เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 11
  พิมพ์  
อ่าน: 67905 บ้านเศรษฐีสยามที่งามราวกับวังเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11117


ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 05 มี.ค. 13, 15:43

ภรรยาของท่านคือคุณทรัพย์ ธิดาของขุนนางผู้ใหญ่อีกท่านหนึ่งของสยาม


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11117


ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 05 มี.ค. 13, 16:10

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าไชยันตมงคล กรมหมื่นมหิศรราชหฤทัย(พระรูปด้านล่าง) ซึ่งขณะนั้นทรงดำรงตำแหน่งเสนาบดีพระคลังมหาสมบัติในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเห็นว่าสยามจะเสียเปรียบมากหากไม่มีธนาคารพาณิชย์ของเราเองเป็นฐานรองรับการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจการเงินของประเทศ จึงทรงจัดหาเงินทุนก้อนแรกจำนวน30,000บาท เพื่อทดลองตั้งธนาคารขนาดเล็กๆขึ้นก่อนในนาม"บุคคลัภย์"(Book Club) เปิดกระทำการในวันที่ 4 เดือนตุลาคม รัตนโกสินทร์ศก 123 (พ.ศ.2448) โดยแจ้งไว้ในหนังสือบริคณฑ์สนธิว่าจะประกอบกิจการห้องสมุด คือ จะมีหนังสือประเภทต่างๆไว้บริการให้สมาชิกอ่านหรือขอยืมได้ เหตุที่ต้องพรางความจริงเช่นนั้น เพราะทรงเกรงว่าหากไม่สำเร็จจะได้ไม่อัปยศมากนัก

ออฟฟิศแห่งแรกของบุคคลัภย์ คือ ตึกแถวของพระคลังข้างที่ที่ตำบลบ้านหม้อ เมื่อก่อตั้งแล้วกรมหมื่นฯได้เริ่มสั่งซื้อพัศดุเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ ให้พระสรรพการหิรัญกิจเป็นผู้จัดการ มีพนักงาน18คน มีคอมปราโดร์(Comprador)หรือนายหน้าหาคนมากู้เงินเป็นชาวจีนในสยาม 4 คน


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11117


ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 05 มี.ค. 13, 16:16

ลักษณะการดำเนินธุรกิจ คือ เป็นธนาคารพาณิชย์นั่นเอง โดยรับเงินฝากจากประชาชนและจ่ายดอกเบี้ยให้ในอัตราร้อยละ 7.50 ซึ่งมีเพียงระยะแรกเท่านั้นก็มีผู้นำเงินมาฝากถึง 80,000 บาทเศษ เมื่อนำมารวมกับทุนก่อตั้งของ “บุคคลัภย์” แล้ว สามารถนำไปให้กู้ยืมไปทำธุรกิจเกี่ยวกับที่ดิน สิ่งก่อสร้าง และรับจำนองได้

หลังจากเปิดดำเนินการมาได้ 3 เดือน กิจการดำเนินไปอย่างราบรื่น และได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจจากชาวสยามซึ่งได้รับทราบข่าวในลักษณะปากต่อปาก “บุคคลัภย์” จึงเพิ่มธุรกรรม โดยมีการถอนเงินได้ด้วยเช็ค ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบกิจการและประชาชนต่างมีความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกันมากขึ้น และเริ่มเคยชินกับระบบบริหารการเงินแบบใหม่ในระยะเวลาอันรวดเร็ว


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11117


ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 05 มี.ค. 13, 16:51

แต่เมื่อข่าวการยื่นขอจดทะเบียนประกอบกิจการธนาคารพาณิชย์ของสยามแพร่ออกไป ก็เกิดกระแสต่อต้านจากผู้บริหารธนาคารต่างประเทศที่เปิดสาขาดำเนินการอยู่ในกรุงเทพ เป็นผลให้ สถานกงสุลประเทศอังกฤษได้ยื่นบันทึกต่อกระทรวงการต่างประเทศ ในเรื่องที่เสนาบดี กระทรวงพระคลังมหาสมบัติ ไปดำเนินกิจการธนาคารพาณิชย์แข่งขันกับเอกชน ย่อมจะก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรม ในที่สุด กรมหมื่นมหิศรราชหฤทัยทรงเลือกที่จะกราบบังคมทูลลาออกจากตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ ในวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ.2449 รวมทั้งพระสรรพการหิรัญกิจด้วย ความบีบคั้นจากต่างประเทศก็หมดลง

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าไชยันตมงคล กรมหมื่นมหิศรราชหฤทัย ทรงมีพระชนมายุสั้น สิ้นพระชนม์เมื่อ15 เมษายน พ.ศ. 2450นั่นเอง พระชันษาเพียง 42 พรรษา ไม่ทันเห็นตึกที่ทำการใหม่ของธนาคารสยามกัมมาจล ซึ่งฝ่ายกิจการภายในประเทศตกอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของพระสรรพการหิรัญกิจ อดีตข้าราชการในพระองค์


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7156


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 05 มี.ค. 13, 19:39

โบกมือจอดนิด ๆ ขอหยอดแผนที่แปลนสามเสนปาร์คให้ชมกันก่อนที่จะไปเรื่องอื่นต่อไป

สามเสนปาร์ค มีแผนผังบ้านเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า หันหน้าออกแม่น้ำเจ้าพระยา ตัวเรือนกลุ่มประธานอยู่ค่อนมาติดถนนสามเสน มีประตูทางเข้าหลักสองประตู มีบ่อน้ำอยู่หน้าบ้านและสวนพร้อมทางเดินแบบวงกลม พื้นที่หลังบ้านมีขนาดกว้างขวางถึงสองในสาม ทำเป็นทางเดินเล่นได้กว้างขวาง มีเขาดินอยู่สี่ลูก พร้อมทำทางเดินอย่างยุโรป

รอบพื้นที่อาณาเขตบริเวณสามเสนปาร์คทั้งสามด้านจะขุดเป็นทางน้ำไว้รอบบริเวณ โดยนำน้ำมาจากคลองอั้งโล่ซึ่งขุดนำน้ำมาจากแม่น้ำเจ้าพระยาอีกทอดหนึ่ง ด้านเหนือของบ้านติดกับแนวห้องแถวปลูกไว้อย่างแน่นหนา ด้านใต้ติดกับถนนสังคโลก ด้านตะวันออกติดกับถนนสามเสน ด้านตะวันตกติดกับที่ทำท้องร่องปลูกพืชและค่อยเป็นถนนขาว


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11117


ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 05 มี.ค. 13, 19:54

หยอดมานิ๊ดเดียว ขอใหญ่ๆ เยอะๆ สวยๆ ชัดๆ แล้วก็เร็วๆด้วย
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31234

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 05 มี.ค. 13, 20:13

ค่อยๆเอาแผนที่ปัจจุบันมาวางอย่างเจียมตัว   มิบังอาจเทียบแผนที่โบราณ   

หาคลองอั้งโล่ไม่เจอ คงถมไปนานแล้ว   แต่ถนนสังคโลกทางใต้ ถนนสามเสนทางตะวันออก และถนนขาวทางด้านตะวันตกยังอยู่     คงทำให้ท่านผู้เข้ามาอ่านนึกทิศทางออกนะคะ


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7156


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 05 มี.ค. 13, 20:30

หยอดมานิ๊ดเดียว ขอใหญ่ๆ เยอะๆ สวยๆ ชัดๆ แล้วก็เร็วๆด้วย

ดูใจร้อนรน ชอบกล .... คิคิคิ  ยิงฟันยิ้ม  ใหญ่ ๆ สวย ๆ ชัด ๆ ไม่รู้จะเยอะยังไง


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7156


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 05 มี.ค. 13, 20:38

ขยายส่วนหน้าบ้านสามเสน ที่มีตึกหลักสามหลัง อาคารหลังประธานของพื้นที่ ด้านหน้าจัดให้มีการขุดบ่อน้ำ ส่วนอาคารหลังเล็กกว่าทำทางเดินเป็นทางวนรอบ ๆสวน ด้านหลังอาคารหลังเล็กมีสิ่งก่อสร้างสี่เหลี่ยมผืนผ้าตั้งอยู่


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7156


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 24  เมื่อ 05 มี.ค. 13, 20:42

พื้นที่สวน สร้างเป็นภูเขาไว้ สี่ลูก พร้อมทางเดินรอบ ๆ สามเสนปาร์ค


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7156


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 25  เมื่อ 05 มี.ค. 13, 20:50

หยิบแผนที่อีกระวางเทียบกัน อันนี้ พ.ศ. ๒๔๕๓ ของโรงเรียนข้าราชการพลเรือน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บ้านสามเสนปาร์คหลังผ่านภาวะล้มละลาย ถูกยึดเข้าเป็นทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์แล้วก็กลายมาเป็น "วชิรพยาบาล"

โครงสร้างสิ่งก่อสร้างยังคงเดิม แต่อาคารประธานหลังบนเหมือนจะต่อเติมยื่นออกไปชิดรั้วด้านเหนือเพิ่มมากขึ้น คลองอั้งโล่ยังสวยงามเช่นเดิม


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11117


ความคิดเห็นที่ 26  เมื่อ 06 มี.ค. 13, 07:07

เสียดายที่หารูปบ้านพระสรรพการและป๊ากสามเสนได้เพียงเท่านี้ แต่กระนั้นก็พอเพียงที่จะบอกอะไรต่ออะไรให้คนสมัยนี้ได้รู้ได้พอควร


Twentieth Century Impressions in Siam เขียนเรื่องราวของพระสรรพการในฐานะบุคคลชั้นสูงของสังคมไทยสมัยรัชกาลที่๕ พร้อมลงรูปประกอบถึงสามหน้าอย่างชื่นชม ผมเห็นคราวใดก็สนใจใคร่ทราบประวัติของท่านผู้นี้ต่อ แต่แล้วก็หันไปสนใจเรื่องอื่นก่อนทุกที จนกระทั่งครั้งนี้ ครั้นทราบแล้วก็อดนำมาแบ่งปันในเรือนไทยมิได้
Twentieth Century Impressions in Siam คงจะทำต้นฉบับขึ้นก่อนตีพิมพ์หนังสืออย่างน้อยปีสองปี ข้อมูลที่นำมาเขียนจึงน่าจะประมาณปี๒๔๔๙-๕๐ ตามที่ผมแปลความมาลงข้างล่าง

พระสรรพาการหิรัญกิจ เป็นบุตรคนที่สามของพระพรหมภิบาล ราชองครักษ์ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในวงราชการและเป็นผู้ที่ได้รับความเคารพนับถืออย่างกว้างขวางในสยาม เมื่อจบการศึกษาแล้ว ท่านได้เข้ารับราชการอยู่ร่วมสิบปีภายใต้พระบัญชาของพระองค์เจ้าไชยันตมงคล กรมหมื่นมหิศรราชหฤทัย เสนาบดีพระคลังมหาสมบัติ การจัดตั้งธนาคารสยามกัมมาจลและการที่ท่านได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการทำให้ท่านต้องลาออกจากราชการ มาอุทิศเวลาทั้งหมดทำงานให้แก่กิจการดังกล่าวเพียงแห่งเดียว ความสำเร็จและความมั่นคงของธนาคารแห่งนี้ได้แสดงถึงความสามารถในการบริหารจัดการและความรอบรู้ในด้านการเงินของท่านเป็นอย่างดี
พระสรรพาการเป็นนักสะสมของโบราณชั้นยอด ได้เคยเดินทางไปแล้วอย่างทั่วถึงในสหพันธรัฐมลายูและอินเดียตะวันตก(อินโดนีเซีย) บ้านส่วนตัวของท่าน ซึ่งมีชื่อเสียงว่างามที่สุดในกรุงเทพด้านนอกพระราชวังนั้น ได้จัดตั้งของที่ระลึกงามๆได้มาจากการเดินทางเหล่านั้น บริเวณสวนที่อยู่โดยรอบคฤหาสน์ทั้งสองเปิดให้สาธารณะชนเข้าชมตลอดเวลา และมีโรงละครเล็กๆชั้นเยี่ยมที่เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกในการจัดแสดงการละครสมัยใหม่ครบครัน
พี่ชายคนที่สองของพระสรรพาการเคยไปยุโรปมาสองครั้งแล้ว และครั้งสุดท้ายได้นำน้องชายคนเล็กที่สุดไปด้วย น้องคนนี้ตั้งใจจะทำงานธนาคาร และกำลังได้รับการศึกษาอย่างเข้มข้นอยู่ในประเทศอังกฤษ
พระสรรพาการสมรสกับคุณทรัพย์ ธิดาของข้าราชการที่โดดเด่นอีกท่านหนึ่ง


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11117


ความคิดเห็นที่ 27  เมื่อ 06 มี.ค. 13, 08:04

แบงก์สยามกัมมาจลตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยาใกล้ๆกับตลาดน้อย ซึ่งเป็นย่านคนจีนและพ่อค้าฝรั่งที่ธนาคารต่างประเทศยุคแรกในสยามมากระจุกตัวอยู่ อันมี ธนาคารอินโดจีนของฝรั่งเศส(บนซ้าย) ธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้(ล่างขวา) ธนาคารชาร์เติร์ด ของอังกฤษ  และธนาคารจีนสยามหรือธนาคารยู่เสงเฮง(ล่างซ้าย) เพื่อความสะดวกของลูกค้าที่ดำเนินกิจการนำเข้าส่งออก โรงสี โรงเลื่อย โกดังสินค้า ข้าว และอื่นๆ

พระสรรพการก็เป็นบุุคคลระดับนายธนาคารอินเตอร์ที่มีรูปอยู่ในกรอบขวามือด้านบนนั่นเลยทีเดียว


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11117


ความคิดเห็นที่ 28  เมื่อ 06 มี.ค. 13, 08:24

สำนักงานธนาคารสยามกัมมาจลเป็นอาคาร๓ชั้นขนาดกลางที่มีความสวยงามประณีตตามแบบสถาปัตยกรรมตะวันตกในยุค “โบซาร์” (Beaux Arts) ผสมกับ “นีโอคลาสสิก” (Neo-classic) ออกแบบโดยสถาปนิกชาวอิตาเลียนผู้มีชื่อเสียงในกรุงสยามในขณะนั้น คือ นายอันนิบาเล ริก๊อตติ (Annibale Rigotti) และนาย มาริโอ ตามันโย (Mario Tamagno) ทั้งคู่ได้รับการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมและศิลปะอย่างดีเยี่ยมจากประเทศอิตาลี ได้เข้ามารับราชการอยู่ที่กระทรวงมหาดไทยในช่วงเวลาที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯทรงกำลังพัฒนาสยามให้ทันสมัยในแนวทางของชาวตะวันตก บุคคลทั้งสองได้ฝากฝีมือการสร้างพระที่นั่ง ปราสาทราชวัง ถนน สะพาน และคฤหาสน์ต่างๆไว้ในเมืองไทยมากมาย ผลงานชิ้นเอกก็คือพระที่นั่งอนันตสมาคมนั่นเอง

บริษัทที่ดำเนินการรับเหมาก่อสร้างอาคารของสยามกัมมาจลหลังนี้ได้แก่ ห้างยี ครูเซอร์ เสียค่าออกแบบก่อสร้างรวมค่าวัสดุวัสดุอุปกรณ์ และเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ ที่นำเข้าจากเสปญเป็นส่วนใหญ่ เป็นเงินราว ๓๐๐,๐๐๐บาท

ดูราคาค่าก่อสร้างแล้วยังงงๆว่า งบสร้างบ้านและสวนของพระสรรพาการอยู่ที่๘๐,๐๐๐บาทเท่านั้น อะไรจะขนาดนี้


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31234

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 29  เมื่อ 06 มี.ค. 13, 10:19

ยังสงสัยเรื่องราคาบ้านเหมือนกันค่ะ  มัน ๘๐๐๐๐ บาท หรือ $๘๐๐๐๐  หรือ ๘๐๐๐๐ ปอนด์กันแน่
เพราะพระที่นั่งอนันตสมาคม  สร้างด้วยราคา ๑๕ ล้าน    ค่าบ้านคุณพระสรรพาการทั้งหลังใหญ่ หลังเล็ก แถมโรงละคร  อาจจะน้อยกว่า แต่ก็ไม่น่าจะแค่แปดหมื่นเท่านั้น ต่อให้ไม่รวมค่าที่ดินก็เถอะ     
ถ้าบอกว่าแปดแสนก็ยังถือว่าราคาถูกเสียอีก   มันน่าจะเป็นล้านขึ้นไป   

เคยได้ยินมาว่าวังบางขุนพรหมราคา ๓ ล้าน ค่ะ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 11
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.042 วินาที กับ 19 คำสั่ง