เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2 3 ... 13
  พิมพ์  
อ่าน: 68823 เก็บตกจากโต๊ะอาหาร
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3680


 เมื่อ 14 ธ.ค. 12, 18:18

แยกมาจากกระทู้  เก็บตกมาจากการเดินทาง

จากเรื่องเสื้อผ้า คราวนี้ก็มาถึงเรื่องกิน

ไปกับคณะทัวร์ เขาจัดอาหารให้  เช้าก็มักจะเป็นการกินในโรงแรมที่พัก อาจจะมีบ้างที่พาไปกินข้างนอก (เช่น ที่ฮ่องกง)  มื้อเที่ยงเกือบทั้งหมดจะเป็นการจัดให้โดยทัวร์ (เช่นเดียวกับมื้อเย็น) ซึ่งก็เป็นอาหารจีนเป็นหลัก  การจัดให้กินอาหารไทยคงจะมีน้อยมากเพราะราคาสูง   สำหรับร้่านอาหารจีนนั้น ก็มีทั้งแบบนั่งเป็นโต๊ะจีน หรือแบบบุฟเฟ่ต์   ซึ่งสำหรับร้านแบบบุฟเฟต์นั้น เจ้าของร้านส่วนมากจะเป็นคนจีนมาเลย์เซีย  เมนูอาหารแทบจะเหมือนกันทุกร้าน ที่เป็นหลักก็คือ มีข้าวขาวหรือข้าวผัดผัก มีัผัดผัก มีเปรี้ยวหวาน (เนื้อสัตว์ชิ้นเล็กๆหรือซี่โครงหมูชุบแป้งทอดให้ฟู พองโต แล้วราดค้วยน้ำเปรี้ยวหวานสีแดงๆ) มีผัดหมี่เหลืองเหมือนยากิโซบะของญี่ปุ่น จานอื่นๆก็มักจะเป็นลักษณะของของแนมเป็นหลัก เคยเห็นบางร้าน ก็อุตส่าห์มีผัดไทด้วย แต่แทบจะเป็นเส้นก๋วยเตี๋ยวผัดกับซีอิ๊ว คลุกกับถั่วงอก  ผัดไทนี้ ดูจะเป็นอาหารที่มาเลย์เซียพยายามจะแข่งกับไทยอย่างจริงจังโดยใช้ชื่อเรียกว่า fried noodle  

อย่างไรก็ตาม ก็จะมีบางมื้อ หรือมื้อหนึ่งที่ทัวร์จะปล่อยให้เราหากินเอง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ปล่อยให้เราไปช๊อปปิ้ง  ที่จะกล่าวถึงจริงๆก็เรื่องตรงนี้แหละครับ  แต่ก่อนจะไปถึงเรื่องนี้ ก็มีเรื่องเล็กๆสิ่งละอันพันละน้อยที่อยากจะกล่าวถึงเสียก่อน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17 ธ.ค. 12, 17:18 โดย เทาชมพู » บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3680


ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 14 ธ.ค. 12, 19:23

ในร้านอาหารทั่วไปหรือในบ้านเรือนที่จัดเลี้ยงแขก  ลักษณะการจัดโต๊ะอาหารที่เป็นสากลที่เราเห็นเป็นปรกติในต่างแดน แม้กระทั่งในประเทศรอบๆบ้านเรานั้น จะเป็นการจัดโดยยึดหลักการกินด้วยซ่อมและมีด  (ดูจะมีไทยเท่านั้นที่จัดโดยหลักการใช้ช้อนกับซ่อม)  ช้อนที่จัดไว้นั้น มักจะเป็๋นทรงออกไปทางกลม เพื่อใช้ในการกินซุป  หากจะเป็นทรงรีเหมือนช้อนกินข้าวของเรา ก็อาจจะมีขนาดใหญ่และไม่สัมพันธ์กับขนาดของซ่อม
 
ต่อมาก็คือจัดโดยหลักสำหรับคนถนัดขวา  แก้วน้ำ แก้วไวน์ มีดและช้อนจึงอยู่ด้านขวามือหมด (คือพวกที่ต้องใช้กำลังและการเคลื่อนที่ๆต้องการความแม่นยำ)  แล้วก็มีแปลกแตกต่างไปจากการใช้มือขวาของเรา คือ แทนที่จะใช้มือขวาเอาอาหารเข้าปาก ก็กลับใช้มือซ้ายจับซ่อมจิ้มหรือยกอาหารเข้าปาก  การใช้มีด (ที่จับด้วยมือขวา) ตักอาหารเข้าปากกลายเป็นเรื่องที่ผิดกฏ กติกา มารยาทของเขาและของสังคมในสากลอย่างแรง  แรงมากพอที่จะสังเกตเห็นได้จากการให้บริการและจากการปฏิบัติของบริกรในช่วงเวลาต่อๆมา

แล้วคนถนัดซ้ายจะทำอย่างไรดี   


     
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30485

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 15 ธ.ค. 12, 10:14

ระหว่างรอคุณตั้งมาเฉลย เรื่องถนัดซ้าย   ขอเล่าประสบการณ์การกินอาหารด้วยมีดและส้อมแบบฝรั่งคั่นโปรแกรมไปพลางๆนะคะ

คนไทยชินกับกินอาหารด้วยช้อนและส้อม     ไม่ใช่ด้วยส้อมกับมีด   ตามประวัติว่าดัดแปลงมาในรัชกาลที่ ๔ เป็นพระราชนิยม     ซึ่งนับว่าถูกต้องกับอาหารไทย   เพราะอาหารหลักของเราคือข้าวที่เป็นเมล็ด  ถ้าใช้ส้อมตักก็คงมีเมล็ดข้าวหลุดลอดซี่ของส้อมลงไปทุกครั้ง  เอาส้อมจิ้มข้าวขึ้นมาเป็นก้อนก็ไม่ได้ นอกจากจะจิ้มข้าวเหนียว   เอาส้อมตักแกงก็ไม่ได้    ส่วนใบมีดถึงรองรับข้าวได้บ้าง  แต่เอาเข้าปากก็เสี่ยงกับบาดปากเหวอะหวะ     ดังนั้นช้อนจึงสนองวัตถุประสงค์ได้ดีที่สุด
แต่ช้อนของฝรั่งเขาไม่ได้เอาไว้กินของคาว  เขามี 2 แบบคือเอาไว้กินซุป เป็นช้อนกลม ๆ  กับช้อนรูปรีๆนั้นคันเล็ก เอาไว้กินของหวาน

เมื่อจะเอามากินข้าว จึงต้องพัฒนาช้อนรีๆขึ้นมาให้ใหญ่เท่าส้อม  กินคู่กับส้อมได้ลงตัว

การจัดจานและช้อนของเราจึงไม่เหมือนของฝรั่ง  ถ้าฝรั่งจัดอาหารให้กินแบบธรรมดาก็อย่างในรูปซ้าย คือมีมีดกับส้อม และช้อนที่วางด้านบนคือช้อนหวาน
แบบนี้ง่ายหน่อย หากว่าหัดกินอาหารด้วยมีดและส้อมเป็น ก็ไม่ยุ่งยากอะไร

ส่วนที่มันยุ่งยากคือรูปขวา   ยามเขาจัดโต๊ะดินเนอร์     มีดส้อมมันวางเรียงกันละลานตาไปหมด     ยิ่งไปเจอโต๊ะที่เนื้อที่แคบเพราะแขกนั่งกันแยะแบบไหล่ชนไหล่    มีดกับส้อมของแต่ละคนวางเรียงต่อกันไปหมด  แทบแยกไม่ออกว่ามันส้อม/หรือมีดของฉัน หรือของคุณกันแน่   พอจะเริ่มหยิบ  มันเริ่มต้นจากอันไหนกันหว่า    ก็จะเกิดอาการหูตาลายได้ง่ายๆ


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30485

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 15 ธ.ค. 12, 10:23

พยายามหารูปมาประกอบที่จะให้เห็นว่าถ้าส้อมกับมีดมันเรียงเป็นตับ แทบจะชนกันกับของคนนั่งข้างๆ จะเป็นยังไง  ยังหารูปไม่ได้ถูกใจค่ะ
เจอแต่รูปนี้  แค่ข้างละสาม สองข้างรวมเป็นหก ก็ตาลายแล้ว


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10628


ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 15 ธ.ค. 12, 11:31

ตอนอยู่โรงเรียนเดียวกับคุณตั้ง มีเจ้าคุณท่านหนึ่งมาสอนวิชามหาดเล็กเป็นวิชาเสริม จำได้อย่างนึงคือ การกินโต๊ะแบบฝรั่ง ไม่ว่าเขาจะจัดถ้วยชามช้อนซ่อมมีด แก้วน้ำแก้วเหล้าอะไรอย่างไรก็ตาม ท่านว่าให้ใช้ตามลำดับจากนอกมาหาใน อย่าให้ผิดก็แล้วกัน
อย่างอื่นไม่ใช่เรื่องของเรา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจานเรื่องแก้ว ถึงเวลา บ๋อยจะมารินมาวางให้เองทีละคอสๆไป เขาจะรินก็รินไป เราไม่ดื่มก็อย่าไปห้ามเขา วางไว้อย่างนั้น ถึงเวลาเขาก็ถอนไปเองตามลำดับ นี่จะเป็นวิธีที่จะทำให้การเสริฟวุ่นวายน้อยที่สุด

ผมก็ได้ใช้ประโยชน์จากคำสอนของท่านตามกาลตามโอกาสครับ ไม่ว่าจะเรียงมากี่ชั้นกี่แถวก็ไม่มีปัญหา เอาลงท้องได้เรียบร้อยโรงเรียนไทย



คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30485

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 15 ธ.ค. 12, 12:21

ใช่ค่ะ ท่องไว้เลยว่าจากอันนอกเรียงลำดับเข้ามาอันในสุด     แต่ที่มันตาลายคือโต๊ะแคบ  ส้อมกับมีดอันนอกสุดของเราแทบจะต่อจากอันนอกสุดของคนทางซ้ายขวา  ซ้ำผ้าเช็ดมือ(หรือปาก) ก็ไม่ได้วางข้างๆเป็นกำแพงคั่นเขตเอาไว้อย่างในรูปข้างบน  แต่เขาจับพับอย่างสวยงามไว้บนจาน    ต้องเล็งให้แน่เสียก่อนจะหยิบ

วิธีกินอีกอย่างที่ปวดหัวตอนเรียนใหม่ๆ  สมัยอยู่ร.ร. มีตำราวิชาอะไรจำไม่ได้แล้ว  สอนวิธีกินแบบฝรั่งว่าส้อมอยู่ในมือซ้าย  มีดอยู่ในมือขวา    เวลาหั่นเนื้อให้เอาส้อมจิ้มเนื้อไว้แล้วหั่นด้วยมีดในมือขวา     จากนั้นใช้ส้อมจิ้มเนื้อที่หั่นเป็นชิ้นเรียบร้อยแล้วเข้าปาก   เวลาส่งเนื้อเข้าปากก็หันส้อมแบบคว่ำ  ไม่หงายส้อมอย่างเวลาเราหงายช้อนเมื่อตักเข้าปาก  
แต่ถ้ากินข้าวหรืออาหารชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่ต้องตัก ก็หงายส้อมแบบหงายช้อนได้เมื่อเอาเข้าปาก

พอเรียนจบไปทำงาน ท่านอธิการบดีเป็นนักเรียนเก่าออกซฟอร์ด  (สมัยอยู่เมืองไทยเป็นนักเรียนร.ร.มหาดเล็กหลวง เรียกได้ว่ารุ่นพี่คุณตั้งและคุณนวรัตน)   คุ้นเคยกับการกินอาหารฝรั่งแบบยุโรป  ท่านก็เลยพาอาจารย์ใหม่ไปเข้าหลักสูตรกินอาหารแบบฝรั่ง มีครูแหม่มมาสอนวิธีกิน     ปรากฏว่าอาจารย์เก่าท่านหนึ่งที่ไปนั่งกินด้วย เรียนจบมาจากแวนเดอร์บิลท์    คุณตั้งเรียนอยู่ทางรัฐตะวันออกคงจำมหาวิทยาลัยนี้ได้นะคะ  ก็เป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่และดังเอาการแห่งหนึ่ง    ท่านค้านว่าเขาไม่กินกันแบบนั้น  เพราะวิธีกินแบบอเมริกัน แทบจะเรียกได้ว่าตรงข้ามกับอังกฤษ    แม้ว่าใช้ส้อมและมีดเหมือนกันก็ตามที
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30485

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 15 ธ.ค. 12, 12:24

วิธีกินแบบอเมริกันคือจับส้อมด้วยมือซ้าย  จับมีดมือขวา หั่นอาหารเสร็จแล้วแทนที่จะส่งเข้าปากด้วยมือซ้าย กลับต้องวางมีด เปลี่ยนส้อมจากมือซ้ายมามือขวา   แล้วจึงจิ้มอาหารส่งเข้าปาก     ด้วยเหตุนี้เวลาหั่นอาหารเช่นเนื้อสเต๊กเขาจึงไม่หั่นทีละชิ้น กินทีละชิ้นอย่างอังกฤษ  เพราะถ้าทำงั้นต้องเปลี่ยนส้อมอยู่เรื่อย  เดี๋ยวมือซ้ายเดี๋ยวมือขวา สลับกันชุลมุนอยู่ตลอดเวลา  แต่หั่นหลายๆชิ้นให้เรียบร้อยก่อนแล้วค่อยเปลี่ยนส้อมจากมือซ้ายเป็นขวา  จิ้มกินทีละชิ้น

วิธีกินแบบเปลี่ยนส้อมนี้แม้ว่าเป็นวิธีแบบอเมริกัน(ซึ่งมักจะถูกมองว่ามิใช่ผู้ดีเก่า)  อันที่จริงตามประวัติแล้วคือวิธีกินดั้งเดิมแบบอังกฤษ สมัยก่อนโน้นเขาถือว่ามือขวาเป็นมือที่ถูกต้องกว่ามือซ้าย   ถ้าจะหยิบจะจับจะส่งอะไร โดยมารยาทก็ต้องใช้มือขวาเป็นหลัก   (ค่านิยมนี้ไทยก็ใช้แต่ดั้งเดิม    อ่านได้จากอิเหนารัชกาลที่ ๒ ค่ะ) ดังนั้นกินอาหารให้ถูกต้องก็ต้องใช้มือขวาส่งเข้าปาก    เมื่ออังกฤษอพยพมาตั้งถิ่นฐานในรัฐทางตะวันออกของอเมริกาเหนือ เป็นชาวอาณานิคม    ก็เอาวัฒนธรรมจากถิ่นเดิมของตัวมาใช้

อเมริกันใช้ไปใช้มา ก็ยังใช้เรื่อยมาจนปัจจุบัน  ผิดกับคนอังกฤษที่มารู้สึกทีหลังว่าเปลี่ยนส้อมจากซ้ายเป็นขวานี่มันยุ่งยากพิลึก  อย่ากระนั้นเลย จับส้อมมือซ้ายส่งเข้าปากทีเดียวจบเรื่อง     ก็เลยกลายเป็นธรรมเนียมผู้ดีอังกฤษที่ในยุโรปใช้กันตามนี้มาจนปัจจุบัน   ส่วนผู้ดีตัวจริงคืออเมริกันนั้น กลายเป็นบ้านนอกกินอาหารตามมารยาทผู้ดีไม่เป็น ไปซะเฉยเลยค่ะ
บันทึกการเข้า
:D :D
นิลพัท
*******
ตอบ: 2333


ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 15 ธ.ค. 12, 15:01

ใช่ค่ะ ท่องไว้เลยว่าจากอันนอกเรียงลำดับเข้ามาอันในสุด    

แต่ว่า จำนวนด้านซ้ายกับด้านขวามันไม่เท่ากันค่ะ ไม่รู้จะเอาช้อนอันไหนคู่กับซ่อมอันไหนค่ะ  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3680


ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 15 ธ.ค. 12, 18:13

แล้วคนถนัดซ้ายจะทำอย่างไรดี   

การแก้ไขนั้น แท้จริงแล้วอยู่ที่ตัวคนที่ถนัดซ้าย    จะเห็นว่าแม้ในสากลนั้นจะมีคนถนัดซ้ายมากมายก็ตาม แต่ในโต๊ะอาหารไม่ว่าจะถนัดข้างใหนก็ตาม ก็จะต้องกินโดยวิธีการเดียวกัน เป็นระบบเดียวกันทั้งหมด คนถนัดซ้ายเหล่านี้จะถูกฝึกหรือจะต้องฝึกด้วยตนเองมาตั้งแต่เด็กให้สามารถนั่งกินร่วมกับคนอื่นๆได้ ในโลกของคนส่วนมากที่ถนัดขวาและมีกติกาแบบนั้น

ปัญหาใหญ่ของคนถนัดซ้าย (และยืนหยัดจะต้องใช้มือซ้ายอย่างที่ตนถนัด) ที่ไปนั่งร่วมในโต๊ะอาหารกับคนอื่นๆนั้น คือ การเคลื่อนไหวของแขนจะชนกันกับคนอื่นที่นั่งติดกัน  โดยเฉพาะหากเป็นการจัดเลี้ยงอย่างเป็นพิธีการ ซึ่งมักจะเป็นการจัดแบบนั่งชิดกันค่อนข้างมาก    แต่ก็บังเอิญเป็นความโชคดีอย่างหนึ่ง ที่การจัดเลี้ยงอาหารที่เป็นทางการส่วนมากในปัจจุบันนั้น (จะเรียกได้ว่าทั้งหมดก็ได้)  เมนูจานหลักจะเป็นไก่หรือปลา (เพื่อเลี่ยงข้อจำกัดทางอาหารของบางกลุ่มคน) ซึ่งเนื้อจะนิ่มหรือยุ่ยพอที่จะใช้ซ่อมได้อย่างเดียวโดยไม่ต้องใช้มีดช่วยตัด เว้นแต่จะใช้มีดเพื่อช่วยเขี่ยเข้าซ่อมเท่านั้น   ถึงสภาพในปัจจุบันที่มีขนาดนี้แล้ว คนถนัดซ้ายก็ควรจะต้องยอมรับ มิใช่ตะบี้ตะบันจะต้องใช้มือซ้ายในทุกเรื่องในการกินบนโต๊ะอาหาร อาหารก็แทบจะใช้ซ่อมตัดแบ่งได้อยู่แล้วแบบสบายๆ    ผมเคยเห็น (อีกนั่นแหละ) ที่ข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ หรือผู้บริหารระดับสูงของเรา ยังคงจะต้องใช้มือซ้ายอย่างเดียว  เรื่องก็วุ่นนะซีครับ แขกที่นั่งติดอยู่ด้านซ้ายของตน ด้วยมารยาท ก็จะไม่ขยับเก้าอี้หนี หรือไม่ก็กินแต่น้อย ไม่หรรษาด้วยและไม่รู้สึกประทับใจเพราะอึดอัด    เมื่อคนของเราพยายามขยับเก้าอี้เพื่อให้ซ้ายห่าง (ก็เสียมารยาทอยู่พอควรเหมือนกัน) มันก็จะไปชิดทางด้านขวามือ ก็เลยไปเบียดอีกคนหนึ่ง ทำให้เขาเกิดความรู้สึกเหมือนๆกัน

ทางแก้อีกอย่างหนึ่ง คือ หากอาหารมื้อนั้น เราเป็นคนจัดเอง ก็แก้ได้โดยการหาทางจำกัดจำนวนคนบนโต๊ะนั้นๆ หรือจะหาโต็ะให้ใหญ่ขึ้นก็ได้ เพื่อจะได้ไม่ต้องนั่งเบียดกัน (มีวิธีการจัดเยอะแยะครับ แต่จะไม่เล่าในที่นี้)  แล้วก็หากเป็นเมนูที่ต้องสั่งเอง ตนเองก็คงจะต้องสั่งอาหารประเภทเนื้อยุ่ยๆที่ใช้ซ่อมตัดและตักเพียงอย่างเดียวโดยไม่ต้องใช้มีด จะำได้ใช้ซ่อมในมือซ้ายให้เต็มที่เลย    สำหรับเรื่องจะใช้มือซ้ายหยิบแก้วน้ำ แก้วไวน์ (หรือถ้วยกาแฟ) นั้นไม่ค่อยจะเป็นปัญหานัก อนุโลมและรับกันได้  แต่อย่างน้อยก็ควรจะต้องเริ่มด้วยการใช้มือขวาจับ การใช้มือซ้ายเอื้อมข้ามไปจับยกนั้น รังแต่จะให้เกิดมีปัญหาตามมา  มีทั้งแขนเสื้อเกี่ยวซ่อม จิ้มลงไปในจานอาหาร รวมทั้งไประรานแก้วของคนอื่น ฯลฯ  เห็นมาหมดเลยครับ   ก็คงจะเป็นเรื่องที่ต้องให้ความระมัระวังเป็นพิเศษ

   

       
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3680


ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 15 ธ.ค. 12, 18:40

เรื่องการจัดโต๊ะตามภาพของคุณเทาชมพูและของคุณนวรัตน์นั้น

มีข้อสังเกตเล็กๆน้อยๆสำหรับภาพซ้ายใน ค.ห.ที่ 458   ที่ถูกต้องแล้ว มีดจะต้องวางด้านคมเข้าไปทางจาน จึงจะถูกต้องที่สุด  หลักการก็คือ จะได้ไม่ทำใ้ห้ผู้อื่นเสียวใส้ (ซึ่งจะได้กล่าวถึงต่อไป)   และสำหรับภาพทางขวานั้น จะเห็นมีดที่มีใบมีดยกลอยอยู่ มีดนั้นเป็นมีดสำหรับใช้กับการกินปลา

แล้วก็ภาพของคุณนวรัตน์ใน ค.ห.ที่ 460 นั้น  คือภาพของ full table setting สำหรับการกินอาหารมื้อใหญ่สุดๆ ที่จะใช้เวลาในการกินหลายๆชั่วโมง มากว่า 3, 4 ชั่วโมงขึ้นไป

แล้วก็ไปถึงข้อสงสัยของคุณ ดีดี เรื่องคู่เครื่องมือการกินด้านซ้ายกับขวาไม่เท่ากัน

ทั้งหมดคงจะเป็นคำตอบรวมๆกัน     กำลังคิดอยู่ว่า จะเล่าเป็นเรื่องของการกินแบบ grand dinner หรือว่าจะเล่าเฉพาะส่วนที่เราจะได้พบเจอจริงๆ 

ค่อยต่อครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30485

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 15 ธ.ค. 12, 19:01

ดิฉันยังอยากให้แยกกระทู้ว่าด้วยวิธีกินอาหาร(แบบ)ฝรั่งออกไปเป็นอีกกระทู้เสียด้วยซ้ำ      เพราะคิดว่าจะมีเรื่องเล่าได้อีกหลายค.ห.  คุณตั้งเห็นด้วยไหมคะ   ถ้าเห็นด้วยจะได้แยกกระทู้
กำลังคิดอยู่ว่า จะเล่าเป็นเรื่องของการกินแบบ grand dinner หรือว่าจะเล่าเฉพาะส่วนที่เราจะได้พบเจอจริงๆ 
ค่อยต่อครับ
มายกมือสนับสนุนว่า เล่าให้หมดเลยค่ะ   ดิฉันคงจะผสมโรงให้ได้บางเรื่อง
ขอเชิญคุณ NAVARAT.C ร่วมวงด้วยค่ะ   เรื่องกินแบบ grand dinner ท่านคงรู้จักดีอยู่แล้ว
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10628


ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 15 ธ.ค. 12, 19:22

อ้างถึง
แต่ว่า จำนวนด้านซ้ายกับด้านขวามันไม่เท่ากันค่ะ ไม่รู้จะเอาช้อนอันไหนคู่กับซ่อมอันไหนค่ะ

เวลาเจอจริงๆ ก็เข้าใจเองครับ

อย่างด้านขวามือ อันแรกเป็นซ่อมเล็ก พอบ๋อยเสริฟมาเป็นพวกกุ้งต้ม หรือเนื้อสัตว์ทะเลอย่างอื่นชิ้นเล็กๆ ใส่มาในถ้วยแก้วทรงผายที่มีก้านเรียกว่าcock tail นั้น  เราก็จะเข้าใจทันทีตามทฤษฎีนอกมาในว่าต้องใช้ซ่อมเล็กนี้จัดการ

พอเขาเก็บcock tailออกไป ก็จะตามด้วยซุป เราก็จะอ้อ เขาวางช้อนใหญ่ไว้ให้

ช้อนเล็กอีกสองอันนั้นเป็นช้อนกาแฟ อันแรกเป็นพวกexpressoที่เสริฟในถ้วยเล็ก ก็ต้องใช้ช้อนเล็ก
ช้อนอีกอันหนึ่งเป็นช้อนกาแฟมาตรฐานที่พวกเราคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว
ปกติ กาแฟจะเสริฟหลังอาหาร เราสามารถเลือกจะให้เขาเสริฟอะไรให้

แต่ยังครับ
เพราะอาหารที่จะเสริฟตามมา จะเป็นสลัด เราจะเข้าใจได้เองว่าต้องใช้ทั้งมีดทั้งซ่อม(ไม่ใช่ช้อนกาแฟ) ก็หยิบจากด้านนอกมาจัดการกับมัน
จานต่อไปจะเป็นปลา หรือสัตว์เนื้อขาว เช่นอกไก่ ก็หยิบชุดถัดไป
สุดท้าย จะเป็นเนื้อสัตว์ใหญ่ เช่นหมูหรือวัว ก็เหลือชุดเดียวให้ใช้แล้ว


บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3680


ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 17 ธ.ค. 12, 16:30

ดิฉันยังอยากให้แยกกระทู้ว่าด้วยวิธีกินอาหาร(แบบ)ฝรั่งออกไปเป็นอีกกระทู้เสียด้วยซ้ำ      เพราะคิดว่าจะมีเรื่องเล่าได้อีกหลายค.ห.  คุณตั้งเห็นด้วยไหมคะ   ถ้าเห็นด้วยจะได้แยกกระทู้
กำลังคิดอยู่ว่า จะเล่าเป็นเรื่องของการกินแบบ grand dinner หรือว่าจะเล่าเฉพาะส่วนที่เราจะได้พบเจอจริงๆ 
ค่อยต่อครับ
มายกมือสนับสนุนว่า เล่าให้หมดเลยค่ะ   ดิฉันคงจะผสมโรงให้ได้บางเรื่อง
ขอเชิญคุณ NAVARAT.C ร่วมวงด้วยค่ะ   เรื่องกินแบบ grand dinner ท่านคงรู้จักดีอยู่แล้ว


ตกลงครับ
ขออภัยที่ตอบช้าครับ บังเอิญเมื่อเย็นวานนี้ไปงานคืนสู่เหย้าครับ

ระหว่างรอแยกกระทู้ ผมก็จะต่อไปเรื่องอื่นๆ
บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3680


ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 17 ธ.ค. 12, 16:56

เรื่องกินได้เลี้ยวแยกเข้าซอย ออกไปตั้งเป็นอีกกระทู้หนึ่งแล้ว

ไปต่อกันด้วยเรื่องภาษามือกันดีกว่า ไม่ใ่ช่ภาษาที่ใช้สำหรับคนใบ้นะครับ ภาษานี้ผมไม่รู้เรื่องเลย
 
ก็มีเรื่องเล่าเล็กน้อยเรื่องหนึ่ง วันหนึ่งเมื่อครั้งยังเรียนหนังสืออยู่ เดินกลับมาจากทำแล็ปสำหรับวิทยานิพนธ์ ประมาณสัก 4 ทุ่ม ผ่านร้านขายโดนัท เห็นคนอยู่เต็ม ก็เพียงจะแวะซื้อกลับที่พัก พอเปิดประตูเข้าร้าน เอ ทำไมเสียงมันเงียบผิดปรกติ เหมือนไม่มีคนอยู่เลย ตกใจ นึกว่าหูของตนเองเป็นอะไรไปเสียแล้ว หันมองคนที่นั่งอยู่ในร้านทั้งหลาย ก็เห็นเขายิ้มแย้มแจ่มใส ทำไม้ทำมือสนทนากันอย่างออกรส ใจก็เลยหายลงไปอีกวูบหนึ่ง  พอดีได้ยินเสียงหัวเราะแบบที่คนใบ้เขาสามารถส่งเสียงได้  ก็เลยถึงบางอ้อ อ้าวคนทั้งร้านเป็นคนใบ้ เขานัดกันพบกัน  ในขณะนั้นเลยรู้ว่าเรากลายเป็นคนประหลาดอยู่ผิดที่ไปเสียแล้ว รีบสั่งซื้อแล้วก็ส่งยิ้มให้กับคนในร้านทั้งหลายแล้วเดินออกไป  เป็นภาพของความน่ารักและของความเสมอภาคที่ยังจำติดตาอยู่จนปัจจุบัน บรรยากาศแบบนี้คงจะเห็นไดยากมาก แล้วก็ไม่เคยเห็นที่ใหนอีกเลย   




บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3680


ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 17 ธ.ค. 12, 17:32

ขอบพระคุณมากครับ สำหรับการแยกซอยมากระทู้นี้อย่างราบรื่น
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 ... 13
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.04 วินาที กับ 19 คำสั่ง