เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 12
  พิมพ์  
อ่าน: 76494 เมื่อคุณตา คุณยายยังเด็ก
Rangson Boontham
อสุรผัด
*
ตอบ: 49



ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 16 ม.ค. 13, 20:15

ขอเสริมด้วยภาพปกหนังสือทั้ง 4 เล่มที่มีอยู่ครับ  ยิ้ม
ประทับใจหนังสือชุดนี้มากครับ ทั้งเรื่องราวของคุณทิพย์วาณีและภาพประกอบของคุณปีนัง ชอบทุกตอนเลย ตอนเด็กๆ อ่านตอน เขามอ แล้วอดใจไม่ไหว ต้องไปหาซื้อไม้ดัดต้นเล็กๆ มาปลูกไว้ดูเล่นบ้าง  ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 16 ม.ค. 13, 20:25

อยากอ่านตอนที่หลงเหลืออยู่ในสตรีสาร  น่าจะมีใครนำมารวมเล่มเป็นเล่มที่ 5 นะคะ
เสียดายมาก ว่าเมื่อไม่มีคุณทิพย์วาณีแล้ว ก็ไม่มีใครเขียนเรื่องทำนองนี้อีก
บันทึกการเข้า
SRISOLIAN
อสุรผัด
*
ตอบ: 36


ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 17 ม.ค. 13, 09:54

ผมคิดว่าท่านใดที่ยังเก็บสตรีสารภาคพิเศษเอาไว้ (ในช่วงปีพ.ศ.2525-2530) ก็อาจช่วยกันทยอยลงในกระทู้นี้ก็ได้ครับ จะได้เป็นการแบ่งปันความรู้กัน นอกจากนี้ผมยังเคยอ่านเจอในนิตยสารสำหรับเด็กอย่าง "สวนเด็ก" ก็เคยลงด้วยเหมือนกันครับ...ช่วยๆ กันแกะรอยและรวบรวมตอนอื่นๆ ที่ยังหลงเหลืออยู่ตามหนังสือต่าง ๆ รวบรวมเป็น "เมื่อคุณตาคุณยายยังเด็ก เล่ม 5" (ฉบับเรือนไทยอุทิศ) กันนะครับ 
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 17 ม.ค. 13, 10:14

ดิฉันยังห่วงอยู่อย่างหนึ่งคือเรื่องลิขสิทธิ์  ถึงแม้คุณทิพย์วาณีถึงแก่กรรมไปแล้ว     แต่ไม่ทราบว่าทายาทของท่านที่ได้รับมรดกลิขสิทธิ์นี้เป็นใคร    จะยอมให้เราเอาผลงานมาลงทั้งหมดหรือเปล่า
เท่าที่เอามาลงได้บางส่วน ข้างบนนี้ ก็เอามาจากอินเทอร์เน็ตซึ่งมีเว็บอื่นลงอยู่แล้วค่ะ

แต่กำลังหวังก็คือสนพ.ที่เคยพิมพ์ เมื่อคุณตาคุณยายยังเด็ก จะสนใจรวบรวมเรื่องอื่นๆของท่านที่ยังไม่ได้ตีพิมพ์รวมเล่ม  เพื่อเป็นหนังสือดีๆให้เยาวชนอ่านอีกครั้ง     ผู้สนใจคงจะไปหาได้จากหอสมุดแห่งชาติค่ะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 19 ม.ค. 13, 10:45

ลองอ่านเรื่องนี้แก้ขัดไปก่อนนะคะ
พ่อค้าแม่ค้าเร่

เมื่อคุณตาคุณยายยังเด็ก    บ้านเมืองไม่มีร้านอาหารให้ไปซื้ออาหารกินได้มากมายอย่างทุกวันนี้        เด็กๆไม่ได้รับอนุญาตให้ออกจากบ้านนอกจากตามผู้ใหญ่ไป    จึงไม่มีโอกาสจะวิ่งออกจากบ้านไปซื้อของกินปากซอยหรือตามร้านอาหารริมถนนใหญ่  แต่ก็ไม่อดอยาก   เพราะมีของกินมาขายถึงบ้าน  จากพ่อค้าและแม่ค้าเร่ที่หาบสินค้าเดินไปตามถนนและตรอกซอยต่างๆ

พ่อค้าแม่ค้าพวกนี้มีของกินใส่ในกระจาดสองใบหน้าหลัง   ใส่ไว้ในสาแหรกที่ทำด้วยหวาย 4 สาย ตอนบนทำเป็นห่วงสอดเข้าไปไม้คาน ตอนล่างขัดกันเป็นสี่เหลี่ยมสําหรับวางกระจาด    พ่อค้าแม่ค้าเร่หาบไม้คานไว้บนบ่า  ไม้คานเป็นไม้แบนๆ ดัดให้โค้งนิดหน่อย เวลาหาบมันก็จะอ่อนเยิบๆไม่แข็งจนกดบ่าเจ็บเกินไป   เพราะน้ำหนักสินค้าอยู่บนบ่าของเขาทั้งหมด    เดินๆไปก็ร้องบอกชื่อของขายให้ชาวบ้านรู้ว่ามีอะไรบ้าง  ใครอยากกินก็ออกมาเรียกซื้อให้แวะเข้าไป
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 19 ม.ค. 13, 10:48

ของที่ขายมีของกินทั้งของคาวและของหวาน     ของกินของโปรดของคุณยายคือหมูสะเต๊ะ  คนขายส่วนมากเป็นคนจีน  พ่อค้าเจ้าประจำที่หาบหมูสะเต๊ะเข้าซอยมาวันเว้นวันเป็นคนจีนชรา  มีหลานชายตัวเล็กๆเดินตามหาบมาด้วย      เมื่อคุณแม่ของคุณยายเรียกพ่อค้าหมูสะเต๊ะเข้ามาในรั้วบ้านเขาก็ลงนั่งติดไฟในเตาถ่านที่วางบนกระจาด  เวลาปิ้ง เขาให้หลานชายช่วยหยิบกาบมะพร้าวที่ติดมาในกระจาดใส่ลงในเตาถ่านด้วย   กาบมะพร้าวช่วยให้หมูปิ้งเหลืองสวย และมีกลิ่นหอมหวนมากกว่าถ่านธรรมดา 

การปิ้งหมูสะเต๊ะสนุกมาก    พ่อค้าหยิบไม้เหลาแหลมๆ มาเสียบชิ้นหมูดิบปนมันบางๆที่เขาหั่นใส่ไว้ในกาละมัง มีผ้าบางๆคลุมวางไว้ในสาแหรก   นอกจากเนื้อหมู  ใครจะสั่งตับด้วยก็ได้    เขามีตับหมูฝานชิ้นบางๆ ถ้าใครต้องการก็หยิบมาเสียบไว้ครึ่งล่างของหมูปิ้งเสียบไม้  ปิ้งไปพร้อมกัน    เวลาปิ้ง เขาพรมๆกะทิ เพื่อให้หมูมีรสหวานมัน 

เด็กๆเฝ้าดูเขาปิ้งหมูบนตะแกรงเหล็กเล็กๆบนเตาถ่าน  พลิกไปมาจนสุก  มันสีเหลืองจากหมูหยดติ๋งๆเป็นน้ำมันลงในจานสังกะสีที่คุณแม่ของคุณยายส่งให้พ่อค้าวางหมูสะเต๊ะ   ส่งกลิ่นหอมอร่อยจนคุณยายและพี่ๆน้องๆอดใจไม่อยู่ ต้องไปรุมล้อมอยู่รอบหาบ    แต่จะกินได้ต่อเมื่อยกจานขึ้นไปวางที่โต๊ะอาหารแล้วเท่านั้น
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 22 ม.ค. 13, 22:16

    นอกจากหมูสะเต๊ะ  ก็มีอาหารอย่างอื่น เช่นข้าวแกง   ขนมจีนน้ำยา น้ำพริก    มีแม่ค้าเป็นคนหาบผ่านหน้าบ้านมาในตอนกลางวัน   ถ้าหากว่าเจ้าไหนทำอร่อย ชาวบ้านก็มักเรียกซื้อเป็นประจำ  บางทีก็หมดเสียก่อนจะถึงปลายทาง       แม่ค้าขายขนมมีขนมไทยห่อใบตองวางเรียงในกระจาด  เช่นขนมขี้หนู ขนมใส่ไส้ ขนมถ้วย   ขนมตาล     เวลาหาบมาแม่ค้าก็ร้องบอกมาด้วยว่า "ขนมแม่เอ๊ย"  แล้วก็จาระไนชื่อขนมให้ลูกค้ารู้ว่าขายอะไรบ้าง   จะได้เลือกซื้อได้ถูก    แค่ได้ยินรายชื่อขนมเด็กๆก็น้ำลายสอแล้ว

     ตอนบ่ายๆมีแม่ค้าขายของกินเล่นอย่างสาคูไส้หมู  หรือไส้กรอกปลาแนม ผ่านมา    บางวันก็มีห่อหมก    เดินเคาะไม้สองอันดังป๊อกๆ ร้องว่า "หมกจ้า หมก"     ถ้าเป็นฤดูร้อน   ก็มีคนสะพายกระติกไอศกรีมแท่งที่เรียกว่า "ไอติมแท่ง" มาขาย    เป็นแท่งยาวๆมีไม้เสียบ  เป็นไอศกรีมคนไทยทำ หลายรสหลายสีด้วยกัน

     พ่อค้าแม่ค้าเร่ทำให้ตรอกซอยในเวลากลางวันไม่เหงาเงียบ      มีเสียงร้องขายสินค้าอยู่ตลอดวัน  เจ้าหนึ่งผ่านไป อีกเจ้าก็มาถึง    ถ้าหากว่าเป็นขนม เด็กๆก็ฉุดไม้ฉุดมือแม่ให้ออกไปซื้อ หรือไม่ก็วิ่งไปขอสตางค์แม่  เปิดประตูบ้านออกไปซื้อเอง    คุณยายชอบกินขนมลูกชุบ ที่ทำเป็นลูกตะขบ  เป็นชมพู่ มะม่วง ฟักทองลูกเล็กๆ ทาสีชุบวุ้นเป็นเงาน่ากิน     นอกจากนี้ยังมีลูกชุบทำเป็นพริกสีเขียวสีแดงเหมือนของจริงมาก     คุณยายเคยหยิบพริกในครัวกินด้วยความเข้าใจผิดว่าเป็นขนมลูกชุบ   เลยเผ็ดจนน้ำตาไหล  เข็ดขนมลูกชุบไปนาน

                                                                                             "เทาชมพู"
    
บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1277


ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 23 ม.ค. 13, 02:52

อยากอ่านตอน "เรื่องของอีตู้ที่ไล่ฟันคน"  ครับ ไม่ทราบว่าท่านอาจารย์พอจะอนุเคราะห์ได้ไหม ชื่อเรื่องออกแนวอาชญากรรมน่าตืนเต้นถูกใจขาโหดแบบกระผมยิ่งนักครับ
บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 23 ม.ค. 13, 09:00

เด็กชายประกอบก็ช่างขยันหาการบ้านมาให้ครูจริงๆ   เศร้า

ไม่เคยได้ยินเรื่องอีตู้ที่ไล่ฟันคนค่ะ   ต้องถามคุณ sirinawadee ว่าจำเรื่องได้ไหม ช่วยเล่าให้คุณประกอบฟังหน่อยนะคะ
ไม่มีเรื่องโหดๆค่ะ    มีแต่ thriller ในอดีต  คุณแม่เคยเล่าให้ฟังว่าเป็นเรื่องที่ได้ยินตอนคุณแม่เด็กๆ   ชื่อเรื่องตารอดปอดแฉ่ง ที่ขายเนื้อมนุษย์    ถ้าสนใจก็กรุณายกมือขึ้น   จะอยู่ในหัวเรื่อง ผู้ร้ายในนิทาน
บันทึกการเข้า
SRISOLIAN
อสุรผัด
*
ตอบ: 36


ความคิดเห็นที่ 24  เมื่อ 23 ม.ค. 13, 09:09

มารอคุณเทาชมพูขยายความเรื่องนี้น่าสนใจมากครับ และขอติดตามตอนต่างๆ ของเมื่อคุณตาคุณยายยังเด็กจากคุณเทาชมพูต่อไปครับ  เป็นเกร็ดความรู้ที่อ่านสนุกโดยแท้
บันทึกการเข้า
sirinawadee
ชมพูพาน
***
ตอบ: 101


ความคิดเห็นที่ 25  เมื่อ 23 ม.ค. 13, 13:55

โอ แย่แล้วอาจารย์เรียกตอบ  ฮืม

เรื่องของอีตู้พอจำได้ว่า มีหญิงคนหนึ่งชื่ออีตู้ (สมัยนี้ก็นางสาวตู้) โกรธเคืองใครมาไม่ทราบ เที่ยวเอาอีโต้ไล่ฟันคนไปทั่วค่ะ ตอนหลังถูกจับกุมได้น่าจะถูกประหารชีวิตและมีการนำศพเธอมาผ่าเพื่อศึกษาด้วยค่ะ

อีกคดีที่เล่าไว้ในเมื่อคุณตาคุณยายยังเด็กก็เรื่องบุญเพ็งหีบเหล็ก ที่ฆ่าคนตายแล้วเอาศพใส่หีบเหล็กโยนลงน้ำไป
บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1277


ความคิดเห็นที่ 26  เมื่อ 23 ม.ค. 13, 15:46

คุณครูครับ หาห้องเรียนวิชา "ผู้ร้ายในนิทาน" ไม่เจอครับ   กะว่าห้องนี้จะไปจองนั่งหน้าเลย  ยิงฟันยิ้ม  ยิงฟันยิ้ม  ยิงฟันยิ้ม  ยิงฟันยิ้ม  ยิงฟันยิ้ม  ยิงฟันยิ้ม  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 27  เมื่อ 23 ม.ค. 13, 21:50

ก็ห้องนี้ละค่ะ   เด็กชายประกอบ
ขอเวลาเตรียมสอนหน่อยนะคะ

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 28  เมื่อ 24 ม.ค. 13, 07:55

ผู้ร้ายในนิทาน

คุณยายได้ชื่อว่าเป็นเด็กซน  ผิดกับเด็กผู้หญิงอื่นๆที่ถูกฝึกหัดให้นั่งพับเพียบเรียบร้อย อยู่ใกล้ๆผู้ใหญ่เพื่อจะหัดกิริยามารยาท  ฝึกทำกับข้าวกับปลา เย็บผ้า ร้อยดอกไม้      คุณยายชอบไปวิ่งเล่นในสวนผลไม้ซึ่งอยู่ล้อมรอบบ้านคลองสาน   มีเนื้อที่หลายสิบไร่  สามารถกระโจนข้ามท้องร่องได้ไม่พลาดตกลงไปเลย   ห้ามก็ไม่ฟัง  ดุก็ไม่ฟัง   ทำให้พี่เลี้ยงของคุณยายหนักใจมาก    จึงหาทางออกโดยเล่านิทานให้ฟัง เพื่อให้คุณยายกลัวจะได้ไม่ไปวิ่งซุกซนอยู่คนเดียวอีก

คุณยายจึงรู้จักผู้ร้ายหลายคน  บางคนก็มีตัวจริง  บางคนคุณยายก็ไม่รู้ว่ามีจริงหรือไม่     แต่ฟังแล้วก็กลัว ทำให้หยุดซนไปได้ชั่วคราว

ผู้ร้ายคนแรกที่คุณยายรู้จักชื่อ "อ้ายย่ามแดง"   ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นคนร้ายสะพายย่ามสีแดง    มันจะมาด้อมๆมองๆอยู่แถวบ้านเพื่อจับเด็กใส่ย่ามเอาไปทำพิธีกรรม     อ้ายย่ามแดงน่าจะเป็นขโมยมากกว่าโจร เพราะมันไปไหนมาไหนคนเดียว      คำว่าขโมยกับโจรไม่เหมือนกัน  ขโมยคือพวกที่แอบเข้ามาลักทรัพย์สินเงินทองในบ้าน เวลาคนในบ้านไม่เห็น  แล้วหนีไปก่อนจะถูกจับได้   พวกนี้มักไม่ทำร้ายเจ้าของบ้านยกเว้นจวนตัว     ของที่เอาไปก็คือข้าวของเท่าที่จะหยิบฉวยได้    ส่วนโจรคือคนร้ายที่รวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ยกพวกเข้าปล้น มีอาวุธครบมือ  มักจะเกิดขึ้นในชนบท     พวกนี้จะเลือกปล้นแต่บ้านเศรษฐี   กวาดข้าวของไปหมดบ้าน บางครั้งก็ฆ่าเจ้าทรัพย์ด้วย
แต่ไม่ว่าอ้ายย่ามแดงจะเป็นขโมยหรือโจร     คุณยายก็กลัวถูกจับลงย่ามเอาตัวไป    จึงไม่กล้าออกจากบ้านไปเล่นคนเดียวในสวนอีก
  อ้ายย่ามแดงเป็นผู้ร้ายที่มีชื่อเป็นที่รู้จักกัน ถึงกับมีคนเอาไปทำเป็นหนังไทย ฉายเมื่อหลังสงครามโลกครั้งสองจบลงประมาณ 5 ปี

ผู้ร้ายคนที่สองที่คุณยายรู้จัก คือตารอดปอดแฉ่ง    มีคำร้องคล้องจองกันว่า "ตารอดปอดแฉ่ง  ผัวนางแมงดา  หกล้มหกลุก  ผัวนางตุ๊กกะตา"
พี่เลี้ยงเล่าให้คุณยายฟังว่า ตารอดแกเป็นสัปเหร่อ   ตามธรรมเนียมไทยเมื่อมีคนตาย  ญาติพี่น้องก็ส่งให้สัปเหร่อรับไปจัดการ ห่อผ้าตราสังข์   ใส่โลง  สวดเสร็จก็เผา     ญาติพี่น้องไม่มีโอกาสเห็นหน้าค่าตาคนตายอีก    คนที่เห็นมีคนเดียวคือสัปเหร่อ  ดังนั้นสัปเหร่อจะทำอะไรกับศพนอกเหนือจากนี้ก็ทำได้
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 29  เมื่อ 24 ม.ค. 13, 08:10

ตารอดก็เหมือนสัปเหร่อทั่วไปที่ต้องเจอคนตายอยู่เป็นประจำ  จนกระทั่งไม่กลัว     แต่แกไม่เหมือนสัปเหร่ออื่น คือนอกจากไม่กลัวแล้ว  แกยังชอบกินอีกด้วย   
สิ่งที่แกชอบคือเครื่องในมนุษย์  เมื่อตายใหม่ๆร่างกายยังไม่ทันเน่า  ตารอดก็รีบผ่าศพควักเครื่องในออกมาก่อน  เอาไปต้มใส่ตะไคร้ใบมะกรูดเหมือนต้มเครื่องในวัว   นอกจากนี้ตารอดก็ยังรู้ว่าเนื้อมนุษย์นั้นอร่อยมาก  มากกว่าเนื้อสัตว์ชนิดไหนๆทั้งหมด

ตารอดทำตัวเป็นมนุษย์กินคนมาจนแก่ตัวลง  ใครๆเรียกว่า"ตา" แล้ว    แกก็มีเมียชื่อว่านางแมงดา    ในนิทาน ไม่ได้บอกว่านางแมงดาทำงานอะไร ก็คงเป็นแม่บ้านอยู่เฉยๆ   อายุแก่พอๆกับตารอด   ตารอดจึงไปติดพันหญิงสาวอีกคนหนึ่งจนได้เป็นเมียน้อย  ชื่อแม่ตุ๊กกะตา
แม่ตุ๊กกะตาเป็นแม่ค้าขายขนมจีนน้ำยา  แต่ขายไม่ดี  สู้เจ้าอื่นไม่ได้     ตารอดก็เลยช่วยเหลือแม่ตุ๊กกะตาด้วยการไปแล่เนื้อจากศพใหม่ๆ มาให้แม่ตุ๊กกะตาทำขาย   ใช้เนื้อคนแทนเนื้อปลา     ขนมจีนน้ำยาของแม่ตุ๊กกะตาขายดีเป็นเทน้ำเทท่า    ลูกค้าติดใจว่าน้ำยาอะไรอร่อยขนาดนี้ไม่เคยเกินที่ไหนมาก่อน

เมื่อเรื่องรู้ไปถึงหูนางแมงดา   นางก็มาหึงแม่ตุ๊กกะตาถึงกับตบตี  ตารอดเข้าไปช่วย ก็ถูกนางแมงดาไล่ตีจนล้มลุกคลุกคลาน   กลายมาเป็นคำคล้องจองว่า
ตารอดปอดแฉ่ง  ผัวนางแมงดา  หกล้มหกลุก ผัวนางตุ๊กกะตา
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 12
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.055 วินาที กับ 19 คำสั่ง