เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 14 15 [16] 17 18 ... 34
  พิมพ์  
อ่าน: 158730 “พม่ารบฝรั่ง” บทสุดท้ายของ “มาดูรูปพิธีกรรมสำเร็จโทษเจ้านายในพม่ากัน”
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30985

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 225  เมื่อ 11 ม.ค. 13, 13:19

อูควง เพิ่งเจอว่าพม่าให้อ่านออกเสียงว่าอูกวง ทำไงดี ผมล่ออูควงไปแล้ว ไหนๆก็ไหนๆขออูควงต่อแล้วกัน

บั้นปลายชีวิตของขิ่นหวุ่น มิงจีจบไม่ค่อยจะสวย เพราะคนพม่าส่วนหนึ่งจะเห็นว่าท่านขายชาติ ทั้งๆที่ท่านทำไปก็เพื่อจะสงวนรักษาชีวิตของเพื่อนร่วมชาติชาวพม่านั่นเอง
การกระทำที่เกิดข้อตำหนิมากที่สุดคือการที่ท่านให้ม้าเร็วไปแจ้งแม่ทัพที่รักษาด่านหน้าทั้งหมดไม่ให้ยิงก่อนทหารอังกฤษ เวลานั้นอังกฤษเคลื่อนขบวนเรือมาทางแม่น้ำอิระวดีแล้ว ราชสำนักได้ข่าวก็ตกใจ ในที่สุดก็ยอมฟังคำแนะนำของท่านสมุหนายกควง ให้ผ่อนหนักเป็นเบาให้มากที่สุด อย่าแข็งขืนต่อกองทัพอังกฤษ ใช้การทูตนำกองทัพด้วยการเจรจาอย่างเดียว

ท่านหวังว่า การที่พม่าไม่ยิงก่อนอาจทำให้สงครามไม่เกิด ที่ไหนได้ ฝรั่งง้างหมัดมาตั้งแต่ไกล พม่าตั้งการ์ดอยู่เฉยๆแต่ไม่ออกหมัด ฝรั่งไปเข้าใจว่าโง่เองก็ออกหมัดตูมเข้าไป พม่าก็หงายผลึ่ง ปืนของอังกฤษวิถียาวกว่าของพม่าอยู่แล้ว เข้าระยะยิงก่อนก็ต้องยิง ขืนช้าไปเข้าระยะยิงของปืนศัตรูเข้า แม้จะล้าสมัยกว่าแต่อาจมีลูกฟลุ๊กมาโดนให้เจ็บตัวได้

ดังนั้นจึงเกิดวลีพม่า เขียนด้วยอักษรโรมันว่า" U Kaung lein htouk, minzet pyouk " อูกวงเล่นท่วก มึนเสร็จอ้วก( ฮืม? ฮืม?) แปลเป็นอังกฤษว่า U Kaung's treachery, end of dynasty หรือถอดความเป็นไทยๆว่า “นายกทรยศ สูญหมดพระราชวงศ์”

เมื่อฝรั่งเข้ายึดครองพระราชวังมัณฑเลย์แบบผู้พิชิต ท่านผู้เฒ่าก็อุตส่าห์ไปเข้าแถวต้อนรับ และรับใช้ระบอบปกครองของอังกฤษในพม่ากับเขาด้วย
ร่างความเห็นเรื่องนี้ไว้แล้ว แต่ยังหาจังหวะลงไปไม่ได้จนใกล้จบกระทู้  ขอขัดจังหวะตรงนี้ละค่ะ

มันก็น่าคิดเหมือนกันว่า  อัครมหาเสนาบดีขิ่นหวุ่น มิงจี แกหูกว้างตากว้างกว่าพรรคพวกร่วมสมัย  จึงคิดว่ารบไปก็เท่านั้น มีแต่ตายกับตายลูกเดียว    ยังไงพม่าก็ไม่รอดจากมหาอำนาจอย่างอังกฤษอยู่ดี       แกก็เลยพยายามสงวนราชอาณาจักรและชีวิตไพร่พลมิให้เปลืองเปล่าไป ด้วยการสั่งมิให้รบ   จะได้เจรจากันด้วยสันติ
เจรจาสันติ เรียกอีกชื่อหนึ่งว่าแพ้นั่นแหละค่ะ   แต่เป็นการแพ้ชนิดไม่บอบช้ำ   เป็นความฉลาดว่าถ้าชกไม่ไหวก็ชิงโยนผ้าเสีย  ก่อนจะถูกน็อคลงไปสลบ
นอกจากนี้ขิ่นหวุ่นคงจะหวังว่าจะได้เจ้านายใหม่ที่เข้าท่ากว่าพระเจ้าสีป่อและพระนางศุภยาลัต  แต่ข้อนี้แกถูกอังกฤษหักหลัง  เจ้านายใหม่ที่ว่าเกิดสิ้นพระชนม์ไปก่อน ไม่อาจจะเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้แกได้

ไปติดตามประวัติท่านขิ่นหวุ่นจากอินทรเนตร  ได้ความมาว่า หลังจากอังกฤษยึดพม่าได้แล้วในปี 1885    ท่านขิ่นก็ไม่ได้ถูกปลดไปอยู่บ้านเฉยๆ แต่ว่าได้รับบรรจุเข้าเป็นข้าราชพลเรือนในสังกัดอังกฤษ     ทำงานมา 3 ปีก็ได้เครื่องราชอิสริยาภรณ์ดาราแห่งอินเดียเป็นความดีความชอบ   เท่านั้นยังไม่พอ  เมื่อมีสภานิติบัญญัติอังกฤษ(ปกครอง)พม่า ในเวลาต่อมา   แกก็ได้เป็นหนึ่งในสองของชาวพม่าที่ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมาธิการด้วย     
สภานี้มีหน้าที่ออกกฎหมายอะไรก็ตาม ไม่อาจหารายละเอียดมาลงได้  แต่เดาได้ว่ากฎหมายที่อังกฤษบัญญัติออกมานั้นย่อมอำนวยประโยชน์ให้อังกฤษมากกว่าพม่าผู้เป็นเจ้าของสังคมเดิม

ในบั้นปลาย ท่านขิ่นป่วยเป็นอัมพาต แต่ก็อยู่ยืนยาวมาจน ค.ศ. 1908  คืออีก 23 ปีหลังฝรั่งชนะพม่า
บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1286


ความคิดเห็นที่ 226  เมื่อ 11 ม.ค. 13, 18:30

เข้ามาดูรูปวังสวยๆ แล้วก็อดสงสัยไม่ได้ ตรงแถวๆ ไหนหนอที่เค้าเอาเจ้านายไปประหารกัน


อ่านประวัติศาสตร์ช่วงนี้ของพม่าฉบับคนพม่าบันทึกจากกระทู้เก่าห้องสมุดใน pantip ก็เห็นว่าทางพม่าออกจะสรรเสริญทีบอและพระนางศุภยาลัตมากไปหน่อย เพราะในสายตาของผมแล้วสองคนนี้ไม่ได้มีคุณงามความดีใดๆ ต่อปวงชนพม่าเลย นอกจากความพยายามที่จะรักษาอำนาจของตนไว้เท่านั้น ใช้เกมส์การเมืองระหว่างประเทศคานอำนาจ  แต่ไม่ได้มีการปรับปรุงคุณภาพชีวิตใดๆ ของประชาชนใต้ปกครอง ถ้าจำไม่ผิดเคยอ่านจากพม่าเสียเมือง รายได้หลักๆ ของพม่าตอนนั้นน่าจะมาจากสัมปทานไม้บ้าง การออกหวยให้คนติดกันงอมแงมทั้งเมืองบ้าง   ชาวบ้านก็ไม่ต้องทำมาหากิน ลุ้นหวยกันเอา  แถมประวัติศาสตร์ฉบับนั้นยังพยายามยกเรื่องการประหารเจ้านายมากมายไปว่าสองคนนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องรู้เห็นไปซะอีก  ทั้งที่การเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ก็คือการสนับสนุนอย่างนึงนั่นแหละ



ดังนั้นเราอาจจะต้องเปรียบเทียบพม่าตอนบนที่นายทีบอแกเป็นกษัตริย์อยู่ กับพม่าตอนล่างภายใต้การปกครองอังกฤษว่าประชาชนพม่าแถวไหนมีคุณภาพชีวิตดีกว่ากันด้วย  มีอิสระเสรีในการทำมาค้าขายกว่าไหม มีระบบกฏหมายที่เป็นหลักเป็นฐาน มีระบบการคุ้มครองสิทธิพลเมืองที่ดีกว่าเดิมไหม  เพราะสำหรับประชาชนทั่วไปแล้วผู้ปกครองเป็นใคร เอกราชเป็นใครในช่วงนั้นคงไม่ใช่สิ่งสำคัญมากกว่าว่าชีวิตของชาวบ้านตอนนั้นอยู่ที่ไหนคุณภาพชีวิตจะดีกว่ากัน  ประวัติศาสตร์มักจะพูดถึงการต่อสู้ต่างๆ ของชนชั้นปกครอง แต่ไม่ค่อยบอกว่าวิธีชีวิตของคนภายใต้การปกครองเป็นอย่างไร  ต้องถูกเกณฑ์แรงงานอย่างไร   การเสียเอกราชจริงๆ แล้วอาจจะเป็นแค่การเปลี่ยนสิทธิในการปกครองจากฝ่ายหนึ่งไปเป็นอีกฝ่ายหนึ่ง แต่ผู้ใต้ปกครองก็เหมือนเดิม เพราะไม่ว่าฝ่ายไหนปกครอง ผู้ใต้ปกครองก็ไม่มีสิทธิมีเสียงอะไรแต่อย่างใดเหมือนเดิม


ประวัติศาสตร์ฉบับชาตินิยมก็คงจะชี้ภาพเสนาบดีแบบขิ่นหวุ่น มิงจีว่าเป็นคนขายชาติ เอาตัวรอด  แต่จริงๆ ผมว่าแกแค่ขายนายเท่านั้นแหละ แถมเป็นนายห่วยๆ ซะด้วย แต่ไม่ได้ขายชาติ เนื่องจากประชาชนร่วมชาติไม่ได้มีปากมีเสียงในการปกครองอยู่แล้ว



การเข้ามาของมหาอำนาจตะวันตกไม่ใช่มีแต่เพียงข้อเสียเพียงอย่างเดียวต่อภูมิภาคแถวๆ นี้ ตามที่ประวัติศาสตร์แบบชาตินิยมมักจะให้ภาพไว้ในแนวๆ นั้น เพราะบางชาติก็ปรับตัวได้ดี บางชาติก็ล่มสลายไป แต่การล่มสลายจริงๆ แล้วเป็นการล่มสลายของชนชั้นปกครองหรือผู้มีอำนาจที่มีการเปลี่ยนมือไปมากกว่าจะเป็นการล่มของชาติจริงๆ  การเข้ามาของตะวันตกไม่ได้มีแต่การเข้ามาดูดกลืนทรัพยากรจากตะวันออกแบบที่เรามักจะเชื่อกันมาเพราะตำราเราไม่ชี้ข้อดีอื่นๆ บ้าง เช่น การทำให้ระบบการผูกขาดการค้าหายไป  ทำให้มีการพัฒนาระบบคมนาคมแบบก้าวกระโดด พัฒนาระบบการศึกษา  ทำให้มีการพัฒนาระบบการศาลยุติธรรมแบบมีมาตรฐานที่ไม่ใช่ขึ้นกับผู้ตัดสินเพียวๆ แบบเดิม   และอื่นๆ  แต่ไอ้ที่ห่วยๆ เข้ามาก็มีเช่นเอาฝิ่นมาบังคับขาย  ดังนั้นต้องดูเป็นเรื่องๆ ไป



ประเทศที่ปรับตัวได้ดีที่สุดเห็นจะเป็นญี่ปุ่น ที่เห็นอย่างเขาแล้วทำได้ดีไม่แพ้เขาจนกลายเป็นมหาอำนาจไปในเวลาไม่กี่สิบปี    รองมาก็สยามเพราะชนชั้นปกครองเราในช่วงนั้นเก่งกว่าพม่าเยอะ และที่สำคัญมีสำนึกรับผิดชอบต่อผู้ใต้ปกครองที่ดีกว่าพม่าทำให้เรารอดมาได้แบบเสียวๆ  แต่วิถีชีวิตระบบการปกครองที่ฝังรากมานานหลายร้อยปีทำให้เราไม่อาจพัฒนาไปแบบญี่ปุ่นได้  เพราะวิธีคิดแบบไทยๆ มันต่างจากญี่ปุ่นมาก แม้กระทั่งปัจจุบัน ไม่เชื่อดูจากละครหลังข่าวได้   ละครไทยยังคงตบตีกันแย่งคนรวย ส่วนละครญี่ปุ่นแต่ไหนแต่ไรเน้นเรื่องการสู้ชีวิต พัฒนาตนเองให้เป็นเลิศ    รากเรามันฝังแน่นลึกมากเราถึงแพ้เขา  บ่นๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ


บ่นเสร็จแล้ว กลับไปงีบต่อรออาจารย์มาสรุป อิอิ
บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30985

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 227  เมื่อ 11 ม.ค. 13, 19:11


วิถีชีวิตระบบการปกครองที่ฝังรากมานานหลายร้อยปีทำให้เราไม่อาจพัฒนาไปแบบญี่ปุ่นได้  เพราะวิธีคิดแบบไทยๆ มันต่างจากญี่ปุ่นมาก แม้กระทั่งปัจจุบัน ไม่เชื่อดูจากละครหลังข่าวได้   ละครไทยยังคงตบตีกันแย่งคนรวย
บ่นเสร็จแล้ว กลับไปงีบต่อรออาจารย์มาสรุป อิอิ
ตื่นๆๆๆ ก่อนค่ะคุณประกอบ  แวะไปอ่านในลิ้งค์นี้ก่อน ว่าทำไมละครไทยถึงยังไม่ก้าวไปไหน
http://www.naewna.com/politic/columnist/4766
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11029


ความคิดเห็นที่ 228  เมื่อ 12 ม.ค. 13, 08:26

^
ช้าก่อนเจ้าค่า เจ้าค่าช้าก่อน

อย่าเพิ่งกลับมาเรื่องการเมืองไทยตอนนี้เลยได้โปรดเถิด เชิญย้อนยุคกลับไปเรื่องการเมืองพม่าก่อน ผมจะได้จบกระทู้ของผมได้ในม้วนเดียว นี่นายใหญ่และนายหญิงของผมทางโน้นยังไม่เสร็จภารกิจในพระราชวังมัณฑเลย์เลย


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30985

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 229  เมื่อ 12 ม.ค. 13, 08:36

กำลังจะประหมัดกับคุณประกอบอยู่ทีเดียว ว่าด้วยเรื่อง "ใครมาเป็นเจ้าเข้าครอง  คงจะต้องบังคับขับไส..." ท่านอาจารย์ใหญ่กว่าเข้ามาไล่ลงจากเวทีด้วยกันทั้งคู่
เชิญอาจารย์นวรัตนดอทซีบรรเลงเพลงฝรั่งรำเท้าต่อไปจนจบค่ะ   เสร็จแล้วดิฉันจะลากคุณประกอบขึ้นเวทีส่งท้ายอีกครั้ง
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11029


ความคิดเห็นที่ 230  เมื่อ 12 ม.ค. 13, 09:34

ร้องเพลงข้างบนนี้เมื่อไหร่ คุณวีหมีจะเข้ามาร่วมด้วยทันที ขอบอก

ลอร์ดดัฟฟรินและท่านผู้หญิงอยู่ในมัณฑเลย์ระหว่างในที่๑๒ถึง๑๙ กุมภาพันธุ์ ๑๘๘๗ แต่ผมหารายละเอียดไม่เจอว่าแต่ละวันทำอะไรกันบ้าง นอกจากรูปที่หนังสือพิมพ์ลงไว้เป็นข่าว ที่ไม่เป็นข่าวแต่ปรากฏในรายงานอื่นว่านายใหญ่บ่จอยอย่างยิ่งที่ได้รับรายงานก่อนหน้าว่า หลังจากชัยชนะที่ง่ายดายเกินเหตุ ก็มีปฏิบัติการก่อการร้ายเกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวันและลุกลามไปทั่วพม่า ดังนั้น เวลาส่วนใหญ่คือการประชุมนายทหารและกุนซือใหญ่น้อยในอันที่จะกำหนดนโยบายการปกครอง และออกคำสั่งปฏิบัติการทางการทหารให้ปราบปรามเสี้ยนหนามแผ่นดินให้เรียบร้อยโดยเร็วที่สุด

ส่วนภาพที่ปรากฏในสื่อจะเป็นภาพดังเช่นการออกขุนนางในท้องพระโรงหลวง ดังเช่นที่กษัตริย์พม่าเคยทรงกระทำมาแต่ครั้งอดีตดังในภาพนี้ จะเห็นนายใหญ่ในชุดเครื่องแบบเต็มยศยืนรับการคำนับจากข้าราชการพม่าที่ยอมตนเป็นข้าของอังกฤษไปแล้ว

ส่วนภาพล่าง จะเห็นนายหญิงกำลังสังสรรสโมสรกับสาวชาววังทั้งหลาย และบรรดาสมาชิกกลุ่มแม่บ้านทหารตำรวจเป็นการผูกมิตรไมตรี


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11029


ความคิดเห็นที่ 231  เมื่อ 12 ม.ค. 13, 09:45

ในวังก็เริ่มคึกคักขึ้น มีผู้คนมากมายประสงค์จะเข้าพบนายใหญ่และนายหญิงเพื่อฝากเนื้อฝากตัว ขณะนี้ลมวาสนากำลังเปลี่ยนทิศ ผู้ฉลาดพึงกลับตัวให้ทันก่อนคนอื่น เพื่ออำนาจแลตำแหน่งหน้าที่อันจะนำโชคลาภทรัพย์สมบัติมาสู่ตนเองและลูกเมียในวันข้างหน้า


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11029


ความคิดเห็นที่ 232  เมื่อ 12 ม.ค. 13, 09:56

บางวันขณะนายหญิงง่วนอยู่กับชาววังเพื่อศึกษาการถนอมผิวพม่า ไปประกอบกับวิชานัยน์ตาแขกที่เรียนจบจากอินเดียแล้ว นายใหญ่ก็คงยุ่งๆอยู่กับข้าวของที่ยึดมาจากพระราชวัง เลือกเอาที่เด็ดๆไว้ส่งไปกำนัลเพื่อต่อวาสนาของตนเองบ้าง ขยักไว้เองบ้าง ที่รองๆลงมาก็นำออกประมูลให้พวกทหารเอาไปทำกำไรต่อบ้าง แบบโยนกระดูกให้สุนัขรับใช้กิน สุนัขก็ชื่นจาย


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11029


ความคิดเห็นที่ 233  เมื่อ 12 ม.ค. 13, 10:13

และเพื่อให้สื่อเอาออกเผยแพร่ว่าอังกฤษเป็นชาติอารยะ  ท่านลอร์ดก็นำพระพุทธรูปแท้ๆบ้าง รูปประหลาดที่นึกว่าพระพุทธรูปบ้าง เฉพาะที่เหลือเดนเลือกแล้ว นิมนต์พระให้มารับไป บรรยายใต้ภาพว่า คืนพระพุทธรูป(ที่กษัตริย์นำมาไว้ในวัง)แด่พระราชาคณะ(archbishop)และพระสงฆ์ องค์สวยๆส่งไปแสดงที่บริติชมิวเซียมในลอนดอนโน่น

ความจริงฝรั่งไม่ได้อารยะอย่างที่สร้างภาพ พอเผลอก็หลุดภาพเช่นนี้ออกมา นายพลเพรนเดอเกสต์นั่งถ่ายรูปกับบรรดานายทหารหลังยึดพระราชวังมัณฑเลย์ได้ มีพระพุทธรูปวางอยู่แทบเท้าเหมือนโทรฟี่


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11029


ความคิดเห็นที่ 234  เมื่อ 12 ม.ค. 13, 10:24

การแสดงนาฏศิลป์พม่าที่จัดเป็นเกียรติอย่างยิ่งใหญ่ในวันหนึ่ง จะเห็นช้างยืนเข้าคิวรอฟ้อนงวงเพลงพม่าเหล่ในลำดับต่อไปด้วยนั้น นายใหญ่คงยังจัดตำแหน่งให้สมุนบริวารไม่ลงตัว เลยเบี้ยว ให้นายหญิงมานั่งเป็นประธานคนเดียว

แต่เชื่อเถอะ เดี๋ยวตกกลางคืนนายหญิงก็ขอเปลี่ยนโผอีก


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11029


ความคิดเห็นที่ 235  เมื่อ 12 ม.ค. 13, 10:38

ภาพนี้บรรยายแต่เพียงว่า ลอร์ดดัฟฟรินและท่านผู้หญิง ล่องแม่น้ำอิระวดีกลับสู่แรงกูน ไม่ทราบว่าเบื่อบริการของเรือกลไฟของบริษัทเดินเรืออิรวดีแล้วหรือกระไร

หรืออยากจะลองนั่งเรือหางแมงป่องพระที่นั่งของกษัตริย์พม่ามั่ง


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11029


ความคิดเห็นที่ 236  เมื่อ 12 ม.ค. 13, 10:56

เหลือรูปพระราชวังมัณฑเลย์ส่วนนอกอีกเล็กน้อย เลือกมานำเสนอให้ครบเครื่องก็แล้วกัน

กำแพงและคูเมืองขนาดมหึมายักษาในอาเซียนนี้ น่าจะล้อมรอบพระนครมัณฑเลย์ทั้งเมือง และมีพระราชวังอยู่ภายในโดยมีกำแพงวังล้อมอีกชั้นหนึ่ง นอกเขตของพระราชวังก็เป็นที่อยู่อาศัยของราษฎรที่กษัตริย์พระราชทานที่ให้ ส่วนภายนอกกำแพงเมืองก็มีชุมชนอยู่หนาแน่นในช่วงฝรั่งเหยียบเมืองเช่นกัน เข้าใจว่าคงเป็นพวกราษฎรเต็มขั้นทั่วไปที่อพยพ หรือกวาดต้อนมาจากเมืองอื่น


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11029


ความคิดเห็นที่ 237  เมื่อ 12 ม.ค. 13, 11:12

เมืองมัณฑเลย์นี้ตั้งอยู่ไกลฝั่งแม่น้ำพอสมควร เพราะผู้สร้างกลัวกระสุนปืนเรือของฝรั่ง ดังนั้น คูเมืองจึงกลายเป็นแหล่งน้ำสำคัญของราษฎรที่จะอุปโภคบริโภค ผมดูทางกูเกิลเอิร์ธไม่เห็นร่องรอยคลองที่ใช้ผันน้ำจากแม่น้ำมาหล่อเลี้ยง ดังนั้นน้ำในคลองจึงมาจากน้ำฝนที่ไหลบ่ามาจากภูเขา ท่วมขังไม่ถ่ายเทโดยธรรมชาติ น่ากลัวอันตรายจากโรคระบาดยิ่งนัก

สมัยนี้(หวังว่า)พม่าคงจะมีประปาใช้กันแล้ว แต่สมัยโน้นคงตายฮากันเยอะ


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11029


ความคิดเห็นที่ 238  เมื่อ 12 ม.ค. 13, 11:21

ประตูเมืองด้านทิศตะวันตก คือทิศที่ไกลแม่น้ำมากที่สุด ประตูนี้จะลัดสั้นสู่ประตูพระราชวัง


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11029


ความคิดเห็นที่ 239  เมื่อ 12 ม.ค. 13, 11:33

ภาพนี้สำหรับคุณสยามหนุ่ม ให้เห็นแท่งคอนกรีตที่ฝังอยู่มุมกำแพงพระนคร คล้ายๆของปาร์คนายเลิศ(สถานทูตอังกฤษมุมถนนวิทยุที่กลายเป็นของนายห้างยักษ์เมืองไทยไปแล้ว) คุณหนุ่มเข้าใจว่าหล่อทับปืนใหญ่โบราณที่ฝังเอาปากกระบอกลงดิน
 
บนกำแพงเมืองมีหอรบ ที่ศัพท์เฉพาะของพม่าเรียกว่าพญาธาตุ (Pyatthat) ขยิบตา นี่ผมจะโดนสอบสวนอีกไหมเนี่ย


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 14 15 [16] 17 18 ... 34
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.044 วินาที กับ 19 คำสั่ง