง ตำแหน่งสำคัญของเมืองนี้คือนายท่าผู้ดูแลการค้า หรือชาร์บันดาShabandaที่แต่ไหนแต่ไรมาคนไทยไม่ได้เป็น ที่มะริดนั้นส่วนใหญ่จะเป็นชาวอิหร่าน ฝรั่งน่ะ มาทีหลัง

ผมเอ่ยถึงบทบาทของเมืองตะนาวศรีไว้ก่อนเพราะตอนท้ายประวัติของนายสยามขาวจะมีบทบู๊ ท่านจะได้เข้าใจที่มาที่ไป


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10576


ความคิดเห็นที่ 35  เมื่อ 22 เม.ย. 13, 21:48

ส่วนมะริดเล่า ทำไมจึงเป็นเมืองท่าสำคัญขึ้นมาได้

การค้าทางทะเลสู่กรุงศรีอยุธยา ตามเส้นทางด้านตะวันออกที่ส่วนใหญ่ค้าขายกับจีนนั้นไม่มีอุปสรรคปัญหา แต่เส้นทางเดินเรือทางตะวันตกมีพื้นที่อับลมในบริเวณที่เรียกว่า“ช่องแคบมะละกา”   ตรงนั้นในบางฤดูกาลเรือสินค้าที่ใช้ใบไม่สามารถวิ่งผ่านได้ หรือวิ่งผ่านได้แต่ช้ามาก จนถูกชาวมลายูเมืองอาเจะห์ที่อยู่บนฝั่งพายเรือยาวมาปล้นเอาได้ถึงกลางทะเล

ดังนั้น พ่อค้าจึงเลือกที่จะเดินเรือมาที่มะริด แล้วถ่ายของเก็บไว้ในโกดัง รอกระทั่งฤดูที่ลมส่งท้ายเรือให้กางใบใช้ความเร็วเต็มที่ได้ จึงขนถ่ายสินค้าใส่เรือขนาดย่อมวิ่งเข้ากรุงศรีอยุธยาอีกทีหนึ่ง ส่วนคนถ้าไม่อยากอยู่รอ ก็สามารถเดินทางบกจากมะริด ผ่านตะนาวศรี ข้ามเขามาทางด่านสิงขร แล้วมาลงเรือต่อที่กุย หรือปราณบุรี เข้ากรุงศรีอยุธยาได้เลยโดยไม่ต้องมากับเรือ มะริดในสมัยที่หลังจากฝรั่งเริ่มค้นพบเส้นทางเดินเรืออ้อมแหลมกู๊ดโฮปมาเอเซียตะวันออกได้จึงมีความสำคัญขึ้นมาได้ฉะนี้

แผนที่เมืองมะริดซึ่งฝรั่งเศสทำไว้หลังจากนายสยามขาวหมดวาสนาไปแล้วนิดเดียวนั้น จึงเห็นอาคารยาวๆที่เป็นคลังสินค้ามากมาย ทั้งของเอกชนและของหลวง


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10576


ความคิดเห็นที่ 36  เมื่อ 22 เม.ย. 13, 22:02

แถมอีกนิด

มะริดเจริญได้ก็เพราะการขนส่งสินค้าด้วยเรือสำเภากางใบจากตะวันตกมาเมืองไทยเท่านั้น เมื่อกลับคืนไปเป็นของพม่า การค้าตรงนี้ก็ขาด มะริดก็หมดความสำคัญไป พม่าไม่ได้ประโยชน์อย่างที่ไทยเคยได้

ครั้นเรือสินค้าเปลี่ยนมาใช้เครื่องจักรแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ความจำเป็นของไทยที่จำเป็นต้องมีมะริดในฐานะเมืองท่าก็ไม่เหลือแม้น้อย
(แต่ในด้านการท่องเที่ยวและเก็บเกี่ยวทรัพยากรทางทะเลนั้น พม่ารออนาคตตรงนี้อยู่)


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10576


ความคิดเห็นที่ 37  เมื่อ 22 เม.ย. 13, 22:06

ขอเชิญกลับไปที่บทบาท"จับเนื้อกินเอง"ของนายสยามขาวต่อครับ ท่านจขกท.
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30436

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 38  เมื่อ 23 เม.ย. 13, 08:49

คุณหนุ่มสยาม   เด็กชายประกอบ  คุณลุงไก่   คุณ  spyrogira และท่านอื่นๆ  มัวไปอยู่ไหน เข้ามายกป้ายเชียร์ท่านออกพระหน่อยเร้ว   เดี๋ยวท่านจะเขิลลล...

ก่อนจะลงจากเรือนไทยไปช็อปปิ้ง  ขอส่งการบ้านตามที่ออกพระศรีนวรัตนให้ไว้ เรื่อง "จับเนื้อกินเอง "ก่อนค่ะ  

ขอขยายคำว่า "จับเนื้อกินเอง"   ว่า เนื้อในที่นี้หมายถึงเนื้อทรายเก้งกวาง ไม่ใช่เนื้อหนังมังสา      อาชีพขุนนางในสมัยโน้นก็เหมือนอาชีพบางอาชีพที่ไม่ต้องอธิบายให้มาก  อาจไม่มีในประเทศไทย  แต่ยังพบได้บ่อยในประเทศสารขัณฑ์  คือถึงแม้รายได้น้อยแต่ใครๆก็อยากเป็น เพราะเป็นแล้วรวย     เนื่องจากมีช่องทางให้หารายได้เสริมได้ง่ายกว่าอาชีพอื่น   แต่ต้องขยันออกป่าจับเหยื่อกินเอง  จะมัวแต่ก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่ในออฟฟิศอย่างเดียวไม่ได้

แซมมวล ไวท์ มาเป็นเจ้าท่าได้ไม่นานก็จับเนื้อกินเองได้เหลือเฟือ      เรือสินค้าที่ต้องผ่านไปมา หรือแวะท่ามะริดอยู่แล้ว   ลำไหนเจอแจ๊คพ็อท  ก็จะถูกท่านเจ้าท่ายึดเรือไว้   เพื่อยัดข้อหาโน่นข้อหานี่ แล้วแต่ว่าสำรวจแล้วท่านไวท์จะหาข้อบกพร่องอะไรเจอได้บ้าง    บางลำก็โดนริบสินค้า  บางลำก็เจอค่าปรับ    ถ้าไม่จ่ายให้ท่าเรือซะดีๆ ก็อย่าหวังเลยว่าจะแล่นใบไปขายสินค้าที่ปลายทางได้     นายเรือพวกนี้ส่วนใหญ่ก็ต้องกัดฟันจ่าย  เพราะยังดีกว่าถูกยึดต้นทุนหายปลายทุนหด    ลำไหนมีสินค้าแพงๆขนมามาก  อาจถูกรางวัลที่หนึ่งคือถูกยึดทั้งเรือทั้งของไปหมด
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30436

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 39  เมื่อ 23 เม.ย. 13, 09:03

   สรุปความว่า โดยหน้าที่แล้วนายสยามขาวก็เป็นขุนนางผู้มีเกียรติของอยุธยา   แต่โดยภาคปฏิบัติแล้ว แกก็เป็นสลัดทะเลหลวงเราดีๆนี่เอง  ควรจะเปลี่ยนชื่อจาก "สยามขาว" เป็น "ฉลามขาว" อย่างยิ่ง

     ถ้ามีใครสงสัยอยากยกมือถามว่า พฤติกรรมเลวร้ายของเจ้าท่า ไม่ถูกร้องเรียนไปถึงพระเนตรพระกรรณบ้างหรือ   คำตอบก็คือ คอรัปชั่นของไวท์ซึ่งเรียกได้เต็มปาก ว่า ทั้ง"ฉ้อราษฎร์" และ "บังหลวง" นี้  ไวท์รู้ดีว่าถ้าทำคนเดียว ก็มีหวังถูกจับได้  ไม่มีทางรอดหลักประหารไปได้แน่นอน    คอรัปชั่นถ้าให้ปลอดภัยต้องทำเป็นขบวนการ     แกจึงรอบคอบพอจะส่งส่วยไปถึงผู้มีอำนาจอยู่เหนือแกขึ้นไป    คนนั้นเราก็คงพอเดาได้ว่าเป็นใครอื่นไปไม่ได้นอกจากเพื่อนซี้ของแก  ผู้ซึ่งบัดนี้ก้าวพรวดๆขึ้นเป็นถึงเจ้าพระยาวิชเยนทร์ ขุนนางคนโปรดของสมเด็จพระนารายณ์
    เมื่อวิชเยนทร์ได้ส่วนแบ่งอย่างงามจากไวท์    ก็ยินดีปรีดาว่าไม่เสียแรง    เพื่อนคนนี้ได้ดีแล้วไม่ลืมเพื่อน    ดังนั้นพฤติกรรมเลวใดๆของไวท์ที่จะเล็ดรอดถึงพระเจ้าแผ่นดิน  วิชเยนทร์ก็ปัดเป่าเสียให้หนักกลายเป็นเบา และร้ายกลายเป็นดี    พระเอกและพระรองก็เลยอยู่รอดกันมาได้   แม้ว่าจะหวุดหวิดอยู่หลายทีก็ตาม

   นอกจากจับเนื้อกินเองแล้ว   ไวท์ยังค้าขายส่วนตัวโดยอาศัยเรือหลวง กะลาสีหลวง  ต้นทุนหลวง  ขนสินค้าไปขายตามเมืองต่างๆทางอินเดียตอนใต้  ข้อนี้เป็นเหตุให้เกิดพิพาทกับเจ้าเมืองคนหนึ่งชื่ออาลี บีค(Ali Beague) มีตำแหน่งเป็น governor ของเมืองชื่อมาสุลิปาตัม ( Masulipatam) อยู่ทางอินเดียตะวันออก  ปัจจุบันเรียกว่า  Machilipatnam หรือ รัฐอานธรประเทศ ประเทศอินเดีย

  จากนี้ขอส่งไม้ให้ท่านออกพระซีนวรัตนค่ะ



บันทึกการเข้า
spyrogira
อสุรผัด
*
ตอบ: 36


ความคิดเห็นที่ 40  เมื่อ 23 เม.ย. 13, 09:31

ครับ ..  ยิงฟันยิ้ม

... ระบบ ขอรับฉัน นี่ .. มันเกิดมาพร้อมมนุษย์เลยนะครับ ..  รูดซิบปาก
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30436

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 41  เมื่อ 23 เม.ย. 13, 10:06

ศูนย์ช็อปปิ้งยังไม่เปิดค่ะ   เลยกลับเข้ามาในเรือนไทยได้อีกหน่อย

ยังหาประวัติไม่เจอว่าคอรัปชั่นครั้งแรกในโลกเกิดขึ้นเมื่อใด   แต่เข้าใจว่าเมื่อมนุษย์ออกจากถ้ำมาตั้งชุมชน  มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้ากัน  การทุจริตก็เกิดขึ้นแล้วในตอนนั้น
ในศตวรรษที่ 17 ยุคของนายสยามขาวนี้   คอรัปชั่นเกิดขึ้นอย่างเละเทะในการค้าของอังกฤษสู่เส้นทางตะวันออก    บริษัทอีสต์อินเดียเป็นบริษัทที่ได้รับสัมปทานผูกขาดจากรัฐบาลอังกฤษ ให้มาเป็นเอเย่นต์ค้าขายทางตะวันออกอยู่เพียงผู้เดียว    จึงโกยกำไรมหาศาลโดยไม่มีคู่แข่ง
เมื่อเงินทองไหลเข้าบริษัทไม่อั้น   ก็เป็นช่องทางให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงในบริษัทถือโอกาสหากินกับรายได้ของบริษัท แล้วแต่จะหาหนทางไหนได้บ้าง    จนกลายเป็นปัญหาร้ายแรง ถูกส่งเข้ารัฐสภาอังกฤษ เกิดการอภิปรายกันนับไม่ถ้วนครั้งเรื่องการติดสินบนและการทุจริต     บิ๊กๆของบริษัทถูกจับได้ไล่ทันก็กลายเป็นนักโทษถูกส่งตัวไปคุมขังไปยังหอคอยแห่งลอนดอน

รูปข้างล่างนี้เป็นหน้าปกเอกสารรวบรวมการอภิปรายของรัฐสภา  เกี่ยวกับเรื่องทุจริตในบริษัทอีสต์อินเดียค่ะ
ในเมื่อคอรัปชั่นระบาดอย่างกว้างขวางจนกลายเป็นเรื่องธรรมดา   ก็พอจะเข้าใจได้ว่าทำไมลูกปูอย่างนายสยามขาวถึงไม่ได้ตะขิดตะขวงใจเลยในการเจริญรอยตามแม่ปูขาเกบ้างเหมือนกัน


บันทึกการเข้า
spyrogira
อสุรผัด
*
ตอบ: 36


ความคิดเห็นที่ 42  เมื่อ 23 เม.ย. 13, 11:16

ขอบคุณครับอาจารย์ ..

..  เจ๋ง

ขออนุญาตฟังเลคเชอร์อย่างเดียวครับ ..  รูดซิบปาก
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 43  เมื่อ 23 เม.ย. 13, 11:28

คุณหนุ่มสยาม   เด็กชายประกอบ  คุณลุงไก่   คุณ  spyrogira และท่านอื่นๆ  มัวไปอยู่ไหน เข้ามายกป้ายเชียร์ท่านออกพระหน่อยเร้ว   เดี๋ยวท่านจะเขิลลล...

ก่อนจะลงจากเรือนไทยไปช็อปปิ้ง  ขอส่งการบ้านตามที่ออกพระศรีนวรัตนให้ไว้ เรื่อง "จับเนื้อกินเอง "ก่อนค่ะ  


มาคร้าบ ๆ แอบนั่งกินขนมอยู่หลังห้อง  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1275


ความคิดเห็นที่ 44  เมื่อ 23 เม.ย. 13, 14:28

ฮิฮิ มาแย่งขนมท่านหนุ่มรอออกพระนวรัตนด้วยอีกคนครับ  เจ๋ง
บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 11
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.036 วินาที กับ 19 คำสั่ง