เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 20 21 [22] 23 24 ... 34
  พิมพ์  
อ่าน: 153269 “พม่ารบฝรั่ง” บทสุดท้ายของ “มาดูรูปพิธีกรรมสำเร็จโทษเจ้านายในพม่ากัน”
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7154


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 315  เมื่อ 20 ม.ค. 13, 10:25

อย่างเช่นเอาพวกดาคอนต์ที่รบเก่งๆ ฆ่าทหารอังกฤษไปหลายนาย ไปทำพม่าแดดเดียวที่ทางสามแพร่งเป็นต้น

เคยเห็นภาพเดียวกันนี้ แบบเน่าเฟะ ครับ  รูดซิบปาก
บันทึกการเข้า
art47
องคต
*****
ตอบ: 739


ความคิดเห็นที่ 316  เมื่อ 20 ม.ค. 13, 11:28

อย่างเช่นเอาพวกดาคอนต์ที่รบเก่งๆ ฆ่าทหารอังกฤษไปหลายนาย ไปทำพม่าแดดเดียวที่ทางสามแพร่งเป็นต้น

เคยเห็นภาพเดียวกันนี้ แบบเน่าเฟะ ครับ  รูดซิบปาก

อยากเห็น ลังเล
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10909


ความคิดเห็นที่ 317  เมื่อ 20 ม.ค. 13, 11:37

^
ไอ๋หย้า


บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1280


ความคิดเห็นที่ 318  เมื่อ 20 ม.ค. 13, 17:03

อยากเห็นด้วยคนครับ  ยิ้มเท่ห์  จุมพิต
บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10909


ความคิดเห็นที่ 319  เมื่อ 20 ม.ค. 13, 18:30

เอ้า..จัดแบบนี้ให้ก็แล้วกัน


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30682

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 320  เมื่อ 20 ม.ค. 13, 20:14

^
กลายเป็นพม่าห้าดาว(ย่าง)ไปแล้ว  แลบลิ้น

ต่อจากค.ห. 301    
น่าชมเชยโบส่วยอยู่อย่างหนึ่งว่า   ในวัย 50 กว่าปี ซึ่งในสมัยปลายศตวรรษที่ 19 ก็ถือว่าชราพอๆกับ 70 กว่า   โบส่วยจะเลือกเล่นบทกำนันผู้ใหญ่บ้านนั่งเคี้ยวหมาก เล่นกับหลานๆไปวันๆก็จะไม่มีใครว่า   ชีวิตความเป็นอยู่ในหมู่บ้านบ้านนอก   ไม่เปลี่ยนแปลงมากนักไม่ว่าคนครอบครองเป็นพระเจ้าสีป่อง หรือทหารอังกฤษ     เคยลำบากหรือสบายในด้านไหนก็อยู่อย่างนั้นไปตามประสาพวกเขา

โบส่วยกลับเลือกที่จะจับอาวุธขึ้นต่อสู้   เพื่อปกป้องแผ่นดินและต่อต้านผู้รุกราน   ยอมทิ้งบ้านช่องไปซ่อนตัวอยู่อย่างลำบากลำบนกลางเทือกเขา       ทั้งๆเขาก็รู้ว่าหนทางจะชนะนับเป็นศูนย์    ไม่ว่าด้วยอาวุธสมัยพระเจ้าเหา  ผู้คนที่รวบรวมมาได้เป็นจำนวนหลักร้อย   เสบียงอาหารก็ขาดแคลน  เงินทองก็ไม่มี     แถมยังถูกล่าตัวตั้งค่าหัว    
แต่โบส่วยก็ไม่ย่อท้อต่อความเสียเปรียบเหล่านี้   ยังคงคุมลูกบ้านเข้าปะทะกับทหารอังกฤษอย่างสุดชีวิต   ผลคือวีรกรรมที่เมืองงาเป     โบส่วยสามารถเด็ดชีวิตฝ่ายอังกฤษไปถึง 8 ราย แถมบาดเจ็บอีก 26 ราย  ซึ่งถือเป็นความสูญเสียอย่างหนักของอังกฤษ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30682

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 321  เมื่อ 20 ม.ค. 13, 20:21

โบส่วยกลายเป็นกระดูกหมูชิ้นใหญ่ขวางคอหอยฝรั่ง  ให้กลืนไม่เข้าคายไม่ออก    จนถึงขั้นรองเจ้าเมืองชาวอังกฤษเล่นไม้นวม ขอประนีประนอม   ด้วยการตั้งเงื่อนไขล่อใจให้โบส่วยทำตัวเป็นผู้กลับใจ ออกจากป่ามาช่วยราชการบ้านเมือง แล้วจะตั้งเป็นผู้ช่วยข้าหลวงเมืองงาเป    ไม่เอาโทษทั้งเขาและลูกน้องอีก     

ถ้าเป็นคนที่ใจอ่อนกว่าโบส่วยก็คงจะออกจากป่าด้วยความยินดี   ได้ทั้งเงินได้ทั้งกล่องแบบนี้หาได้ง่ายๆที่ไหน  จากกำนันกลายเป็นซี 9 แบบนี้   แต่โบส่วยปฏิเสธอย่างไม่ไยดี      ตั้งหน้าตั้งตารบกับฝรั่งไม่คิดชีวิตต่อไป
อังกฤษเห็นโบส่วยไม่เอาด้วยแน่ ก็ใช้กลวิธีเดิมๆคือทุ่มกำลังทหารทั้งทหารม้าและทหารราบม้าจากอินเดียเข้ามาเริ่มกวาดล้างดาค้อยท์      ตามล่าโบส่วยและพรรคพวกราวกับเหล่าพรานล่าสัตว์ผิวขาวบุกเข้าอินเดียไปยิงเสือตามสบาย     ในเมื่ออังกฤษทุ่มกำลังหนัก  น้ำน้อยอย่างโบส่วยก็ต้องแพ้ไฟเป็นธรรมดา

เมื่อกองทหารอังกฤษจู่โจมเข้าล้อมจับที่มั่นสุดท้ายของโบส่วย    โบส่วยกับลูกน้องเดนตาย 10 คนก็ต่อสู้จนตัวตาย ไม่ยอมให้ถูกจับกุม   เป็นอันจบชีวิตวีรบุรุษชาวบ้านแต่เพียงนี้
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30682

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 322  เมื่อ 20 ม.ค. 13, 20:35

ดาค้อยท์ระดับผู้นำชาวบ้านมีอีกหลายคน    ทุกคนพยายามกู้ชาติคล้ายๆกัน คือพาลูกบ้านจับอาวุธตามมีตามเกิดขึ้นต่อสู้กับทหารอังกฤษ    ในตอนแรกก็ก่อความเสียหายให้อังกฤษมากพอดู   แต่อังกฤษก็ใช้วิธีเอาไฟล้อมน้ำน้อยบ้าง  ปิดประตูตีแมวบ้าง    ดาค้อยท์บางคนก็ต้องยอมจำนน เมื่อจนมุม   แล้วถูกส่งตัวเข้าคุกไปอยู่อย่างทรมานทรกรรมในนั้น       แต่บางคนก็เลือกยอมตายในสมรภูมิดีกว่าถูกจับเป็นเชลย

สงครามกองโจรดาค้อยท์เหล่านี้ดำเนินอยู่ 11 ปีกว่าอังกฤษจะปราบได้ราบคาบ      แม้ยึดเมืองหลวงและจับพระเจ้าสีป่อได้ง่าย  แต่รอบๆเมืองหลวง และรอบบัลลังก์นั้นไม่ง่ายเลย 
เรื่องนี้ แม้ว่าพระเอกดาค้อยท์ตายตอนจบกันทุกคน     แต่ก็ตายอย่างวีรบุรุษ  ตายเพื่อปกป้องราชบัลลังก์และแผ่นดิน    ได้คะแนนนิยมจากคนโพสต์ไปมากโข ชนิดกวาดเรียบไม่เหลือคะแนนไว้ให้ฝ่ายชนะเอาเลย     ทั้งๆด้านอื่นดิฉันก็ชอบอังกฤษมาก โดยเฉพาะทางด้านวรรณคดี   และวัฒนธรรมหลายอย่าง

ต่อไปนี้ขอส่งเวทีคืนกลับไปสไตล์นวรัตนดอทซี เจ้าของกระทู้   ตามที่แฟนานุแฟนรออยู่   ใช้เนื้อที่บนเวทีมามากพอแล้ว
แต่มีโอกาสเมื่อไหร่จะขอแยกซอยไปเล่าว่าอังกฤษคิดยังไง ที่พี่ท่านมองเท่าไหร่ก็เห็นตัวเองเป็นพระเอก   ส่วนอาณานิคมนั้นเป็นผู้ร้ายไปซะเฉยเลย
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10909


ความคิดเห็นที่ 323  เมื่อ 21 ม.ค. 13, 08:18

เรื่องสำคัญที่ลอร์ดดัฟฟริน อุปราชแห่งอินเดียรีบออกเดินทางไปมัณฑเลย์โดยด่วน และจัดประชุมบรรดาขุนทหารและกุนซือใหญ่ซะหลายวันคือ เรื่องกำหนดนโยบายที่จะบริหารปกครองพม่า เพราะขณะนั้นมีเรื่องการปะทุของกลุ่มกองกำลังติดอาวุธขึ้นมาต่อต้านอังกฤษเกิดขึ้นแล้ว ดังที่ท่านอาจารย์ใหญ่เล่าให้ฟังข้างบนนั่น  และยังมีคำถามที่คนทั้งปวงรอคำตอบก็คือ จะปกครองพม่าโดยยกผู้ใดผู้หนึ่งขึ้นเป็นกษัตริย์แทนพระเจ้าสีป่อหรือไม่ เรื่องนี้ท่านลอร์ดฟันธงไปเลยว่าไม่ แถมยังให้ผนวกเอาพม่าเข้าเป็นมณฑลหนึ่งของราชอาณาจักรอินเดียของอังกฤษไปเลย แค่เสนอญัตติเดียวนี้ที่ประชุมก็อภิปรายกันได้เป็นวัน ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย พอนายใหญ่ฟังพวกตัวรองๆถกเถียงกันเหน็ดเหนื่อยแล้ว ก็ทุบโต๊ะสรุปว่า ให้แบ่งราชอาณาจักรพม่าเดิมออกเป็นสองเขต คือเขตรัฐพม่าแท้ๆแต่ให้ผนวกรัฐมอญกับรัฐยะไข่(หรืออารกัน)ไปด้วย ส่วนอีกเขตหนึ่งเรียกว่า เขตภูเขาหรือเขตชายแดน ซึ่งได้แก่นครรัฐที่เป็นเมืองขึ้นของพม่าทั้งหมด ได้แก่พวกไทใหญ่(ฉาน) คะฉิ่น ชิน กะเหรี่ยง คะยา ส่วนพวกปลีกย่อยหลังเขาไปไกลๆเช่น พวกยวน ลื้อ เขิน นาคา อาข่า ลีซอ มูเซอ อะไรเหล่านั้น ให้ปล่อยไว้ก่อน

นายใหญ่ได้อรรถาธิบายแผนการซึ่งเรียกขานด้วยความภูมิอกภูมิใจว่า “นโยบายการแบ่งแยกและปกครอง” (divide and rule) ที่อังกฤษใช้สำเร็จเป็นอย่างดีมาแล้วในอินเดีย เพราะพวกแขกจะพะวงถึงเรื่องการฆ่ากันเองก่อนจะฆ่าคนอังกฤษ บัดนี้ตนได้ผสมสูตรสำเร็จสำหรับที่จะใช้ในพม่ามาให้ปฏิบัติเรียบร้อยแล้ว

ด้วยเหตุนี้ จึงมีนครรัฐเสรีภายใต้การคุ้มครองของอังกฤษเกิดขึ้นคือชิน คะฉิ่น สาละวิน ส่วนฉานได้เป็นสมาพันธรัฐ สำหรับกระเหรียงหลังเขาติดชายแดนสยามไม่มีไม้สักหรือบ่อพลอย ให้เป็นอิสระไปเลย การมองการณ์ไกลของนายใหญ่นี้วิเศษมาก เพราะบัดนี้บนแผ่นดินพม่าที่เปลี่ยนชื่อเรียกแก้เคล็ดขัดยอกเป็นสหภาพเมียนมาร์นั้น ก็ยังฆ่ากันอยู่ หาได้เลิกราไม่


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10909


ความคิดเห็นที่ 324  เมื่อ 21 ม.ค. 13, 08:37

ในเขตพม่าแท้ซึ่งเป็นแผ่นดินทองอู่ข้าวอู่น้ำนั้น ลอร์ดดัฟฟรินได้แต่งตั้งข้าหลวงใหญ่อังกฤษ และข้าหลวงจังหวัดเข้าปกครองเมืองต่างๆ ให้เอาข้าราชการเก่าพม่าที่ยอมสวามิภักดิ์เป็นหนังหน้าไฟเข้าชนกับราษฎรทั้งเรื่องให้คุณให้โทษ แต่มีคนอังกฤษหรืออินเดียเป็นนายคอยกำกับอีกทีนึง โดยมีกองกำลังทหารและตำรวจแขกสนับสนุน  ขณะที่การปกครองในเขตภูเขาหรือชายแดน ซึ่งยากลำบากที่จะหักเอาด้วยกำลังทหาร จะใช้การปกครองโดยอ้อม คือ ปล่อยให้เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินของเมือง หรือแคว้นที่เคยปกครองกันมาแต่ดั้งเดิมดำรงสถานะต่อไป แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องอยู่ภายใต้การคุ้มครองของกองทัพอังกฤษและปฏิบัติตามคำแนะนำของที่ปรึกษาที่อังกฤษแต่งตั้งขึ้น ด้วยวิธีนี้ อังกฤษก็จะได้ทรัพยากรสำคัญคือไม้สักไปโดยไม่ต้องรบ เอางบประมาณทางการทหารที่หากจะต้องจัดไว้ในระดับเตรียมทำสงครามไปส่วยพวกเจ้าฟ้าพญาเมืองจะดีกว่า ประหยัดกว่า

เมื่อที่ประชุมเงียบลงแล้ว ก็แต่งตั้งแม่ทัพนายกองออกไปประจำเมืองหลักและหัวเมืองสำคัญต่างๆ และสั่งการกำชับให้ผู้รับผิดชอบออกไปทำการเจรจาต้าอวยกับบรรดาเจ้าทั้งหลายในรัฐฉานและคะฉิ่นโดยเร็ว เพื่อเสนอผลประโยชน์ที่ดีกว่าให้ก่อนที่พวกเจ้านายพม่าดาค้อยท์จะไปติดสินบน ระดมกำลังจากเมืองเหล่านั้นมาเล่นงานอังกฤษ

เมื่อลงตัวแล้วก็เรียกประชุมใหญ่ ออกท้องพระโรงแจ้งให้ข้าราชการพม่าสวามิภักดิ์รับทราบ


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10909


ความคิดเห็นที่ 325  เมื่อ 21 ม.ค. 13, 09:52

เมื่อส่งนายใหญ่กลับออกไปยังถิ่นพำนักนอกประเทศแล้ว พวกข้าราชการทหารตำรวจก็เริ่มปฏิบัติการตามแผนยุทธการ ในภาพนายทหารระดับผู้บัญชาการไปพบพระราชาคณะผู้เป็นใหญ่แห่งสงฆ์พม่าทั้งปวงเพื่อขอความร่วมมือ

ความจริงสงฆ์พม่าส่วนใหญ่ท่านไม่เอาด้วยกับการเมืองเรื่องปาณาติบาตอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าท่านจะมุ่งนิพพานสถานเดียวโดยไม่อินังขังขอบกับทุกข์เฉพาะหน้าของชาวบ้าน แต่เป็นเพราะศีลของท่านกำกับการควรไม่ควรในการประพฤติปฏิบัติให้สมสมณสารูปอยู่ ท่านคงมีวิธีการของท่านโดยไม่จำเป็นต้องออกไปเป็นหัวหน้าดาค้อยท์ เพราะไม่ว่าอย่างไร คงจะหาสถาบันใดที่จะเป็นที่พึ่งทางใจให้คนในชาติได้เทียบเทียมสถาบันศาสนาไม่

คำตอบที่อังกฤษได้รับในวันนั้น ก็คงไม่ได้ช่วยอะไร พระที่ออกไปเป็นหัวหน้าพม่าดาค้อยท์ก็คงไม่รับฟังคำแนะนำตักเตือนของคณะสงฆ์อยู่แล้ว


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10909


ความคิดเห็นที่ 326  เมื่อ 21 ม.ค. 13, 09:56

หลังจากนั้น ก็มีการออกไปป่าวประกาศประชาสัมพันธ์แก่ชาวบ้านชาวเมือง สมัยนี้เรียกว่าการปฏิบัติการทางจิตวิทยา สมัยโน้นเรียกสั้นๆว่า ขู่


บันทึกการเข้า
siamese
หนุมาน
********
ตอบ: 7154


หนุ่มรัตนะกับภูเขาทอง


ความคิดเห็นที่ 327  เมื่อ 21 ม.ค. 13, 09:57

เอ้า..จัดแบบนี้ให้ก็แล้วกัน

มันเป็นภาพที่ไม่ค่อยงดงามเท่าไรดอกครับ ภาพไก่ย่างนี่น่ารับประทานกว่าเยอะเลย  เจ๋ง
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10909


ความคิดเห็นที่ 328  เมื่อ 21 ม.ค. 13, 10:10

รูปพม่าดาค้อยท์ที่ถูกขึงขาหย่างตากแดด เวปฝรั่งบางเวปอธิบายว่าเป็นพวกผู้ก่อการร้ายที่ถือโอกาสเข้าปล้นบ้านเรือนราษฏร ถูกชาวบ้านจับได้แล้วเอามาลงโทษ ผมอ่านแล้วไม่เชื่อเพราะตากล้องที่ถ่ายภาพดังกล่าวเป็นฝรั่งแท้แน่นอน ถ้าเป็นอารยะชนจริงแล้วไปเห็นอย่างนั้น ต้องช่วยเหลือเอาลงมาก่อน ไม่ใช่มัวแต่ถ่ายรูป

นี่ขนาดไม่เคยเห็นรูปที่คุณสยามหนุ่มว่า ถ้ามีรูปที่ถ่ายหลังจากนั้นด้วยแล้ว ก็ชัดแจ้งว่าอังกฤษเป็นจอมบงการประหารเชลยด้วยวิธีการป่าเถื่อนนี้จริงๆ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10909


ความคิดเห็นที่ 329  เมื่อ 21 ม.ค. 13, 10:28

ก่อนลงมือปฏิบัติการ ก็ลงมือซ้อมรบเป็นการข่มขวัญศัตรูไปในตัว แค่เครื่องแบบก็กินขาดแล้ว



คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 20 21 [22] 23 24 ... 34
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.113 วินาที กับ 19 คำสั่ง