เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2 3 ... 5
  พิมพ์  
อ่าน: 35299 ทับทิมหงามุก Padamyar Ngamauk รัตนะแห่งบัลลังก์พม่า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30709

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
 เมื่อ 06 ม.ค. 13, 10:31

แยกมาจากกระทู้  “พม่ารบฝรั่ง” บทสุดท้ายของ “มาดูรูปพิธีกรรมสำเร็จโทษเจ้านายในพม่ากัน
http://www.reurnthai.com/index.php?topic=5490.msg117605;topicseen#msg117605


นายพันเอกสลาเดน(คนนี้จอมเจ้าเล่ห์)ก็ทำเป็นสัตย์ซื่อคืนให้ไป ผมคิดเอาเองว่า ถ้าจริงตามข่าวก็ถือว่าเป็นการสร้างภาพเพราะแกกำลังโดนพระนางศุภยลัตทวงคืนพลอยหงามุกอย่างหนักหน่วงแบบไม่ไว้หน้า และแกอาจจะยักทองคำที่เจอเอาไว้ส่วนหนึ่งด้วยแล้วก็ได้


เรื่องทับทิมพม่านั้น มีเม็ดงามที่สุดสีแดงเข้ม ใหญ่เท่าไข่นกพิลาปตกทอดเป็นพระราชมรดกมาหลายรัชกาล ชื่อว่าหงามุก Ngamauk จนถึงในรัชสมัยพระเจ้ามินดง ทรงถูกอังกฤษบีบคั้นหนัก จึงพยายามดำเนินวิเทโศบายที่จะเอาฝรั่งเศสมาคานอำนาจอังกฤษ โดยเอาทรัพยากรของพม่าที่ฝรั่งอยากได้มาล่อให้โลภ คุณตั้งเล่าไปแล้ว ครั้งหนึ่งทรงเอาพระธรรมรงค์หงามุกมาอวดคณะทูตการค้าที่เดินทางจากปารีสมาดูลาดเลา พวกฝรั่งเศสเห็นเข้าถึงกับตกตะลึง เมื่อถูกพระเจ้ามินดงรบเร้าให้ตีราคา จึงกราบทูลว่าทับทิมนี้มีค่าเท่ากับประเทศหนึ่งประเทศ พระเจ้ามินดงไม่ทันคิดในความหมายแฝง จึงทรงหัวเราะชอบพระทัย ในที่สุดก็ทรงเสียประเทศให้อังกฤษจริงๆ และสิ่งแรกที่อังกฤษปล้นไปจากพระราชวังที่มัณฑเลย์ก็คือ หงามุก ว่ากันว่าพระนางวิกทอเรียได้เคยนำมาประดับมงกุฏองค์หนึ่ง พออดีตพระราชินีไร้บัลลังก์ของพม่าเห็นรูปในหนังสือพิมพ์เข้าโวยวาย หงามุกก็ดำดินหายไป ปัจจุบันก็ยังไม่โผล่



บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30709

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 06 ม.ค. 13, 10:33

เอารูปมาเรียกคนดูหน้าวิกไว้ก่อน  ยิ้มเท่ห์
รูปนี้ออกจะแต่งเติมเสริมต่อความมโหฬารของทับทิมหงามุกมากเกินไป   ดูราวกับตั้งกองไฟเอาไว้ระหว่างพระเจ้าแผ่นดินพม่ากับนายทหารอังกฤษ
แต่ก็เรียกน้ำย่อยได้ดี  ก่อนจะเข้าสู่เรื่องนะคะ


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30709

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 06 ม.ค. 13, 11:16

พม่าเป็นเจ้าแห่งเหมืองทับทิม    ส่วนทับทิมที่เป็นเจ้าแห่งทับทิมก็คือ "หงามุก"  หรือ Padamyar Ngamauk ซึ่งแปลเป็นอังกฤษว่า Royal Ruby  เป็นทับทิมขนาดใหญ่เท่าไข่นกพิราบ  สีแดงสดงดงามปราศจากตำหนิ  
ทับทิมหงามุกมีประวัติย้อนหลังยาวนานไปถึงค.ศ. 1661     แรกเริ่มด้วยการที่มีพม่านายหนึ่งชื่อหงามุกคยี   เกิดพบรัตนชาติสีแดงเลือดนกพิราบขนาดใหญ่เท่าผลหมาก  หนักประมาณ  82 กะรัต  นายคนนี้ก็นำขึ้นถวายพระเจ้าแปร  พระเจ้าแปรก็ถวายพระเชษฐาซึ่งเป็นพระเจ้าแผ่นดินแห่งราชวงศ์ยองยาน    พระองค์พระราชทานนามทับทิมนี้ว่า หงามุก ตามชื่อคนพบคนแรก

ทับทิมหงามุกกลายเป็นรัตนชาติของหลวงเม็ดเอกในท้องพระคลัง ผ่านจากราชวงศ์ยองยานมาจนถึงราชวงศ์คองบอง    มาปรากฎเรื่องราวอย่างที่ท่าน NAVARAT.C  เล่าไว้ก่อนหน้านี้ คือพระเจ้ามินดงนำทับทิมเม็ดนี้ออกมาให้ทูตฝรั่งเศสตีราคา    เหล่าฝรั่งเศสเห็นทับทิมเข้าก็อ้ำอึ้งตะลึงงันไป   เพราะความงามของทับทิมเม็ดนี้เกินกว่าจะประเมินได้ถูก     ต่อให้เทกระเป๋าชาวฝรั่งเศสทั้งหมดมารวมกันก็ไม่อาจซื้อได้แม้แต่เศษเสี้ยว   ได้แต่ทูลตอบว่าทับทิมนี้มีค่าควรประเทศหนึ่งประเทศทีเดียว
คำตอบนี้จะว่าไปก็เหมือนเป็นลางร้ายของพม่า   เพราะประเทศนั้นก็คือประเทศพม่านั่นเอง  โดยพระเจ้ามินดงมิได้เฉลียวใจเอาเลย  
ทับทิมหงามุกจึงอยู่คู่บัลลังก์พม่าต่อมา จนกระทั่งถึงวาระสุดท้ายของราชวงศ์คองบอง  เมื่อพระเจ้าสีป่อและพระนางศุภยาลัตถูกอังกฤษยึดราชอาณาจักรและเนรเทศสองพระองค์ไปอยู่อินเดีย
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30709

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 06 ม.ค. 13, 11:56

ขอตัดฉากมายังวันที่  29  พฤศจิกายน  ค.ศ. 1885 ตรงกับในรัชกาลที่ 5  ปีนั้นไทยกำลังวุ่นวายกับการปราบฮ่อ   ส่วนพม่าก็วุ่นวายกับรบฝรั่งอังกฤษ   วันนี้เป็นวันพ่ายแพ้วันสุดท้ายแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด เมื่อพระเจ้าสีป่อและพระมเหสีตลอดจนโอรสธิดาถูกขีดเส้นตายเนรเทศออกจากพม่า ไปอินเดีย   ในพระราชฐานเต็มไปด้วยความโกลาหล  มหาดเล็กและนางข้าหลวงสาละวนกับการเก็บข้าวของมีค่าติดตัวเอาไปด้วยเท่าที่จะทำได้   ส่วนของมีค่าอื่นๆที่เก็บไม่ทันก็ต้องปล่อยให้ตกเป็นเหยื่อแร้งกาทั้งพม่าและฝรั่งตามยะถากรรม

ตัวละครเอกในกระทู้นี้ ซึ่งไม่แน่ใจว่าควรจะจัดเข้าฝ่ายพระเอกหรือผู้ร้าย ชื่อพันเอกเอ็ดเวิร์ด สเลเดน   เป็นหัวหน้านายทหารฝ่ายการเมืองของกองทัพอังกฤษ    กำลังเดินเข้าห้องโน้นออกห้องนี้ในพระราชฐานโดยไม่ละเว้นแม้แต่ห้องที่ประทับของพระเจ้าสีป่อและพระนางศุภายาลัต   ทำทีเหมือนกำลังตรวจตราความเรียบร้อย      
เมื่อเข้าไปถึงที่ประทับของกษัตริย์พม่า   เขาก็กำชับกำชาเหล่าข้าราชบริพารว่าอย่าลืมเก็บของมีค่าเพชรนิลจินดาทั้งหลายใส่หีบ ขนออกไปให้หมด อย่าเหลือทิ้งเอาไว้ทางนี้
ว่าแล้ว นายพันเอกทหารก็หันไปทางพระนางศุภยาลัต แล้วพนมมือขึ้นกราบทูลถามว่า..พระนางทรงเก็บทับทิมหงามุกอันมีค่าควรเมืองเรียบร้อยดีแล้วรึยัง  ข้าพระพุทธเจ้าขอดูให้แน่ใจหน่อยได้ไหมพะย่ะค่ะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30709

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 06 ม.ค. 13, 13:06

พระนางศุภยาลัตมีนางสนองพระโอษฐ์คนหนึ่งเป็นจ้าหญิงจากเมือง Chuntaung(ยังหาไม่เจอว่าพม่าเรียกเมืองอะไร  คิดว่าคุณเพ็ญชมพูเจอคงจะเข้ามาบอกเอง) เธอมีนามว่า Thu Thiri Sandar Wadi ขอเรียกแบบไทยๆสไตล์นวรัตนดอทซี ว่า เจ้าสุสิริ แสนดารวดี
เจ้าสุสิริเป็นผู้รักษาดูแลกำปั่นเครื่องเพชรนิลจินดาของพระนางโดยตรง   เมื่อพระนางศุภาลัตมีบัญชาให้นำทับทิมมาให้พันเอกสเลเดนดูตามคำขอ     เธอก็เปิดหีบกำปั่นหยิบกล่องทองเล็กๆที่บรรจุทับทิมค่าควรราชอาณาจักรออกมาเปิดให้ดู    ในแหล่งข้อมูลหนึ่งบอกว่าทับทิมเม็ดนี้ประดับเป็นหัวแหวน  แต่แหล่งอื่นบอกว่าเป็นทับทิมเดี่ยวๆไม่ได้ฝังอยู่บนอะไร    แต่จะเป็นอะไรก็ตาม  เอาเป็นว่าเป็นทับทิมหงามุกแน่ๆ  ข้อนี้ไม่ผิดพลาดก็แล้วกัน

นายทหารใหญ่ก็หยิบทับทิมขึ้นมาชม  พลิกซ้ายพลิกขวา อย่างเพลิดเพลิน หลายรอบก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะวางกลับลงในกล่องซักที
เท่านั้นยังไม่พอ    พันเอกสเลเดนยังยื่นทับทิมให้ขบวนนายทหารติดตามได้ชมด้วย     ทุกคนก็พากันจ้องมองอย่างตื่นตะลึง

ขบวนการชมทับทิมดำเนินไประยะหนึ่ง    พันเอกก็หยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาบรรจงเช็ดทับทิมเหมือนจะให้หมดราคีที่ถูกจับไปจับมา    แต่แล้วก็เหมือนกับพี่แกเผลอตัว หรือใจลอย  แกก็พับผ้าเช็ดหน้าพร้อมทับทิมหย่อนลงกระเป๋าเสื้อ  โดยมิได้ส่งคืน

แต่การกระทำของพันเอกสเลเดนมิได้รอดพ้นสายตาคมเหมือนเหยี่ยวของเจ้าสุสิริไปได้ เพราะเธอนั่งจ้องเป๋งจับตามองทุกกระดิกนิ้ว     เธอเปิดกล่องทองอ้าเอาไว้อย่างนั้นเพื่อให้ประจักษ์แก่ตาว่าทับทิมยังมิได้กลับลงไปในกล่อง     แล้วก็รอว่าเมื่อไรพันเอกจะคืนทับทิมให้เสียที
บันทึกการเข้า
chounws
ชมพูพาน
***
ตอบ: 121



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 06 ม.ค. 13, 13:52

มารายงานตัวว่ากำลังชม(อ่าน)อยู่นะครับ ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30709

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 06 ม.ค. 13, 14:28

พระนางศุภยาลัตก็คงจะเห็นเหตุการณ์นี้อยู่ด้วย  เพราะพระนางมิใช่หญิงบื้อๆชนิดจะปล่อยพระราชทรัพย์ชิ้นมีค่าสูงสุดหลุดมือไปง่ายๆ    จะทวงออกมาตรงๆก็ใช่ที่    ก็เลยใช้วิธีหันไปถามเจ้าหญิงสุสิริว่า  อ้าว  ทำไมยังไม่ปิดฝากล่องทับทิมเสียทีละจ๊ะหล่อน    
เจ้าหญิงนางสนองพระโอษฐ์ได้ไฟเขียว ก็ตอบรับเป็นปี่เป็นขลุ่ยสอดคล้องกันดีว่า...ก็ผู้การท่านยังไม่ได้คืนทับทิมหงามุกมาเพคะ

ในเมื่อถูกจับได้คาหนังคาเขาแบบนี้    ช้างอังกฤษก็จำต้องคายอ้อยรัตนชาติพม่าออกจากปากด้วยความเสียดาย    ทำเป็นไก๋ ทูลว่า
โอ๊ะ ขอพระราชทานอภัย ข้าพระพุทธเจ้าเผลอเก็บลงกระเป๋าไปได้ยังไงก็ไม่ทันรู้ตัว   คงชุลมุนกันอยู่ตอนนั้นน่ะพ่ะย่ะค่ะ
ว่าแล้วก็จำใจหยิบทับทิมหงามุกออกจากกระเป๋า  ส่งคืนให้เจ้าหญิงสุสิริ   เธอก็รับมาใส่ลงไปในกล่องทองปิดฝาดังฉับ    เป็นอันว่าทับทิมหงามุกรอดไปได้ในครั้งนั้น

หน้าตาพันเอกเอ็ดเวิร์ด สเลเดน เป็นยังงี้ค่ะ   หารูปจากอินทรเนตรมาได้รูปเดียว  



บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30709

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 06 ม.ค. 13, 14:33

ภาพนี้พันเอกสเลเดนเข้าเฝ้าพระเจ้าสีป่อ


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10916


ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 06 ม.ค. 13, 14:50

อ้างถึง
หน้าตาพันเอกเอ็ดเวิร์ด สเลเดน เป็นยังงี้ค่ะ   หารูปจากอินทรเนตรมาได้รูปเดียว   


เอามาสมทบอีกรูปนึงครับ


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30709

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 06 ม.ค. 13, 15:27

^
ขอบคุณค่ะ
จากนั้นก็อย่างที่รู้ๆกันคือพระเจ้าสีป่อกับพระนางศุภยาลัตก็ถูกคุมพระองค์นั่งรถเทียมวัวไปลงเรือชื่อสุริยาที่ท่าน้ำเมืองมัณฑะเลย์   คืนนั้นเองก่อนเรือจะออกจากท่า      นายพันเอกผู้หมายมั่นในอ้อยราคาค่าควรประเทศก็ตามมาขอเข้าเฝ้าพระนางศุภยาลัตอีกครั้ง   ทูลว่า
" เหตุการณ์ในเมืองหลวงกำลังจลาจลระส่ำระสายมาก     เกิดตีชิงปล้นสะดมกันทั้งเมือง    มีข่าวว่าพระองค์ขนพระราชทรัพย์มากมายมาลงเรือ   ก็เลยมีคนแห่กันมาที่ท่าน้ำจะบุกเข้ามา   ท่าทีน่าสงสัยว่าจะเป็นพวกผู้ร้าย   ข้าพระพุทธเจ้าจึงทูลขออารักขาพระราชทรัพย์ไว้ก่อนในคืนนี้   พรุ่งนี้เรือออกจากท่าเมื่อไร  ก็ปลอดภัยพ่ะย่ะค่ะ"

พระเจ้าสีป่อกับพระนางศุภยาลัตไม่อาจปฏิเสธได้  เมื่อถูกจู่โจมอ้างเอาดื้อๆแบบนี้ ก็เลยต้องกล่องทับทิมหงามุกให้อีกฝ่ายเอาไป "อารักขา" ไว้    นายพันเอกแกก็อารักขาอย่างเหนียวแน่นจริงๆคือไม่ปล่อยมือจากทับทิมจนแล้วจนรอด   ตอนเช้าเมื่อเรือแล่นออกจากท่า    ก็ไม่มีเงาของพันเอกสเลเดนกลับมาที่ท่าน้ำ   มีแต่รายงานว่าแกมาไม่ได้เพราะต้องไปประชุมคณะกรรมาธิการอะไรของแกสักอย่างในเมือง
จากนั้น พระนางศุภยาลัตก็ไม่ได้เห็นทับทิมหงามุกอีกเลย
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10756



ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 06 ม.ค. 13, 16:42

ผู้สื่อข่าว         -  ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทยังทรงเก็บหงามุกไว้ตอนที่ถูกส่งตัวไปรัตนคีรีหรือหามิได้พุทธเจ้าค่ะ
พระนางศุภยลัต -  เปล่าเลย มันได้ถูกมอบให้นายพันเอกสลาเดนเอาไปเพื่อเก็บไว้ ฉันไม่รู้ว่าใครครอบครองมันอยู่ตอนนี้ ยังมีเพชรกับทับทิมอีกหลายเม็ดนะ อย่างเช่น ราชรัตนะหอข่าเที๊ยกทินเล ราชรัตนะหอข่าทินจี ราชรัตนะซินมาตอ ราชรัตนะซาน และอื่นๆอีกมาก

(พันเอกสลาเดนประจำการอยู่ในมัณฑเลย์ในรัชสมัยพระเจ้ามินดง และเป็นแขกประจำของราชสำนัก ทับทิมหงามุกสาบสูญอย่างไร้ร่องรอยโดยรวดเร็วหลังจากทหารอังกฤษบุกเข้ามัณฑเลย์และเข้ายึดครองพระราชวัง รัฐบาลพม่าหลังจากได้เอกราชพยายามสืบต่อที่จะสอบถามถึงการหายสาปสูญของราชรัตนะนี้  พุ่งเป้าไปยังพวกนายทหารอังกฤษและโดยเฉพาะพันเอกสลาเดนว่าเป็นผู้โขมยเอาไป)

จาก คำให้สัมภาษณ์พระนางศุภยลัต กันยายน พ.ศ. ๒๔๖๗

 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30709

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 06 ม.ค. 13, 16:51

เหตุการณ์ที่พันเอกสเลเดนอ้างว่ามีผู้ร้ายบุกเข้ามาใกล้เรือ  ที่จริงก็คือมีชาวพม่าส่วนหนึ่งที่ยังจงรักภักดีต่อกษัตริย์ของตน แห่กันมาส่งเสด็จถึงท่าเรือ     ในจำนวนนี้มีเจ้าชายองค์หนึ่งชื่อเจ้าเมืองเมืองเตน ( Prince Maung Maung Tin) ซึ่งเป็นพี่น้องกับเจ้าหญิงสุสิริ  พยายามจะเบียดคนเข้ามาเพื่อส่งเสด็จ  แต่ว่าถูกทหารซีปอยติดอาวุธผลักกลับออกไป   ก็เลยเกิดชุลมุนกันขึ้นราวกับเกิดเหตุร้าย       พระเจ้าสีป่อกับพระนางศุภยาลัตมองเห็นมาจากเรือ  แต่ไม่มีโอกาสรู้ว่าที่จริงแล้วเกิดอะไรขึ้น

หลังจากพันเอกสเลเดนได้สมบัติของพระเจ้าสีป่อไปแล้ว  ก็พยายามจะไป "อารักขา" สมบัติของพระนางอเลนันดอและพระนางศุภคยีอีกด้วยวิธีเดียวกัน     แต่นางทั้งสองฉลาดกว่า  อ้างว่าเก็บข้าวของมาไม่ทัน เลยไม่มีอะไรติดตัวแม้แต่ทองเท่าหนวดกุ้ง     พันเอกก็เลยต้องกลับไปมือเปล่า  

เมื่อพระเจ้าสีป่อทรงไปถึงอินเดียแล้ว   ก็มิได้ละเว้นความพยายามจะเอาอ้อยคืนมาจากปากช้างอีกหลายครั้ง    พระองค์ทรงแจ้งให้ข้าราชการระดับสูงของอังกฤษที่อินเดียทราบถึงเรื่องทับทิมหงามุกและเพชรนิลจินดาอื่นๆ ยังตกค้างอยู่ในมือของสเลเดน   ข้าราชการคนนั้นชื่อนายฟาร์นชอว์ก็จัดแจงทำหนังสือพร้อมแจกแจงบัญชีรายชื่อของมีค่าตามที่พระเจ้าสีป่อร้องเรียนมา ส่งไปที่พม่า เพื่อสอบถามหาร่องรอยของทับทิมหงามุกและพระราชทรัพย์อื่นๆที่ถูกฉกเอาไป
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30709

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 06 ม.ค. 13, 16:56

ขอแก้นิดนะคะ
พันเอกสเลเดนไม่ได้เป็นแขกในราชสำนักค่ะ ตำแหน่งของเขาคือ Chief Political Officer   และเป็นผู้นำในการโจมตีพม่าในครั้งนี้  ก็ไม่น่าแปลกใจที่แกสามารถเดินเข้าพระราชฐานชั้นในได้ถึงห้องที่ประทับ   สั่งโน่นสั่งนี่รวมทั้งบังคับพระเจ้าสีป่อและพระนางให้จำยอมส่งพระราชทรัพย์ให้ด้วย
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10756



ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 07 ม.ค. 13, 10:04

ในจำนวนนี้มีเจ้าชายองค์หนึ่งชื่อเจ้าเมืองเมืองเตน ( Prince Maung Maung Tin)

Maung Maung Tin = หม่อง หม่อง ทิน


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30709

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 07 ม.ค. 13, 10:29

คุณเพ็ญชมพูเปลี่ยนอมยิ้ม   ตกใจ  ตกใจ  ตกใจ


บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 ... 5
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.05 วินาที กับ 19 คำสั่ง