เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 ... 8
  พิมพ์  
อ่าน: 28834 อาหารการกินใน "บ้านเล็ก" (3) ตอน เด็กชายชาวนา
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30709

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 45  เมื่อ 12 ธ.ค. 12, 09:34

คนสมัยนั้นมีไอศกรีมกินในฤดูร้อน   เพราะเก็บน้ำแข็งเอาไว้ตั้งแต่ในฤดูหนาว      พ่อจ้างลูกจ้างมาตัดน้ำแข็งที่จับตัวอยู่เหนือทะเลสาบ ออกเป็นก้อนสี่เหลี่ยมใหญ่ๆ แล้วเข็นเข้าไปในโรงเก็บน้ำแข็ง     รักษาความเย็นเอาไว้ด้วยขี้เลื่อย  มันจะไม่ละลายแม้แต่อากาศเปลี่ยนเป็นอุ่นขึ้น
ลูกชายทั้งสองช่วยพ่อทำงานด้วย     ส่วนแม่ก็ทำอาหารมื้อกลางวันอย่างอร่อยเตรียมไว้ให้   โดยเฉพาะของโปรดของแอลแมนโซ คือแอปเปิ้ลทอดกับหัวหอม

Almanzo said that what he liked most in the world was fried apples'n'onions.

แอปเปิ้ลทอด(หรือผัด) กับหัวหอมเป็นอาหารแบบชนบท    กินแทนสลัด  จะใส่แค่แอปเปิ้ลและหัวหอม หรือใส่เบคอนลงไปด้วยก็ได้   ให้ออกรสหวานเค็มระคนกัน     อย่างในภาพซ้าย
ในสมัยโน้น  แม่ใช้น้ำมันจากหมูเค็มหรือเบคอนมาทอด   แต่สมัยนี้นิยมใช้เนยแทน    ส่วนน้ำตาลทรายแดงจะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้  แต่สมัยโน้นเขากินหวานกันอยู่แล้ว  แอปเปิ้ลกับหัวหอมจึงมีน้ำตาลทรายแดงปรุงรสด้วย


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11 ก.ย. 17, 17:18 โดย เทาชมพู » บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30709

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 46  เมื่อ 13 ธ.ค. 12, 13:05

Almanzo ate four large helpings of apples' n'onions fried together. He ate roast beef and brown gravy, and mashed potatoes and creamed carrots and boiled turnips, and countless slices of buttered bread with crab-apple jelly.
"It takes a great deal to feed a growing boy,"Mother said. And she put a thick slice of birds'-nest pudding on his bare plate, and handed him the pitcher of sweetened cream speckled with nutmeg.
Almanzo poured the heavy cream over the apples nested in the fluffy crust. The syrupy brown juice curled up around the edges of the cream.Almanzo took up his spoon and ate every bit.

มาดูกันนะคะ  ว่าแอลแมนโซกินอะไรบ้างเป็นอาหารกลางวัน     หลังจากกินอาหารเช้าอิ่มหนำสำราญมาแล้ว
อย่างแรกประเดิมด้วยแอปเปิ้ลทอดกับหัวหอมชามมหึมา ที่แอลแมนโซขอเติมถึง 4 ครั้ง  (แปลว่าชามใหญ่จริงๆ น่าจะเกือบเท่ากาละมัง)  ต่อมาคือเนื้ออบราดน้ำเกรวี่   มันฝรั่งบด  หัวผักกาดเหลือง(แครอท) ราดครีม  และหัวผักกาด(ขาว)ต้ม   ตามมาด้วยขนมปังทาเนยและแยมทำด้วยแอปเปิ้ลชนิดเล็กรสเปรี้ยว  อีกนับไม่ถ้วน  ตกใจ
รูปข้างล่าง เนื้ออบราดน้ำเกรวี่ และมันฝรั่งบด


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30709

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 47  เมื่อ 13 ธ.ค. 12, 13:08

 หัวผักกาดเหลือง(แครอท) ราดครีม


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30709

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 48  เมื่อ 13 ธ.ค. 12, 13:13

หัวผักกาดขาวต้ม


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30709

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 49  เมื่อ 13 ธ.ค. 12, 13:21

ขนมปังทาเยลลี่ทำจากแครปแอปเปิ้ล


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30709

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 50  เมื่อ 13 ธ.ค. 12, 13:51

"It takes a great deal to feed a growing boy,"Mother said. And she put a thick slice of birds'-nest pudding on his bare plate, and handed him the pitcher of sweetened cream speckled with nutmeg.

เมื่อจบของคาวแล้ว    ถึงเวลากินของหวานส่งท้ายอันได้แก่พุดดิ้ง   พุดดิ้งก็เป็นอาหารอีกอย่างที่อธิบายยากเหมือนกัน   เพราะเป็นของหวานก็ได้ของคาวก็ได้   แบบเดียวกับขนมพาย    
ในอเมริกาและอังกฤษมีวิธีทำพุดดิ้งไม่เหมือนกันค่ะ    พุดดิ้งในอเมริกามีส่วนผสมหลักคือนมกับไข่   ส่วนพุดดิ้งอังกฤษมีหลากหลาย หวานบ้างคาวบ้าง อย่างคาวก็คือพุดดิ้งไส้เนื้อและไต (steak and kidney pie) คุณตั้งอาจจะเคยกิน  ส่วนดิฉันได้ยินชื่อแล้วก็ไม่นึกอยากแตะเลยค่ะ

แม่ของแอลแมนโซทำพุดดิ้งที่เรียกว่าพุดดิ้งรังนก    ขนมพุดดิ้งชนิดนี้ตามประวัติบอกว่ามาจากสวีเดน  และนิยมกันในช่วงกลางศตวรรษที่ 19    เป็นได้ว่าแม่ของแอลแมนโซอาจจะมีเชื้อสายสวีเดน
พุดดิ้งรังนกที่ทำคงไม่หวาน    แม่จึงทำครีมหวานโรยผงลูกจันทน์เพื่อราดเวลากิน     รูปซ้ายคือพุดดิ้งรังนก  รูปขวาคือครีมหวานใส่ผงลูกจันทน์


บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3914


ความคิดเห็นที่ 51  เมื่อ 13 ธ.ค. 12, 21:09

เมื่อจบของคาวแล้ว    ถึงเวลากินของหวานส่งท้ายอันได้แก่พุดดิ้ง   พุดดิ้งก็เป็นอาหารอีกอย่างที่อธิบายยากเหมือนกัน   เพราะเป็นของหวานก็ได้ของคาวก็ได้   แบบเดียวกับขนมพาย   
ในอเมริกาและอังกฤษมีวิธีทำพุดดิ้งไม่เหมือนกันค่ะ    พุดดิ้งในอเมริกามีส่วนผสมหลักคือนมกับไข่   ส่วนพุดดิ้งอังกฤษมีหลากหลาย หวานบ้างคาวบ้าง อย่างคาวก็คือพุดดิ้งไส้เนื้อและไต (steak and kidney pie) คุณตั้งอาจจะเคยกิน  ส่วนดิฉันได้ยินชื่อแล้วก็ไม่นึกอยากแตะเลยค่ะ
พุดดิ้งรังนกที่ทำคงไม่หวาน    แม่จึงทำครีมหวานโรยผงลูกจันทน์เพื่อราดเวลากิน     รูปซ้ายคือพุดดิ้งรังนก  รูปขวาคือครีมหวานใส่ผงลูกจันทน์

ทำให้นึกถึง Rice pudding จะให้เป็นของหวานก็เพียงใส่น้ำตาลทำให้หวาน   ว่าแต่ว่าขนมอะไรของไทยที่เข้าข่ายเป็นพุดดิ้งบ้างครับ

แน่ะ มีการใช้ผงลูกจันทร์แล้ว 

ทำให้นึกถึงเมนูแอบเปิล ไม่เห็นมีการกล่าวถึงการใช้อบเชยช่วยชูกลิ่นและรสเลย
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30709

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 52  เมื่อ 13 ธ.ค. 12, 21:17

ที่คล้ายพุดดิ้งในบ้านเรา คือข้าวยาคูค่ะ   อีกอย่างคือคัสตาร์ด    ส่วน rice pudding ดูจากรูปแล้วเหมือนข้าวต้มนม ใส่น้ำตาล   ไม่นึกอยากกินอีกเหมือนกัน

But best of all Almanzo liked the spicy apple pie, with its thick,rich juice and its crumbly crust. He ate two big wedges of the pie.
แอลแมนโซชอบกินพายแอปเปิ้ลใส่เครื่องเทศ    คนเขียนไม่ได้บอกว่าเครื่องเทศนั้นคืออะไร    ดิฉันคิดว่าน่าจะเป็นอบเชยอย่างที่คุณตั้งตั้งข้อสังเกต


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30709

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 53  เมื่อ 14 ธ.ค. 12, 10:37

One at a time they would be dug out, and Mother would  make ice-cream and lemonade and cold egg-nog.
น้ำแข็งก้อนใหญ่ๆ ที่กลบด้วยขี้เลื่อยจะแข็งตัวอยู่ตั้งแต่ฤดูหนาวถึงฤดูร้อน     พอถึงฤดูร้อนก็จะเอาออกมาทีละก้อน   แม่จะทำไอศกรีม  น้ำมะนาว(ใส่น้ำแข็ง) และเอ๊กน้อก

ไอศกรีมและน้ำมะนาว คนไทยรู้จัก แต่เอ๊กน้อกคืออะไร    ครั้งแรกที่ไปต่างแดน ไปเดินหาเอ๊กน้อกในซูเปอร์  พบว่ามีขายเป็นกล่องก็ซื้อกลับมากินที่บ้าน
พบว่ามันเป็นเครื่องดื่มชนิดหนึ่ง เป็นน้ำนมหรือครีมค่อนข้างข้น  รสชาติหวานแสบไส้     บางคนก็เอาไปประดิดประดอยใส่เหล้ารัมลงไปบ้าง   หรือบีบวิปครีมบนผิวหน้าบ้าง    แต่ยังไงก็ยังไงหวานจัดอยู่นั่นเอง  เลยกินได้ไม่หมดถ้วยจนแล้วจนรอด

ในยุคของหนังสือเล่มนี้  เมื่อพ่อจ้างคนมาทำงานในไร่ตลอดวัน   แม่จะทำเอ๊กน้อกปนน้ำแข็ง ให้แอลแมนโซหิ้วใส่ถังไปให้คนงานดื่มกัน   เพื่อจะได้มีแรงทำงานกลางแดดจัด    พ่อเชื่อว่าคนงานจะทำงานได้ทั้งวันถ้ามีเอ๊กน้อกให้ดื่มเพียงพอ    เมื่อนึกถึงความหวานของเครื่องดื่มชนิดนี้ ก็พอนึกออกว่ามันต้องให้พลังงานมากทีเดียว ชดเชยกับพลังงานที่เสียไปตั้งแต่เช้ายันค่ำ


บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3914


ความคิดเห็นที่ 54  เมื่อ 14 ธ.ค. 12, 19:49

ผมรู้จัก eggnog มาตั้งแต่เด็ก เมื่อครั้งคุณแม่พยายามสรรหาทำของกินแปลกๆให้คุณพ่อทานเพื่อความสดชื่นและบำรุงร่างกาย (คุณพ่อผมเป็นหมอคนเดียวประจำอยู่ในโรงพยาบาลในต่างจังหวัด คงนึกสภาพออกนะครับว่า OPD มีคนไข้เป็นร้อย ผ่าตัด ทำคลอด ชัณสูตรพลิกศพ และงานสังคมอื่นๆ ทุกวัน ฯลฯ)  ที่จำได้คือ แม่ใช้ไข่ไก่สด ตีให้เข้ากับนมสด ใส่น้ำตาล แล้วแช่เย็น (ในตู้เย็นสมัยนั้นที่ใช้ตะเกียงน้ำมันก๊าด)   ผมว่าไม่อร่อยและไม่น่ากินเลย ซึ่งพ่อก็โอเค แต่พ่อก็ดูจะนิยมการ relax กับการกรึ๊บพร้อมกับแกล้มดีๆไม่ได้
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30709

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 55  เมื่อ 15 ธ.ค. 12, 09:15

ในเรื่องนี้ บรรยายถึงอาหารเย็น อาหารเช้า และอาหารกลางวัน  ทำให้เราเห็นว่าฝรั่งสมัยก่อนเขากินกันมากขนาดไหน  โดยเฉพาะคนใช้แรงงาน   ทำให้พลอยรู้จักอาหารพื้นบ้านของชาวไร่ชาวนาอเมริกันเมื่อปลายศตวรรษก่อนด้วย   ยังไม่หมดแค่นี้ค่ะ  เขายังมีอาหารพิเศษวันอาทิตย์ด้วย
วันอาทิตย์ถือเป็นวันพิเศษ    คือวันที่พระเจ้าประทานให้เป็นวันหยุดพักผ่อนของมนุษย์หลังจากทำงานหนักมา 6 วัน   ผู้นับถือศาสนาเคร่งครัดจึงจัดกิจกรรมวันอาทิตย์ไว้เป็นพิเศษ     ทำตัวไม่ซ้ำแบบกับวันอื่นๆ   อย่างแรกคือต้องอาบน้ำให้สะอาดตั้งแต่คืนวันเสาร์  พร้อมสำหรับตื่นเช้ามาก็แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าชุดดีที่สุด  ออกจากบ้านไปโบสถ์ ฟังเทศน์ แล้วกลับมาพักผ่อนในตอนบ่ายไปจนกระทั่งค่ำ  ห้ามทำงานใดๆ   เด็กๆแม้แต่จะเล่นก็ไม่ได้   ต้องพักจริงๆ   บ่ายวันอาทิตย์จึงเป็นบ่ายที่น่าเบื่อที่สุดไม่ว่าผู้ใหญ่หรือเด็ก

เรื่องอาบน้ำนี้ฝรั่งเขาไม่ได้อาบวันละ 2 เวลาอย่างเรา    อากาศหนาวจัด    อาบกันสัปดาห์ละหนก็พอค่ะ ไม่งั้นผิวแตกหมด     สมัยโน้น อาบน้ำเป็นเรื่องใหญ่เพราะต้องไปตักน้ำใส่ถังอาบเองแล้วเทน้ำทิ้ง  ไม่ได้เปิดก๊อกหรือฝักบัวอย่างสะดวกสบายอย่างสมัยนี้      เสื้อผ้าก็เหมือนกัน เขามี 2 ประเภทคือเสื้อผ้าใส่ทำงานทุกวัน  กับเสื้อผ้าใส่วันอาทิตย์เวลาไปโบสถ์       ในเรื่องนี้แม่ของแอลแมนโซทอผ้าเองจากขนแกะที่เลี้ยงเอง  ตัดเย็บเสื้อเอง  ลูกๆจึงมีเสื้อผ้าดีๆ แต่ก็มีเท่าที่จำเป็น ไม่เกิน 3-4  ชุด   ไม่ได้มีเป็นสิบๆชุดอย่างสมัยนี้
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30709

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 56  เมื่อ 15 ธ.ค. 12, 09:41

อาหารวันอาทิตย์ก็เป็นอาหารพิเศษกว่าวันอื่นเช่นกัน    มาดูกันนะคะว่าแม่ทำอะไรเป็นพิเศษ

SUNDAY

Mother was making stacked pancakes because this was Sunday.The big blue platter on the stove's hearth was full of plump sausage cakes; Eliza Jane was cutting apple pies and Alice was dishing up the oatmeal, as usual.
But the little blue platter stood hot on the back of the stove, and ten stacks of pancakes rose in tall towers on it.Ten pancakes cooked on the smoking griddle,and as fast as they were done Mother added another cake to each stack and buttered it lavishly and covered it with maple sugar. Butter and sugar melted together and soaked the fluffy pancakes and dripped all down their crisp edges.That was stacked pancakes. Almanzo liked them better than any other kind of pancakes.

วันอาทิตย์ แม่ทำแพนเค้กชนิดซ้อนกันเป็นตั้งๆ ให้กินเป็นพิเศษตอนเช้า  นอกเหนือจากอาหารประจำ คือไส้กรอก  พายแอปเปิ้ล และโอ๊ตมีล 
ถ้าท่านที่อ่านกระทู้นี้เกิดงงว่าแพนเค้กมันไม่ได้ซ้อนกันเป็นตั้งๆอย่างในรูปก่อนหน้านี้หรือ  ขออภัยที่ทำให้สับสน   แพนเค้กที่กินกันวันธรรมดา ใส่จานมาหลายแผ่นก็จริงแต่เขากินกันทีละแผ่น  ขอเติมอีกก็ได้     แต่แพนเค้กวันอาทิตย์นี้ เขากินกันคนละตั้ง   ไม่ได้กินกันทีละแผ่นสองแผ่นอย่างแพนเค้กธรรมดา
แอลแมนโซกำลังโต  กินทีละหลายๆตั้ง    คิดว่าขนาดของแพนเค้กคงเล็กกว่าแพนเค้กธรรมดา ไม่งั้นคงกินไม่ไหว
แพนเค้กของแม่ ทอดให้ฟูนุ่มและตรงริมๆกรอบ   แม่ทาเนยให้ทั่วแผ่นแล้วเอาน้ำตาลเชื่อมราด  เนยกับน้ำตาลก็ซึมเข้าด้วยกันเข้าไปในเนื้อ   ใครชอบหวานคงกินได้ไม่เบื่อ

เมื่อแอลแมนโซโตเป็นหนุ่ม  ออกจากบ้านไปผจญภัยอยู่ในดินแดนนักบุกเบิกทางตะวันตก    ไม่มีแม่หรือพี่สาวน้องสาวตามมาทำอาหารให้กิน ก็เลยต้องหัดทำแพนเค้กเอง     ในหนังสือบอกว่าแอลแมนโซทำได้อร่อยมาก  แม้แต่แม่ยังสู้ไม่ได้


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30709

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 57  เมื่อ 19 ธ.ค. 12, 09:02

แม่เตรียมอาหารกลางวันวันอาทิตย์เอาไว้ตั้งแต่คืนวันเสาร์  เพราะวันอาทิตย์ไม่มีการทำงานใดๆแม้แต่หุงต้มอาหารการกินก็ถือเป็นงาน 
 
In thepantry Mother was filling the six-quart pan with boiled beans, putting in onions and peppers and the piece of fat pork, and pouring scrolls of molasses over all. Then Almanzo saw her open the flour barrels. She flung rye flour and cornmeal into the big yellow crock, and stirred in milk and eggs and things, and poured the big baking-pan full of the yellow-gray rye'n'injun dough.

แม่ทำถั่วอบจากถั่วที่ต้มจนนิ่มแล้ว  ปรุงรสด้วยหัวหอมและพริกไทยและมันหมู  ราดน้ำเชื่อมลงไปจนทั่วก่อนเอาเข้าเตาอบ ให้มันค่อยๆสุกไปจนได้ที่ในวันรุ่งขึ้น
ขนมปังที่แม่ทำเป็นอาหารพิเศษในวันอาทิตย์  คือขนมปังแป้งไรย์   ขนมปังชนิดนี้มีส่วนผสมระหว่างแป้งข้าวไรย์ แป้งข้าวโพ  นม และไข่  ออกมาเป็นแป้งสีเหลืองปนเทา   อบจนสุกเป็นก้อนขนมปัง

รูปข้างล่างคือขนมปังแป้งไรย์     มีวิธีทำอยู่ในลิ้งค์นี้ค่ะ
http://recipes.sparkpeople.com/recipe-detail.asp?recipe=327994


บันทึกการเข้า
naitang
หนุมาน
********
ตอบ: 3914


ความคิดเห็นที่ 58  เมื่อ 19 ธ.ค. 12, 19:32

ขอย้อนกลับไปที่ ค.ห. 56 เรื่องแพนเค็ก

นึกขึ้นได้ว่า แถบที่พักชายทะเลของไทยที่ฝรั่งนิยมไปพักผ่อนกันนั้น ก็มีการสร้างสรรอาหารเช้าชนิดหนึ่งขึ้นมา เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวยาวนานมานับสิบๆปีแล้ว  ชื่อว่า banana pancake    ไม่ทราบต้นตอว่าเป็นฝรั่งตั้งชื่อให้หรือชาวบ้่านตั้งชื่อกันเอง   มันก็คือกล้วยหอมผ่าครึ่งหรือผ่าเป็นแผ่นสามชิ้นตามยาวราดด้วยนมข้นหวาน  เห็นฝรั่งนักท่องเที่ยวนิยมสั่งกินกัน ขายดีทีเดียว    คิดเอาเองว่าอีกไม่นานอาจจะเป็นอาหารอีกชื่อหนึ่งในตระกูลเคร๊ปประจำถิ่นของโลก
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30709

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 59  เมื่อ 19 ธ.ค. 12, 20:12

เรียกความทรงจำกลับคืนมา
กล้วยหอมราดนมข้นที่ว่า เคยกินเป็นของหวานตอนเด็กๆค่ะ   นมข้นต้องแช่ตู้เย็นให้เย็นเฉียบก่อนนำมาราด     อร่อยนักเชียว
นมข้นเข้ากับกล้วยหอมได้ดี   แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นกล้วยน้ำว้าหรือกล้วยไข่ละก็  ออกมาไม่เป็นสับปะรด

เข้าใจว่าดัดแปลงมาจากกล้วยหอมราดครีม  ซึ่งเป็นของหวานของฝรั่ง  แต่ไม่ทราบว่าต้นกำเนิดมาจากยุโรปชาติไหนค่ะ


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 ... 8
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.063 วินาที กับ 19 คำสั่ง