เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1]
  พิมพ์  
อ่าน: 7981 ท่านใดทราบพิธีการแต่งงานของชาวจีนในภูเก็ตบ้าง
han_bing
นิลพัท
*******
ตอบ: 1602



 เมื่อ 29 ธ.ค. 12, 18:44

ท่านใดพอจะทราบถึงพิธีการแต่งงานของชาวจีนในภูเก็ตไหมครับ
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 29 ธ.ค. 12, 20:47

การแต่งงานของชาวบ่าบ๋า ภูเก็ต

ประเพณีการแต่งงานฮกเกี้ยนบ้าบ๋า

   พิธีงานแต่งงานของชาวบาบ๋าเป็นพิธีอันดีงามที่บรรพบรุษได้สร้างไว้ที่ ผมจะเสนอนี่เป็นพิธีของทางฝั่งปีนัง หรือ ภูเก็ต (ก่อนปี 2511 ) เพราะที่ภูเก็ตถึงแม้จะมีการจัดงานวิวาท์บาบ๋าขึ้น แต่ก็ได้ย่อพิธีลงบ้างอย่างลงไปแล้ว แต่การมีบ้างพิธี่ที่คล้ายตลึงกัน

ภูเก็ตเป็นดินแดนแห่งความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทั้งนี้เพราะสภาพแวดล้องทางภูมิศาสตร์ ตลอดจนโภคทรัพย์ที่มีในจังหวัดภูเก็ต จูงใจให้คนต่างชาติต่างภาษา สนใจที่จะเข้ามามีบทบาทในดินแดนแห่งนี้ จนบางครั้งทำให้ภูเก็ตกลายเป็นสมรภูมิเลือด เพื่อแย่งชิงความเป็นใหญ่ในดินแดนแห่งนี้แต่เพียงผู้เดียว

          ชาวจีนเป็นกลุ่มชนที่มีวัฒนธรรมแข็ง ได้เข้ามาครอบงำวัฒนธรรมเดิมและสร้างความเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมขึ้น
ชาวจีนที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานในจังหวัดภูเก็ตตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๓-๔ โดยเข้ามาสร้างตึกดินแบบจีนบริเวณแถวน้ำ บางเหนียว บ้านเรือนแถวกะทู้ ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๕ พระยารัษฎานุประดิษฐฯ ได้นำชาวจีนมาจากปีนังเพื่อให้เข้ามาทำเหมืองแร่ในจังหวัดภูเก็ต ชาวจีนกลุ่มนี้ได้นำรูปแบบอาคารบ้านเรือนจากปีนังมาสร้างในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งชาวภูเก็ตและชาวใกล้เคียงรู้จักในชื่อของ อาคารแบบชิโนโปรตุกีส
นอกจากนี้ชาวจีนกลุ่มนี้ได้แต่งงานกับชาวพื้นเมือง ทำให้เกิดกลุ่มชนกลุ่มใหม่ที่เรียกว่า พวกบาบ๋า และยอหยา ในภูเก็ต ประเพณีวัฒนธรรมแบบจีนได้เข้ามาเผยแพร่ในภูเก็ตบริเวณบ้านกะทู้ บ้านทุ่งคา ชุมชนในภูเก็ตได้รับการถ่ายทอดวัฒนธรรมทางภาษา การแต่งกาย อาหาร ผสมกับวัฒนธรรมพื้นเมืองจนกลายเป็นเอกลักษณ์ประจำถิ่น

         ประเพณีการแต่งงานที่นำเสนอในวันนี้ จึงเป็นส่วนหนึ่งที่เกิดจากวัฒนธรรมจีนในภูเก็ตนั่นเอง
ถนนถลางย่านธุรกิจเก่าแก่ของชาวจีนในจังหวัดภูเก็ต ชาวจีนเหล่านี้ส่วนใหญ่อพยพมาจากปีนัง บางครอบครัวมีญาติอยู่ที่ปีนัง ย่านนี้ถือว่าเป็นย่านทางประวัติศาสตร์ทางวัฒนธรรมของชาวภูเก็ต ไม่ว่าจะเป็นด้านสถาปัตยกรรม ประเพณีท้องถิ่น และวัฒนธรรมทางภาษา
การแต่งงานแบบจีนโบราณชุดนี้ เป็นที่นิยมของชาวภูเก็ตเชื้อสายจีนในอดีตย้อนหลังไม่ต่ำกว่า ๗๐-๘๐ ปี (ราวประมาณปี พ.ศ. ๒๔๖๐) เป็นสมัยที่ชาวจีนมีอิทธิพลมากในเมืองภูเก็ต

          ประเพณีการแต่งงานของชาวภูเก็ตในยุคนั้นเป็นยุคที่ผู้หญิงเก็บตัวอยู่ในบ้าน ผู้ชายไม่ค่อยได้พบลูกสาวบ้านใดง่าย ๆ การแต่งงานจึงเป็นผ่านคนกลางคือ แม่สื่อ (อึ่มหลาง) ผู้ทำหน้าที่นี้จะต้องเป็นผู้มีวาทศิลป์ในการพูด โน้มน้าวจิตใจให้เกิดการยอมรับทั้งสองฝ่าย ถ้าเจรจาสำเร็จ "อึ่มหลาง" จะต้องได้รับสมนาคุณเป็นอั้งเปา และขาหมูอย่างดี ๑ ขา


วันก่อนแต่งงาน

    วันก่อนแต่งงานทางบ้านของเจ้าสาวและเจ้าบ่าว จะนำกระดาษแดงที่เขียนอักษรมงคลคู่ หรือ ซังฮี้ ติไว้บริเวณ ปากประตูบ้าน และ ห้องครัว และนำผ้าฉ่ายมาประดับหน้าบ้าน ติดโบว์สีแดงหรือสีชมพูไว้ที่เหนือประตูทุกบ้าน และ ตั๋วเทพเจ้า

      พิธีเห๋วจี่ซว่อซิวโถ่ (หวีผมเจ้าสาว)

  พอพระอาทิตย์รับฟ้าทางบ้านเจ้าสาวจะทำพิธีเห๋วจี่ซว่อซิวโถ่ หรือ พิธีหวีผมเจ้าสาว โดยเริ่มจาก ให้พ่อของเจ้าสาวไปดับตะเกี่ยงหรือเทียนที่แท่นบรรพชน และแท่นเทพเจ้า เทพเจ้าครัว ต่อจากนั้นให้เจ้าสาวปล่อยผมและหันหน้าออกทางประตูใหญ่ บ่งบอกถึงการอำลาจากไปจากตระกูลบ้านหลังนี่ จะมีน้องสาวหรือพี่สาวที่ยังไม่ได้แต่งงานเป็นคนนำเชิงเทียนมาให้เจ้าสาวจุด พอเจ้าสาวจุดเสร็จพี่สาวหรือน้องสาวที่ยังไม่ได้แต่งงานจะนำไฟ่ติดไปจุดตระกูลที่แท่นบูชาที่พ่อเจ้าสาวดับไป

   การหวีผมต้องใช้ญาติผู้หญิงที่แต่งงาน หรือ แม่เจ้าสาว เป็นคนหวีให้ โดยเจ้าสาวต้องใส่ชุดขาว ในมือเจ้าสาวจะถือถาดในถาดจะมี  หวี กรรไกร ไม้บรรทัด ด้ายแดง ปฎิทิน(หรือหนังสือ) กระจก กระดาษแดง***กเข็ม ต้นหอม น้ำตาลกรวด จากนั้นให้ญาติผู้หญิงหวีผมจากบนลงล่าง 5 ครั้ง และจัดทำทรงผมเกล้ากลมๆโปร่งๆ(ภูเก็ตเรียกทรง ชักอีโบ่ย ) และจำนำ***กไม้ทองมีติดที่ผมทั้งสองข้างถ้าผมไม่หลุดออกมาแสดงถึงความบริสุทธิ์  และเจ้านำมงกุฎที่ทำจากทองมาประดับ บางที่ใช้ หลั่นเตป่าย  จากนั้นให้เจ้าสาวไปจุดธูปที่แท่นบรรพชน และบอกลาจากตระกูลนี่

บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 29 ธ.ค. 12, 20:49

พิธีการ
 รู้จักกับ “อึ่มหลาง”
 ชาวบาบ๋าภูเก็ตมีพิธีการแต่งงานที่ซับซ้อนมาก  ในสมัยอดีตเนื่องจากหญิงสาววัยรุ่นจะถูกห้ามออกจากบ้าน  การจะได้รู้จักโดยฝ่ายชายจะเป็นไปได้ยากมาก  จึงต้องผ่านคนกลางที่เป็นผู้อาวุโสหญิงของชุมชน ที่เรียกว่า “อึ่มหลาง”หรือแม่สื่อ  ความประสงค์ในการจับคู่มักเกิดจากพ่อแม่ หรือเป็นการคลุมถุงชน  แต่หากชอบลูกสาวบ้านไหนก็มักไหว้วานอึ่มหลางเป็นคนไป “โป่” หรือ พูดให้เกิดความนิยมชมชอบซึ่งกันและกัน  ค่าจ้างอึ่มหลางให้เกียรติด้วย ขาหมูอย่างดี อั่งเปาและเทียนแดงหนึ่งคู่
 
การแลกแหวน
 การแลกแหวน เป็นการรับประกันอย่างหนึ่งว่าจะเกิดพิธีการแต่งงานขึ้นอย่างแน่นอน  แต่ทั้งว่าที่เจ้าบ่าวและว่าที่เจ้าสาวไม่ได้มาทำพิธีสวมแหวนหมั้นด้วยตนเองดังเช่นในปัจจุบัน   อึ่มหลางและญาติผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าบ่าวจะเตรียมแหวนที่จะผูกด้วยด้ายแดงที่วงแหวน (แหวนจะคืนกลับให้ และหากคู่ไหนอยู่กันจนอายุยืนยาวก็จะมีคู่อื่นขอไปแลกเป็นสิริมงคลได้หลายๆคู่ ด้ายแดงผูกหลายเส้นจนแน่นมาก)   แล้วห่อด้วยกระดาษแดงนำไปบ้านเจ้าสาวพร้อมด้วยขนมมงคล เช่น ถ่อต้าวถึง หยุ่นถึง อั้งโจ้ว ผ่างเปี้ย น้ำตาลกรวด จันอับ มีกระดาษแดงตัดเป็นรูปดอกไม้สวยงามรองก้นภาชนะที่ใส่ขนม ซึ่งทำจากไม้ไผ่ มีลักษณะกึ่งปิ่นโตกึ่งตะกร้า ทาสีแดงดำ เรียกว่า  “เสี่ยหนา”
 ชมห้องเจ้าสาว
 ในระยะก่อนถึงวันแต่งงาน เจ้าสาวจะต้องเตรียมที่นอน หมอน มุ้ง ดอกไม้ประดับห้องและเครื่องเรือน เครื่องใช้ต่างๆ ไว้ในห้องเจ้าสาว ห้องเจ้าสาวจะเป็นห้องที่สวยที่สุดของบ้าน ทุกคนในงานเมื่อตามขบวนมารับเจ้าสาวจะต้องมาดูห้องเจ้าสาว และต้องเปิดให้ญาติมิตรสามารถมาชมได้ล่วงหน้าอย่างน้อย ๓ วันก่อนการแต่งงาน
 ตามประเพณีบาบ๋า หลังแต่งงาน ฝ่ายชายมีทั้งที่นำตัวเจ้าสาวแยกเรือนไปอยู่กับตน  หรือจะอยู่กันที่บ้านฝ่ายหญิงด้วยพ่อตาต้องการให้ลูกเขยมารับช่วงกิจการใหญ่หรือในกรณีที่ตนไม่มีลูกชาย  ซึ่งจะมี “พิธีหกวัน”ซึ่งให้เจ้าสาวไปอยู่ที่บ้านเจ้าบ่าวก่อนเป็นเวลา ๖ วันแล้วกลับมาอยู่บ้านเจ้าสาว  จะมีการตั้งโต๊ะไหว้บอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้วยขนมและผลไม้
ประเพณีเริ่มที่บ้านเจ้าบ่าวตามฤกษ์ยาม  เมื่อขบวนเจ้าบ่าวพร้อมญาติมิตรเริ่มเคลื่อนขบวนต้องมีการจุดประทัด เจ้าบ่าวมักนั่งรถหรูที่หาได้ในสมัยนั้น “รถปาเก้” หมายถึงรถเก๋งมักเป็นพาหนะยอดนิยมในทุกยุคสมัย นำด้วยรถไม้แบบภูเก็ตที่เรียกว่า “โพถ้อง”ซึ่งบรรทุกนักดนตรีที่เรียกว่า “ตีต่อตีเฉ้ง”     เมื่อถึงบ้านเจ้าสาว เจ้าบ่าวจะลงเดิน พร้อมขบวนขันหมากและเสี่ยหนา ตามด้วยประทัดต้อนรับ  เจ้าบ่าวต้องเดินผ่านเด็กชายหญิงต้อนรับหน้าประตูที่จะมอบบุหรี่ใส่พานให้ เจ้าบ่าวจะมอบอั่งเปาตอบ จากนั้นเข้าบ้านไปมอบขันหมากและเสี่ยหนาแก่ญาติฝ่ายหญิง  แล้วอึ่มหลางจะจูงมือเจ้าบ่าวไปรับตัวเจ้าสาวในห้องเจ้าสาว
 
พิธีไหว้เทวดา
 อึ่มหลางจะนำคู่บ่าวสาวมาไหว้เทวดาที่หน้าบ้าน บางบ้านมีการตั้งโต๊ะไหว้ บางบ้านไม่จัดโต๊ะก็จะใช้พื้นที่ลานหน้าบ้าน  จะมีการจุดธูปใหญ่สามดอกให้ทั้งคู่ ไหว้ ๑๒ ครั้ง(เรียกว่า “จับหยี่ป๋าย”) พร้อมแตรจีนเป่าบรรเลง เพื่อแสดงความกตัญญูต่อองค์เง็กเซียนฮ่องเต้และเทวดาทั้งมวลที่คุ้มครองดูแลตนจนเติบใหญ่มีครอบครัวเป็นหลักเป็นฐานได้
 
พิธีผ่างเต๋
 เป็นการไหว้คารวะผู้ใหญ่ด้วยน้ำชามงคล ตระเตรียมเก้าอี้อย่างดีเป็นคู่ ตรงจุดสำคัญในบ้าน ผู้ใหญ่ชายนั่งทางซ้าย ผู้ใหญ่ที่เป็นสตรีนั่งทางขวา มีการประกาศเชิญผู้อาวุโสสูงสุดตามลำดับ  ผู้ใหญ่จะรับน้ำชาจากคู่บ่าวสาว จิบน้ำชาแล้วมอบอั่งเปาที่อาจประกอบด้วยเงิน เพชร ทอง โฉนดที่ดิน ให้แก่ทั้งคู่  พิธีนี้จะมีการหยอกเย้ากันในบางครอบครัว คือเอาตัวผู้ใหญ่ไปซ่อน  เจ้าบ่าวเจ้าสาวต้องไปตามหาจนเจอ จึงจะทำพิธีต่อไปได้  อย่างไรก้ตามพิธีผ่างเต๋จะทำให้ลูกหลานและญาติมิตรได้รู้จักกัน  และเรียงลำดับญาติมิตรของตนในสังคมได้ถูกต้อง  เป็นพิธีสำคัญมากในการดำรงสังคมของชาวบาบ๋าที่นับวันจะจากกันไปอยู่หรือทำงานไกลบ้านเกิดมากขึ้น
 
พิธีไหว้พระที่ศาลเจ้า
 เป็นธรรมเนียมของคนบาบ๋าภูเก็ตที่มักเดินทางไปไหว้ขอพรต่อองค์พระสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามศาลเจ้า(อ๊าม)ใกล้บ้าน หรือที่มีชื่อเสียง เช่น เจ้าแม่กวนอิม อ๊ามปุดจ้อ (มีความเชื่อว่าจะทำให้มีบุตรหลานได้ง่าย) เป็นต้น   หรือ บางครอบครัวจะเดินทางไปกราบไหว้หลวงพ่อแช่ม ซึ่งเป็นพระคู่บ้านเมืองภูเก็ต ณ วัดฉลอง(ไชยธาราราม)
 


การแต่งกาย
 แฟชั่นการแต่งกายของชาวบาบ๋าประยุกต์จากชุดแต่งกายของชาวเมเลย์และจีนจนเป็นหนึ่งเดียว ถ่ายทอดจากมะละกา ปีนัง มาถึงภูเก็ตตามเส้นทางค้าขายทางทะเล   ชุดเจ้าบ่าวแต่อดีตเป็นสากลนิยม(เพราะทำงานหรือค้าขายกับฝรั่ง)  สวมสูทขาวกางเกงขาว ผูกเนคไทหรือหูกระต่ายสีแดง (มักเหน็บผ้าเช็ดหน้าผ้าไหมผืนสวยที่แม่ให้)    ชุดแต่งงานเจ้าสาวเป็นชุดที่หรูอลังการและสวยงามมาก          ตามประเพณีดั้งเดิมจะใส่ชุดครุย(Baju Panjang)   ที่ประกอบด้วย เสื้อตัวในสั้น คอตั้ง แขนยาว ติดกระดุมทอง(กิมตุ้น)  คลุมด้วยเสื้อครุยยาวที่เดิมทำจากผ้าฝ้ายหรือมัสลิน  ต่อมาใช้ผ้าป่านบาง ปักเป็นลวดลายดอกไม้เล็กๆ   ยาวประมาณน่อง และนุ่งโสร่งปาเต๊ะ
 
เครื่องประดับชุดเจ้าสาวจะสวยงามมาก  ประกอบด้วย
 -กอสัง(Kerongsang) หรือชุดเข็มกลัดแทนกระดุมที่มักทำจากทองคำฝังเพชร   ชิ้นโตมีลักษณะคล้ายรูปหัวใจและมักมีชิ้นลูกอีก ๒ ชิ้นเป็นรูปทรงกลม ตกแต่งด้วยลวดลายดอกไม้ เรียกว่า ชุดแม่ลูก ปัจจุบันของโบราณจะยิ่งมีราคาแพงมาก
 -ปิ่นตั้ง เป็นเข็มกลัดทำจากทองคำประดับด้วยเพชรซีกหรือเพชรลูก ลักษณะเป็นดอกไม้บานเต็มที่มีทั้งขนาดเล็กหรือใหญ่
 -กำไล
 สวมเป็นวงเดียวหรือหลายวงที่เรียก กำไลมโนราในภาษาท้องถิ่นเรียก “หมั้ยโนรา”    เหมือนที่ผู้รำมโนราสวมขณะแสดง นอกจากนี้การเรียกชื่อกำไลของชาวภูเก็ตยังเกี่ยวข้องกับพืชพรรณธรรมชาติในท้องถิ่น เช่น กำไลหนามเรียน(ทุเรียน)  กำไลข้ออ้อย  กำไลลายดอกโป๊ยเซียน เป็นต้น

ที่มา http://www.phuketemagazine.com/blog/2012/08/ba-ba-wedding/
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 29 ธ.ค. 12, 20:58

ทางเชื้อสายทางมารดา คือ ยาย ข้าพเจ้าเป็นชาวฮกเกี้ยน ในวันแต่งงานจะมี "เสียหนา" ตะกร้าสานไม้ไผ่เคลือบด้วยรักแบบนี้ครับ ใบนี้ก็กว่า ๙๐ ปีเห็นจะได้ครับ


บันทึกการเข้า
บัวรัศมี สีทอง
อสุรผัด
*
ตอบ: 33


ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 01 ม.ค. 13, 20:03

ขอขอบคุณ คุณ siamese มากค่ะ ที่เป็นมหามิตรทางปัญญากับ han_bing  ตลอดมา
สวัสดี ปีใหม่ ขอให้มีความสุข สดชื่นและสมหวังตลอกกาล
บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7153


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 01 ม.ค. 13, 20:06

ขอขอบคุณ คุณ siamese มากค่ะ ที่เป็นมหามิตรทางปัญญากับ han_bing  ตลอดมา
สวัสดี ปีใหม่ ขอให้มีความสุข สดชื่นและสมหวังตลอกกาล

สวัสดีปีใหม่ครับคุณแม่บัวรัศมี สีทอง ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ปกป้องคุ้มครองและให้สมความปราถนาทุกประการครับ
บันทึกการเข้า
บัวรัศมี สีทอง
อสุรผัด
*
ตอบ: 33


ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 05 ม.ค. 13, 01:27

ต้องขอขอบคุณ มหามิตรของ Han_bing  ทางเรือนไทยหลายๆ ท่านค่ะ
Han_bing เป็นคนหนุ่มที่ชอบเล่าเรื่องที่รู้มาให้แม่ฟัง โดยเฉพาะเรื่องของคุณ siamese และคุณวันดี
เขาภาคภูมิใจที่มีมหามิตรต่างวัยมากค่ะ  ขอบคุณอีกครั้งค่ะ
บันทึกการเข้า
han_bing
นิลพัท
*******
ตอบ: 1602



ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 28 ก.พ. 13, 08:56

ขอบพระคุณครับ
บันทึกการเข้า
sigree
อสุรผัด
*
ตอบ: 54


ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 31 พ.ค. 13, 07:03

นายเก่าผมเป็นสถาปนิกชาวจีนปีนัง

แกเก็บของเก่าหนึ่งในของที่แกเก็บและชอบมากคือตู้แต่งงาน
แกอธิบายว่าผู้หญิงสมัยก่อนเวลาออกเรือนพ่อแม่จะทำตู้ให้เก็บสมบัติส่วนตัว

แกอธิบายว่า ยิ่งรวยตู้ยิ่งใบใหญ่ แม่สามีได้เกรงใจ
ที่น่าสนใจคือตู้ทุกหลังจะมีช่องลับซ้อนของเล็กๆน้อยๆเช่นเครื่องประดับเสมอ

ไม้แน่ใจว่าูเก็ตมีทำเนียมนี้ไหม?
บันทึกการเข้า
Namplaeng
ชมพูพาน
***
ตอบ: 123


ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 31 พ.ค. 13, 10:53

ภาพเปรียบเทียบความต่างระหว่าง ตะกร้าใส่เครื่องคาวหวาน ในพิธีสู่ขอ ( 盛篮 ) และตะกร้าจ่ายตลาด ( 市篮 )



ตะกร้าจ่ายตลาดเป็นตะกร้าชั้นเดียว






ตะกร้าใส่เครื่องคาวหวานในพิธีสู่ขอ จะเป็นตะกร้าซ้อนหลายชั้น





บันทึกการเข้า
Namplaeng
ชมพูพาน
***
ตอบ: 123


ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 31 พ.ค. 13, 11:14

ภูเก็ตที่ผมรู้จักเมื่อสามสิบปีที่แล้ว กับภูเก็ตปัจจุบัน เป็นคนละภาพกัน

สมัยที่ผมเพิ่งจบ เมื่อสาม สี่สิบกว่าปีที่แล้ว สภาพรวมๆของภูเก็ต มีความเป็นอยู่ไม่ต่างจากจังหวัดทางหัวเมืองภาคใต้อื่นๆ

คือมีความเป็นอยู่แบบไทยปักษ์ใต้พื้นบ้านค่อนข้างสูง  วัฒนธรรมจีนฮกเกี้ยนมีให้เห็นแต่เพียงจางๆในช่วงตรุษจีน และกินเจ

เวลานั้นคนพื้นถิ่นภูเก็ตไม่ใคร่สนใจศึกษาภาษาจีนด้วยซ้ำไป

ช่วงนั้นภูเก็ตเพิ่งจะเปิดตัวรับการนักท่องเที่ยวชนิดกรุปทัวร์จากไต้หวัน ฮ่องกง สิงคโปร์

เวลามีทัวร์ลง เขาต้องจ้างไกด์ทัวร์ จากหาดใหญ่ ซึ่งส่วนใหญ่ เป็นคนเบตง ที่เก่งภาษาจีนไปรับทัวร์

ถ้าหาไม่ได้ ก็ต้องติดต่อมาทางกรุงเทพ ให้ส่งไกด์กำกับกรุปทัวร์ลงไปด้วย โดยทางบริษัทจ่ายค่าเครื่องและเบี้ยพิเศษให้ไกด์

หลังจากนั้นทางภูเก็ตถึงได้เร่งสอนภาษาจีน และคนภูเก็ตเองสนใจมาเรียนจีน...
บันทึกการเข้า
mutita
มัจฉานุ
**
ตอบ: 93


ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 22 ต.ค. 13, 17:12

ขอบคุณมากๆสำหรับความรู้มากมายที่ไม่เคยทราบมาก่อนค่ะ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.038 วินาที กับ 19 คำสั่ง