เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 4 5 [6]
  พิมพ์  
อ่าน: 77362 " เสียงกวี "
Thammada
มัจฉานุ
**
ตอบ: 75


ฤๅคู่ขนานนั้น ไร้วันจะบรรจบ


ความคิดเห็นที่ 75  เมื่อ 29 มี.ค. 17, 10:25


       ๐ สาวกรุง ๐

ตื่นเถิดหนาฟ้าตื่นคืนฟ้าสร้าง
หลังฟ้าร้างย่อมฟ้าจะราศี
โอ้อ้อมอุ่นคุ้นเคยความปรานี
แผ่นดินที่เพลงรักซึ่งจักบาน

เพื่อผู้คอยรอยคำนำมาฝาก
ให้ผู้จากจดจำว่าคำหวาน
ยังยาใจอยู่แย้มกับแก้มกาล
“คิดถึงบ้านเกิดบ้างบางคนรอ”

ผ่านบทเพลงโพ้นฟ้าฝากลมล่อง
เสี้ยวจันทร์ส่องแสงไปถึงไหมหนอ
เห็นไหมดาวดวงนั้น จันทร์จะทอ
แสงซึ้งห่อห้วงให้หัวใจคน

ตื่นเถิดฟ้ามาดินบ่สิ้นสร้าง
ถ้าอยู่อย่างที่อยู่รู้สับสน
เหนื่อยไหมหนอท้อไหมใจกังวล
ผู้หาหนแห่งฝันผู้บรรเลง
       
จากท้องนาป่าเขาลำเนาน่าน
เมื่อนิทานดาวเดือนเลือนโหรงเหรง
จะเหลือร้างรันทดในบทเพลง
ที่คว้างเคว้งเกลื่อนกลบลบรอยเดิม

ทิ้งวิถีมีมาคราก่อนเก่า
ลาลำเนาเข้าเมืองจะเรืองเริ่ม
ห่างพี่น้องผองเพื่อนเคยเตือนเติม
แล้วด้าวเดิมดั่งร้างกลางกมล

ป่าเป็นนามาเป็นเมืองเรืองโรจน์
เคยสันโดษดื่มปราชญ์ขาดขัดสน
ทิ้งบางใครให้ช้ำอย่างจำนน
เปลี่ยนเป็นคนเคยอยู่นามาอยู่เมือง
                 
เมื่อดอกดาวสาวชื่นเธอยืนยัน
ว่าพระจันทร์จะงามตามฟ้าเหลือง
คนรอก็รู้ร้าวหลังเปล่าเปลือง
กอดฝันเฟื่องเศร้าซับกับรอยลวง
                  ..
ลืมหมดแล้วลืมลาฟ้าอีกฝั่ง
อย่ามัวนั่งหน้าน้อยนั้นคอยห่วง
ฉันอยู่ดีหนีทุกข์มาสุขทรวง
วันวันควงหนุ่มหล่อล่ะพ่อรวย

ทิ้งบทนำคำขานสาวบ้านป่า
อยู่เมืองฟ้าเมืองฝันเมืองมันสวย
สะดวกดีมีครบเครื่องอำนวย-
เปลี่ยนจากหวยซื้อหุ้นเป็นคุณนาย

อย่าทวงถามถึงวันรันทดเท่า
ให้กลับเก่ากินเกลือล่ะเบื่อหลาย
ไม่มีใครไม่คว้าความสบาย
แล้วอย่าหมายวันนับ ไม่กลับคืน

พอกันทีหนีหน้าไม่มาเกี่ยว
จะข้าวเขียวข้าวเหลืองหรือเรื่องอื่น
ฉันเป็นดาวสาวฉ่ำไม่กล้ำกลืน
ไม่มาฝืนอยู่ยาก จากสาวกรุง

            ธรรมดา
      ๑๒ ม.ค.๒๕๕๙
บันทึกการเข้า
Thammada
มัจฉานุ
**
ตอบ: 75


ฤๅคู่ขนานนั้น ไร้วันจะบรรจบ


ความคิดเห็นที่ 76  เมื่อ 22 มิ.ย. 17, 14:11


     ๐ ปลอบตัวเอง ๐

มากน้อยในสิ่งหวังนั้นฝั่งหนึ่ง
เหตุย่อมพึ่งเพียรพาไปหาผล
หลายระยะผสานผ่านวังวน
บ้างทุกข์ทนท้อไหมเมื่อไกลเกิน

จึงวัดใจว่าใจที่ไหวนั้น
จะบากบั่นเพียงใจไม่ขาดเขิน
รู้ลุกรับกับก้าวคราวเผชิญ
แม้ยับเยินอยู่บ้างในบางที

ด้วยเหตุผลคนหวังเป็นดั่งเชื้อ
จึงจะเหลือลายลักษณ์เป็นสักขี
เขาคนเราก็ใช่ ไฟก็มี
ย่อมถึงที่วาดหวังอันรังรอง

เพราะยังหายใจอยู่รับรู้สึก
โดยสำนึกดีเดินเกินจะหมอง
เถิด ศรัทธาฟ้ามีวันสีทอง
รอผู้จองจับฝันอันอำไพ
                ..
ความเป็นอื่นคืนกลับการรับรู้
วนเวียนอยู่ย่ำคิดความชิดใกล้
ทอดสายตาสามารถอาจเข้าใจ
ทางที่ไร้แรงตื่นเคยยืนยัน

ดอกหญ้ายังพลิ้วไหวในลมหนาว
คอยส่งข่าวคนหลงทางกลางความฝัน
บอกความจริงอิงอ้างระหว่างวัน
ว่าผกผันเพียงใดไม่ยั่งยืน

ข้างขึ้นแรมลงบ้างอยู่อย่างนี้
เพื่อให้มีมุ่งมั่นมีวันตื่น
เป็นแรงใจใฝ่ฝันในวันคืน
ให้เราฝืนเราฝ่าชะตาตน

         ธรรมดา
     ๑๐/๑/๒๕๕๙

บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 4 5 [6]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.062 วินาที กับ 20 คำสั่ง