เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 17 18 [19] 20 21 ... 34
  พิมพ์  
อ่าน: 152398 “พม่ารบฝรั่ง” บทสุดท้ายของ “มาดูรูปพิธีกรรมสำเร็จโทษเจ้านายในพม่ากัน”
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10868


ความคิดเห็นที่ 270  เมื่อ 15 ม.ค. 13, 20:42

นายทหารม้าถ่ายรูปหน้าค่ายพักก่อนออกไปไล่ล่าพวกชนชาติล้าหลังที่บังอาจหือกับมหาอำนาจอย่างสนุกมือ


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30587

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 271  เมื่อ 15 ม.ค. 13, 21:15

เห็นรูปในค.ห. 269  เหมือนทหารอังกฤษกำลังไปซาฟารีกันอยู่งั้นละค่ะ ลังเล

นโยบายของแม่ทัพอังกฤษในพม่า เป็นยังไง เห็นได้จากหนังสือราชการที่พลจัตวาไวท์ผู้บัญชาการกองกำลังสนาม มีไปถึงเจ้ากรมพลาธิการทหารที่อินเดีย  ในกลางปี 1886 ที่ศึกปราบกบฏกำลังดุเดือด

แผนการที่จะทำให้เราสถาปนาอำนาจการปกครองได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด  ในขณะเดียวกันก็สร้างความเชื่อมั่นต่างๆได้ คือใช้กำลังทางทหารเข้าควบคุมเขตที่มีปัญหาอย่างเข้มงวดใกล้ชิด 

การรบในพม่า เปลี่ยนจากการยกพลมาทางเรือบรรทุกปืนใหญ่มาถล่มทหารตามรายทาง   มาเป็นการใช้ทหารม้าเข้าจู่โจมฝ่ายตรงข้าม  เพราะการรบแบบกองโจรของอีกฝ่ายคือการดักซุ่มโจมตีอย่างรวดเร็วและรุนแรง จากนั้นก็แยกย้าย ถอยหายวับกันไปตามป่าเขาลำเนาไพร   ทหารราบอังกฤษที่ไม่ชินกับภูมิประเทศเท่าชาวพม่า นอกจากจะเสียเปรียบเรื่องนี้แล้ว ยังทำอะไรพวกกองโจรไม่ถนัด    แต่ทหารม้าจะลุยเข้าถึงไหนถึงกัน   สามารถตามไล่ล่าฝ่ายตรงข้ามแล้วเลือกยิงเอาๆด้วยอาวุธปืนที่เหนือกว่า     
ส่วนฝ่ายดาค้อยต์ก็ต้องวิ่งแหวกหญ้าในสมรภูมิเข้าใช้ดาบหรือไม้พลองกระบองสั้น เข้าต่อสู้ข้าศึก     เรียกได้อีกอย่างว่าวิ่งเข้าไปฆ่าตัวตาย
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10868


ความคิดเห็นที่ 272  เมื่อ 15 ม.ค. 13, 21:31

การใช้เรือบรรทุกปืนใหญ่ยิงสุ่มไปยังจุดที่คิดว่าเป็นที่มั่นทางทหารของพวกดาค้อยท์ริมฝั่งแม่น้ำ


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10868


ความคิดเห็นที่ 273  เมื่อ 15 ม.ค. 13, 21:34

การใช้เรือปืน และทหารราบออกตรวจตราไปตามแม่น้ำลำคลองขนาดเล็ก เพื่อค้นหาแหล่งที่ซ่อน


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10868


ความคิดเห็นที่ 274  เมื่อ 15 ม.ค. 13, 21:37

และการใช้ทหารม้าไล่ล่า


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10868


ความคิดเห็นที่ 275  เมื่อ 16 ม.ค. 13, 11:23

อ้างถึง
เนื่องจากปักหลักอยู่ที่ช่องกวานี่เอง เจ้าชายดาค้อยท์ทั้งสองจึงได้ชื่ออีกชื่อว่า "สองเจ้าชายช่องกวา"   พระองค์มีแม่ทัพมือดีคู่พระทัยอยู่คนหนึ่งชื่อโบชเวยัน   นายคนนี้เป็นผู้นำท้องถิ่นทำนองกำนันหรือประธานอบต. มาก่อนจะเข้าสวามิภักดิ์   ช่วยกันรวบรวมผู้คนมาได้จนเป็นกองกำลังย่อยๆ  แม้ไม่มากถึงเข้าโจมตียึดเมืองหลวงได้  แต่ก็ก่อกวนอังกฤษอยู่ได้ไม่น้อยในชนบท

    กลางปี 1886  อังกฤษใช้กำลังที่เหนือกว่าเข้าปราบปรามกวาดล้างกองกำลังของเจ้าชายช่องกวา ตั้งค่าหัวให้ถึง 6000 รูปี ไม่ต่างอะไรกับเจ้าชายเป็นโจรร้าย      โบชเวยันต้องหลบหนีเข้าไปอยู่ในป่า  ส่วนเจ้าชายทั้งสองหลบหนีเข้ามัณฑเลย์ โดยอาศัยความร่วมมือของพระสงฆ์ในเมืองหลวงให้หลบซ่อนอยู่ในวัด


สงสัยจะเป็นวัดนี้นี่เอง ในที่สุดได้เกิดเพลิงไหม้ขึ้นเหลือทรากเท่าที่เห็น บันทึกทางอังกฤษกล่าวลอยๆว่าเกิดอุบัติเหตุ สงสัยทหารอังกฤษเองนั่นแหละที่ตัวการ


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10868


ความคิดเห็นที่ 276  เมื่อ 16 ม.ค. 13, 11:33

ทหารอังกฤษมักชอบที่จะตั้งค่ายในวัด นี่ก็เป็นอีกกองกำลังหนึ่งจากมัทราส คงย้ายพวกทหารแขกจากข้างกำแพงเมืองมัณฑเลย์มาอยู่เสียในที่มิดชิดหน่อย พวกนายทหารได้อยู่ในศาลาการเปรียญ บ๋อยก็อยู่ส่วนบ๋อยไม่เห็นในรูป แต่ต่อมาทางกองบัญชาการก็สั่งย้ายกำลังทหารเกือบทั้งหมดให้ไปตั้งในเมืองสำคัญๆในท้องถิ่นชยบท เพื่อง่ายในการติดตามกวาดล้างพม่าดาค้อยต์ต่อไป


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10868


ความคิดเห็นที่ 277  เมื่อ 16 ม.ค. 13, 11:36

ระหว่างอยู่วัดก็คุยกับครูบาไป นี่กำลังฟังพระพม่าเล่าพระพุทธประวัติประกอบภาพ ตอนลูกสาวพญามารรำยั่วกิเลศพระพุทธองค์ในวันที่จะทรงตรัสรู้


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10868


ความคิดเห็นที่ 278  เมื่อ 16 ม.ค. 13, 11:39

^
เอ๋ หรือมันหลอกล่อให้พระฉันเบียรละหว่า
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10868


ความคิดเห็นที่ 279  เมื่อ 16 ม.ค. 13, 11:46

ภาพล้ออีกภาพหนึ่งแสดงถึงการปฏิบัติตนต่อหน้าพระสงฆ์ ในขณะที่พวกทหารก็แสดงกิริยาโอหังในมาดของผู้พิชิต พวกข้าราชการพลเรือนที่อยู่ในพม่ามาจนรู้ขนบธรรมเนียม ก็ปฏิบัติตนอีกอย่าง

ดูในภาพแล้ว พระท่านก็ไม่ถืออัตตาของตนเอง ใครมารูปแบบใดก็เป็นเรื่องของตัวผู้นั้น ท่านก็ดำรงสถานะภาพอย่างที่ท่านเป็น


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10868


ความคิดเห็นที่ 280  เมื่อ 16 ม.ค. 13, 11:55

นี่เป็นอีกภาพหนึ่งที่แปลก บรรยายภาพว่าพวกชาวยุโรปที่พำนักอาศัยอยู่ในมัณฑเลย์ขณะเข้าพบขิ่นหวุ่น มิงจี เรื่องอะไรไม่แจ้ง
เดาไม่ออกว่าเป็นสมัยก่อนอังกฤษยึดครองแล้วหรือก่อน และหน้าตาของท่านสมุหนายกก็ไม่ได้แก่หง่อมจนหนวดหงอกเหมือนภาพอื่นๆ

ที่เอามาลงให้ชมย้อนหลังก็เพื่อให้สังเกตุกิริยาของฝรั่ง ที่รู้ธรรมเนียมกับพวกที่อาจจะรู้ แต่ถือตนไม่ยอมปฏิบัติ


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10868


ความคิดเห็นที่ 281  เมื่อ 16 ม.ค. 13, 11:58

"แผนกภาพ"ชักจะไปไกลสมรภูมิพม่ารบฝรั่งแล้ว ขอส่งคืนกลับท่านอาจารย์เทาชมพู"แผนกเรื่อง"ครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30587

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 282  เมื่อ 16 ม.ค. 13, 17:08

ภาพประกอบจากท่านนวรัตนข้างบนนี้ ทำให้นึกได้ว่าควรจะเอ่ยถึงดาค้อยท์สำคัญอีกพวกหนึ่ง นอกเหนือจากบรรดาเชื้อสายพระราชวงศ์ที่ลุกขึ้นสู้อังกฤษ  คือกลุ่มที่เราอาจจะนึกไม่ถึง เพราะในสังคมไทยสมัยรัชกาลที่ 5  สถาบันสงฆ์ของไทยไม่มีแนวคิดแบบนี้  แม้จะเทศนาเรื่องการเมืองในสมัยนั้นก็ดูเหมือนจะไม่มีพระรูปไหนทำกัน   
แต่พม่าในยุคพม่ารบฝรั่ง  มีขบวนการสงฆ์กู้ชาติด้วย   ขอเรียกอย่างเกรงใจ ไม่อยากใช้คำว่าดาค้อยท์

ดูจากบริบททางสังคมแต่เดิมมา  สถาบันศาสนาของพม่าดูๆไม่ต่างจากของสยาม    คือมีกษัตริย์พม่าเป็นอัครศาสนูปถัมภก    พระสงฆ์บวชเรียน  ศึกษาพระธรรมได้เป็นเปรียญซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้รู้หนังสือ    วัดเป็นศูนย์รวมของเมืองและหมู่บ้าน  สอนหนังสือและรวมศรัทธาของประชาชน   สถาบันกษัตริย์และสถาบันสงฆ์อยู่กันมาอย่างกลมเกลียวนานหลายร้อยปี   
แต่พออังกฤษเข้ามายึดอำนาจ  บัลลังก์กษัตริย์ถูกล้มล้างลงไป   สถาบันสงฆ์ก็เหมือนโดมิโน คือล้มพังพาบลงไปด้วย
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30587

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 283  เมื่อ 16 ม.ค. 13, 17:13

   เดิม วัดได้เงินทองที่กษัตริย์พม่าอุปถัมภ์ค้ำจุนวัดต่างๆทั่วประเทศถึงเดือนละ 20,000 รูปี(หรือปีละ 240,000 รูปี)  พออังกฤษเข้ามาเป็นเจ้าเข้าครอง    ขนาดท้องพระคลังยังถูกยึด พระราชทรัพย์ต่างๆเอามาขายเลหลังให้ทหารอังกฤษสนุกมือไป  เราก็คงเดาได้ว่าเงินที่ทะนุบำรุงศาสนาหรือจะเหลือ   ก็พลอยถูกยึดไปด้วย
     อังกฤษเองก็ไม่นับถือพุทธศาสนาอยู่แล้ว   สิ่งที่ตามมาคือลิดรอนสิทธิต่างๆ จนไปถึงขั้นกดดันบีบคั้น   ไม่อาจจะสมานไมตรีกันได้   ผลก็คือพระสงฆ์ตามวัดวาอารามต่างๆ เห็นอังกฤษเป็นปรปักษ์ตัวร้ายที่เบียดเบียนศาสนา  ก็พากันลุกขึ้นต่อต้านอังกฤษ ทั้งในมัณฑเลย์และเมืองต่างๆ   ด้วยการเข้าร่วมมือกับฝ่ายดาค้อยท์อย่างเต็มตัว  
    พระสงฆ์พม่าไม่ได้ถือว่าการต่อสู้เพื่อเอกราชเป็นเรื่องทางโลกที่ทางธรรมจะเกี่ยวข้องไม่ได้      แต่ถือว่าเป็นหน้าที่อย่างหนึ่งที่จะต้องทำเพื่อชาติและศาสนา    พระสงฆ์สำคัญๆจึงลงมือเป็นคนร่างคำประกาศและส่งข่าวสารต่อกันไปเป็นทอดๆตามวัดวาอารามต่าง ๆ ให้ประชาชนลุกฮือร่วมมือกับเจ้าชายดาค้อยท์ โดยเฉพาะเจ้าชายมยินซายง์ผู้มีสายเลือดใกล้ชิดราชบัลลังก์คองบองมากที่สุด  

      พระสงฆ์พม่าเล่นบทบาทเสนาธิการใหญ่  ร่วมมือให้เจ้าชายเข้ามาหลบซ่อนในวัด เพื่อยึดเมืองมัณฑเลย์จากพม่า     แต่แผนแตกเสียก่อน  อังกฤษก็เลยจับกุมพระสงฆ์ระดับหัวกะทิ 4 รูป ส่งเข้าเรือนจำไปทั้งจีวร     แต่ก็ไม่ได้ทำให้พระสงฆ์พม่าเสียขวัญ   ผลก็คือพระสงฆ์ต่างๆยังเป็นกองหนุนให้เจ้านายดาค้อยท์องค์อื่น เช่นเจ้าฟ้ามยินซายง์สู้รบกับอังกฤษต่อไปไม่ย่อท้อ  
     ในประวัติศาสตร์ไทย พระสงฆ์ที่โดดออกมาสู้รบ  เล่นการเมืองเต็มตัว ก็เห็นมีอยู่รูปเดียวคือเจ้าพระฝาง หลังกรุงแตก
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30587

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 284  เมื่อ 16 ม.ค. 13, 20:51

ถึงตรงนี้ขอเว้นวรรคเจ้าชายดาค้อยท์ไว้สักช่วงหนึ่ง   เพราะมีหลายองค์เหลือเกิน อ่านจนตาลาย    ขอเล่าถึงพระสงฆ์สำคัญที่เข้าขบวนการกู้ชาติอย่างเต็มตัว   โดยมิได้สึกออกมาเป็นฆราวาส
พระสงฆ์รูปนั้นคือ U Ottama  ขอเรียกว่า พระอาจารย์โอตตะมะ   คำว่า U  อินทรเนตรแปลว่าเป็นคำนำหน้าที่แสดงความยกย่อง   

พระอาจารย์โอตตะมะตัดสินใจเข้าร่วมขบวนการกู้ชาติเต็มตัว  รวบรวมประชาชนในถิ่นที่อยู่ของท่านได้จำนวนมาก ก็ยกกองทัพประชาชนเข้าช่วยเหลือเจ้าฟ้ามยินซายง์   ท่านได้กำลังสมทบจากพระอาจารย์ธอง (U Thaung) พระสงฆ์อีกรูปที่เป็นที่ศรัทธาของชาวบ้านเช่นกัน   รวมกำลังเข้ายึดเมืองสะคุไว้ได้ช่วงสั้นๆ  แต่อังกฤษก็ทุ่มกำลังเข้ายึดเมืองกลับคืนได้ จนพระอาจารย์ทั้งสองต้องล่าถอยไปตั้งหลักที่เมืองปอก   
เมื่อรุกคืบหน้าได้  อังกฤษยื่นคำขาดให้พระอาจารย์โอตตะมะและพระอาจารย์ธองยอมแพ้เสียดีๆ   แต่รูปการณ์ก็พิสูจน์ว่าการรบกับกองทัพพม่าที่มีพระสงฆ์บัญชาการนั้นไม่หมูอย่างที่คิด    อังกฤษต้องเสียนายทหารชั้นร้อยเอกที่เป็นผู้บัญชาการรบไป 2 คนในศึกย่อย 2 ครั้ง
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 17 18 [19] 20 21 ... 34
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.073 วินาที กับ 19 คำสั่ง