เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 5 6 [7]
  พิมพ์  
อ่าน: 95638 " เสียงกวี "
Thammada
มัจฉานุ
**
ตอบ: 90


ฤๅคู่ขนานนั้น ไร้วันจะบรรจบ


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 90  เมื่อ 16 พ.ย. 18, 15:18


                     ๐ เถลิงการ ๐
                  (อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑)

ลิบล่องเถลิงหลง              มนะยงทะยานยิน
ต่ำตกก็ผกผิน                    ผิวะผล ณ ดลดาว

ดื่มด่ำระกำกลืน                กวะฟืนทิวาวาว
เติมตนปะหนหาว             รุหะห้วง ณ ดวงมาน

รุ่งรื่นมะรืนรับ                  รุจิซับพิสัยสาน   
ท่องทิศสุธาธาร                ธุระถ้วนปะชวนชัย

ชีพหนึ่ง ณ พึงหมาย          มุประกายประสงค์ใส
โลกล้วนชนวนใน             นิธินับคณาคุณ

เพียงเพียรพินิจเนือง          ภวะเปรื่องปะมานหมุน
ทุกที่วิธี-ทุน                       ทะลุเท่าธนานันท์

หลังล่องทะเลหลง             ทิศะทรงกะวาววัน
เทียบท่าอุษาสรรค์             ชยะซ้องสกุลชน ๚ะ         

                            ธรรมดา
                      ๑๖ พ.ย. ๒๕๖๑

บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 11063



ความคิดเห็นที่ 91  เมื่อ 04 ม.ค. 19, 13:18

ปาบึกบุก  ตกใจ


บันทึกการเข้า
Thammada
มัจฉานุ
**
ตอบ: 90


ฤๅคู่ขนานนั้น ไร้วันจะบรรจบ


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 92  เมื่อ 09 ส.ค. 19, 12:18


ค่ำกะลารุ่งเช้า                  ทรงทอง
มากหมื่นมนนอง             หนึ่งพ้น
ศิลารุ่งครรลอง                โลกลุ่ม ลาญนา
นับเนื่องนทีท้น                ท่วมเท้าธานี๚ะ๛

ริบหรี่หลงเถื่อนทิ้ง           ทางปลา
หาวห่อนสกุณา                นุ่งก้าง
กลีกิ่งกันกา                       เพียงเกลื่อน
กบบ่เกรงใจจ้าง                จึ่งกร้าวกินเดือน๚ะ๛

                "ขอบคุณ อ.เพ็ญชมพูครับ"
                           ธรรมดา
                      ๒๗/๑๐/๒๕๖๑
บันทึกการเข้า
Thammada
มัจฉานุ
**
ตอบ: 90


ฤๅคู่ขนานนั้น ไร้วันจะบรรจบ


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 93  เมื่อ 06 ต.ค. 19, 16:19


        ๐ อาวรณ์ ๐

ดอกรักร้างทางรักมักสิ้นชื่น
ต่อให้ตื่นตาตวงแต่ทรวงเศร้า
ฝังใจจำจากสิ่งเคยพริ้งเพรา
แม้เมื่อเก่าก็ใกล้ในคำนึง
                ..
นกไม่หวนคืนคอนตอนพลบค่ำ
ฟ้าไม่ต่ำแต่นิดก็คิดถึง
เพียงพิษรักหนักหนาให้ตราตรึง
ต่อภาพซึ่งผุพังยังอาวรณ์

หากรักล้นลงจมจะขมหวาน
จะเนิ่นนานหนักนิ่งดังสิงขร
แม้นไม่คู่เคียงฝันนิรันดร
แต่อาทรท่วมท้นจนตัวตาย

เมื่อมั่นคงความรักภักดิ์สมร
จะอาวรณ์ตราบสิ้นดินสลาย
ตราบคืนค่ำแห่งฟ้าทิวาวาย
ซึ่งหาใช่สุดท้ายที่ตายตน
                 ..
สู่รู้สึกนึกน้อมกล่อมแก้วตา
หลับใหลใฝ่นิทรา ณ แห่งหน
ป่านฉะนี้จักสุขหรือทุกข์ทน
รัตติกาลม่านหม่นเมื่ออาลัย

ห่มวิโยคโลกหลากซากกำสรวล
ประหนึ่งล้วนแหลกลับกับมอดไหม้
ค่ำเช้าช่างหนาวเนิ่นเผชิญใจ
ดุจโลกไร้สิ่งสุขทุกเวลา

หวีดหวิวพลิ้วผ่านเสียงสำเนียงศิลป์
ฟ้าสู่ดินใดเล่าเฝ้าห่วงหา
วิเวกห่มลมหนาวดาวน้ำตา
วาสนานิ่งนั้น,นิรันดร
               ..

          ธรรมดา
      ๒๕/๑/๒๕๕๕
บันทึกการเข้า
Thammada
มัจฉานุ
**
ตอบ: 90


ฤๅคู่ขนานนั้น ไร้วันจะบรรจบ


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 94  เมื่อ 13 ต.ค. 19, 11:40




ขณะหนึ่งนัยน์ตาผู้ล้าโลก
หวั่นไหวในลมโบกวิโยคอยู่
ขณะฝนร่วงรายปลายฤดู
กำสรวลสู่ผู้คนบนแผ่นดิน

อาดูรพูนเทวษประเทศนี้
ฟ้าเศร้าสีหม่นมัวทั่วทั้งสิ้น
ขณะนั้นน้ำตาทั่วธานินทร์
ก็รู้รินอาบอ้างกลางผู้คน

ทอดอาลัยใจน้อยในรอยพ่อฯ
เพราะเมื่อต่อแต่นี้อีกกี่ฝน
จะยังจำกำสรวลของมวลชน
จำอยู่จนสุดท้าย ลมหายใจ๚

   ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม

*************************************

               ธรรมดา
           ๑๐/๑๐/๒๕๖๑

บันทึกการเข้า
Thammada
มัจฉานุ
**
ตอบ: 90


ฤๅคู่ขนานนั้น ไร้วันจะบรรจบ


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 95  เมื่อ 27 พ.ย. 19, 16:28


     ๐ คลื่นคำนับ ๐

ขณะลมล้อคลื่นให้ครื้นเครง
เข้าข่มเหงความเงียบเคยเลียบง่าย
ทั่วทะเลเริ่มลุ้นความวุ่นวาย
แล้วลางร้ายคนเรือ ก็เมื่อนั้น

เมฆทะมึนมามากจากท้องฟ้า
กลบแสงเดือนดาราให้ฝ้าฝัน
คนเรือจะเหลือไรในชีวัน
หากต้องหันหัวเรือยอมเชื่อฟัง

คนมีความทะนงที่หลงเหลือ
พอสืบเชื้อศรัทธาให้กล้าหวัง
วัดใจตัวกลัวตายต้องพ่ายพัง
หรือรอหลั่งน้ำตาเพื่ออาลัย

อยู่เหนือน้ำหนักอึ้งถึงดวงจิต
เห็นทุกทิศสะเทือนการเคลื่อนไหว
เติมอัตราเต้นรัวของหัวใจ
แต่การให้หันกลับยังอับอาย

สู้โทสาพายุ ปะทุทั่ว
แข่งความกลัวกี่กล้าเอามาขาย
ทุ่มใจซื้อหมดใจไม่เสียดาย
แลกจุดหมายการมุ่งสู่พรุ่งนี้

คลื่นลูกแล้วลูกเล่าโถมเข้าใส่
จะหนักไหนเท่าหนักในศักดิ์ศรี
ลูกชาวเลร้องท้า โดยท่าที
เพื่อต้องมีหวังอยู่ให้สู้ชน

คืนยาวนานน้ำฟ้าความบ้าคลั่ง
ไม่รู้หลังหน้านับความสับสน
ฝ่าคลื่นซัดซวนเซร้อยเล่ห์กล
กว่าจะพ้นคมคลื่นที่กลืนกิน

เหนื่อยไม่น้อยน้ำเค็มยังเข้มค่า
หากความกล้าแลกรับเป็นทรัพย์สิน
คงไม่มาไกลมากจากแผ่นดิน
แทบพังภินท์ย่อยยับคนจับปลา

เพื่อครอบครัวหลายคนอยู่บนฝั่ง
แบกความหวังไว้หนักต้องรักษา
ลูกชาวเลต้องรอดปลอดภัยมา
คำสัญญาย้ำอยู่ ลูกผู้ชาย

          ธรรมดา
      ๒๖/๑๑/๒๕๖๒
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 5 6 [7]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.032 วินาที กับ 19 คำสั่ง