เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2]
  พิมพ์  
อ่าน: 5088 เหตุเกิดข้างทางหลวงหมายเลข๑๒
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10576


ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 03 เม.ย. 13, 18:27

ความจริงการสร้างทางหลวงขึ้นใหม่หรือขยายทางเดิม ปัจจุบันมีพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ที่ระบุให้ต้องส่งรายงาน การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment ย่อว่า EIA) ฉบับให้กับสำนักงานสิ่งแวดล้อม เพื่อพิจารณาอนุมัติ

กฎหมายดังกล่าว ประการหนึ่งก็มุ่งที่จะ คุ้มครองและฟื้นฟูให้เป็นมรดกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมของชาติ กลุ่มต้นไม้ริมถนนบางสายที่มีคุณค่าทางสุนทรีภาพพอก็จำเป็นต้องอนุรักษ์ไว้ แต่ก็นั่นแหละ มักจะมีข้อถกเถียงกันได้เสมอว่าอะไรสำคัญกว่ากัน ส่วนใหญ่แล้วเหตุผลทางเศรษฐกิจมักจะชนะขาด


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10576


ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 03 เม.ย. 13, 18:29

ลงจากระเบียงกวีมาบ่นกลางถนนพอสมควรแล้ว เห็นทีจะต้องยุติ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30437

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 03 เม.ย. 13, 19:31

อ้าว   กลายเป็นเรื่องสั้นจบในหน้า 2 ไปเสียแล้ว  เศร้า



บ้านกลางถนนหลังนี้มาถึงตอนจบแล้วค่ะ   ในที่สุด บ้านที่อยู่มาก่อนก็ต้องพ่ายแพ้ถนนที่มาทีหลัง

     สำนักข่าวซินหวาเมืองเวินหลิ่ง มณฑลเจ้อเจียงได้รายงานว่า เมื่อเวลา 8. 40น . ของวันเสาร์ที่ผ่านมา (1ธ.ค.) บ้านเดี่ยวโดดกลางถนนที่ยืนหยัดไม่ยอมย้ายออก หรือที่ชาวจีนเรียก “บ้านตะปูสุดอึด” ได้ถูกรื้อถอนตามกฎหมายแล้วนั้น หลังจากที่เจ้าของบ้านคือ นายหลัว เป่าเกิน และเจ้าพนักงานท้องถิ่นของรัฐ ได้ร่วมเซ็นสัญญารื้อถอนตึก 5 ชั้น โดยได้รับค่าชดเชยจากภาครัฐเท่าเดิม
      
       นักข่าวสำรวจพื้นที่แล้วพบว่า นายหลัวเป่าเกิน ตัดสินใจย้ายออกกลางดึกหลังเซ็นสัญญาในบ่ายวันศุกร์(30 พ.ย.) โดยบริษัทขนย้ายของตำบลต้าซี และความช่วยเหลือของญาติมิตร จากนั้นเวลา 7. 20 น. “บ้านตะปูสุดอึด” ก็ถูกรื้อถอนอย่างเป็นทางการ
         
       ทั้งนี้ บ้านนายหลัว เป่าเกิน ตั้งอยู่ในหมู่บ้านเซี่ยหยางจาง ตำบลต้าซี หมู่บ้านดังกล่าวที่มีบ้าน 548 หลังคาเรือน 459 ครอบครัว ล้วนต้องถูกรื้อถอน ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐของตำบลต้าซีได้ทำการสำรวจโครงการรื้อถอนและการชดเชยการตั้งถิ่นฐานใหม่นี้อย่างถี่ถ้วน พร้อมทั้งมอบหมายให้บริษัทประเมินราคาที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ติ่งซิ่น จำกัด ของเมืองไถโจว มาประเมินและกำหนดราคา การเจรจาผ่านการเห็นชอบจากคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์ของหมู่บ้านเซี่ยหยางจาง และตัวแทนหมู่บ้าน
      
       กระทั่งวันที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมา ประชาชนเกือบทั้งหมดในหมู่บ้านดังกล่าวได้ลงนามยินยอมรื้อถอนแล้ว และเจ้าหน้าที่ได้รื้อถอนแล้วจำนวน 484 ห้อง 406 ครอบครัว คิดเป็นร้อยละ 88.4 นายหลัว เป่าเกินอ้างว่า ครอบครัวมีฐานะยากจน และเพิ่งซ่อมแซมบ้าน อีกทั้งไม่พอใจกับมาตรฐานค่าชดเชยที่ได้รับ
      
       เนื่องจากบ้านของนายหลัว เป่าเกินนั้น ตั้งอยู่อย่างโดดเด่นกลางถนนหน้าสถานี หลังจากสื่อรายงานข่าวแล้ว ก็ได้รับสมญานามว่า “บ้านตะปูสุดอึด” ได้รับความสนใจจากสังคมเป็นวงกว้าง
      
       รัฐบาลท้องถิ่นเวินหลิ่ง เจ้าหน้าที่เขตทางรถไฟใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เจรจากับนายหลัว เป่าเกินและครอบครัว ทำความเข้าใจว่ารายละเอียดสัญญายินยอมรื้อถอนของนายหลัว เป่าเกิน จะไม่มีการเปลี่ยนแปลง ยังคงดำเนินการตามนโยบายการรื้อถอนของเมืองเวินหลิ่งเหมือนกับครอบครัวอื่น ค่าชดเชยรื้อถอนจะคิดเป็นตารางเมตรละ 300หยวน และชดเชยค่าตกแต่งภายในด้วย คิดตามนี้แล้ว นายหลัว เป่าเกินจะได้รับเงินชดเชยทั้งหมด เป็นเงิน 260,015 หยวน ทั้งยังได้รับทาวเฮาส์สองคูหาอีกด้วย
      
       ทั้งนี้ “บ้านตะปู” (ติงจื่อฮู่-钉子户) หมายถึง บ้านที่ยืดหยัดต้านการรื้อถอนของเจ้าหน้าที่ซึ่งต้องการนำที่ดินไปทำโครงการพัฒนาต่างๆ “บ้านตะปู” นับเป็นปัญหาร่วมสมัยของจีนปัญหาหนึ่ง สืบเนื่องจากยุคพัฒนาสังคมเมืองอย่างชนิดพลิกฟ้าพลิกแผ่นดินของจีน จึงมีการผุดโครงการก่อสสร้าง ทั้งโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภค โครงการที่อยู่อาศัย โครงการศูนย์การค้าอาคารพาณิชย์ ฯลฯ พร้อมๆกันนี้ก็เกิดความขัดแย้งเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดิน ระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชนที่ถูกสั่งโยกย้ายออกจากบ้านในช่วงหลายปีมานี้
  http://mgr.manager.co.th/China/viewnews.aspx?NewsID=9550000147495


บันทึกการเข้า
Jalito
องคต
*****
ตอบ: 458


ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 04 เม.ย. 13, 01:12

ผมผ่านไปอีกทีหนึ่งนับสิบปีหลังจากนั้น พบว่าถนนสุขุมวิทสายเก่าในช่วงนี้กลายเป็นช่วงแยกไปแล้ว ยางนาเก่าแก่ทั้งหลายยังคงทำหน้าที่ให้ความร่มเย็นแก่มนุษย์ของมันต่อไปยั่งยืน
 
ผมหาภาพที่เคยถ่ายไว้ไม่เจอ เลยนำภาพที่ได้จากสถานที่จริงในตำบลดังกล่าวมาลงให้ชมกัน


ผมเคยเช็คระยะทางถนนสี่เลนที่ตัดใหม่นี้ นับหลักกม.ได้ 10 กม.ทีเดียว  ถ้าหากก่อสร้างตามแนวเก่าแล้วต้องตัดต้นไม้อายุรุ่นคุณทวดลงทั้งหมด ต้องนับว่าผู้บริหารระดับสูงของกรมทางหลวงจิตใจอำมหิตมากทีเดียว รัชกาลที่ 5 อุตส่าห์เฉือนแผ่นดินส่วนอื่นแลกเอาแผ่นดินส่วนนี้คืนมาจากฝรั่งเศส ต้นไม้ใหญ่เหล่านี้ก็คงผ่านร้อนผ่านหนาวในยุคนั้นมาแล้ว
  เพื่อนคนหนึ่งในชั้นเรียนเดียวกันพื้นเพแกเป็นคนขลุง ได้เก็บเอาฟอร์มต้นไม้ใหญ่แถวนี้ไปลงเป็นต้นไม้ประกอบแบบ  ตอนที่ผมผ่านมาแถวนี้ครั้งแรกเมื่อ 30 ปีที่แล้วได้เห็นหมู่ไม้เหล่านี้ก็นึกถึงหมอนี่ทันที
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30437

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 04 เม.ย. 13, 13:24

เมื่อน้องไม้เป็นฝ่ายชนะ

ป.ล. ภาพแบบนี้ ยังไม่เจอในบ้านเรา   
สงสัยว่าถ้ามีขึ้นมาจริงๆ ต้นไม้เหล่านี้คงจะถูกรถไม่ชนิดใดก็ชนิดหนึ่ง ไม่ว่าสิบล้อ กระบะ รถนั่ง มอเตอร์ไซค์  พุ่งชนไม่เว้นแต่ละวันจนยอมแพ้ตายไปเอง


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.032 วินาที กับ 19 คำสั่ง