เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 6
  พิมพ์  
อ่าน: 86184 " เสียงกวี "
Thammada
มัจฉานุ
**
ตอบ: 85


ฤๅคู่ขนานนั้น ไร้วันจะบรรจบ


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 19 มี.ค. 13, 16:44



" กระต่ายอายฝัน "

จะจูบจันทร์ เย้ยฟ้า สักคราครั้ง
หากดาวนั่ง อิจฉา จะว่าไหม
ร้อยรัก ด้วยสายลม ได้สมใจ
บนโลกไร้ พรมแดน เป็นแฟนกัน

คิดอีกที ที่รัก ประจักษ์แจ้ง
สิสำแดง เดชได้ ก็อายฝัน
กลัวเผชิญ เกินหน้า เจ้าตาวัน
อาจจะบั่น ชีพไซร้ บรรลัยลง

โอ้อกข้าฯ ฐานันดร เหมือนนอนถ้ำ
หากถลำ หลุดลุ่ย เป็นผุยผง
จะแลกหรือ ร้อนหนาว เจ้าโฉมยง
งามดั่งหงส์ ดวงเดือน ข้าฯเหมือนลิง

รักจึงแน่น ในอก เหมือนตกตึก
ต่างสำนึก รุมเร้า อาจเศร้าสิง
หรือจำนน บนทาง ข้างความจริง
ก่อนเธอทิ้ง เธอไป มิใกล้ตาย

นึกย้ำ อยู่อย่างคน ที่ทนฝืน
รู้จุดยืน เย็นร้อน ก่อนใกล้สาย
อาจอ้างว้าง ทางเปลี่ยว ผู้เดียวดาย
แต่กระต่าย ต้องฝัน มิฟั่นเฟือน

บ้านอยู่ดง พงหนา ป่าก็กว้าง
มืดเวิ้งว้าง เวียนวน ก็หม่นเหมือน
จะรู้หรือ รสกลิ่น สิ้นปีเดือน
ข้าฯอยู่เขื่อน ค่ำลง ในดงดอน
..
หลับตาลง ตรงนี้ เถิดที่รัก
หากเหนื่อยหนัก นั้นวาง ไว้ข้างหมอน
เพลงผืนฟ้า กล่อมฝาก จากคนจร
จะยังอ้อน ห่วงหา เมื่อลาเลือน

ธรรมดา
บันทึกการเข้า
Thammada
มัจฉานุ
**
ตอบ: 85


ฤๅคู่ขนานนั้น ไร้วันจะบรรจบ


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 23 มี.ค. 13, 10:22



" ขอบคุณทุกๆท่านที่กรุณาเข้ามาอ่านนะครับ "

บันทึกการเข้า
Thammada
มัจฉานุ
**
ตอบ: 85


ฤๅคู่ขนานนั้น ไร้วันจะบรรจบ


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 23 มี.ค. 13, 10:49



“ ลมคลื่น..คนครวญ ”

หากมีใครซักคนทนปวดร้าว
เมื่อคว้าดาวดวงไกลในความฝัน
ไม่ได้ดังหวังไว้ใจจาบัลย์
ลางเลือนเหมือนฟ้ากั้นกับวันคืน

คือฉันเองอ้างว้างอยู่อย่างนี้
กับโลกที่หยุดอยู่รู้สะอื้น
จึงแค่คนหนึ่งคนทนกล้ำกลืน
หลับใหลแล้วลืมฟื้นกับคลื่นครวญ

ซึ่งสายลมร่ายเคว้งบทเพลงเศร้า
ทะเลเร้าแรงลมมาห่มหวน
คลื่นคนฝันฝากฝั่งครั้งเรรวน
คงไร้ส่วนซึ้งเสี้ยวจะเหนี่ยวนำ

โลกสีรุ้งลอยลาฟ้าก็หม่น
เหมือนท่วมท้นธาตุทุกข์ที่ลุกล้ำ
เหนื่อยและท้อถึงเท่าทั้งเงาดำ
เมื่อเจ็บช้ำด้วยเล่ห์รักปักทรวง

เป็นพิษภัยไหม้เหมือนสะเทือนทั่ว
ซึมสลัวสลับร้อนและหนักหน่วง
หลงเป็นปลื้มดื่มด่ำกับคำลวง
ดิ่งเหวห้วงแห่งตนคนเดียวดาย

หากมีใครซักคนทนเหน็บหนาว
กับโลกร้าวและร้างคราห่างหาย
คงเป็นฉันรันทดทั้งใจกาย
ไร้จุดหมายมืดฟ้า..ชะตากรรม

ธรรมดา

บันทึกการเข้า
Thammada
มัจฉานุ
**
ตอบ: 85


ฤๅคู่ขนานนั้น ไร้วันจะบรรจบ


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 28 มี.ค. 13, 14:27



" ขมเงาจันทร์ "

สายน้ำโศกคำนึงประหนึ่งหนัก
คงคล้ายสายทางรักที่หักเห
เผาใจจนยับเยินเกินคะเน
ด้วยหลงเล่ห์หลงร้างกลางคืนวัน

เป็นอีกฝั่งฟองคลื่นสะอื้นหลับ
ไม่อาจนับเวลาหาความฝัน
หลงลึกร้าวระทมงมเงาจันทร์
เหมือนใจนั้นหนักหน่วงในห้วงกาล

ผู้กล้ำกลืนฝืนฝ่าชะตาโลก
ในเงาโศกสิ้นซึ้งซึ่งความหวาน
ดอกไม้หม่นทนท้อทรมาน
จึงอาจกร้านกว่าอุ่นที่จุนเจือ

เช่นสายธารที่ไปไม่ถึงฟ้า
วาสนานักเดินทางช่างร้างเหลือ
กลางสายน้ำท่ามทางเถื่อนเหมือนเรือ
ลอยอยู่เหนือน้ำวนผจญภัย

ชะตากรรมกลางคลื่นเห่ทะเลร้าย
มองจุดหมายมืดตากับฟ้าใส
อาจอับปางร้างลงตรงที่ใด
ก่อนแสงใหม่มิ่งฟ้าจะมาเยือน
..
เราเคยฝันถึงฟ้าอาณาจักร
สายธารรักเรืองรุ้งพุ่งเสมือน
จะเคียงคล้ายห้วงหาวกับดาวเดือน
บัดนี้เคลื่อนคอยหาน้ำตาคลอ

นั่น!หรือรักหักเหด้วยเล่ห์โลก
จึงรู้โศกรู้เศร้าโอ้เราหนอ
หลงฟ้ากว้างกว่ากว้างคว้างคอยรอ
เหมือนนกท้อทางบินจะสิ้นใจ

ธรรมดา

บันทึกการเข้า
Thammada
มัจฉานุ
**
ตอบ: 85


ฤๅคู่ขนานนั้น ไร้วันจะบรรจบ


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 30 มี.ค. 13, 22:05



" สงครามใคร? "

ยุติธรรมละหรือผู้ถือปืน
จะหยิบยื่นเหยียบเป็นให้เร้นหาย
สาปเสรีลี้ลับกับวอดวาย
เพียงจุดหมายมองทางที่ต่างตน

เพื่อนพ้องพี่น้องสูสิอยู่สุข
ใครจะทุกข์ถมทางกลางฟ้าหม่น
ดับเดือนเสี้ยวศรัทธาประชาชน
เพื่อผองผลเพื่อชัยจะใหญ่ยืน

เซ่นชะตาตกต่ำแลชำรุด
หากโผล่ผุดพังพับอยู่กับผืน
ใต้ฝ่าเท้าอธรรมผู้กล้ำกลืน
ช่างขมขื่นคับแค้นบนแดนดิน

เพลงสวรรค์พลันจบสงบเงียบ
ถูกย่ำเหยียบหยาดหยดรันทดถิ่น
ดอกไม้ดำพร่ำผ่านการได้ยิน
สดุดีดับดิ้นแห่งวิญญู-

โค้งเคียวเคยเกี่ยวรวงเริ่มร่วงหล่น
ท่ามถนนหน่วงหนักของนักสู้
เหลือรอยลารอยเลือดหลั่งพรั่งพรู
ที่สิงสู่สร้างสมอุดมการณ์

สงครามใครในโลกหลากซากทุกข์
ยังปั่นปลุกเปลี่ยนปรับยังขับขาน
เคียงคนยากตราก- ต่ำ- เป็นตำนาน
ยังสะท้านถึงถิ่นผู้ยินยล

หากสันติผลิพันให้มั่นหมาย
หมื่นประกายก้าวรวมจะท่วมท้น
แสนจะสู้สู่ชัยหัวใจคน
ล้านจะล้นลุกเนื่องและเรืองรอง

ตราบแหล่งหล้าคลาคล่ำการย่ำยี
การกดขี่ข่มเหงบรรเลงร้อง
ธรรมทิพย์จะหยิบยื่นและคืนครอง
สู้สนองน้ำตาศรัทธาทาง

แด่วิญญาณเสรีผู้หรี่หลับ
ผู้ล่วงลับลาไกลในระหว่าง-
ยังคำนึงถึงเพื่อนไม่เลือนลาง
ยังอยู่ข้างครรลอง แห่งผองชน.

ธรรมดา
๒๐ มีนาคม ๒๕๕๕

บันทึกการเข้า
Thammada
มัจฉานุ
**
ตอบ: 85


ฤๅคู่ขนานนั้น ไร้วันจะบรรจบ


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 05 เม.ย. 13, 00:46


" ผู้ท้าทายแสงตะวัน "

..มีหนักบ้างเบาบ้าง ทางชีวิต
ต่างถูกผิดอ่อนแอและฮึกเหิม
เสพสุขทุกข์ทั้งท้อทั้งต่อเติม
ทั้งริเริ่มและร้างกลางกมล

เช่นสายน้ำน่านหนึ่งจะพึงเผย
ย่อมต้องเลยฤดูสู้ฝึกฝน
ฝ่าโลกแล้งแสงสูรย์ซึ่งผจญ
เป็นธารทนทานท้าต่อฟ้าดิน

ห้วงแห่งมนุษย์ผุดผ่านการเวียนว่าย
อยู่เป็นตายชนะแพ้กระแสสินธุ์
เพื่อพบพ้นปนปลื้มได้ดื่มกิน
ย่อมต้องดิ้นรนล้าฝ่าคลื่นลม

จึงได้หวังว่าวันที่ฝันใฝ่
จะอยู่ใกล้นิยามเมื่อข้ามขม
เมื่อผ่านร้อนผ่านหนาวร้าวระทม
คงได้สมสร้างมาปัญญาชน

แต่ต้องตื่นจากฝันก่อนวันนี้
ทิ้งวิถีถมทับเคยสับสน
สู่เส้นทางวางใหม่ไม่วกวน
ตั้งอยู่บนความจริงจะพริ้งพราว

..มีหนักบ้างเบาบ้าง ทางชีวิต
ล้วนถูกผิดผู้สอนซึ่งร้อนหนาว
สักวันหวังวันหนึ่งถึงดวงดาว
ได้ชัยสมกับก้าวที่ยาวนาน

ธรรมดา
๓ เมษายน ๒๕๕๖


บันทึกการเข้า
Thammada
มัจฉานุ
**
ตอบ: 85


ฤๅคู่ขนานนั้น ไร้วันจะบรรจบ


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 19 พ.ย. 13, 19:51



"ดาวน้ำค้าง"

ก่อนฟ้ารุ่งลมหนาวดาวน้ำค้าง
คล้ายทุกอย่างเย็นยะเยียบและเงียบเหงา
แสงดาวเดือนเหมือนหม่นบนฟ้าเทา
คือความเศร้าความขมขื่นของคืนวัน

ซึ่งความงามน้ำกับฟ้าเคยปรากฏ
บัดนี้ลดแรมร้างทางคนฝัน
เหลือร่องรอยคอยคืนเคยตื้นตัน
ก็ยังสั่นซบเศร้า..เท่าธุลี

ลอยคว้างกลางโพยมห่มห้วงหนาว
ประหนึ่งร้าวโรยแรงร้างแสงสี
เหลือแต่ตัวหัวใจเหมือนไม่มี
หวั่นวิถีท้อทางจะย่างยืน

ดั่งโลกร้างวางหวั่นไว้ตรงตัก
ซึ่งชะงักเงื้อมเงามิเฝ้าฝืน
หล่นลงจมถมทับกับกล้ำกลืน
เหมือนเป็นอื่นอ้างว้างกลางเวลา

ผู้หลับใหลลืมคำเคยพร่ำพจน์
ยากกำหนดทิศทางวางค้นหา
อาจจำนนทนท้อรอระอา
เสมือนฟ้ามืดห้วงแห่งดวงจันทร์

ยิ่งลำธารแห้งหายเป็นทรายดิน
นกหลงถิ่นก็ท้อต่อความฝัน
จะเหลือหล้าฟ้าไหนในรำพัน
จึงหวาดหวั่นเหลือเกิน..นักเดินทาง

ธรรมดา


"ขอบคุณพี่shareด้วยนะครับ"

บันทึกการเข้า
Thammada
มัจฉานุ
**
ตอบ: 85


ฤๅคู่ขนานนั้น ไร้วันจะบรรจบ


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 02 ม.ค. 14, 10:38




  อรุณฤกษ์เบิกฟ้า       ต่างอำลาแล้วปีเก่า
ก้าวย่างเส้นทางเรา      เป็นปีใหม่ละไมมาน

เทียนธรรมส่องนำทาง   ชูสล้างแลผสาน
โยงฝันพันตระการ        อุดมด้วยอำนวยชัย

อายุมั่นขวัญยืน         ยิ้มระรื่นและสดใส
พบฝันนั้นอำไพ         ซึ่งอบอุ่นด้วยบุญญาณ

เรืองโรจน์และโชติช่วง   เต็มทุกห้วงแห่งวาดหวาน
รวยล้ำสุขสำราญ         ประดับเด่นดั่งเพ็ญจันทร์

พรฟ้ามาดาลดล         ต่างเลิศล้นแล้วสีสัน
ปีใหม่มิ่งวัยวัน            ถ้วนสะท้อนแห่งพรพรหม ฯ


"สุขเสมอมั่นทุกท่านทุกคนครับ ตลอดปีตลอดไป"

.........................ธรรมดา

บันทึกการเข้า
Thammada
มัจฉานุ
**
ตอบ: 85


ฤๅคู่ขนานนั้น ไร้วันจะบรรจบ


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 30 มี.ค. 14, 15:56




“ รักทั้งน้ำตา ”

ยามเมื่อโลกโศกเศร้าเหงาอ้างว้าง
อยู่ในทางเปลี่ยวเปล่าคราวสับสน
กลืนน้ำตาฝ่าฝืนยืนสู้ทน
ฟ้าก็หม่นมืดทั่วถึงหัวใจ

รักหรือ? คือฝันหนึ่งซึ่งมนุษย์
มิอาจหยุดยื้อหมายคล้ายสงสัย
ทั้งสุขเศร้าซื่อนักเมื่อรักใคร
ก็กอดไว้หวังวันอันชื่นตา

โลกใบหนึ่งในมือที่ถืออยู่
รักจึงรู้ลดล้นบนคุณค่า
ต่อเมื่อเหลือคำถามในน้ำตา
ความห่วงหาลิบหรี่ไม่มีกัน

ไม่เหลือรอยคอยอยู่ในรู้สึก
และสำนึกไม่งามตามความฝัน
ถึงทางแยกแหลกลับไปกับวัน
จึ่งมืดนั้นหนักใน หัวใจคน

ดั่งเดินทางกลาง-เลลมเห่หวน
เคียงขบวนบ่าคลื่นในคืนหม่น
พายุเย้ยผืนน้ำก็ลามลน
อาจร่วงหล่นหรือฟื้นขึ้นยืนเย็น

หยั่งทิศทางห่างเหินก็เกินกล่าว
เหมือนเร่งร้าวรองยืนความขื่นเข็ญ
ชะตาหนอรอฟื้นดั่งคืนเพ็ญ
กลับได้เห็นหัวใจ ใกล้ดับลง

"แรงบันดาลใจจากหญิงสาว..ซึ่งรวดร้าวและกังวล
เธอผู้หลอมรวมเสรีภาพและความรักไว้ในห้วงแห่งความหวาดระแวง ด้วยความงามของเธอเอง"

ธรรมดา

บันทึกการเข้า
Thammada
มัจฉานุ
**
ตอบ: 85


ฤๅคู่ขนานนั้น ไร้วันจะบรรจบ


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 24  เมื่อ 04 มิ.ย. 14, 13:37



"บริบทเริ่มต้นของคนกล้า"


นั่น!แนวฟ้ากว่ากว้างดูคว้างเคว้ง
กล่อมวังเวงหว่านโศกราวโลกหลับ
ถมทางเปลี่ยวเดียวดายคนพ่ายพับ
เหมือนเดือนดับดาวดำแล้ว..ค่ำใคร

ลมแล้งแห้งแผ่นผืนผู้ยืนเหม่อ
รอแล้วเก้อกี่ครั้งภวังค์ไหว
เศร้าสั่งฟ้าฝากหาวกับดาวไกล
เธออยู่ใหนน้ำฟ้า..น้ำตาคน

ร่วงลงดินถิ่นเก่ากับเงามืด
ยามฟ้าฝืดฝั่งคอยเหมือนรอยหม่น
จะยิ้มหยอกหมอกมั่วหรือตัวตน
แล้วรอฝนฝากคำมาย้ำยิน-

เย็นอยู่หรือดื่มด่ำอันฉ่ำชื่น
หากเติมตื่นตามแนวแววถวิล
ชูชีวิตทิศทาง -หว่างฟ้าดิน
สะท้อนถิ่นทำนองรองอรุณ
.....
บริบทเริ่มต้นของคนกล้า
กาลเวลาล่วงเลยความเคยคุ้น
จวนตะวันคล้อยบ่ายบอกนายทุน
ไม่อบอุ่นอีกแล้วในแนวเมือง

จะกลับบ้านสานฝันอย่างวันเก่า
เรียนลำเนาน้ำป่าแลฟ้าเฟื่อง
สร้างชีวิตคิดค้นบนลานเรือง
กับช่อเอื้องอุ่นอวลแห่งมวลมิตร

"ขอบคุณที่ร่วมแจมนะครับ พี่Share"

ธรรมดา

บันทึกการเข้า
Thammada
มัจฉานุ
**
ตอบ: 85


ฤๅคู่ขนานนั้น ไร้วันจะบรรจบ


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 25  เมื่อ 06 มิ.ย. 14, 23:44


มิตรแท้เทียมฟ้าเช่นฟ้าว่าดาวคู่
หาร้างอยู่อย่างใดขาดใดเหมือน
ฟ้ามีดาวพราวภาพอาบแสงเดือน
มิคล้อยเคลื่อนเช่นมิตรอยู่ชิดใจ

"ขอบคุณที่ช่วยตรวจแก้ไขให้ครับ พี่Share
ง่ายๆก็พลาดได้เหมือนกันครับ น่าจะตาลายล่ะกระมัง"

ธรรมดา

บันทึกการเข้า
Thammada
มัจฉานุ
**
ตอบ: 85


ฤๅคู่ขนานนั้น ไร้วันจะบรรจบ


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 26  เมื่อ 07 มิ.ย. 14, 13:40



อักษรรำพึง.....

๐ ผู้อุทิศวิญญาณผ่านอักษร
ย่อมสะท้อนสุขโศกบนโลกหล้า
เห็นรอยยิ้มพริ้มใสในน้ำตา
โน้มแผ่นฟ้าเฟื่องฟูลงสู่ดิน

๐ เห็นทุ่งโล่งรำไรที่ไร้-แล้ง
ยังฝังแฝงพฤกษ์พันธุ์นั้นไม่สิ้น
เห็นหัวใจไหวหวานทะยานยิน
แล้วดับดิ้นด้วยพิษอวิชชา

๐ สรรพสิ่งนิ่งนับกับวิโยค
ประหนึ่งโศกสิงสิ้นแสวงหา
สูญสู่ว่างวิวัฒน์สูญศรัทธา
ไม่เหลือกล้าเหลือก้าวเก็บดาวเดือน

๐ นั่น! แผ่นผืนคืนหม่นของคนยาก
ผู้หลายหลากร่ำร้างกลางแดนเถื่อน
ซึ่งชะตาตกต่ำคอยย้ำเยือน
ให้อยู่เหมือนมอดไหม้ในชีวิต

๐ เห็นไหมใจกวีวรรณศิลป์
ผู้ไม่สิ้นศรัทธาประกาศิต
จะโบกโบยโดยเสรีและความคิด
เพื่อนิมิตมรรคาประชาชน

๐ เก็บกำคำร้อยล้านแล้วสานสร้าง
ปั้นเป็นทางเป็นไทให้เหตุผล
ให้ความหวานความหวังกำลังคน
แม้ท่วมท้นทุกข์ยากจากความจริง

๐ ผู้อุทิศวิญญาณผ่านอักษร
เธอรู้ร้อนรู้หนาวในทุกสิ่ง
รู้โลกรู้วางโดยหลักการพักพิง
เธอไม่ทิ้งสัมมาเมตตาธรรม.

ธรรมดา
๗ มิถุนายน ๒๕๕๗

บันทึกการเข้า
Thammada
มัจฉานุ
**
ตอบ: 85


ฤๅคู่ขนานนั้น ไร้วันจะบรรจบ


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 27  เมื่อ 14 มิ.ย. 14, 21:50




"ขอบคุณทุกๆท่านจากใจจริงนะครับ ที่กรุณาเข้ามาอ่าน"

ธรรมดา

บันทึกการเข้า
Thammada
มัจฉานุ
**
ตอบ: 85


ฤๅคู่ขนานนั้น ไร้วันจะบรรจบ


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 28  เมื่อ 24 มิ.ย. 14, 22:05



ต้นสาย-ปลายทาง

๐ ครั้งหนึ่งเคยหลงทางกลางท้องทุ่ง
หลงฟ้ารุ้งเรืองลออทอถัก
ป่าเขาเขียวเทียวธารผ่านพำนัก
ซึ่งฟูมฟักจิตใจและไมตรี

๐ คือความงามตามบทคนบ้านป่า
ดินน้ำฟ้าเกลียวกลมสมศักดิ์ศรี
ต่างผูกพันกันก่อเพียงพอดี
ตามวิถีเวิ้งว้างห่างเมืองกรุง

๐ เมื่อสมมุติฉุดฉันในวันหนึ่ง
ทิ้งทางซึ่งสันโดษจะโรจน์รุ่ง
กล่อมการไปจากป่ามาปรับปรุง
จำต้องมุ่งมั่งมีดีกว่าเดิม

๐ คนบ้านป่ามาไกลไฟความฝัน
ด้วยวันนั้นในสำนึกซึ่งฮึกเหิม
ยิ้มละไมไม่ท้อทางต่อเติม
ทั้งริเริ่มและร้างกลางเมืองคน

๐ ล้มลุกหลายเส้นทางระหว่างหวัง
และกำลังเริ่มล้าเหมือนฟ้าหม่น
มองความหมายหลายด้านการดิ้นรน
เริ่มสับสนทุกทีกับชีวิต

๐ ครั้งหนึ่งเคยหลงทางกลางเมืองใหญ่
หลงวิไลลวงตาว่ามีสิทธิ์
ความจริงทิ้งความฝันมันมืดมิด
แท้หลงผิดเพียงตนคนเดินดิน

๐ การไปถึงซึ่งฝันนั้นไม่ง่าย
เหมือนถมทรายลง'เลหรือจะบิ่น
เมืองยิ่งใหญ่ยิ่งไร้น้ำใจริน
เหมือนมลทินท้องฟ้าที่พร่ามัว

๐ เยื่อใยใจมนุษย์ชำรุดหลับ
เมื่ออยู่กับหน้ากากซากสลัว
จึงถอดทิ้งทางไทแก่ใจตัว
สำนึกทั่วถึงถิ่นดินน้ำฟ้า

๐ คิดถึงบ้านผ่านภาพความอบอุ่น
ตักเคยคุ้นคำใจในห่วงหา
หนักหน่วงช่วงไหนหนอในน้ำตา
ลูกแม่จ๋าถึงท้อแต่พอเพียง

๐ คำอาทรก่อนการก้าวกลับหลัง
หากกล้ำกลืนคืนฝั่งมาฟังเสียง
เพลงสายลมโลมร่ำใส่สำเนียง
จะจำเรียงขวัญขื่นให้ชื่นบาน

๐ ตะวันเคลื่อนคล้อยบ่ายบนฟ้ากว้าง
ความเวิ้งว้างวาดวันอันอ่อนหวาน
แมกไม้ สายน้ำใสละไมมาน
ซึ่งกล่อมการกลับป่ามาเตือนตน

๐ อ้อมกอดแห่งขุนเขาเข้าโอบอุ้ม
มากมิตรรุมล้อมเรียงเสียงสับสน
สาระสุขทุกข์เข็ญความเป็นคน
เพื่อจะพ้นพบไทใจดวงนี้

:: จากบันทึก ต้นสาย-ปลายทาง(เขื่อนน้ำงึม2 ถึง ฮิโรชิมา)

ธรรมดา
๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๗

บันทึกการเข้า
Thammada
มัจฉานุ
**
ตอบ: 85


ฤๅคู่ขนานนั้น ไร้วันจะบรรจบ


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 29  เมื่อ 02 ก.ค. 14, 17:41



                 -«{ความฝันของต้นไม้}»-

ฟ้าครึ้มฝนหล่นร่วง         ดั่งสรวงทราบอัชฌาสัย
หล้าแล้งรับกับไฟ            ก็พลันฟื้นระรื่นรมย์

พฤกษาสิกล้าแย้ม            ผลิใบแต้มตามปฐม
ชูช่อก่อก้านกลม              เสนอหนึ่งจะพึงพราว

แรกรุ่นละมุนหมาย         ก็ท้าทายถึงห้องหาว
ต่อยอดกอดดวงดาว        หาเพียงพรั่นประหวั่นใด

ระยะประคองต้น             แม้จะหม่นจะหมองไหม
แตกช่อล้อลมไกว            ยิ้มรับหล้าและตาวัน

เฉิดฉายปลายพุ่งโพ้น      สูงจากโคนคว้าความฝัน
ผ่านเพียรผ่านภัยพัน        เพื่อจะพ้นเป็นต้นตรง

ยอดเหยียดสูงเสียดฟ้า      รากอยู่หล้าลืมหรือหลง
รำลึกเถิดพฤกษ์พงศ์         เพื่อโอบเอื้อเพื่อมวลชน

จรรโลงโลกรุ่มร้อน         เขียวขจรขจัดหม่น
พันธะธุระตน                   เป็นปอดให้หัวใจงาม

                               ธรรมดา

บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 6
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.043 วินาที กับ 19 คำสั่ง