เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2 3 ... 8
  พิมพ์  
อ่าน: 69789 เจ้าจอมหม่อมห้ามผู้ถูกประหาร
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30714

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
 เมื่อ 04 มี.ค. 13, 09:19

กระทู้นี้เป็นความพยายาม(อย่างอ่อนๆ)ที่จะรวบรวมรายชื่อและประวัติของนางในผู้เคราะห์ร้าย   แม้ว่ามีวาสนาสูงได้ถวายงานเป็นเจ้าจอมหม่อมห้ามของพระมหากษัตริย์และกรมพระราชวังบวรฯ  ก็มีวาสนาไม่ตลอดรอดฝั่ง  ต้องจบชีวิตลงด้วยการถูกประหาร   แทนที่จะตายบนที่นอนในวัยชราอย่างสาธุชน
ส่วนสาเหตุของการถูกประหารนั้นก็แตกต่างกันออกไป    ไม่ได้ลงล็อกเดียวกันหมด   จะค่อยๆเล่าไปทีละคนนะคะ
ที่ว่าพยายามอย่างอ่อนๆคือ ไม่สามารถจะหารายชื่อมาได้ครบหมดทุกคน   ถ้าทำได้อย่างนั้นคงต้องพยายามอย่างหนักกว่านี้   ซึ่งไม่มีทั้งเวลาและความเพียรขนาดนั้น    ดังนั้นจึงขอความร่วมมือจากท่านสมาชิก  ถ้าใครจะเติมช่องโหว่นี้ให้เต็มก็จะขอบคุณอย่างยิ่ง

ขอหยุดแค่นี้ก่อน  ไม่ได้เอาไว้เรียกเรตติ้งอย่างที่เคยทำ  แต่เป็นเพราะมีธุระจะต้องลงจากเรือนไทยไปจ่ายกับข้าวมาทำสำรับคับค้อน  เลี้ยงพวกนักเรียนที่ทยอยกันเข้ามานั่งในห้องเรียนนี้ค่ะ
ใครเข้ามาแล้วกรุณาขานชื่อตัวเองได้เลย   จะได้รู้ว่าเจ้าประจำเก่าๆมาครบรึยัง   ได้จัดสำรับถูก
บันทึกการเข้า
sirinawadee
ชมพูพาน
***
ตอบ: 101


ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 04 มี.ค. 13, 09:49

Sirinawadee มาค่ะ

วันนี้อากาศดี อาจารย์เดินตลาดคงไม่ร้อน ระวังรถด้วยนะคะ
บันทึกการเข้า
werachaisubhong
องคต
*****
ตอบ: 449



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 04 มี.ค. 13, 09:54

มารอคุณครูครับ
บันทึกการเข้า

ฅนเมียงแป้ มาอยู่ เจียงฮาย
:D :D
นิลพัท
*******
ตอบ: 2333


ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 04 มี.ค. 13, 12:34

มาเข้าแถวรอด้วยค่ะ....ฮึ่ม...มีอาหารเลี้ยงซะด้วย พลาดได้ไงคะ... ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า
ศุศศิ
อสุรผัด
*
ตอบ: 31


ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 04 มี.ค. 13, 14:21

มาครับ ยิ้ม
บันทึกการเข้า
Ratananuch
อสุรผัด
*
ตอบ: 20


ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 04 มี.ค. 13, 15:03

รัตนานุช มาค่ะ
บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1284


ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 04 มี.ค. 13, 15:09

มาคร้าบบบบบบบ  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30714

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 04 มี.ค. 13, 15:40

ว่าจะไปซื้อเครื่องข้าวแช่มาทำให้นักเรียนกิน แกล้มกระทู้    แต่เดือนมีนาคม ลมฟ้าอากาศกลับกลายเป็นเดือนเข้าพรรษาไปเสียเฉยๆ      กินข้าวแช่ท่ามกลางฝนพรำคงไม่เข้ากัน ก็เลยต้องอดกันไปก่อนนะคะ
ไม่เป็นไร ฟังไปสักพัก พอเบรคเดี๋ยวจะหาขนมน้ำชามาให้ค่ะ

เริ่มด้วยคนแรก  เจ้าจอมภู่ สีดา
   
นางในที่เรียกกันด้วยชื่อจริง + ชื่อนางในวรรณคดี ต่อท้าย   คือหญิงสาวที่เป็นนางละครหลวงมาก่อน     คนไหนรำละครเป็นตัวอะไรก็มักจะรำเป็นตัวนั้นอยู่เป็นประจำ    ถ้ามีชื่อเสียงเลื่องลือว่ารูปสวยรำดี ก็จะมีสมญาท้ายชื่อ   เช่น เขียน อิเหนา    อิ่ม ย่าหรัน อัมพา กัญจะหนา  ทั้งสามชื่อที่กล่าวมานี้ล้วนเลื่อนขึ้นเป็นเจ้าจอมและเจ้าจอมมารดาในรัชกาลต่างๆทั้งสิ้น

ส่วนเจ้าจอมภู่ ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่ารำเป็นตัวนางสีดา       เมื่อเธอได้รับคัดเลือกให้เป็นตัวนี้    เราก็คงดูออกเช่นว่าเธอต้องรำเก่งจนได้เป็นตัวเอก แล้วก็สวยมากด้วย  ถึงได้เป็นนางสีดา
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ว่า ในสมัยกรุงธนบุรีนั้น เล่าลือกันว่า มีตัวนางเล่นเป็นสีดาอยู่สามคน งามนักหนาทั้ง ๓ คน คือ บุนนาคสีดา ๑ ภู่สีดา ๑ และศรี (หรือสี) สีดา ๑
ต่อมาถึงรัชกาลที่ ๑   พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ โปรดเกล้าฯให้บุนนาคสีดา รับราชการเป็นเจ้าจอมในวังหลวง    ส่วนภู่สีดา โปรดเกล้าฯพระราชทานไปยังพระราชวังบวรฯ วังหน้า   ส่วนศรี (สี) สีดา   พระราชทานแก่สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร ต่อมาคือพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7154


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 04 มี.ค. 13, 15:44

อ้าว ... เข้าห้องสายครับ  อายจัง
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30714

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 04 มี.ค. 13, 15:52

    เจ้าจอมภู่ สีดา มีวาสนาเลื่อนขึ้นเป็นเจ้าจอมวังหน้า     พ่อชื่ออะไรไม่ปรากฏ  ประวัติบันทึกไว้แต่ว่าแม่ชื่อเอี้ยง เป็นนายวิเสทปากบาตรในวังหน้า   คำว่านายวิเสทปากบาตร แปลว่าเป็นหัวหน้าคนครัวผู้มีหน้าที่ควบคุมจัดการเครื่องทรงบาตร สำหรับกรมพระราชวังบวรฯ ที่จะเสด็จมาทรงตักบาตรกับพระสงฆ์ที่มารับบาตรทุกเช้าในวังหน้า    

    เมื่อผลัดแผ่นดินใหม่ๆ ได้ปีเดียว  เหตุการณ์บ้านเมืองยังไม่สงบราบคาบ    มีผู้ฉวยโอกาส  แอบอ้างเป็นผู้วิเศษหลอกลวงให้ชาวบ้านหลงเชื่อเพื่อจะตั้งตัวเป็นใหญ่แบบเดียวกับผีบุญอยู่หลายราย     ในจำนวนนี้มีชายจากเมืองนครนายก ๒ คน ซึ่งในคดีนี้  เรียกว่า "บัณฑิต" แสดงว่าเคยบวชเรียนแล้ว     สองคนนี้อ้างตัวว่ามีวิชาความรู้ล่องหนหายตัวได้    เข้ามาอาศัยอยู่กับนางเอี้ยง แม่ของเจ้าจอมภู่
    "บัณฑิต"สองคนนี้คงจะคารมดีแบบสิบแปดมงกุฎทั่วไป  จึงสามารถเกลี้ยกล่อมให้ขุนนางวังหน้าและวังหลวงหลงเชื่อได้หลายคน   รวมทั้งขุนนางตำแหน่งใหญ่อย่างพระยาอภัยรณฤทธิ์ จางวางกรมพระตำรวจซ้าย      ส่วนนางเอี้ยงแม่ของเจ้าจอมภู่ สีดาซึ่งเป็นเจ้าบ้านนั้นเรียกว่าหลงเชื่อชนิดโงหัวไม่ขึ้น     แม้แต่คบคิดกับคนร้ายทำสิ่งที่คนสติดีๆไม่น่าจะยอมทำ นางก็กล้าทำ  คือไม่ใช่เชื่อแค่ไปขอหวย หรือเอาเงินทองทุ่มเทให้จนหมดตัวอย่างชาวบ้านสมัยนี้หลงเชื่อนักต้มตุ๋น  แต่เชื่อขนาดที่ว่าสามารถก่อกบฏโค่นวังหน้าลงได้ทีเดียว  
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30714

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 04 มี.ค. 13, 15:54

อ้าว ... เข้าห้องสายครับ  อายจัง

แบมือมาซะดีๆ   เด็กชาย siamese


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30714

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 04 มี.ค. 13, 16:08

    เจ้านายในสมัยนั้น ท่านทรงเป็นพุทธมามกะ  กิจวัตรตอนเช้าท่านก็ออกมาทรงบาตรเช่นเดียวกับชาวบ้านร้านถิ่น    ทั้งพระเจ้าอยู่หัวและกรมพระราชวังบวรฯ ล้วนทรงปฏิบัติอย่างเดียวกัน     ทีนี้  กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท ท่านทรงสังเกตว่า  ตอนเช้าเวลาพระสงฆ์ออกจากวัดมารับบิณฑบาตรจากราษฎร  พระไม่ต้องเป็นฝ่ายหยุดยืนคอย   ชาวบ้านออกจากบ้านมานั่งรอตักบาตรพระอยู่ก่อนแล้ว   ไม่ว่าท่านจะพายเรือมาหรือเดินมาถึง ก็รับบาตรได้ทันที     ผิดกับเวลาที่พระสงฆ์ผ่านไปรับบาตรในวังเจ้านายและบ้านผู้มีบรรดาศักดิ์ใหญ่  ปรากฏว่าพระต้องไปคอยรอ  บางครั้งก็จนสายก็ยังมิได้กลับวัด  เพราะโยมยังไม่ออกมาตักบาตรสักที
    ข้อนี้ก็พอจะเข้าใจได้ เพราะชาววังและขุนนางใหญ่ๆนั้นท่านใช้เวลากลางคืนแทนกลางวัน    เข้าเฝ้ากันตอนกลางคืน   อยู่กันค่อนคืนถึงจะเข้านอน   ก็ย่อมตื่นสายกันเป็นธรรมดา     กรมพระราชวังบวรฯเห็นพระต้องมายืนรอก็ไม่สบายพระทัยว่าเป็นเรื่องไม่สมควร  จึงมีพระบัณฑูรกำหนดเวลาเอาไว้เลยว่า  ในพระบวรราชวัง  ให้เจ้าพนักงานเตรียมเครื่องทรงบาตรตั้งที่ให้พร้อม แล้วจึงให้สังฆการีนิมนต์พระสงฆ์ แล้วพระองค์จะเสด็จลงทรงบาตรในเวลาเช้าโมงหนึ่ง  คือกำหนดเวลาเช้าตายตัวไปเลย ไม่เสียเวลากันทั้งสองฝ่าย
   ด้วยเหตุนี้  ประตูดินในพระราชวังบวรจึงต้องเปิดก่อนย่ำรุ่ง ทำเช่นนี้เป็นธรรมเนียมประจำ       กรมพระราชวังบวรฯท่านก็เสด็จมาทรงบาตรเป็นประจำทุกวัน  เรียบร้อยราบรื่น    ไม่มีใครนึกฝันว่าจะเกิดเหตุอะไรขึ้น

     ตัวกบฏทั้งสอง รู้ตื้นลึกหนาบางจากแม่เอี้ยงและขุนนางที่เป็นพรรคพวก ก็ดูออกว่าช่วงเวลานี้ละเหมาะสมที่สุดที่จะจู่โจมเข้าปลงพระชนม์     เพราะเป็นช่วงที่เสด็จลงมาโดยไม่มีขบวนแห่  ไม่มีองครักษ์ขุนนางใหญ่น้อยคุ้มกันหนาแน่นอย่างเวลาเสด็จไปไหนมาไหน   และที่สำคัญคือเมื่อเสด็จทรงบาตรก็จะไม่มีพระแสงศัสตราวุธติดพระองค์มาด้วย    ทำให้ป้องกันพระองค์ไม่ได้
บันทึกการเข้า
Ratananuch
อสุรผัด
*
ตอบ: 20


ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 04 มี.ค. 13, 16:22

ขออนุญาตเลี้ยวเข้าซอยหน่อยนะคะอาจารย์
สี สีดา คือ หม่อมสีหรือเจ้าคุณสีในเวลาต่อมา ซึ่งเป็นหม่อมคนแรกของเจ้าฟ้าอิศรสุนทรหรือเปล่าคะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30714

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 04 มี.ค. 13, 16:30

ใช่ค่ะ     คุณ benzene เคยตอบไว้ในกระทู้เก่าว่า

ขออนุญาต นำความจากท่านอดีตอธิบดีธนิต อยู่โพธิ์ มาชี้แจงเรื่อง"เจ้าคุณพี" ครับผม
เจ้าคุณจอมมารดาศรี สีดา
เดิมเป็นหม่อมศรี ในสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร แล้วเป็นเจ้าจอมมารดาในรัชกาลที่ ๒ เรียกกันทั่วไปว่า เจ้าคุณพี  ธิดาเจ้าพระยาศรีธรรมาธิราช (บุญรอด ต้นสกุล บุณยะรัตพันธ์)  เป็นเจ้าจอมมารดาในรัชกาลที่ ๒มีพระองค์เจ้า คือ
๑. พระองค์เจ้าหญิงจักรจั่น
๒. พระองค์เจ้าหญิงบุปผา
(ซึ่งต่อมาสิ้นพระชนม์ก่อนเจ้าจอมมารดาศรี ทั้งสองพระองค์)

เดิมเป็นละครหลวงกรุงธนบุรีรุ่นเล็กหรือรุ่นจิ๋วเมื่อสิ้นแผ่นดินกรุงธนบุรี เจ้าจอมศรีมีอายุเพียง ๑๒ ปี เมื่อตั้งต้นกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกได้ “พระราชทานไปตามคู่ตุนาหงันเดิม” คือสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าหลวงอิศรสุนทร เมื่อ พ.ศ.๒๓๒๘ ซึ่งเล่าลือกันว่า “ได้ยินว่าโปรดปรานมาก”

ต่อมาเมื่อภายหลังท่านคงจะสมบูรณ์มาก ชาววังจึงออกนามท่านว่า “เจ้าคุณพี” ดังพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๒ ทรงกล่าวรูปพรรณของเจ้าคุณจอมมารดาศรีไว้ว่า

“จับได้เรือเจ้าคุณพี           ท่านเป็นผู้ดีมาแต่แผ่นดินโน้น
ท่านงามนักเจียวเมื่อสาว      เดี๋ยวนี้อ้วนราวกับตะโพน”
บันทึกการเข้า
Ratananuch
อสุรผัด
*
ตอบ: 20


ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 04 มี.ค. 13, 16:46

ขอบพระคุณมากค่ะ อาจารย์ ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 ... 8
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.146 วินาที กับ 19 คำสั่ง