เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 [3] 4 5 6
  พิมพ์  
อ่าน: 81049 " เสียงกวี "
Thammada
มัจฉานุ
**
ตอบ: 76


ฤๅคู่ขนานนั้น ไร้วันจะบรรจบ


ความคิดเห็นที่ 30  เมื่อ 02 ก.ค. 14, 17:45



แด่เพื่อนคนเดินทาง

จงปล่อยวางหัวใจให้อ่อนนุ่ม
ลืมเรื่องกลุ้มสับสนแต่หนหลัง
ลืมความโกรธความเครียดความเกลียดชัง
เติมพลังความสุขคลายทุกข์ตรม

ฟังใบไม้ร้องเพลงบรรเลงแว่ว
เสียงพ้อแผ่วพลิ้วผ่านสานผสม
ดูผีเสื้อเริงร่ายล้อสายลม
ที่พร่างพรมพัดพรูอยู่ล้อมกาย

มองดูสิ่งรอบข้างอย่างสร้างสรรค์
ทุกคืนวันอย่ามัวกลัวจะสาย
สารพันปัญหาที่ท้าทาย
ค่อยคลี่คลายเป็นข้ออย่าท้อใจ

มาเถอะเพื่อนร่วมฝันวรรณศิลป์
มาร้อยรินมธุรสแสนสดใส
โลกมิร้างสว่างทั่วกลัวไปใย
สิ่งแปลกใหม่รอเราเฝ้าติดตาม

หมั่นทำใจให้พิสุทธิ์ทุกจุดเกิด
มิเลอเลิศก็ไม่ให้ใครหยาม
คนจะดีนั้นไซร้ใช่รูปงาม
ใครจะทรามช่างเขาเราอย่ามอง

จงปล่อยวางหัวใจให้อ่อนนุ่ม
ทิ้งความกลุ้มความเหงาความเศร้าหมอง
โลกของเรายังมีฟ้าสีทอง
ที่เรืองรองวับวาวยามก้าวเดิน

โดย..นก สุวิมล / ชมรมนักกลอนอักษรสยาม

บันทึกการเข้า
Thammada
มัจฉานุ
**
ตอบ: 76


ฤๅคู่ขนานนั้น ไร้วันจะบรรจบ


ความคิดเห็นที่ 31  เมื่อ 08 ก.ค. 14, 16:33



ชมป่าก็หน้าชื่น                ตะเคียนตื่นมาสุงสิง 
งามง้อลอออิง                   สยองแท้บ่แคร์ใคร

ค่ำคืนสะอื้นอ้าง               ประมาณร้าง ฤๅไฉน
ครวญคร่ำพิร่ำไร              เทวษแล้วสิแจวจร

อยู่ป่าประดามี                  ทั้งทุกข์-ศรีสโมสร
ชุ่มฉ่ำใสอัมพร                 อาจเคว้งคว้างแค่บางวัน

บ้านพักพร้อมสวนสวย    อุดมด้วยได้ดังสรร
ดอกไม้มากสายพันธ์        จำปาแดงแสลงใจ

ชบาระย้าแย้ม                   ยี่สุ่นแซมช่อไสว
ดอกแก้วอยู่แนวใน           กระดังงาสง่างาม

กล้วยไม้สายน้ำผึ้ง           โสนหนึ่งเหลืองอร่าม
บานชื่นระรื่นคราม           มณฑาเหลืองและเอื้องคำ

สวนฉันเช่นฉะนี้              ก็ยินดีได้ชื่นฉ่ำ
มิหม่นเมื่อฝนพรำ            ฤดูร้อนสิอ่อนใจ 

("สวนฉัน" เขียนการบ้านให้หลานครับ)
"ขอบคุณพี่Shareที่ร่วมแจมด้วยนะครับ"

                           ธรรมดา

บันทึกการเข้า
Thammada
มัจฉานุ
**
ตอบ: 76


ฤๅคู่ขนานนั้น ไร้วันจะบรรจบ


ความคิดเห็นที่ 32  เมื่อ 17 ก.ค. 14, 09:30



เขียนฟ้าฝาก“รัก”

หากเวลาเลือนรางกับบางสิ่ง
และละทิ้งบางอย่างให้ห่างหาย
บางอย่างยังแทนค่าที่ท้าทาย
คงความหมายหรือไม่หัวใจเรา

อาจอื่นใดไกลห่างระหว่างฟ้า
พสุธาถมทับดับขุนเขา
แม้โลกมืดฝืดฝันวันสีเทา
ทะเลเศร้าโศกซับกับคลื่นครวญ

เดือนไม่เด่นดับดาวลับราวฟ้า
กรรณิกาสูญสิ้นกลิ่นหอมหวล
ลมเหมือนไม่เคลื่อนไหวในทั้งมวล
และโลกล้วนซับสูญอาดูรใด

ว่าถวิลรินรับกับห้วงหาญ
เช่นวันวานวาดฝันร่วมกันใฝ่
เคียงคำนึงซึ้งซาบอาบหัวใจ
สองเราให้ห่วงหาและอาทร

คือ“รัก”ที่ถักทางข้างความฝัน
อาบอุ่นละมุนมั่นเช่นวันก่อน
ท่ามฟ้าไกลใฝ่ฝากจากคนจร
อยู่เย็นร้อนร้ายดียังมีเรา

เขียนคำตอบมอบมาเมื่อว้าวุ่น
หวังแทนทุนทั้งปวงใจดวงเก่า
ผ่านภาพเพียงกมลบนฟ้าเทา
แม้ยามเหงางามชื่นกับคืนวัน

เติมใจใส่ฟ้าสวยด้วยคิดถึง
ฟังซิ เสียงรำพึงเพียงหนึ่งนั้น
กระซิบสู่สายลมห่มให้กัน
ฟังซิ มิไหวหวั่นคำสัญญา

เช่นฟ้ามีหมู่ดาวคราวค่ำคืน
คอยหยิบยื่นนิยามที่ถามหา
สานรู้สึกลึกแล้วล่ะแก้วตา
เขียนคำรักคงค่าบนฟ้าไกล

ธรรมดา

บันทึกการเข้า
Thammada
มัจฉานุ
**
ตอบ: 76


ฤๅคู่ขนานนั้น ไร้วันจะบรรจบ


ความคิดเห็นที่ 33  เมื่อ 03 ต.ค. 14, 16:47



ค่ำลงแล้วแนววนาคล้ายว่าโศก
ประหนึ่งโลกหลับใหลไกลแดนสรวง
เหมือนเลียบร้างข้างแคร่หนอแดดวง
ผู้ห่มห้วงหดหู่อยู่ลำพัง

ผสมลมร่ายเคว้งบทเพลงเศร้า
อาจฟ้าเทาธารหม่นคนวาดหวัง
ในห้วงลึกหลบเร้นเช่นใบบัง
กับอีกฝั่งฟ้าแล้งจากแสงดาว

คีตกาลผ่านพลิ้วละลิ่วเลื่อน
แว่วมาเตือนใจตื่นฟื้นห้วงหาว
แห่งฟ้าค่ำคืนฝันอันยืดยาว
จะไม่หนาวเดียวดายในสายลม

ตรงนี้..ที่ขับขานนิทานป่า
กล่อมโลกหล้าลำเค็ญเป็นห้วงห่ม
อาจรอนร้าวคราวใครในระทม
ยามขื่นขมเคียงข้างไม่ห่างกัน
..
จะคอยคนคุ้นเคยเอ่ยคำหวาน
เล่านิทานท้องฟ้าเมื่อคราฝัน
จะมีไหมในซีกส่วนครวญรำพัน
คิดถึงฉันสักน้อยที่คอยเธอ

"ขอบคุณพี่Shareที่ร่วมแจมครับ"

ธรรมดา

บันทึกการเข้า
Thammada
มัจฉานุ
**
ตอบ: 76


ฤๅคู่ขนานนั้น ไร้วันจะบรรจบ


ความคิดเห็นที่ 34  เมื่อ 20 ต.ค. 14, 20:07



จันทร์เจ้าฉายโชติดวงในห้วงหาว
หรือจะร้าวลงดินถิ่นกำสรวล
คงแค่ฉันเศร้าซึ้งถึงแต่นวล
ที่หลากล้วนลุ่มหลงความทรงจำ

เมื่อดึกดื่นฝืนเฝ้าเงาน้ำค้าง
แรกระหว่างดินน้ำฟ้ามาถลำ
เพลงใบไม้เหมือนทายท้าชะตากรรม
ซึ่งอาจนำน้ำตามาเป็นไฟ

ลมพัดผ่านเพียงแผ่วเบาเท่านั้น
สัมผัสดาวดวงจันทร์จนหวั่นไหว
อีกหน่อยคงรำพึงคิดถึงใคร
อยากอยู่ใกล้เหลือเกินเดินลำพัง

นกหลงทางหลงถิ่นบินหลงฟ้า
รอถลาลงดินมันสิ้นหวัง
จะโอบเธอที่รักหนักใจจัง
ปีกฉันรั้งอนาคตไม่งดงาม

ความเป็นจริงทิ้งเราเท่าที่รู้
จึงต่างคนต่างอยู่คู่คำถาม
ฉันเรือน้อยลอยเร่ทะเลคราม
ฤๅ หาญข้ามฝั่งฟ้ามายาใจ

ธรรมดา

บันทึกการเข้า
Thammada
มัจฉานุ
**
ตอบ: 76


ฤๅคู่ขนานนั้น ไร้วันจะบรรจบ


ความคิดเห็นที่ 35  เมื่อ 02 พ.ย. 14, 06:23


"โวหารที่กวีนิยมใช้"

อุปลักษณ์ (metaphor) เป็นการเปรียบเทียบ โดยเปรียบสิ่งหนึ่งเป็นอีกสิ่งหนึ่ง
คำที่ใช้เปรียบได้แก่ เป็น คือ เท่า เรียกให้เข้าใจง่ายว่า “การเทียบเป็น”

อุปมา (simile) เป็นการกล่าวเปรียบเทียบ โดยใช้คำเปรียบประเภท เหมือน คล้าย ดุจ ดัง ดุจดัง ประหนึ่ง พ่าง เพียง กล เฉก ราวกับ ฯลฯ
อุปมานี้มีชื่อเรียกให้เข้าใจง่ายว่า “การเปรียบเหมือน”

อธิพจน์ (hyperbole) คือการพูดเกินความจริง

ปฏิภาคพจน์ (paradox) คือการใช้ถ้อยคำที่มีความหมายขัดแย้งกัน

ปฏิรูปพจน์ (allusion) คือการกล่าวอ้างอิงสิ่งอื่น

ปฏิปุจฉา (rhetorical question) คือการใช้คำถามโดยไม่ต้องการคำตอบ

นามนัย (metonymy) คือการเอ่ยถึงสิ่งหนึ่ง แต่ให้มีความหมายเป็นอย่างอื่น

บุคคลาธิษฐาน (personifreation) คือการให้สิ่งที่ไม่มีชีวิต แสดงพฤติกรรเหมือนสิ่งมีชีวิต หรือให้อมนุษย์แสดงพฤติกรรมเหมือนมนุษย์

บันทึกการเข้า
Thammada
มัจฉานุ
**
ตอบ: 76


ฤๅคู่ขนานนั้น ไร้วันจะบรรจบ


ความคิดเห็นที่ 36  เมื่อ 02 พ.ย. 14, 06:35

......คำมั่นสัญญา......

คงเพราะตาห่วงยายจะตายจาก
จึงออกปากบอกยายก่อนกายสิ้น
ตารักยายยิ่งกว่าเหนือฟ้าดิน
ทั้งชีวินสิ้นยายพร้อมตายตาม

ไร้เสียงตอบจากยายดูคล้ายหลับ
ร่างพลิกกลับอ้อแอ้เหมือนแกถาม
ตายืนยิ้มใกล้ใกล้จับใจความ
ภาพงดงามครั้งก่อนได้ย้อนมา..

ภาพหญิงสาวสบตาในคราแรก
ความรักแทรกกลางทรวงจนห่วงหา
บอกกับใจวันนั้นขอสัญญา
จะวิวาห์ร่วมเรียงแค่เพียงเธอ

ทำทุกอย่างเพื่อให้เธอได้คิด
ใช้ชีวิตวาดหวังดังเสนอ
ถึงลำบากยินยอมจะพร้อมเจอ
เปลี่ยนคำเพ้อที่เห็นให้เป็นจริง

แล้วทุกสิ่งสมหวังเหมือนดังหมาย
ความรักฉายแสงทองน่ามองยิ่ง
ใจสองใจรวมหนึ่งการพึ่งพิง
แล้วสรรพสิ่งเปลี่ยนผันสู่บั้นปลาย..

เมื่อยายเป็นอัมพาตไม่อาจฟื้น
ตายังยืนอยู่ข้างไม่ห่างหาย
คำสัญญาที่ให้หากไม่ตาย
จะใช้กายที่เหลือเพื่อดูแล

จะกี่ปีกี่วันจะฟันฝ่า
ถ้ายังกล้าพร้อมอยู่เป็นคู่แท้
จะเคียงข้างคู่กันไม่ผันแปร
จะแน่วแน่ยึดมั่น..คำสัญญา..

มองภาพตาเห็นยายต้องตายจาก
น้ำตาพรากเอ่อล้นอยู่บนหน้า
ไหลผ่านแก้มตอบตอบจากขอบตา
ชายชราทรุดร่างที่ข้างเตียง.

ประพันธ์โดย...ท่าน.ไร้อันดับ

บันทึกการเข้า
Thammada
มัจฉานุ
**
ตอบ: 76


ฤๅคู่ขนานนั้น ไร้วันจะบรรจบ


ความคิดเห็นที่ 37  เมื่อ 06 พ.ย. 14, 15:07



หากเป็นทุกข์ลุกลามตามกระแส
ล้วนเกิดแก่เจ็บตายคล้ายเป็นหนี้
แห่งวัฏฏะสะสมกรรมทำดี
ย่อมเป็นศรีสร้างหลักเพื่อพักพิง

เกิด.ก้าวใฝ่ไม่แพ้พยายาม
ไม่คิดข้ามขอบคนจนจมดิ่ง
ดีใดใฝ่เรียนรู้คู่คนจริง
ทางไม่ทิ้งสัมมาเมตตาธรรม

แก่.เก่าเงาปัญญาว่าเปรื่องปราชญ์
เรืองอำนาจในคุณบุญเบิกค้ำ
ค่ามีศรีส่งสู่คือผู้นำ
จึ่งเลิศล้ำเรืองรองท่ามผองชน

เจ็บ.จมล้มป่วยเป็นเส้นชีวิต
น้อมในจิตจ้องมองยามหมองหม่น
สว่างวาดอาจหนุนในคุณตน
แม้ท่วมท้นเวทนาสง่างาม

ตาย.ตกตามวัฏฏะไม่ละเว้น
จะร้อนเย็นอย่างไรใครขืนข้าม
สำคัญหมายไม่มีที่รูป-นาม
คือคำถามท่ามทุกข์ปลุกคนเป็น

"ขอบคุณพี่Share ที่ร่วมแบ่งปันด้วยนะครับ"

ธรรมดา

บันทึกการเข้า
Thammada
มัจฉานุ
**
ตอบ: 76


ฤๅคู่ขนานนั้น ไร้วันจะบรรจบ


ความคิดเห็นที่ 38  เมื่อ 18 พ.ย. 14, 09:27


“ขอบคุณความอ่อนแอ”

สุขก็ยิ้ม.ทุกข์ก็ยังยิ้มสู้
อาจเรารู้ร้อนเย็นเปลี่ยนเป็นศรี
เพื่อพิสูจน์เส้นทางวางคนดี
ได้สักขีครรลองของชีวิต

ขอบคุณโลกรำบายซึ่งลายเส้น
ให้เราเห็นตัวตนคนมีสิทธิ์
ยามเคว้งคว้างร้างไร้ไม่รู้ทิศ
กลับเห็นจิตใจแจ้งสู่แสงทอง

ขอบคุณความอ่อนแอแค่ครั้งหนึ่ง
จะกล้าถึงทางไกลกับภัยผอง
หากทุกข์เข็ญเช่นเชื้อให้เรื่อรอง
ย่อมปลุกปองเป็นไฟในดวงตา

เพื่อไพบูลย์บนทางที่ย่างก้าว
ผ่านเจ็บปวดรวดร้าวแสวงหา
เก็บกำลังฝังแฝงแรงศรัทธา
กล่อมกมลคนกล้าขึ้นมายืน

บนโลกโชคชะตาตนประดับ
จึงรู้รับรู้จักให้หัวใจตื่น
ว่าความหวังรังรองของวันคืน
จะกลับฟื้นสดใสในดวงมาน

ให้เห็นสีชีวิตด้วยสิทธิ์สู้
สัมผัสรู้ละไมในความหวาน
ยังแต้มตื่นรื่นรับกับห้วงกาล
เพื่อผสานศรัทธาเป็นอาจิณ

ธรรมดา

บันทึกการเข้า
Thammada
มัจฉานุ
**
ตอบ: 76


ฤๅคู่ขนานนั้น ไร้วันจะบรรจบ


ความคิดเห็นที่ 39  เมื่อ 03 ธ.ค. 14, 17:31




พระทรงพลมิ่งฟ้า    ธรณิน
 สมดั่งพระภูมินทร์    มิ่งแก้ว
         ทรงธรรมเที่ยงอมรินทร์    รวมเหล่า ราษฎร์เฮย
          สยามยิ่งเย็นเพริศแพร้ว    พรั่งพร้อมพรถวาย ๚ะ
         
     หทัยกายพ่อไซร้    ทรงสราญ
    เขษมยิ่งยืนนาน    เนื่องน้อม
พรเทพทั่วประทาน    เทิดพ่อ
        พระเกียรติพระคุณพร้อม    ปกเกล้ากรุงสยาม ๚ะ
     
        ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
        ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ

        ธรรมดา
         (ธนปกรณ์ แก้วชินศรี)

บันทึกการเข้า
Thammada
มัจฉานุ
**
ตอบ: 76


ฤๅคู่ขนานนั้น ไร้วันจะบรรจบ


ความคิดเห็นที่ 40  เมื่อ 26 ธ.ค. 14, 16:19



รัก“ร้อน”ซ่อนเงื่อนไข   ก่อกองไฟเฝ้าถลำ
ชื่นชอบสิ่งครอบงำ        ระเริงหลงดงมารยา

รัก“เย็น”ลำเค็ญคู่           ซึ้งใจสู่เสน่หา
หนักเบาเท่าพึ่งพา          เคียงข้างนั้นตราบวันวาย

รัก“เป็น”เช่นใดหนอ     รู้จักพอประมาณหมาย
แยกส่วนซึ่งใจ-กาย        รู้เห็นเหตุแห่งเลศลวง

รักนั้นสำคัญไหม           ย่อมลงใจผู้ผ่านห้วง
แท้เทียมธรรมทั้งปวง    ล้วนธาตุทุกข์ที่ปลุกคน

_____________ธรรมดา

บันทึกการเข้า
Thammada
มัจฉานุ
**
ตอบ: 76


ฤๅคู่ขนานนั้น ไร้วันจะบรรจบ


ความคิดเห็นที่ 41  เมื่อ 29 พ.ค. 15, 16:39




ชีพหนึ่งถึงถมสิ้นกลิ่นความกล้า
ต่อชะตาอื่นอาจหรือขาดเขิน
รอยเท้าก้าวต่อก้าวคราวดำเนิน
อาจคนเดินหมื่นมั่นเหมือนวันวาน

คงไม่แล้งรำไรให้ถามถึง
ผู้จะซึ้งศรัทธาปาฏิหาริย์
แห่งสวนศิลป์รินรมย์อุดมการณ์
ที่จะหว่านวาดไว้ในเมืองคน

ตราบที่ทุกข์ถมทางอยู่อย่างนั้น
ฟ้าก็กั้นทางเทียวเรียวรุ้งหม่น
โลกจะรู้ผู้กล้าปัญญาชน
ผู้จะค้นคุณค่ามาอ้างอิง

ซึ่งประดับด้าวแดนแสนพิสุทธิ์
จึงมนุษย์น้อมนำธรรมที่ยิ่ง
เป็นหลักใจให้เห็นตามเป็นจริง
เห็นทุกสิ่งล้วนลับกับคืนวัน

แม้ชีพหนึ่งถึงสิ้นกลิ่นคนกล้า
ชีพชาวนาหรือจะดับลงกับฝัน
ฟ้าจะฟื้นคืนฝนหล่นโรมรัน
ให้สีสันคืนคนที่ทนทุกข์

"ห่างหายไปบ้างครับ เป็นช่วงๆ..ขอบคุณทุกๆท่านที่กรุณาเข้ามาอ่านด้วยนะครับ"

ธรรมดา

บันทึกการเข้า
Thammada
มัจฉานุ
**
ตอบ: 76


ฤๅคู่ขนานนั้น ไร้วันจะบรรจบ


ความคิดเห็นที่ 42  เมื่อ 04 ธ.ค. 15, 16:33


พระผู้ทรงเมตตาประชาราษฎร์
ฝ่าพระบาททรงซับดับทุกข์เข็ญ
รวมไทยให้สุขสมให้ร่มเย็น
พระผู้เห็นน้ำตาประชาชน

มหากรุณานั้น..ยิ่งใหญ่
น้ำพระทัยถ้วนถึงประหนึ่งฝน
ชโลมหล้าลงใจไทยทุกคน
ได้ยินยลซ้องสู่พระภูมี

ขอพรพรหมห่มห้วงเกษมศานต์
สุขสราญล้อมองค์พระทรงศรี
พระชนม์ยิ่งมิ่งฟ้าทั้งธาตรี
สถิตที่กลางใจไทยนิรันดร์

ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ

ธรรมดา
บันทึกการเข้า
Thammada
มัจฉานุ
**
ตอบ: 76


ฤๅคู่ขนานนั้น ไร้วันจะบรรจบ


ความคิดเห็นที่ 43  เมื่อ 19 ธ.ค. 15, 09:07



เมื่อจากป่ามาเมืองอันเรืองรุ่ง
ต่างปรับปรุงกิ่งก้านผ่านสีแสง
ผลิดอกใบให้ค่าราคาแพง
เพื่อแสดงต่อตาผู้มาชม

เจ้าจึงงามตามแต่งเพื่อแข่งขัน
ให้สีสันกลบกลืนความขื่นขม
เคยคอยไหมวันหนึ่งซึ่งสายลม
พัดมาห่มให้ฟื้นคืนลำเนา

โอ้.ดอกไม้สายพันธุ์อันวิจิตร
ฝากชีวิตตนไว้กับใครเขา
จึงลืมถิ่นลืมทางต่างฟ้าเทา
ลืมบ้านเก่าบ้านเกิดที่เชิดชู

เสียงสะท้อนจากขุนเขาลำเนาหนึ่ง
ว่าซาบซึ้งเพลงไพรไผ่ลมลู่
ผ่านฟ้าดาวเดือนฉายแสงพรายพรู
" เพื่อต้องอยู่อย่างไรใจเสรี "


ธรรมดา

บันทึกการเข้า
Thammada
มัจฉานุ
**
ตอบ: 76


ฤๅคู่ขนานนั้น ไร้วันจะบรรจบ


ความคิดเห็นที่ 44  เมื่อ 21 ธ.ค. 15, 20:23



หากความเงียบเลียบร้างอย่างคืนนี้
จะพอมีเส้นเสียงให้เรียงร้อย
ร่ายลำนำคำหวานผ่านดงดอย
ได้สักน้อยหนึ่งในใจคนจร

จะปลอบขวัญคนไกลใครคนนั้น
เปลี่ยนเมฆปั้นดาวเดือนให้เหมือนหมอน
พักภิรมย์ห่มฟ้าที่อาทร
ให้ทุกข์ร้อนเลยล่วงดวงกมล

หลับลงผ่าน.ลานร้าวอันหนาวเหน็บ
จาก.เคยเจ็บจมใจในสับสน
เห็นฝั่งฝันวันพรุ่งผดุงดล
เก็บดอกผลพฤกษ์พร่างกลางดงดาว

หากความงามของคืนที่ตื่นอยู่
จะรับรู้ซึ่งทรวงในห้วงหาว
ฟ้าไม่ร้างดอกฟ้ากว่าทุกคราว
ถ้าเธอก้าวเธอกล้า.กว่าทุกครั้ง

ธรรมดา

บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3] 4 5 6
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.109 วินาที กับ 19 คำสั่ง