เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 8 9 [10] 11
  พิมพ์  
อ่าน: 28311 แซมมวล ไวท์ : การเมืองเรื่องฝรั่ง สมัยสมเด็จพระนารายณ์
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 135  เมื่อ 16 พ.ค. 13, 11:51

     ไวท์ให้ทนายความยื่นเรื่องราวต่อสภาผู้แทนราษฎรอังกฤษที่มีพรรควิคเป็นเสียงข้างมากอยู่ตอนนั้น   ร้องเรียนการกระทำอันไม่ชอบมาพากลของบริษัทอีสต์อินเดีย  ว่ากระทำการขัดต่อรัฐธรรมนูญ บังอาจยึดเรือสินค้าของโจทก์ไปโดยพลการ  ทำให้โจทก็ได้รับความเสียหายเป็นเงินรวมกันถึง 40,000 ปอนด์  

   ในคำฟ้อง  ไวท์ได้ระบายสีประวัติตัวเองเสียสวยหรูในฐานะขุนนางสยามที่ได้รับพระบรมราชโองการแต่งตั้งอย่างถูกต้องตามกฎหมาย      ได้เคยทำราชการมีความดีความชอบปราบเจ้าผู้ครองรัฐกอลคันดา     พูดง่ายๆว่าเป็นขุนนางระดับบิ๊กของราชอาณาจักรสยาม    
    ต่อมาเมื่อบริษัทอีสต์อินเดียกระทำการอุกอาจ ยึดเรือหลวงของสยามโดยไม่ได้ประกาศศึกสงครามกันแม้แต่น้อย   พระเจ้าแผ่นดินสยามก็ทรงแต่งตั้งไวท์เป็นราชทูตหลวงเดินทางเชิญเครื่องราชบรรณาการมาเจริญพระราชไมตรีกับพระเจ้าเจมส์ที่ 2 แห่งอังกฤษ   และเพื่อฟ้องร้องการกระทำของบริษัทที่ข่มเหงรังแกสยามด้วย      แต่ยังไม่ทันออกเดินทางจากมะริด   เรือเคอร์ตานาของกัปตันเวลเดนที่ได้รับคำสั่งจากบริษัทอีสต์อินเดียก็เดินทางไปจู่โจมมะริดเพื่อทำศึกเสียก่อน    ทำให้การเดินทางต้องชะงักไป    ไวท์เดินทางออกมาไม่ได้
  
    ท่านที่อ่านมาตั้งแต่แรกคงจะนึกฉงนสนเท่ห์ว่าไวท์ได้เป็นราชทูตสยามแต่ครั้งไหน ทำไมในกระทู้ไม่ได้เล่าไว้    ก็จะให้เล่าได้ยังไงในเมื่อมันไม่เป็นความจริง       ไม่ไวท์ก็ทนายความหัวหมอนั่นแหละแต่งนิยายเสริมเข้าไป  เพราะยังไงเสียรัฐสภาอังกฤษก็ไม่มีทางไปสอบสวนหาข้อเท็จจริงจากกรุงศรีอยุธยาได้อยู่แล้วว่า เรื่องมันจริงหรือเท็จ       แต่มันก็ได้ผลทางจิตวิทยาคือเสริมน้ำหนักเรื่องเข้าไป  ขยายภาพไวท์ให้โอ่อ่าน่าเชื่อถือได้อีกมาก   ถ้าหากว่าพวกนั้นโง่พอจะเชื่อว่าจริง
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 136  เมื่อ 16 พ.ค. 13, 13:17

  ไวท์โยนบาปทั้งหมดให้บริษัทอีสต์อินเดียรับไปเต็มๆ ในเหตุร้ายที่เกิดขึ้นในเมืองมะริด    โดยอ้างว่าการที่บริษัทส่งเรือเคอร์ตาน่าไปนั้นเป็นความผิดพลาดอย่างร้ายแรง  นอกจากขัดขวางราชการของไวท์ในฐานะราชทูตแล้ว  ยังทำให้ชาวเมืองเกิดไม่พอใจชาวอังกฤษอย่างมากจนลุกฮือขึ้นเผาบ้านพักและฆ่าคนอังกฤษตายไปเป็นเบือ      ตัวไวท์เองก็ต้องหนีจวนแจจะเอาชีวิตไม่รอด  สูญเสียสินค้าและทรัพย์สินส่วนตัวไปคิดเป็นเงินสองหมื่นกว่าปอนด์   บวกค่าเสียหายทั้งหมดที่ไวท์คิดราคาจากบริษัทเป็นเงิน 40,000 ปอนด์

  ข้ออ้างทั้งหมด ที่ทนายความของไวท์นำมามั่ว จับแพะชนแกะกันฝูงใหญ่ก็เพื่อนำไปสู่ข้ออ้างว่า  เหตุทั้งหมดเกิดจากการผูกขาดของบริษัทอีสต์อินเดียที่อยากทำอะไรก็ทำตามใจชอบในการค้าทางตะวันออก     จึงขอนำเรื่องขึ้นร้องเรียนสภาผู้แทนฯ เพื่อวินิจฉัยว่าการผูกขาดนี้ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมายของอังกฤษหรือไม่
   ทั้งนี้ ไวท์ก็คงเชื่อมั่นล่วงหน้าอยู่แล้วว่าคดีของตนจะได้รับไฟเขียวจากนักการเมือง   ผู้ซึ่งกระหายเนื้อเต้นอยู่แล้วที่จะยกเลิกอำนาจนายทุนผูกขาดของอิสต์อินเดีย  เพื่อให้เกิดการแข่งขันทางการค้าในหลายๆบริษัท   อันทำให้เกิดความรวยกระจายกันออกไปไม่กระจุกอยู่แต่พรรคพวกของอีสต์อินเดียเท่านั้น    พวกนี้ย่อมจะยินดีกับคดีที่ไวท์ชงลูกส่งไปให้       อาจมีการปรึกษาหารือหรือวิ่งเต้นกันลับๆแล้วว่า จะเปิดไฟเขียวให้คดีของไวท์แน่นอน   
   เมื่อเป็นเช่นนั้น  นอกจากรอดตัวไม่ถูกอีสต์อินเดียดำเนินคดี     ไวท์ก็จะเป็นฝ่ายตบทรัพย์ยักษ์ใหญ่มาได้อีกสี่หมื่นปอนด์   บวกกับเงินที่กอบโกยจากตำแหน่งหน้าที่ในมะริด    นายสยามขาวก็จะไม่เป็นเศรษฐีอีกต่อไป  แต่จะเหยียบขั้นมหาเศรษฐีคนหนึ่งของอังกฤษ
 
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 137  เมื่อ 16 พ.ค. 13, 13:43

   เมื่อพิจารณาจากประวัติของไวท์  คนอ่านหลายคนคงรู้สึกตรงกันว่านายคนนี้เป็นคนเลวที่ดวงดีหาตัวจับยาก     ตั้งแต่ออกจากอังกฤษเดินทางมาแสวงโชคยังดินแดนทางตะวันออก ก็มิได้ทำสิ่งใดให้ดินแดนนั้นๆได้ดิบได้ดีขึ้นมาแม้แต่น้อย      โดยเฉพาะราชอาณาจักรสยามที่อนุเคราะห์เขามาด้วยดี   ให้โอกาสเขายิ่งกว่าบ้านเกิดเมืองนอนเขาเสียอีก   เขาก็กลับสนองคุณสยามด้วยการปล้นสะดมก่อความเดือดร้อนแก่พ่อค้าวาณิชทั้งหลาย   ผลเสียหายก็ตกแก่อาณาจักรว่าเป็นแหล่งของโจรสลัด      จนเกิดเรื่องกระทบกระทั่งกับอาณาจักรใกล้เคียง และเรื่อยไปจนถึงบริษัทอีสต์อินเดีย

     ที่ร้ายกว่านี้คือความไม่คิดหน้าคิดหลัง มุ่งแต่จะเอาตัวรอด  ไวท์ทำให้เพื่อนร่วมเชื้อชาติอังกฤษในมะริดที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ด้วยต้องมาถูกฆ่าตายอย่างทารุณไปหลายสิบชีวิต   ส่วนตัวเขากลับแคล้วคลาดไปอย่างเหลือเชื่อ   จนได้กลับมาเสวยสุขที่บ้านเกิด  ซ้ำยังทำท่าว่าจะประสบผลสำเร็จในอาชีพ กลายเป็นเศรษฐีใหญ่    ราวกับว่าบาปที่นายคนนี้ทำซ้ำแล้วซ้ำเล่ามาตลอดชีวิต  ถูกสวรรค์มองว่าเป็นบุญกุศลไปเสียยังงั้นแหละ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 138  เมื่อ 16 พ.ค. 13, 13:47

     สวรรค์ก็คงจะมองอย่างนี้เหมือนกันว่า  ถ้านายไวท์ประสบผลสำเร็จหมดทุกอย่าง   ผู้คนก็จะมองสวรรค์ในทางผิด ๆ   แล้วอาจจะเชื่อว่าบาปบุญคุณโทษไม่มีจริง     ดังนั้น  สวรรค์ก็ลงดาบฟันฉับ ในขณะที่ไวท์กำลังฝันหวานว่าจะได้รับชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่จากบริษัทอีสต์อินเดีย    ในระยะเวลาอันไม่นานเกินรอ เงินสี่หมื่นปอนด์ก็จะลอยมาสู่มือ โดยไม่ต้องลงทุนอะไรเลย นอกจากค่าทนายความ

    หนึ่งเดือนหลังจากยื่นเรื่องต่อสภาผู้แทน  ไวท์พำนักอยู่ที่เมืองบาธ  ก็ถึงแก่กรรมอย่างปัจจุบันทันด่วน    ไม่มีบันทึกหลักฐานว่าเขาป่วยเป็นอะไร   แต่ในหนังสือ  สันนิษฐานว่าอาจจะเกิดจากเชื้อไข้ป่าที่ติดตัวมาจากสยาม เมื่อครั้งเดินทางจากมะริดไปแก้ข้อหาที่ลพบุรี    
   ไวท์ผู้ซึ่งรอดจากชะตากรรมด้วยมือมนุษย์มาได้ทุกครั้ง   ก็ไม่รอดจากมือมัจจุราช    ถูกพาตัวไปชดใช้กรรมโดยยังไม่ทันใช้เงินให้สมอยาก  เมื่ออายุได้เพียง 39 ปี     ทรัพย์สินของเขาตกเป็นของจอร์ช พี่ชาย  ผู้ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดก  
   จอร์ชเองก็คงไม่อยากค้าความกับบริษัทอีสต์อินเดียต่อไป     มันไม่น่าสนุกตรงไหนที่จะเป็นคดีความ โดยเฉพาะเมื่อเขาเองไม่ได้เป็นผู้เสียหายใดๆ     ผลจึงปรากฏว่าหลังจากนั้นไม่นานจอร์ชก็ถอนฟ้องคดีนี้  อาจจะโดยอะลุ้มอล่วยยอมความกันกับบริษัทอีสต์อินเดีย จ่ายเงินใต้โต๊ะกันบ้างก็เป็นได้   จากนั้นก็เอาเงินที่น้องชายกอบโกยมาไปดำเนินชีวิตอย่างคหบดีอย่างเงียบๆ   ไม่เป็นข่าวใดๆอีกในประวัติศาสตร์

จบเรื่องนายสยามขาวแต่เพียงนี้ค่ะ
บันทึกการเข้า
spyrogira
อสุรผัด
*
ตอบ: 36


ความคิดเห็นที่ 139  เมื่อ 16 พ.ค. 13, 14:19

ขอบคุณครับอาจารย์ ....  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 140  เมื่อ 21 พ.ค. 13, 10:08

มีกลอนบทหนึ่งที่คิดว่าจะเข้ากับชีวิตของนายสยามขาวได้ดี  จึงขอลงไว้ส่งท้ายกระทู้
เสียดายที่ไม่ทราบว่าใครแต่ง   บางคนบอกว่ามาจากโอวาทของสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต) บางคนบอกว่าเป็นของท่านพุทธทาสภิกขุ

เมื่อเจ้ามา     มีอะไร มาด้วยเจ้า
เจ้าจะเอา  แต่สุข สนุกไฉน
เมื่อเจ้ามา มือเปล่า จะเอาอะไร
เจ้าก็ไป  มือเปล่า เหมือนเจ้ามา
บันทึกการเข้า
คริสต์ศตวรรษที่ 17
อสุรผัด
*
ตอบ: 17



ความคิดเห็นที่ 141  เมื่อ 07 ก.ค. 13, 12:00

ส่วนมะริดเล่า ทำไมจึงเป็นเมืองท่าสำคัญขึ้นมาได้

การค้าทางทะเลสู่กรุงศรีอยุธยา ตามเส้นทางด้านตะวันออกที่ส่วนใหญ่ค้าขายกับจีนนั้นไม่มีอุปสรรคปัญหา แต่เส้นทางเดินเรือทางตะวันตกมีพื้นที่อับลมในบริเวณที่เรียกว่า“ช่องแคบมะละกา”   ตรงนั้นในบางฤดูกาลเรือสินค้าที่ใช้ใบไม่สามารถวิ่งผ่านได้ หรือวิ่งผ่านได้แต่ช้ามาก จนถูกชาวมลายูเมืองอาเจะห์ที่อยู่บนฝั่งพายเรือยาวมาปล้นเอาได้ถึงกลางทะเล

ดังนั้น พ่อค้าจึงเลือกที่จะเดินเรือมาที่มะริด แล้วถ่ายของเก็บไว้ในโกดัง รอกระทั่งฤดูที่ลมส่งท้ายเรือให้กางใบใช้ความเร็วเต็มที่ได้ จึงขนถ่ายสินค้าใส่เรือขนาดย่อมวิ่งเข้ากรุงศรีอยุธยาอีกทีหนึ่ง ส่วนคนถ้าไม่อยากอยู่รอ ก็สามารถเดินทางบกจากมะริด ผ่านตะนาวศรี ข้ามเขามาทางด่านสิงขร แล้วมาลงเรือต่อที่กุย หรือปราณบุรี เข้ากรุงศรีอยุธยาได้เลยโดยไม่ต้องมากับเรือ มะริดในสมัยที่หลังจากฝรั่งเริ่มค้นพบเส้นทางเดินเรืออ้อมแหลมกู๊ดโฮปมาเอเซียตะวันออกได้จึงมีความสำคัญขึ้นมาได้ฉะนี้

แผนที่เมืองมะริดซึ่งฝรั่งเศสทำไว้หลังจากนายสยามขาวหมดวาสนาไปแล้วนิดเดียวนั้น จึงเห็นอาคารยาวๆที่เป็นคลังสินค้ามากมาย ทั้งของเอกชนและของหลวง


เยืียมมากครับ
บันทึกการเข้า
คริสต์ศตวรรษที่ 17
อสุรผัด
*
ตอบ: 17



ความคิดเห็นที่ 142  เมื่อ 07 ก.ค. 13, 12:03

ระหว่างท่านอาจารย์เทาฯ ยังอ่านหนังสือเล่มนี้ไม่จบก็มาตั้งข้อสงสัยก่อน เพราะดูเหมือนผมน่าจะเคยซื้อและอ่านหนังสือเล่มนี้จากงานหนังสือนี่แหละหลายปีนานมากมาแล้ว แต่ความทรงจำเลือนลางเต็มทน จำได้ว่าเคยซื้อหนังสือเกี่ยวกับฝรั่งที่เข้ามาในสมัยพระนารายณ์นี่แหละ แต่จำชื่อฝรั่งไม่ได้ รู้แต่ไม่ใช่ฟอลคอนหรือฟอร์บัง  คุ้นๆ ว่าไวท์นี่แหละแต่ไม่แน่ใจ  ส่วนเนื้อหาในหนังสือเป็นอย่างไร ความทรงจำหายหมดสิ้นไม่หลงเหลือ

จำได้แต่ว่าหนังสือเล่มที่ว่าเป็นหนังสือเก่าปกแข็ง กระดาษไม่ค่อยดีเท่าไหร่ หน้าปกเป็นรูปวาด หนาพอสมควร  ลองไปหาๆ รูปหนังสือนี้ดู แต่ถ้าเป็นเล่มนี้ อาจจะเป็นเล่มที่ผมยังไม่เคยอ่าน เพราะหน้าปกไม่ค่อยคุ้นครับ  ยิงฟันยิ้ม

จะเป็นเล่มนี้ไหมครับ .. ผมมีแต่เล่มนี้




หนังสือเล่มนี้ดูท่าสมัยนี้คงจะหาซื้อยากครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 143  เมื่อ 07 ก.ค. 13, 12:16

ลองหาในกูเกิ้ลดูนะคะ อาจจะมีหนังสือมือสอง
บันทึกการเข้า
คริสต์ศตวรรษที่ 17
อสุรผัด
*
ตอบ: 17



ความคิดเห็นที่ 144  เมื่อ 20 ก.ค. 13, 13:23

ขอบคุณครับ ยิ้ม
บันทึกการเข้า
คริสต์ศตวรรษที่ 17
อสุรผัด
*
ตอบ: 17



ความคิดเห็นที่ 145  เมื่อ 20 ก.ค. 13, 13:27

รู้สึกภูมิใจนิดๆ ว่า ภาพยนตร์เรื่อง "ไพเรทส์ ออฟเดอะ แคริบเบียน" (Pirates of the Caribbean)  หนังดังของ วอลท์ ดิสนีย์ พิคเจอร์ส รู้สึกจะดึงประวัติศาสตร์ตอนนี้มาใช้บางส่วน
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 146  เมื่อ 23 ก.ค. 13, 10:09

ดิฉันดูหนังเรื่องนี้เหมือนกัน  มีตั้งหลายภาค  คุณ คริสต์ศตวรรษที่ 17  หมายถึงตอนไหนคะ
บันทึกการเข้า
คริสต์ศตวรรษที่ 17
อสุรผัด
*
ตอบ: 17



ความคิดเห็นที่ 147  เมื่อ 19 ส.ค. 13, 08:37

ภาพยนตร์วอลดิสนี่อาจจะไม่เรียนแบบเหมือนทีเดียวแต่มีบานส่วนที่ผู้แต่งได้อ่านมาแ้ล้ว ก็เชื่อว่าผู้แต่งก็ได้อ่านหนังสือเล่มนี้เช่นเดียวกัน

โจรลัดคาริบเบียน เป็นกลุ่มโจรลสัดธงดำซึ่งเป็นชาวสเปนส่วนใหญ่จะออกปล้นในทะเลแทบคาริบเบียนซึ่งสัญลักษณ์เป็นรูปหัวกระโหลกไขว้สีขาวในแบบต่างๆ เฉพาะกลุ่มนี่คือประวัุติศาสตร์จริงที่ภาพยนตร์นำมาแต่ง

อีสต์อินเดีย คัมปานีส์   คือบริษัทอินเดียตะวันออกส่วนใหญ่จะอยู่แถบตะวันออก เพราะไม่ใช่บริษัทอินเดียตะวันตกที่จะอยู่แถบอเมริกา ในเรื่องนี้เท่าที่พอจำได้ก็มีด้วย โจรสลัดสิงคโปร์ในภาค 3 ก็อยู่แถบมะระกาแถวบ้านเรา แซมมวล ไวท์ ก็น่าจะเป็นเรื่องหนึ่งที่มีส่วนในการจินตนาการของผู้แต่ง
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 148  เมื่อ 19 ส.ค. 13, 09:46

 ยิงฟันยิ้ม
ถ้าเจอเรื่องแนวนี้อีก จะนำมาเล่าสู่กันฟังอีกค่ะ


บันทึกการเข้า
คริสต์ศตวรรษที่ 17
อสุรผัด
*
ตอบ: 17



ความคิดเห็นที่ 149  เมื่อ 19 ส.ค. 13, 20:30

ดีครับชอบครับ ยิ้ม
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 8 9 [10] 11
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.279 วินาที กับ 19 คำสั่ง