เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 10 11 [12] 13
  พิมพ์  
อ่าน: 68990 เก็บตกจากโต๊ะอาหาร
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 165  เมื่อ 12 มี.ค. 13, 21:33

ภาพประกอบค่ะ


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10876


ความคิดเห็นที่ 166  เมื่อ 12 มี.ค. 13, 21:48

^
ข้อแลกข้างบนนั่นทั้งหมดกับสองชิ้นนี่เท่านั้น
(แล้วยอมกลับไปกินมาม่าต่อที่บ้าน)


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 167  เมื่อ 12 มี.ค. 13, 21:52

^
 ฮืม  ฮืม  ฮืม
ปลาดิบหรือคะ


บันทึกการเข้า
ประกอบ
สุครีพ
******
ตอบ: 1277


ความคิดเห็นที่ 168  เมื่อ 12 มี.ค. 13, 23:02

^
ข้อแลกข้างบนนั่นทั้งหมดกับสองชิ้นนี่เท่านั้น
(แล้วยอมกลับไปกินมาม่าต่อที่บ้าน)


สองชิ้นนั้นคือโอโทโร่ เป็นเนื้อส่วนพุงของทูน่า ชิ้นในรูปมาจากพุงส่วนหน้าของทูน่าครีบน้ำเงินเพศผู้อายุราว 15 ปี น้ำหนัก 185 กิโลกรัม จับได้จากมหาสมุทรแปซิฟิกโดยการตกเบ็ดโดยชาวประมงจากเมืองฮิมิ ชื่อคุณมัตสึยามะ อายุ 65 ปี ทูน่าตัวนี้ถูกประมูลไปที่ตลาดปลาสึคิจิเมื่อวันที่ 16 กรกฏาคม 2009 ที่ราคา 45 ล้านเยน โดยภัตตาคารซูชิ-ซันไมในกรุงโตเกียว  จากทูน่าตัวนี้ทั้งตัวมีส่วนโอโทโร่มาทำซูชิได้เพียง 15 คำเท่านั้น  โอโทโร่ 2 ชิ้นนี้  เมื่อเข้าปากแล้วจะนิ่มมาก เรียกได้ว่าแทบละลายในปากเลย เพราะเป็นเนื้อส่วนที่มีไขมันแทรกอยู่มากจนมีลายเหมือนหินอ่อน อุดมด้วยโอเมก้า รสชาตินั้นจะหวานนุ่มนวลชุ่มฉ่ำนุ่มลิ้น ไม่มีกลิ่นคาวเลยซักนิด ความหวานมันแรกอยู่ในทุกอนูของความหยุ่น ให้รสสัมผัสที่ไม่อาจอธิบายได้ ต้องลองด้วยตัวเองเท่านั้น


** เนื้อหาหลังจาก 2 วรรคแรก เป็นจินตนาการล้วนๆ  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

วิรุศฑ์ษมาศร์ อัฐน์อังการจณ์
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 169  เมื่อ 13 มี.ค. 13, 09:08

^
ข้อแลกข้างบนนั่นทั้งหมดกับสองชิ้นนี่เท่านั้น
(แล้วยอมกลับไปกินมาม่าต่อที่บ้าน)


สองชิ้นนั้นคือโอโทโร่ เป็นเนื้อส่วนพุงของทูน่า ชิ้นในรูปมาจากพุงส่วนหน้าของทูน่าครีบน้ำเงินเพศผู้อายุราว 15 ปี น้ำหนัก 185 กิโลกรัม จับได้จากมหาสมุทรแปซิฟิกโดยการตกเบ็ดโดยชาวประมงจากเมืองฮิมิ ชื่อคุณมัตสึยามะ อายุ 65 ปี ทูน่าตัวนี้ถูกประมูลไปที่ตลาดปลาสึคิจิเมื่อวันที่ 16 กรกฏาคม 2009 ที่ราคา 45 ล้านเยน โดยภัตตาคารซูชิ-ซันไมในกรุงโตเกียว  จากทูน่าตัวนี้ทั้งตัวมีส่วนโอโทโร่มาทำซูชิได้เพียง 15 คำเท่านั้น  โอโทโร่ 2 ชิ้นนี้  เมื่อเข้าปากแล้วจะนิ่มมาก เรียกได้ว่าแทบละลายในปากเลย เพราะเป็นเนื้อส่วนที่มีไขมันแทรกอยู่มากจนมีลายเหมือนหินอ่อน อุดมด้วยโอเมก้า รสชาตินั้นจะหวานนุ่มนวลชุ่มฉ่ำนุ่มลิ้น ไม่มีกลิ่นคาวเลยซักนิด ความหวานมันแรกอยู่ในทุกอนูของความหยุ่น ให้รสสัมผัสที่ไม่อาจอธิบายได้ ต้องลองด้วยตัวเองเท่านั้น

** เนื้อหาหลังจาก 2 วรรคแรก เป็นจินตนาการล้วนๆ  ยิงฟันยิ้ม

ตื่นจากฝัน   มาดูความจริง(ตามประสาองุ่นเปรี้ยว)กันมั่งนะคะ


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10735



ความคิดเห็นที่ 170  เมื่อ 13 มี.ค. 13, 11:08

ของโปรด  ยิงฟันยิ้ม

เอา "โอโทโร่" มาแลกก็ไม่ยอม



บันทึกการเข้า
:D :D
นิลพัท
*******
ตอบ: 2333


ความคิดเห็นที่ 171  เมื่อ 13 มี.ค. 13, 13:14

ขอเป็น ต้มยำพุงไข่ นะคะ... ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 172  เมื่อ 13 มี.ค. 13, 14:47

ยกต้มยำพุงไข่มาเสิฟคุณดีดีแล้วก็จะถอยออกจากกระทู้คุณตั้งเสียทีละค่ะ   ขอกลับไปฟังอย่างเดิม
ทำกระทู้เขาออกนอกทางไปพอสมควรแล้ว


บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3796


ความคิดเห็นที่ 173  เมื่อ 13 มี.ค. 13, 21:02

ครับ ผมก็ชอบต้มยำพุงปลาช่อนเหมือนกันครับ  ที่เป็นแปะซะก็อร่อยเหมือนกันนะครับ
ครั้งหนึ่งเคยกินอาหารเย็นกับวิศวกรชาวเยอรมัน ในงานสำรวจเพื่อปรับเส้นทางรถไฟสายเหนือใ้ห้เหมาะสม จำได้ว่ากินกันในเมืองแพร่  ก็มีการสั่งแปะซะปลาช่อนมา  พอเสิร์ฟเสร็จ ตามมารยาทก็เชิญให้แขกลงมือก่อน บะแหล่ว ไปทั้งพุงเลยครับ กินหมดอีกด้วย  พุงปลาช่อนมันคงดังเอาเรื่องอยู่ทีเดียว

ญี่ปุ่นค่อนข้างจะชอบมันสัตว์ ถ้าเห็นมันฉ่ำและย้วยแทบจะหยด อันนั้นของแพง    หมูและเนื้อที่ใช้ในชาบูชาบู (เนื้อแกว่งน้ำ) จะหั่นบางแทบจะเป็นกระดาษ ของดีจะต้องเห็นมันขาวเป็นริ้วเลย  รวมทั้งพวกยากินิขุ (เนื้อย่างด้วย) หมูสามชั้นของเขาจึงมีราคาแพงมากกว่าหมูเนื้อแดง กลับทางกับในบ้านเรา  สาวไทยไม่นิยมมัน จึงค่อยๆใช้ตะเกียบแยกริ้วมันออก เหลือส่วนที่เป็นเนื้อแดงอยู่ตี๊ดเดียว คนญี่ปุ่นก็เป็นงงไปตามธรรมเนียม
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3796


ความคิดเห็นที่ 174  เมื่อ 13 มี.ค. 13, 21:46

ไปให้จบเรื่องของซูชินะครับ

เรื่องการจัดวางที่สวยงามในภาชนะนั้น จะไม่กล่าวถึงนะครับ
   
ไปว่าสุนทรีย์ที่ตัวข้าวปั้นซูชิ  ซึ่งเรื่องสำคัญไปเกี่ยวกับขนาดและสี  ซูชิตามร้านอาหารจะปั้นเป็นคำค่อนข้างใหญ่ และเนื้อปลาวางที่ทับแบบก็ดูจะไม่ต่อเนียนไปกับส่วนที่เป็นข้าว ไปอยู่ในปรัญญาแบบถูกด้วยปริมาณและอร่อยด้วยคุณภาพ  ประเภทแต่ละคำใส่ปากตุงแก้มตุ่ยไปเลย ตุ่มรับรสของลิ้นแทบไม่ได้สัมผัสกับรสข้าวและรสเนื้อให้เกิดสุนทรีย์ใดๆมากนัก เพราะถูกคละและถูกบังไปหมด ยิ่งสำหรับพวกคนไทยเรา ซึ่งนิยมจิ้มข้าวปั้นให้ชุ่มไปด้วยน้ำซีอิ๊วที่เข้มข้นไปด้วยวาซาบิ รสของวาซาบิก็จะกลบไปหมดเลย ลิ้นแยกอะไรไม่ออกเลย 

ซูชิที่ดูแล้วน่ากินจริงๆ คือ ปั้นขนาดประมาณนิ้วหัวแม่โป้ง ชิ้ปลาใหญ่พอที่จะคลุมรอบด้านข้างของก้อนข้าว (ราคาของร้านพวกนี้ก็มิได้แพงไปกว่าร้านซูชิคำโตๆ) แล้วก็สีของเนื้อปลา ซึ่งสำหรับคนญี่ปุ่นจะรู้สึกว่าน่ากินมากๆก็ต่อเมื่อออกไปทางสีชมพู   โอโทโรเองก็มีระดับราคาต่างกันตามความสดใสของสีชมพู

ความรู้ที่ผมได้รับมาจากการกินซูชิ คือ คนเราตามปรกติจะกินข้าวช้อนพูนๆประมาณ 20 คำก็รู้สึกว่าอิ่มสบายท้องแล้ว มากไปกว่านั้นอีกสัก 5-10 คำ จะเริ่มไปอยู่ในความรู้สึกว่าอิ่มมาก หากมากว่านั้นจะรู้สึกว่่าอิ่มแปร้ แน่นจนอึดอัด
บันทึกการเข้า
:D :D
นิลพัท
*******
ตอบ: 2333


ความคิดเห็นที่ 175  เมื่อ 14 มี.ค. 13, 11:01

มีชูชิ มาฝากค่ะ  ยิงฟันยิ้ม
ภาพแรก น่าตาน่ารักดี... แต่สองภาพล่าง ทานกันได้จริงอ่ะ




บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3796


ความคิดเห็นที่ 176  เมื่อ 15 มี.ค. 13, 22:26

ครับคุณดีดี 
เคยดูสารคดีเรื่องการเอาแมลงมาทำเป็นอาหารของคนญี่ปุ่น  เอาแมลงสาบมาใช้ตะไกรตัดปีก ตัดขาส่วนส่าง ตัดชายขอบตัว เอาลงทอดกับเนย แล้วก็กิน

ผมว่าผมเองค่อนข้างจะกินสารพัดแล้วนะ ขอไม่สู้สำหรับเมนูนี้จริงๆ   เคยกินแต่ตั๊กแตนในนาข้าวของญี่ปุ่น ขนาดของแต่ละตัวประมาณสักสองก้นไม่ขีด เขาเอามาคั่วแล้วใสน้ำตาล รสเลยออกหวาน ไม่กรอบ ผมว่าไม่อร่อยเลย กากเยอะ  ชาวนาเขาชอบกินกัน
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 177  เมื่อ 15 มี.ค. 13, 22:34

คุณตั้งกินหนอนรถด่วนได้ไหมคะ
ครั้งหนึ่ง  เจ้าภาพอุตส่าห์สั่งมาให้กินเป็นอาหารจานเด็ด   เห็นว่าแพงด้วย    ดิฉันกินเข้าไปได้ตัวเดียวเพราะเกรงใจเจ้าภาพ  
มากกว่านั้นเกรงว่าจะมันจะสวนทางออกมาทางปาก ให้ขายหน้าทั้งโต๊ะ     พยายามหลอกตัวเองให้คิดว่ากำลังกินเฟร้นช์ฟรายเท่าไรก็หลอกไม่สำเร็จ


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 178  เมื่อ 15 มี.ค. 13, 22:39

ตั๊กแตนปาทังก้าทอดกรอบฝีมือคนไทย อร่อยกว่าตั๊กแตนญี่ปุ่นไหมคะ


บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3796


ความคิดเห็นที่ 179  เมื่อ 16 มี.ค. 13, 21:16

^
เคยกินหนอนรถด่วนครับ  แถมยังเอาไปเผยแพร่ให้เพื่ิอนฝรั่งในออสเตรียทานด้วย เขาว่าอร่อยดีเหมือนกัน ทานแกล้มเบียร์กัน เขาก็กินแบบขยาดๆ แต่ก็หยิบกินตลอด     ในญี่ปุ่นก็เผยแพร่ให้เพื่อนญื่ปุ่นลองเหมือนกัน คนญี่ปุ่นกินง่ายกว่า น่าจะเพราะว่าคุ้นเคยและชอบลองอาหารแปลกๆอยู่เป็นทุน

ตั๊กแตนทอดของไทยอร่อยกว่าแน่นอนครับ เพราะเป็นการทอดจนกรอบ ไม่รู้สึกแหยะๆเหมือนของที่ญี่ปุ่นที่ทำแบบคั่วในกระทะ

แท้จริงแล้วผมก็ไม่ชอบทานทั้งรถด่วนและตั๊กแตน   เรียกว่าเป็นของไม่มัก และจะไม่หาซื้อทานเอง    เมื่อครั้งยังเป็นเด็กยังอยู่บ้่านนอกไกลปืนเที่ยงอยู่นั้น ก็กินแทบจะทุกอย่างที่ชาวบ้านเขากินกัน พออยู่มหาวิทยาลัยก็ยังพอจะซื้อกินบ้าง ด้วยนึกถึงวันเก่าๆ   แต่พอจบมาทำงานที่ต้องเข้าป่าเข้าดงจริงๆ ผมกลับเกือบจะไม่แตะเลยจนถึงปัจจุบัน เหตุผลสำคัญก็คือ หลีกเลี่ยงอาหารที่เสี่ยง หากผมกินดะ ลูกหาบชาวบ้านที่ผมจ้างก็คงจะเที่ยวเก็บแมลงอะไรต่อมิอะไรมาทำกินกัน หากโชคไม่ดีไปเจอเอาแมลงมีพิษเข้า คงจะเดินทางออกไปหาหมอไม่ทันเป็นแน่แท้ครับ

ตั๊กแตนทอดกรอบของเรานี้ดังนะครับ เห็นฝรั่งแถวพัทยาออกมาเดินหาซื้อกินกันเหมือนกินป๊อบคอร์น รวมทั้งแมลงอื่นๆอีกด้วย 

จำเรื่องเล่าสมัยก่อนได้เรื่องหนึ่ง ในยุคสมัยจอมพลสฤษดิ์  จะจริงเท็จอย่างไรไม่ทราบ  มีอยู่ครั้งหนึ่งที่มีฝูงห่าตั๊กแตนปาทังก้ามางกินพืชไร่ในภาคอิสาน พืชผลเสียหายเป็นจำนวนมากมาย  ก็มีคนลองเอาตั๊กแตนไปทอดกิน ความอร่อยก็ขยายต่อปากต่อปาก และขยายไปทางสื่อหนังสือพิมพ์  ปีต่อมา ชาวบ้านเลยเอาตาข่ายมาขึงดักจับไปกิน  ปาทังก้าที่ว่าร้ายนักสู้ไม่ไหว เลยไม่ยอมมาเป็นฝูงห่าให้เห็นอีกเลย  ทราบว่าปัจจุบันนี้ก็ยังใช้วิธีนี้ดักจับอยู่ แต่ก็ได้ปริมาณไม่มากนัก  ราคาตั๊กแตนทอดจึงสูงหน่อย  คุยกับแม่ค้าแถวพัทยา เขาบอกว่าบางที่ก็ขาดตลาดเหมือนกัน
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 10 11 [12] 13
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.093 วินาที กับ 19 คำสั่ง