เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2] 3 4
  พิมพ์  
อ่าน: 32330 รอยสักของไทย
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31233

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 21 มี.ค. 13, 20:39

   เมื่อเป็นครูสาวหล่ออยู่ในเขตพระราชฐานชั้นใน   ซึ่งมีแต่ผู้หญิงล้วน    ครูชุ่มก็ประพฤติตัวแบบที่สมัยโน้นเรียกว่า "เล่นเพื่อน" สมัยนี้เรียกว่าเป็นทอม    มีดี้สาวๆมากมาย   ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ระบุไว้สั้นๆว่าแฟนคลับของท่านมีสตรีบรรดาศักดิ์รวมอยู่ด้วย    ท่านไม่ได้ขยายความมากกว่านั้น  แต่เราก็คงรู้ได้ว่าหมายถึงสตรีชั้นสูงกว่านางข้าหลวงและพนักงานอย่างแน่นอน
   ของพรรค์นี้ปกปิดกันไม่มิด    ในเมื่อการเล่นเพื่อนเป็นสิ่งต้องห้ามในวังมาแต่ไหนแต่ไร     เมื่อความทราบถึงพระเนตรพระกรรณ ก็โปรดเกล้าฯให้มีการสอบสวนชำระความ    เมื่อได้ความจริงว่าทำเช่นนั้นจริง    ครูชุ่มก็ถูกลงโทษคือถูกแห่ประจานรอบวัง   ถูกสักหน้าและถูกไล่ออกจากพระบรมมหาราชวังไป    แต่มิได้ถูกจำคุกหรือเฆี่ยนตี
   การสักหน้าคือสักสามจุดบนหน้าผาก    บุคคลผู้ถูกสักหน้านี้ถูกห้ามขาดมิให้เข้าในพระราชวังอีก
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31233

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 22 มี.ค. 13, 10:35

ขอส่งท้ายด้วยรอยสักจากการลงโทษอีกเรื่องหนึ่ง   เป็นเรื่องสุดท้ายของกระทู้นี้ค่ะ  เอามาเล่าสู่กันฟังเพราะเป็นคดีที่ค่อนข้างแปลก  นับว่ามีสีสันดราม่าเอาการอยู่คดีหนึ่ง

เรื่องนี้เกิดขึ้นในรัชกาลที่ 4   มีอยู่ว่า วันหนึ่งขุนนางชื่อพระยาสามภพพ่ายซึ่งตั้งบ้านเรือนอยู่ริมน้ำเหมือนอย่างชาวกรุงทั่วไปในสมัยนั้น   เจอกระทงกระดาษใบหนึ่งจุดเทียนลอยน้ำมา    ก็คงมาติดที่หน้าบ้าน เจ้าของบ้านจึงจับกระทงได้  พบว่าบนก้นกระทงมีเศษกระดาษเขียนชื่อพระยาสามภพพ่าย  คุณหญิงผู้ภรรยา และชื่อเจ้าจอมท่านหนึ่งซึ่งเป็นญาติกัน     เท่านั้นยังไม่พอ  มีชื่ออำแดงสุ่นเพื่อนบ้านใกล้เคียง และชื่อทาสของอำแดงสุ่นด้วย     วางมากับหมากพลูหนึ่งคำ และเทียนที่จุดอยู่

ในเมื่อไม่ใช่เทศกาลลอยกระทง   พระยาสามภพพ่ายก็คงเฉลียวใจอะไรบางอย่างจึงไม่ได้โยนกระทงทิ้งไปอย่างเศษขยะ    แต่นำกระทงพร้อมบัญชีหางว่าวในกระทงขึ้นไปกราบเรียนเจ้าพระยายมราชผู้เป็นมท. 1  ในยุคนั้น   แล้วให้การว่า สงสัยว่าตัวการเจ้าของกระทงและกระดาษนี้จะเป็นชาวบ้านคนหนึ่งชื่อจีนเส็ง มากระทำการอันไม่ชอบมาพากลกับกระผมและภรรยาเป็นแน่

เจ้าพระยายมราชก็ให้คนไปเอาตัวจีนเสงมาสอบถาม  จีนเส็งก็ไม่รับ ปฏิเสธไม่รู้ไม่ชี้อะไรด้วย     ทางเจ้าพระยายมราชท่านก็เก่งเอาการ  เมื่อสอบปากคำไม่ได้เรื่อง  ท่านก็หาหลักฐานอื่นมามัดตัวจนได้
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31233

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 22 มี.ค. 13, 14:01

จีนเส็งเคยมีหลักฐานลายมือตัวเองเขียนไว้ในหนังสือประกันทาส  เมื่อเป็นความกันมาในอดีต   เจ้าพระยายมราชท่านก็มัดนายคนนี้ให้ดิ้นไม่หลุดด้วยลายมือนี้เอง     พอเจอหลักฐานแบบนี้เข้า จีนเส็งก็หมดท่า ถูกสอบสวนหนักเข้าก็สารภาพว่าได้เขียนกระดาษบัญชีรายชื่อหางว่าวนั้นจริง     
จีนเส็งสารภาพต่อไปว่า  มันเป็นวิชาคุณไสย  เคยเรียนมาจากภิกษุทุศีลคนหนึ่งชื่อสมีน้อย   ซึ่งตายไปแล้ว    สมัยยังมีชีวิตอยู่เคยสอนวิชานี้ให้จีนเส็ง       เมื่อเจ้าพระยายมราชซักต่อว่า ทำวิชานี้ไปทำไม  จีนเส็งก็แก้เกี้ยวว่าเพื่อจะได้หมดเรื่องพิพาทที่มีอยู่กับอำแดงสุ่นเพื่อนบ้านของพระยาสามภพพ่าย    ว่าด้วยเรื่องทาสของอำแดงสุ่น
จีนเส็งอ้างต่อไปว่า ตัวเองกลัวว่าอำแดงสุ่นจะทำเรื่องราวเป็นคำร้องถวายฎีกา  แล้วจะเดินเรื่องให้พระยาสามภพพ่ายกับภรรยานำเรื่องฎีกาไปขอเจ้าจอมข้างในซึ่งเป็นญาติกัน  ทูลเกล้าฯถวาย  จีนเส็งก็เลยเขียนชื่ออำแดงสุ่นกับทาสซึ่งเป็นเจ้าของความ  และพระยาสามภพพ่ายกับภรรยาที่เป็นเพื่อนบ้านคุ้นเคยชอบพอกันกับอำแดงสุ่น   ใส่กระทงลอยน้ำไป เอาเคล็ดตามที่สมีน้อยเคยสอนมา  ว่าเพื่อให้ความสูญหายไป หมดเรื่องหมดราวแค่นั้น 
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31233

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 22 มี.ค. 13, 14:06

    จีนเส็งให้ปากคำแบบนี้ก็ถือว่าเรื่องนี้เบาหวิว   เพราะไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไร  แค่แก้เคล็ดนิดหน่อย     ถ้าเรื่องจบแค่นี้ก็คงจบกันไป    แต่เรื่องไม่จบเพราะพระยาสามภพพ่ายกับเจ้าจอมที่เป็นญาติกันไม่เชื่อ    เห็นว่าจริงๆแล้วเรื่องมันมีมากกว่านี้   เพราะจีนเส็งน่าจะมีเรื่องเคืองแค้นใจอยู่มาก  จึงทำอะไรที่น่าจะเป็นคุณไสยมากกว่าแก้เคล็ด
    สาเหตุใหญ่ชวนให้ปักใจเชื่อว่าเป็นความอาฆาตแค้นก็มีอยู่เหมือนกัน    คือที่บ้านที่ที่แพของอำแดงสุ่น  ซึ่งอยู่ติดกับบ้านของจีนเส็ง  เดิมเป็นของผู้อื่น    เจ้าของที่มาขายแก่เจ้าจอมญาติของพระยาสามภพพ่าย    แต่เจ้าจอมผู้นั้นไม่ต้องการเก็บที่ไว้ ก็เลยบอกขายต่อ  
    จีนเส็งอยากได้ที่ดินตรงนั้นก็มาขอซื้อ   ยังไม่ทันจะตกลงกัน    อำแดงสุ่นโผล่มาทีหลัง  เกิดอยากได้ก็มาขอซื้อบ้าง ให้ราคาที่ดินสูงกว่าราคาจีนเสง  เจ้าจอมท่านเห็นกำไรดีกว่า  ก็เลยขายที่ให้อำแดงสุ่นไป  ไม่ขายให้แก่จีนเสง    
    ในเมื่ออำแดงสุ่นมาปาดหน้าจีนเส็งไปเช่นนี้    ก็ดูรูปการณ์ว่าจีนเส็งมีความอาฆาตแค้นในตัวเจ้าจอม  และพระยาสามภพพ่ายกับภรรยาซึ่งเชียร์เจ้าจอมให้ขายที่ดินให้อำแดงสุ่น  ตลอดจนอำแดงสุ่นเอง

    เมื่อเรื่องราวลุกลามไปถึงขั้นว่า จีนเส็งใช้วิชาไสยศาสตร์ทำร้ายคู่กรณี       เรื่องก็เลยต้องถึงพระเนตรพระกรรณ   เจ้าพระยายมราชนำขึ้นกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1318


ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 22 มี.ค. 13, 16:35

ระหว่างรอเรื่องจีนเส็งที่ออกแนวไสยศาสตร์นิดๆ ก็ต้องมีภาพประกอบที่เคยเห็นมานานแล้ว  ใครใจไม่ถึงอาจสยองนิดหน่อย  เป็นภาพที่บอกว่ามาจากการล้างป่าช้าที่วัดแห่งหนึ่งในชลบุรีหลายปีมาแล้ว  มีร่างหนึ่งส่วนอื่นๆ เน่าเปื่อยไปแล้วเหลือแต่ตรงลำตัวที่มีรอยสักหนุมานยังไม่เน่า เลยเอามาให้ดูเล่นๆ ฆ่าเวลา ว่าของเค้าขลังจริง  ยิงฟันยิ้ม


เอาภาพน่ากลัวมาลง จะโดนคุณครูตีอีกไหมนี่ พักนี้ยิ่งโดนตาเขียวใส่บ่อยๆ อยู่  ร้องไห้  ร้องไห้  ร้องไห้



บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7156


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 22 มี.ค. 13, 16:41

^
เหนียวแท้ครับ นอกจากนีผมยังเคยเห็นบุคคลที่สักนี้ ไม่เปื่อยยุ่ยอยู่ในทะเล ศพเน่ากว่า 7 วันแล้ว หัวหาย แขน ขา ปลาแทะแล้ว แต่ลำตัวบริเวณสักทั้งแผ่นยังคงอยู่ครับ
บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1318


ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 22 มี.ค. 13, 16:50

ของคุณหนุ่มต้องจากข่าวนี้แน่ๆ  จะเอารูปมาลงก็เกรงใจ เอา link มาให้ตามไปอ่านไปดูรูปกันเอง

http://www.dailynews.co.th/thailand/172253


พูดถึงเรื่องรอยสักไม่เน่านี่ มีญาติผมที่มีงานอดิเรกล้างป่าช้าเคยเล่าให้ฟังซักสิบกว่าปีมาแล้วว่าแกเคยไปล้างป่าช้าที่นึง เจอกรณีคล้ายแบบนี้เหมือนกัน คือเจอแผ่นหนังคนที่มีรอยสักที่ยังไม่เน่า แต่อันนั้นเหลือเฉพาะหนังส่วนที่มีรอยสักกับเนื้อข้างใต้ แล้วก็เหลือปอดอยู่นิดหน่อยที่มีรอยสีจากลอยสักลงไปถึงเนื้อปอดตรงนั้นที่ไม่เน่าด้วย  แต่ส่วนอื่นๆ เน่าสลายไปหมดแล้ว แต่ส่วนที่ไม่เน่านี่ยังดูแดงๆ ดูสดมาก ไม่ได้เป็นแบบเนื้อแห้งๆ 

ก็ไม่รู้ว่าเพราะเหนียวจริง หรือเพราะสีที่สักทำปฏิกริยาบางอย่างเนื้อแถวนั้นเลยไม่เน่า
บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31233

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 22 มี.ค. 13, 20:47

ขอบคุณสำหรับภาพประกอบ  ทำให้วันนี้ดิฉันกินข้าวเย็นได้น้อยกว่าปกติ     บวกคำอธิบายของคุณประกอบ   เอามาดูบ่อยๆคงลดน้ำหนักได้เร็วมาก   ยิ้มเท่ห์

กลับมาเรื่องจีนเส็ง

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ท่านไม่โปรดเรื่องไสยศาสตร์เอามากๆ   โดยเฉพาะเรื่องกลั่นแกล้งกันด้วยคุณไสย     ทรงวินิจฉัยว่า ถ้าหากว่าราษฎรไม่สะดุ้งสะเทือนกับการกระทำประเภทนี้  ถือว่าเป็นการกระทำของคนบ้าๆบอๆ  ท่านก็เห็นว่าควรเลิกแล้วกันไป
แต่ในเมื่อราษฎรเชื่อเรื่องรำเพรำพัด  (คำนี้เป็นภาษาเก่าหมายถึงสิ่งร้ายกาจอัปมงคลที่ปล่อยให้ล่องลอยมา   หลังๆนี้เราเรียกว่าลมเพ-ลมพัด ) ให้ถึงตัวผู้เป็นเป้าหมายได้   มันก็เลยกลายเป็นหนทางหากินของพวกที่อวดตัวว่าเป็นหมอรู้วิชาพวกนี้ฝ่ายหนึ่ง และหมอแก้วิชาพวกนี้อีกฝ่ายหนึ่ง    ส่วนชาวบ้านที่เชื่อก็เสียเงินเสียทองไปจ้างให้ทำกับคนอื่นบ้าง    หรือเชื่อว่าตัวเองถูกกระทำก็จ้างให้แก้ไข  วุ่นวายเดือดร้อนกันไปต่างๆนานา
 
ความเชื่อเช่นนี้ ก่อให้เกิดพระราชกำหนดกฎหมายเก่า  ให้จับคนเป็นชมบเป็นผีปอบฆ่าเสียก็มี    ถ้าจับเลขยันต์ได้ระหว่างผู้เป็นความก็ให้ปรับคดีเป็นแพ้ แถมมีเบี้ยปรับอีกต่างหาก    เมื่อก่อนนี้มีหมออวดว่ามีวิชาทำเสน่ห์เล่ห์มนตร์  หรือทำจะให้ศัตรูป่วยไข้ล้มตาย   หากเรื่องที่ทำเกี่ยวข้องในพระราชวังและหมู่ข้าราชการ  ก็ได้ลงพระราชอาญาถึงประหารชีวิตเสียก็มี  หรือจำคุกก็มี    

สรุปว่าพระองค์ท่านเห็นว่าพวกที่ใช้เล่ห์มนตร์ทำคุณทำไสยต่างๆ เป็นพวกน่ารังเกียจ เพราะก่อความเดือดร้อนให้ประชาชนในวงกว้าง   เมื่อเกิดคดีจีนเส็งขึ้นมา จึงมิได้ทรงปล่อยให้ผ่านหรือเลิกแล้วกันไป
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7156


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 22 มี.ค. 13, 21:00

ของคุณหนุ่มต้องจากข่าวนี้แน่ๆ  จะเอารูปมาลงก็เกรงใจ เอา link มาให้ตามไปอ่านไปดูรูปกันเอง

http://www.dailynews.co.th/thailand/172253


ใช่เลยครับผม  ยิงฟันยิ้ม

อันที่จริงรอยสัก ควรจะแยกแบบตะวันตก กับ แบบตะวันออก ของไทยเองก็เน้นไปที่ "เลขยันต์"

เลขยันต์ เป็นอักขระภาษาบาลี ตัวเลขไทย สักตามความเชื่อแห่งกำลังวัน โดยเอาหลักพระพุทธศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น ยันต์ดวงต่าง ๆ, ยันต์นะ ๑๐๘, ยันต์ตรีนิสิงเห เป็นต้น
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31233

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 24  เมื่อ 22 มี.ค. 13, 21:48

สักยันตร์


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31233

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 25  เมื่อ 22 มี.ค. 13, 22:09

    สงสัยว่าการกระทำของจีนเส็งในครั้งนี้  เจ้าจอมซึ่งในเรื่องไม่ได้บอกชื่อว่าเป็นเจ้าจอมท่านใด คงจะหวาดหวั่นอยู่ไม่น้อย เกรงว่าตัวเองจะมีอันเป็นไป    พระยาสามภพพ่ายก็คงไม่ค่อยจะสบายใจนักเช่นกัน    ในพระบรมราชวินิจฉัยจึงระบุว่า  การทำคุณไสยครั้งนี้   จีนเส็งกำแหงมากที่กล้าใส่ชื่อเจ้าจอมฝ่ายในพระบรมมหาราชวัง     และยังมีชื่อพระยาสามภพพ่าย  ซึ่งเป็นขุนนางผู้ใหญ่ ทรงพระมหากรุณาชุบเลี้ยงให้เป็นจางวางกรมทหารใน 
    จีนเส็งเรียนวิชาจากสมี  เอาชื่อศัตรูใส่กระทง ทำวิชาลอยไปเป็นที่หวาดหวั่นสะดุ้งสะเทือนแก่เจ้าของ   ถ้าจะตัดสินให้หลุดพ้นจากโทษไป ก็จะกำเริบว่าตัวเองเก่ง  วิชาขลังจึงหลุดพ้นไม่ต้องรับโทษ   เมื่อมีข้อขุ่นเคืองกับผู้ใดด้วยเหตุเล็กน้อย เหมือนอย่างเช่นเป็นครั้งนี้  ก็จะทำแบบนี้อีก    เป็นเหตุให้ชาวบ้านเกิดนับถือเลื่อมใส   ต่อไปใครพิพาทโกรธขึ้งชิงชังกัน ก็จะมาหาจีนเส็งให้ทำ  ก็จะก่อความหวาดกลัวแก่ผู้ถูกกระทำ   กลายเป็นเชื่อลัทธิว่าคนทำร้ายกันได้ด้วยวิชาคาถาอาคม  เกิดความวุ่นวายกันในวงกว้าง
    พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯทรงเล็งเห็นการณ์ไกลว่า คนอย่างจีนเสงถ้าอยู่ในกรุงเทพฯต่อไป จะได้ใจว่าวิชาขลัง  เดี๋ยวก็ทำอีก   ก็จะเกิดผู้คนนับถือมาขอให้ทำให้บ่อยๆ  อาจจะล่วงเกินไปถึงเจ้านายขุนนางฝ่ายหน้าฝ่ายใน   ทั้งในพระบรมมหาราชวัง และพระบวรราชวัง      ยิ่งถ้าผู้ไปนับถือจีนเสงเกิดเป็นคนใหญ่คนโตมีวาสนาบรรดาศักดิ์     เดี๋ยวก็จะกระทบกระเทือนถึงผู้มีบรรดาศักดิ์ด้วยกัน   ทรงใช้คำว่า
     "ก็จะเป็นที่ขุ่นข้องหมองหมางสะดุ้งสะเทือนไปในผู้มีบรรดาศักดิ์ด้วยกัน" 
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31233

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 26  เมื่อ 23 มี.ค. 13, 08:44

ความจริงบทลงโทษในกฎหมายเก่ามีอยู่   แต่ทรงไม่เห็นด้วยกับการลงโทษหรือปรับค่าเสียหายที่เรียกว่าปรับไหม แบบเดิม  จึงทรงพิจารณาโทษเสียใหม่  ไม่เฆี่ยน ไม่ติดคุก ไม่ปรับไหม    แต่จะเรียกว่ารอดความผิดก็ไม่ได้  เพราะทรงกำหนดเป็นโทษสักหน้าผาก
  "ให้เป็นแต่สักหน้าผากจีนเส็งว่า มักทำวิชาการเขียนชื่อคนลอยน้ำทำให้คนตกใจ"
  เมื่อสักหน้าผากแล้ว ก็เนรเทศจีนเสงกับบุตรภรรยาและทาสออกไปให้พ้นกรุงเทพฯ และปริมณฑลรอบๆคือนนทบุรี  ปทุมธานี  นครเขื่อนขันธ์ เมืองสมุทรปราการ  ห้ามอยู่อาศัยในเมืองที่ระบุถึงเด็ดขาด     ทรัพย์สมบัติตลอดจนเรือนแพที่อยู่อาศัย มิได้ทรงริบ  ให้ไว้อย่างเก่า แต่ให้จีนเส็งรื้อขนเอาไปเสียให้พ้นภายใน ๑๕ วัน    ส่วนที่ดินที่แพจอด  หรือสวนหรือนาของจีนเส็งที่ครอบครองอยู่ในกรุงเทพฯ และ/หรือหัวเมืองใกล้ทั้ง ๔ นั้น  ทรงริบเอาเป็นที่หลวง   

   นอกจากนี้ ทรงห้ามประชาชนชาวบ้านในกรุงเทพและเมืองปริมณฑลทั้งสี่ ห้ามคบค้าสมาคมเป็นอันขาด    ให้ด่านตรวจทั้งหลายในกรุงเทพและแขวงเมือง คอยตรวจตราว่าจีนเส็งกับบุตรภรรยาทาสแอบกลับเข้ามาหรือไม่   ถ้าเจอให้จับตัวไว้  แล้วปรับไหมเสียเงินแก่ผู้จับได้คนละสองตำลึงกึ่ง (10 บาท)   ผู้ที่แอบกลับเข้ามาก็จะโดนสักตัว กลายเป็นไพร่หลวงโรงสี  หรือจำคุกไว้ตามโทษานุโทษ 
 
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31233

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 27  เมื่อ 23 มี.ค. 13, 08:48

   พระเจ้าอยู่หัวทรงกำหนดโทษไว้ละเอียดลออถึงขั้นว่า ถ้าภรรยาจีนเสงหย่ากับผัวแล้วก็พ้นจากข้อห้ามเหล่านี้    แปลว่ากลับมาอยู่กรุงเทพได้    ถ้าทาสจีนเส็งพ้นจากความเป็นทาสจีนเส็งเพราะไปขายตัวให้นายคนใหม่แล้วก็พ้นจากข้อห้ามเหล่านี้  แต่ว่าเมื่อมีนายใหม่แล้วห้ามกลับมาคบหาสมาคมกับนายเก่าอีก  ให้ไปแจ้งทางการให้เป็นพยานไว้เพื่อจะได้พ้นข้อห้าม     ถ้าทาสไม่อยากออกจากกรุงเทพซัดเซพเนจรไปกับเถ้าแก่จีนเสงในคราวนี้ จะขายตัวหรือใช้หนี้จีนเส็งให้พ้นจากทาสเสียเดี๋ยวนี้ก็ได้  แต่ถ้าสมัครใจจะอยู่กับนายคนเก่าต่อไปก็ไม่ห้ามกัน

   อ่านมาถึงตรงนี้ ถ้าใครเกิดสงสัยว่าจีนเส็งกับลูกเมียจะไปอยู่ในจังหวัดอื่นๆที่ไม่ใช่ปริมณฑลจะได้ไหม     คำตอบคือได้ค่ะ

    "จะไปตั้งบ้านเรือนอยู่ตำบลใดๆในแขวงหัวเมืองอื่นๆนอกจากแขวงกรุงเทพฯ แลแขวงหัวเมืองทั้ง ๔ ดังว่าแล้วนั้น ไม่ห้าม"
 
   ดังนั้น จีนเส็งจะไปอยู่ชลบุรี ระยอง ทางตะวันออก  มาอยู่นครปฐม สุพรรณบุรี กาญจนบุรีทางตะวันตก  หรือขึ้นเหนือไปอยุธยา นครสวรรค์ เมืองไหนก็ได้  ลงใต้ก็ได้   ไม่ว่ากัน  เชิญเอาทรัพย์สินที่ขนติดตัวไปทำมาหากินได้ตามสะดวก    แต่ทรงเตือนว่า เมื่อชาวเมืองใดๆพบจีนเส็งแล้วอยากจะคบหาสมาคม ไปมาหาสู่ก็ได้  แต่ก็จะได้รู้ว่าคนนี้เป็นคนถูกสักหน้า เพราะเล่นวิชา"การกระทำยำเยีย"   ถ้ากลัวก็จะได้ระวังตัวไม่เข้าใกล้      แต่ถ้าจีนเส็งไปอยู่หัวเมืองใดๆ   มีผู้ไปนับถือร่ำเรียนวิชานั้น  หรือไปหาขอให้กระทำยำเยียแปลกประหลาดมากขึ้นผิดปรกติ   ก็ให้ทางการบ้านเมืองจับกุมคุมไว้  แล้วบอกข้อความเข้าไปยังกรุงเทพมหานครให้ทราบ
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6215


ความคิดเห็นที่ 28  เมื่อ 23 มี.ค. 13, 09:11

พักการเรียนการสอนด้วยภาพ รอยสักบนสะบักดาราสาวชื่อดังระดับโลก ครับ

เว็บ http://www.dailytelegraph.com บรรยายว่า

Angelina Jolie (L) has her shoulder blade tattooed with ancient Khmer script
by Thai tattoo master Noo Kampai in Thailand 2003.


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31233

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 29  เมื่อ 23 มี.ค. 13, 09:21

ขอเดินออกห่างจีนเส็ง ตามรอยคุณ SILA ไปบ้างค่ะ
พี่เบ๊ค แกใช้รอยสักแทนปลอกแขนเลยเชียว


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.052 วินาที กับ 19 คำสั่ง