เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 19 20 [21] 22 23 ... 34
  พิมพ์  
อ่าน: 158695 “พม่ารบฝรั่ง” บทสุดท้ายของ “มาดูรูปพิธีกรรมสำเร็จโทษเจ้านายในพม่ากัน”
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30984

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 300  เมื่อ 18 ม.ค. 13, 10:09

ขบวนการกู้ชาติของพม่าแม้ว่ากระจายไปทั่วพม่า แต่ก็ถูกปราบปรามจนกระทั่งค่อยๆหายกันไปทีละกลุ่ม     วิธีปราบปรามของอังกฤษนอกจากมีอาวุธเหนือกว่า  ระดมพลจากอินเดียเข้ามามากกว่า รวมแล้วเป็นจำนวนหลายหมื่น ก็ยัง "เชือดไก่ให้ลิงดู" ชนิดไม่ปรานีปราศรัย   เหมือนกับชนชาวพม่าเป็นอะไรอีกอย่างที่ไม่ใช่มนุษย์มีเลือดเนื้อมีชีวิตเหมือนกัน   
 
ในช่วงการกวาดล้างฝ่ายต่อต้าน   อังกฤษยิงทิ้งโจรที่จับได้วันละหลายราย   ตายแล้วศพก็ถูกแห่ประจานไปรอบเมืองเพื่อให้ชาวบ้านหวาดกลัว จะได้ไม่กล้าเอาเยี่ยงอย่าง     ความโหดเหี้ยมมีมากถึงขั้นที่ว่า เพียงแค่สงสัยว่าชาวบ้านคนไหนเป็นฝ่ายตรงข้าม ก็ลากตัวมายิงทิ้งได้เลยโดยไม่ต้องหาหลักฐานให้เสียเวลา    วิธีนี้อังกฤษเห็นว่าได้ผลชะงัด ที่จะทำให้ประชาชนตกอยู่ในความกลัว  ยอมสงบอยู่ใต้การปกครองอย่างไม่มีเงื่อนไข

วิธีนี้ดำเนินอยู่ยาวนานถึง 11 ปี  กว่าอังกฤษจะกวาดล้างดาค้อยท์ลงไปได้หมดประเทศ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30984

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 301  เมื่อ 19 ม.ค. 13, 11:51

นอกจากเจ้าชายเชื้อสายราชวงศ์คองบอง  พระสงฆ์สำคัญๆ แล้ว  ดาค้อยท์ยังรวมถึงสามัญชนที่ลุกฮือขึ้นต่อต้านอังกฤษทั่วประเทศอีกด้วย   ขอยกตัวอย่างมาสักรายหนึ่ง ที่ขึ้นชื่ออยู่ในประวัติศาสตร์พม่าในช่วงนี้
ดาค้อยท์คนนี้ชื่อโบส่วย (Bo Swe)  เขาเป็น thugyi  หัวหน้าหมู่บ้าน  หรือทางไทยน่าจะเทียบได้กับกำนัน  โบส่วยสืบตระกูลกันมาหลายชั่วคนในหมู่บ้านมินดัต ติดเขตแดนพม่าตอนล่าง     เขาไม่เคยเห็นด้วยเลยที่อังกฤษรุกรานพม่ามาตั้งแต่ยึดพม่าเหนือนั่นเลยทีเดียว  ก็ต่อต้านมาตลอด ขนาดลอบโจมตีก่อกวนทหารอังกฤษทางชายแดนอยู่หลายครั้ง
 
จนอังกฤษยึดมัณฑะเลย์ได้ อังกฤษเรียกตัวโบส่วยไปสอบสวน ตักเตือนให้เลิกกระทำการ ก่อนปล่อยตัวกลับหมู่บ้าน  แต่แทนที่โบส่วยจะยอมจำนนเพราะเห็นพม่าตกเป็นเมืองขึ้นไปเรียบร้อยแล้ว    กลับฮึดสู้  ไปซ่องสุมผู้คนอยู่บนเทือกเขาทุรกันดาร ซึ่งเป็นที่ที่เขาจะได้เปรียบทหารอังกฤษ
หนึ่งเดือนหลังมัณฑเลย์ถูกยึด    โบส่วยก็คุมกำลังเข้ายึดสถานีตำรวจของอังกฤษที่ชายแดน  ปะทะกับนายทหารที่ประจำอยู่    สามารถยิงนายทหารผู้บังคับการที่นั่นบาดเจ็บได้ ก่อนจะต้องล่าถอยไปเมื่อมีกำลังทหารมาสมทบตีโต้เขา

โบส่วยมีกำลังน้อยกว่า  จึงใช้วิธีแบบกองโจร คุมลูกน้องเข้าโจมตีทหารอังกฤษที่ประจำอยู่ตามเมืองต่างๆ   แหย่เข้าไปให้ระส่ำระสาย  เปลืองกำลังพลแล้วก็ถอยหนีกลับขึ้นไปซุ่มซ่อนตัวบนเทือกเขา   ผลงานของโบส่วยผู้ชำนาญภูมิประเทศมากกว่ากลายเป็นหนามยอกอกอังกฤษจนตั้งค่าหัวให้ถึง 5000 รูปี     โบส่วยก็สวนกลับไม่น้อยหน้า  ตั้งค่าหัวนายแฟร์ รองข้าหลวงอังกฤษประจำเขตเป็นเงิน 500 รูปี
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11029


ความคิดเห็นที่ 302  เมื่อ 20 ม.ค. 13, 06:46

ผมขอคั่นรายการสักเล็กน้อยนะครับ เพื่อเอาภาพเก็บตกมาสลับฉาก
ภาพเหล่านี้น่าจะอยู่ตามคคห.ที่ผมบรรยายผ่านมาแล้ว แต่ไม่เป็นไร ดูกันตอนนี้ก็ได้
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11029


ความคิดเห็นที่ 303  เมื่อ 20 ม.ค. 13, 06:48

ความคิดเห็นที่ 116
อ้างถึง
กองเรือรบได้ยาตราผ่านเมืองปาท่องโก๋ Pakokko ในวันที่๒๔ ข่าวว่าที่นั่นมีทหารจากมัณฑเลย์ประมาณ๑๐๐๐นายถูกส่งมารักษาการ แต่ทหารพวกนี้ก็หลบเอาตัวรอดไปแล้วในทันทีที่เห็นกองเรือขนาดมหึมาโผล่คุ้งน้ำเข้ามา บ่ายคล้อยของวันนั้นเองกองเรือก็เข้าสู่เขตเมืองสำคัญที่ตั้งควบคุมบริเวณที่แม่น้ำสำคัญสองสาย คืออิระวดีกับชินวินมาบรรจบกัน ชื่อว่าเมืองเมียงยาน รายงานของอังกฤษระบุว่าพม่าได้มาตั้งค่ายทหารรออยู่

ภาพค่ายดังกล่าวที่เป็นแค่มูลดินกำบังกระสุนที่พม่าทิ้งไว้ ใต้ภาพบอกว่ามีธงขาวปักไว้ด้วย


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11029


ความคิดเห็นที่ 304  เมื่อ 20 ม.ค. 13, 06:50

ความคิดเห็นที่ 121
อ้างถึง
วันที่๒๖พฤศจิกายน
กองเรืออังกฤษเคลื่อนขบวนต่อจากเมียงยานไปนิดเดียวก็ผ่านหมู่บ้านยันดาโบ จุดที่สงครามอังกฤษกับพม่าครั้งแรกในปี๑๘๒๖ยุติลงด้วยการทำสนธิสัญญาต่อกัน สักพักหนึ่งก็เห็นเรือเร็วของพม่าขนาด๔๔ฝีพาย ปักธงขาวที่หัวเรือและอัญเชิญธงประจำพระองค์ไว้ท้ายเรือวิ่งตรงเข้ามาหา ที่นั่งวีไอพีนั้น ขุนทหารสองนายนั่งวางท่าเหมือนหุ่นขี้ผึ้งอยู่ ปรากฏนามที่คนไทยเรียกขานได้สบายๆสไตน์นวรัตนดอทซีว่า ขวากเมือง อัศวินหวุ่น(Kyaukmyaung Atwin Wun) สองพยางค์หลังนี้เป็นชื่อตำแหน่ง อีกคนหนึ่งชื่อ เว็จไม่สุด หวุ่นดวก (Wetmasut Wundauk) ทั้งคู่ถอดรองเท้าของตนออกก่อนที่จะขึ้นมาบนเรือของแม่ทัพอังกฤษ เพื่อยื่นสาส์นให้แก่นายพลเพรนเดอกาสต์ (General Prendergast) และพันเอกสลาเดน (Colonel Sladen)

ภาพเรือรบของพม่าลำที่ว่าข้างบน คือลำนี้เลยละครับ


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11029


ความคิดเห็นที่ 305  เมื่อ 20 ม.ค. 13, 07:02

ความคิดเห็นที่ 134
อ้างถึง
๒๘ พฤศจิกายน

๑๐โมงเช้า กองเรืออังกฤษก็มาถึงฝั่งแม่น้ำหน้าเมืองมัณฑเลย์แต่ทหารยังคงเตรียมพร้อมอยู่ในเรือ ชาวบ้านที่อยากรู้อยากเห็นก็พากันมาไทยมุงอย่างเฉยเมยเหมือนดูเขาเล่นหนังเล่นละครกัน ใครจะไปใครจะอยู่กูก็ไม่เกี่ยว  ก่อนหน้านี้มีพระราชโองการมาป่าวประกาศไม่ให้ผู้ใดต่อต้านขัดขืนกองทัพอังกฤษ ฉะนั้นฉากบู๊จึงไม่น่าจะเกิดขึ้น

ภาพอังกฤษขณะยกพลขึ้นบกอีกรูปหนึ่ง มีชาวบ้านมานั่งเฝ้าชมเหมือนมาดูพิธีต้อนรับเมียรัฐมนตรีที่จะมาเป็นประธานในงานทอดกฐินของวัดประจำหมู่บ้าน


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11029


ความคิดเห็นที่ 306  เมื่อ 20 ม.ค. 13, 07:07

ความคิดเห็นที่ 158
อ้างถึง
๑๐.๑๕น. ของวันที่๒๙พฤศจิกายน นั้นเอง นายพลเพรนเดอกาสต์ก็ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตูใหญ่ของพระราชวังซึ่งอยู่ทิศตะวันออก พร้อมนายทหารระดับผู้บังคับบัญชา และพร้อมกันเดินตบเท้าเข้าประตูสีชาด ซึ่งเป็นพระทวารเข้าสู่พระราชฐานชั้นใน

ภาพกองทหารขณะเดินแถวมาถึงกำแพงเมืองชั้นนอก นายพลนายพลเพรนเดอกาสต์นั่งอยู่บนหลังม้า มีชาวเมือง(ดูท่าจะเป็นชาวยุโรปนะ)มาขอจับมือแสดงความยินดี


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11029


ความคิดเห็นที่ 307  เมื่อ 20 ม.ค. 13, 07:11

นี่ก็ภาพเหตุการณ์ในวันนั้น น่าจะเป็นตอนขึ้นจากเรือใหม่ๆ

บรรยายใต้ภาพว่าข้าราชการชาวพม่ามาแสดงความยินดี


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11029


ความคิดเห็นที่ 308  เมื่อ 20 ม.ค. 13, 07:16

เหตุการณ์เดียวกันที่หน้าประตูเมือง

อ้าว ภาพบนเป็นคนยุโรป ภาพนี้เป็นพม่าไปซะแล้ว


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11029


ความคิดเห็นที่ 309  เมื่อ 20 ม.ค. 13, 07:51

ภาพชุดสุดท้ายก่อนกลับไปเรื่องขบวนการกู้ชาติพม่านะครับ

ข้างล่างเป็นภาพภายในคุก"เล็ตมายูน"อันมีชื่อเสียงของมัณฑเลย์ ซึ่งเป็นคุกที่ไม่จำเป็นต้องมีลูกกรงในห้องจองจำนักโทษ และปรากฏว่ามีฝรั่งมิชชันนารีได้เข้าไปเป็นนักโทษในคุกนี้ด้วย ดังนั้น การยึดครองพม่าเพื่อปลดปล่อยคุกเล็ตมายูน อังกฤษจึงถือว่าเป็นความชอบธรรมประการหนึ่ง

แต่แล้วอังกฤษก็อดมิได้ที่จะใช้วิธีโหดเหี้ยมปานกันเพื่อกำหราบพม่าดาค้อยต์


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11029


ความคิดเห็นที่ 310  เมื่อ 20 ม.ค. 13, 07:56

อย่างเช่นเอาพวกดาคอนต์ที่รบเก่งๆ ฆ่าทหารอังกฤษไปหลายนาย ไปทำพม่าแดดเดียวที่ทางสามแพร่งเป็นต้น


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11029


ความคิดเห็นที่ 311  เมื่อ 20 ม.ค. 13, 07:58

ทุกสมรภูมิรบนั้น ส่วนใหญ่แล้วก็ไม่เอาไว้เชลย


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11029


ความคิดเห็นที่ 312  เมื่อ 20 ม.ค. 13, 08:05

หมู่บ้านใดที่ต้องสงสัยว่าจะเป็นผู้สนับสนุนขบวนการกู้ชาตินั้น จะเผาทิ้งแล้วกวาดต้อนชาวบ้านไปอยู่ถิ่นอื่นให้ไกลออกไปยังพม่าใต้ ซึ่งเป็นเขตปกครองของอังกฤษ ซึ่งกำลังมีโครงการมากมายที่จะพัฒนาและต้องการแรงงานราคาถูกเป็นจำนวนมาก

พวกที่ยังไม่ไว้ใจ ก็จะนำใส่เรือไปขังในคุกของเมืองแรงกูน


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11029


ความคิดเห็นที่ 313  เมื่อ 20 ม.ค. 13, 08:13

พวกดาคอยท์ที่มอบตัว อังกฤษถือเป็นนักโทษมีจำนวนน้อยมาก


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11029


ความคิดเห็นที่ 314  เมื่อ 20 ม.ค. 13, 08:15

พวกนี้จะอยู่ในคุกหลายปี กว่าอังกฤษจะแน่ใจว่าสิ้นพิษสงแล้วจึงให้อิสระภาพ


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 19 20 [21] 22 23 ... 34
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.034 วินาที กับ 19 คำสั่ง